ฟอสฟอรัส (Phosphorus) คืออะไร? แร่ธาตุอันดับสองในร่างกายที่คนมักได้เกิน ไม่ใช่ขาด

แคลเซียมกับวิตามินดีถูกพูดถึงจนคุ้น แต่แร่ธาตุที่จับคู่กับแคลเซียมในกระดูกจริง ๆ คือฟอสฟอรัส · สิ่งที่ต่างจากแร่ธาตุอื่นคือ คนส่วนใหญ่ไม่ได้ขาดมัน แต่มีแนวโน้มได้รับเกินจากอาหารแปรรูป · บทความนี้อธิบายบทบาทของมัน ความต่างระหว่างฟอสฟอรัสในอาหารสดกับฟอสเฟตที่เติมลงไป และใครที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

อันดับสองรองจากแคลเซียม
เป็นแร่ธาตุที่มีมากที่สุด
เป็นอันดับสองในร่างกาย
อยู่ในทุกเซลล์
เป็นส่วนหนึ่งของ ATP
DNA และเยื่อหุ้มเซลล์
ได้เกินได้ง่าย
จากฟอสเฟตที่เติม
ในอาหารแปรรูป

ฟอสฟอรัสอยู่ในทุกเซลล์ของร่างกาย · ร้อยละ 85 อยู่ที่กระดูกและฟันในรูปผลึกร่วมกับแคลเซียม ส่วนที่เหลือทำงานอยู่ในเซลล์ — เป็นแกนของโมเลกุลพลังงาน ATP เป็นส่วนประกอบของ DNA และเป็นฟอสโฟลิพิดที่ประกอบเป็นเยื่อหุ้มเซลล์ · เนื่องจากมันอยู่ในอาหารเกือบทุกชนิดที่มีโปรตีน ภาวะขาดฟอสฟอรัสจากอาหารจึงพบได้ยากมากในคนทั่วไป

1 ทำงานคู่กับแคลเซียมและวิตามินดีอย่างไร

  • กระดูกไม่ได้ทำจากแคลเซียมล้วน — โครงสร้างแข็งของกระดูกคือผลึกที่มีทั้งแคลเซียมและฟอสเฟตจับกันอยู่
  • วิตามินดีเพิ่มการดูดซึมทั้งสองตัว — ไม่ได้ช่วยแค่แคลเซียมอย่างที่หลายคนเข้าใจ
  • ร่างกายควบคุมสมดุลอย่างเข้มงวด ผ่านฮอร์โมนพาราไทรอยด์และฮอร์โมนอื่น โดยมีไตเป็นตัวปรับการขับออก
  • สัดส่วนสำคัญกว่าปริมาณเดี่ยว — การได้ฟอสฟอรัสสูงมากพร้อมแคลเซียมต่ำเป็นเวลานาน เป็นรูปแบบที่งานวิจัยด้านกระดูกให้ความสนใจ

2 ฟอสฟอรัสในอาหารสด vs ฟอสเฟตที่เติมลงไป — ต่างกันมาก

  • ในอาหารจากพืช ฟอสฟอรัสส่วนใหญ่อยู่ในรูปกรดไฟติก ซึ่งมนุษย์ย่อยได้ไม่ดี · ดูดซึมได้ราว 20-50%
  • ในอาหารจากสัตว์ ดูดซึมได้ดีกว่า ประมาณ 40-60%
  • ฟอสเฟตที่เติมเป็นวัตถุเจือปนอาหาร อยู่ในรูปเกลืออนินทรีย์ที่ละลายน้ำได้ดี · ดูดซึมได้เกือบทั้งหมด
  • พบที่ไหนบ้าง — เนื้อสัตว์แปรรูปที่แช่สารละลาย น้ำอัดลมสีเข้ม เบเกอรีบางชนิด ชีสแปรรูป อาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง
  • ปัญหาคือฉลากไม่ได้บอกปริมาณ — ฟอสเฟตเติมมักปรากฏเป็นชื่อสารในรายการส่วนประกอบเท่านั้น ไม่มีตัวเลข · ต้องมองหาคำที่ลงท้ายด้วย “ฟอสเฟต”

3 ใครที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง — ไตขับฟอสฟอรัสส่วนเกินได้น้อยลง ทำให้สะสมในเลือด · กลุ่มนี้ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์และนักกำหนดอาหารอย่างใกล้ชิด และห้ามปรับอาหารเองตามข้อมูลทั่วไป
  • ผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมสีเข้มเป็นประจำ — มีทั้งฟอสฟอริกแอซิดและมักแทนที่นมหรือเครื่องดื่มที่ให้แคลเซียม
  • ผู้ที่กินอาหารแปรรูปเป็นหลักแทบทุกมื้อ — ปริมาณฟอสเฟตเติมรวมทั้งวันอาจสูงกว่าที่คิดมาก
  • ภาวะขาดฟอสฟอรัสพบได้ยาก แต่เกิดได้ในภาวะเจ็บป่วยรุนแรง การดื่มสุราเรื้อรัง หรือการใช้ยาลดกรดกลุ่มอะลูมิเนียมต่อเนื่อง · ต้องวินิจฉัยโดยแพทย์เท่านั้น
Lipo D3 ออกแบบมาให้ทีมงานดูแลกระดูกทำงานร่วมกัน — วิตามินดี 3 รูปลิโพโซม 100 มก. แมกนีเซียมซิเตรต 175 มก. แมกนีเซียมออกไซด์ 50 มก. วิตามินซี 100 มก. โปรตีนถั่วเหลือง 45 มก. ไฟโตสเตอรอล 20 มก. และวิตามินเค 2 จำนวน 2 มก. · ระบุปริมาณรายตัวบนฉลาก มีเลข อย. 26-1-10867-5-0048 และผ่านการรับรองฮาลาล

4 สิ่งที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

  • เลือกอาหารสดมากกว่าอาหารแปรรูป เมื่อทำได้ · เนื้อสดต้มเองต่างจากไส้กรอกและเนื้อแปรรูปอย่างชัดเจนในเรื่องนี้
  • อ่านรายการส่วนประกอบ มองหาคำที่มี “ฟอสเฟต” เช่น โซเดียมไตรพอลิฟอสเฟต ไดโซเดียมฟอสเฟต
  • อย่าละเลยแคลเซียม — การได้ฟอสฟอรัสสูงพร้อมแคลเซียมต่ำเป็นรูปแบบที่ควรหลีกเลี่ยง
  • วิตามินดีที่พอเพียง ช่วยให้ระบบดูดซึมแร่ธาตุทำงานได้ตามปกติ · ตรวจระดับกับแพทย์ถ้าสงสัยว่าขาด
  • อย่าเสริมฟอสฟอรัสเองโดยไม่มีข้อบ่งชี้ — เกือบทุกคนได้เพียงพอจากอาหารอยู่แล้ว

5 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ต้องกินฟอสฟอรัสเสริมไหม

โดยทั่วไปไม่ต้อง · ฟอสฟอรัสอยู่ในอาหารที่มีโปรตีนแทบทุกชนิด · คนส่วนใหญ่ได้เกินความต้องการอยู่แล้ว โดยเฉพาะผู้ที่กินอาหารแปรรูปบ่อย

น้ำอัดลมทำให้กระดูกบางจริงไหม

งานวิจัยพบความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มน้ำอัดลมสีเข้มปริมาณมากกับความหนาแน่นกระดูกที่ต่ำกว่าในบางกลุ่ม · แต่ยังแยกได้ยากว่ามาจากฟอสฟอริกแอซิดเอง หรือจากการที่ดื่มแทนนมและเครื่องดื่มที่ให้แคลเซียม

ผู้ป่วยโรคไตต้องทำอย่างไร

ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์และนักกำหนดอาหารเท่านั้น · การจำกัดฟอสฟอรัสในโรคไตเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ขึ้นกับระยะของโรคและผลเลือด · ห้ามปรับอาหารหรือใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

ฟอสฟอรัสในผักกับในเนื้อสัตว์ต่างกันไหม

ต่างที่การดูดซึม · ฟอสฟอรัสในพืชส่วนใหญ่อยู่ในรูปกรดไฟติกซึ่งดูดซึมได้น้อยกว่า · ส่วนฟอสเฟตที่เติมในอาหารแปรรูปดูดซึมได้เกือบทั้งหมด จึงมีผลต่อปริมาณที่ร่างกายได้รับจริงมากที่สุด

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังต้องควบคุมฟอสฟอรัสภายใต้การดูแลของแพทย์และนักกำหนดอาหาร ห้ามปรับเองตามข้อมูลทั่วไป
  • วิตามินเค 2 ในผลิตภัณฑ์บางสูตร ไม่เหมาะกับผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด · ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
  • การเสริมแร่ธาตุหลายชนิดพร้อมกันโดยไม่มีข้อบ่งชี้ อาจรบกวนสมดุลของแร่ธาตุตัวอื่น
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Calvo MS, Uribarri J — Public health impact of dietary phosphorus excess. The American Journal of Clinical Nutrition.
  2. Chang AR, Anderson C — Dietary phosphorus intake and the kidney. Annual Review of Nutrition.
  3. Institute of Medicine — Dietary Reference Intakes for Calcium, Phosphorus, Magnesium, Vitamin D, and Fluoride.
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →