มาสติกกัม (Mastic Gum) คืออะไร? ยางไม้จากเกาะคีออส กับงานวิจัยเรื่องกระเพาะอาหาร

มาสติกกัมคือยางไม้สีเหลืองใสที่กรีดจากต้นไม้ชนิดหนึ่งบนเกาะคีออสของกรีซ · ถูกใช้เป็นหมากฝรั่งธรรมชาติและในตำรับพื้นบ้านมานานกว่าสองพันปี · ระยะหลังมีงานวิจัยศึกษาเกี่ยวกับความสบายของกระเพาะอาหาร บทความนี้สรุปให้ฟังแบบตรงไปตรงมา

Pistacia lentiscus
ต้นที่ให้
ยางมาสติก
2,500 ปี
ประวัติ
การใช้
PDO
สิ่งบ่งชี้
ทางภูมิศาสตร์

มาสติกกัม (Mastic Gum) เป็นเรซินธรรมชาติ ไม่ใช่หมากฝรั่งสังเคราะห์ · ได้จากการกรีดลำต้นของต้น Pistacia lentiscus var. Chia แล้วปล่อยให้ยางไหลออกมาแข็งตัวเป็นเม็ดใส · จุดที่ทำให้มันน่าสนใจคือมีงานวิจัยขนาดเล็กหลายชิ้นศึกษาเรื่องความสบายของกระเพาะอาหารและระบบทางเดินอาหารส่วนบน · แต่ต้องย้ำว่างานวิจัยเหล่านั้นยังไม่ใหญ่พอจะสรุปเป็นคำแนะนำทางการแพทย์

1 มาสติกกัมมาจากไหน ทำไมถึงแพง

  • ได้จากต้นมาสติกบนเกาะคีออสเท่านั้น ที่ให้เรซินคุณภาพตามมาตรฐาน PDO ของสหภาพยุโรป
  • เก็บด้วยมือทีละหยด — ต้นหนึ่งให้ผลผลิตต่อปีไม่มาก จึงมีราคาสูงโดยธรรมชาติ
  • ต้องคัดและล้างทีละเม็ด ก่อนนำไปบดหรือบรรจุแคปซูล
  • ของปลอมพบได้บ่อย — เรซินจากพืชอื่นราคาถูกกว่ามาก ให้ดูแหล่งที่มาบนฉลาก

2 สารสำคัญและกลไกที่ถูกศึกษา

  • เป็นส่วนผสมของกรดเทอร์พีนหลายชนิด เช่น masticadienonic acid และ isomasticadienolic acid
  • มีน้ำมันหอมระเหยกลุ่มแอลฟา-ไพนีน ซึ่งเป็นที่มาของกลิ่นสนอ่อน ๆ
  • งานวิจัยในหลอดทดลองศึกษาเรื่องการยับยั้งเชื้อบางชนิด แต่ผลในหลอดทดลองไม่เท่ากับผลในคน
  • งานวิจัยในคนที่มีอยู่เป็นการทดลองขนาดเล็ก จำนวนผู้เข้าร่วมหลักสิบถึงร้อยต้น ๆ และผลยังไม่สอดคล้องกันทั้งหมด

3 รูปแบบที่พบในท้องตลาด

  • เม็ดเรซินดิบ (tears) — เคี้ยวเหมือนหมากฝรั่ง รสขมตอนแรกแล้วค่อยหอม
  • ผงบดบรรจุแคปซูล — สะดวกที่สุดและวัดปริมาณได้แน่นอน
  • น้ำมันมาสติก — เข้มข้นกว่า ใช้ในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก
  • ขนาดที่ใช้ในงานวิจัยบ่อยคือราว 350–1,000 มก. ต่อวัน แต่ไม่ใช่ขนาดที่ถือเป็นคำแนะนำมาตรฐาน

4 ถ้าปัญหาคือ “ท้องไม่สบาย” ควรเริ่มจากอะไรก่อน

  1. ดูพฤติกรรมการกินก่อน — กินเร็ว กินดึก มื้อใหญ่ กาแฟและแอลกอฮอล์ คือปัจจัยที่พบบ่อยที่สุด
  2. ดูความเครียดและการนอน — ลำไส้กับสมองสื่อสารกันสองทาง อาการท้องอืดเรื้อรังมักเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
  3. ดูใยอาหารและน้ำ — คนไทยส่วนใหญ่ได้ใยอาหารต่ำกว่าคำแนะนำ 25 กรัมต่อวันมาก
  4. ถ้ามีอาการเรื้อรังหรือรุนแรง ให้พบแพทย์ก่อนซื้ออาหารเสริม เพราะบางอาการต้องส่องกล้องเพื่อหาสาเหตุ

5 สัญญาณที่ต้องพบแพทย์ ไม่ใช่ซื้ออาหารเสริม

ควรพบแพทย์ทันที ถ้ามี · อาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายดำเหมือนยางมะตอย · กลืนลำบากหรือเจ็บเวลากลืน · น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ · ปวดท้องรุนแรงเฉียบพลัน · ซีดหรืออ่อนเพลียผิดปกติ · หรืออาการเริ่มครั้งแรกเมื่ออายุเกิน 50 ปี

อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัย ไม่ใช่สิ่งที่ควรดูแลด้วยอาหารเสริม

6 สรุปแบบไม่ขายฝัน

  • มาสติกกัมเป็นวัตถุดิบธรรมชาติที่มีประวัติยาวนานและมีงานวิจัยรองรับในระดับเบื้องต้น
  • ยังไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนการรักษา และไม่ควรใช้เลื่อนการไปพบแพทย์
  • ถ้าเลือกซื้อ ให้ดูแหล่งที่มา ปริมาณต่อหน่วยบริโภค และเลข อย.
  • พื้นฐานที่ได้ผลกว่าเสมอ คือ ใยอาหารพอ น้ำพอ เคี้ยวช้า ไม่กินดึก และจัดการความเครียด
🌱 BLB F — สูตรผงชงที่ให้ใยอาหารรวม 7,023.9 มก. ต่อซอง จากฟรุกโตโอลิโกแซ็กคาไรด์ 3,023.9 มก. ไซเลียมฮัสค์ 2,500 มก. บุก 1,600 มก. ใยชิโครี 1,500 มก. และกัวร์กัม 1,500 มก. ร่วมกับ Bacillus coagulans 67 มก. และเมตาบอไลต์จากการหมัก 300 มก. ครบทั้งพรี–โพร–โพสต์ไบโอติก · 1 ซองต่อวันตามฉลาก · 4 เกณฑ์ที่ใช้เทียบได้จริง — (1) สารสกัดที่มีเครื่องหมายการค้า ™/® (2) ปริมาณเต็มโดสตามงานวิจัยอ้างอิง (3) มีเลข อย. (4) ผ่านการรับรองฮาลาล · มีสารก่อภูมิแพ้: ปลา ถั่วขาว ถั่วเหลือง สัตว์น้ำเปลือกแข็ง

7 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

มาสติกกัมเคี้ยวเหมือนหมากฝรั่งได้จริงไหม

ได้ · เม็ดเรซินดิบใช้เคี้ยวได้และเป็นวิธีดั้งเดิม · รสจะขมช่วงแรกแล้วค่อยหอมกลิ่นสน แต่ปริมาณสารที่ได้จะไม่แน่นอนเท่าแบบแคปซูล

ต่างจากโพรไบโอติกยังไง

คนละกลุ่มกัน · มาสติกกัมเป็นเรซินจากพืช ส่วนโพรไบโอติกคือจุลินทรีย์มีชีวิต · เป้าหมายและกลไกไม่เหมือนกัน และไม่ได้ใช้แทนกัน

กินได้นานแค่ไหน

งานวิจัยส่วนใหญ่ใช้ระยะสั้นราวไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน · ยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยระยะยาวที่ชัดเจน จึงควรใช้ตามฉลากและปรึกษาเภสัชกร

แพ้ถั่วพิสตาชิโอ กินมาสติกได้ไหม

ควรระวังและปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะเป็นพืชสกุลเดียวกัน (Pistacia) จึงมีโอกาสเกิดปฏิกิริยาข้ามได้

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่แพ้พืชสกุล Pistacia เช่น พิสตาชิโอ ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
  • อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ กลืนลำบาก น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ หรือปวดท้องรุนแรง ต้องพบแพทย์ทันที ไม่ควรดูแลด้วยอาหารเสริมเพียงอย่างเดียว

อ้างอิง

  1. Dabos KJ, et al. — The effect of mastic gum on Helicobacter pylori: a randomized pilot study. Phytomedicine.
  2. Pachi VK, et al. — Traditional uses, phytochemistry and pharmacology of Chios mastic gum. J Ethnopharmacol.
  3. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — การแสดงฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร.
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้

👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →