เจ็ทแล็กบินข้ามโซนเวลา นอนไม่หลับ เพลียทั้งวัน กินอะไรดี? ปรับนาฬิกาชีวิตให้เร็วขึ้น

คนที่บินข้ามโซนเวลาบ่อย ไม่ว่าจะเพื่อธุรกิจหรือท่องเที่ยว มักเจอปัญหาเดียวกันคือกลางคืนนอนไม่หลับ กลางวันง่วงจนทำงานไม่ได้ ท้องไส้ปั่นป่วน และสมาธิตก · อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความเหนื่อยของการเดินทางเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากนาฬิกาชีวิตในร่างกายที่ยังอยู่คนละเวลากับปลายทาง · บทความนี้อธิบายกลไกที่เกิดขึ้น วิธีใช้แสงและตารางกิจกรรมปรับนาฬิกาชีวิต สิ่งที่ช่วยได้ระหว่างบิน และข้อควรระวังสำหรับผู้ที่ใช้ยาประจำ

แสงคือสัญญาณหลักของนาฬิกาชีวิต
การเลือกเวลารับแสง
สำคัญกว่าการนอนเพิ่ม
ตะวันออกปรับยากกว่าตะวันตก
เพราะต้องเร่งนาฬิกา
ไม่ใช่ถ่วงให้ช้าลง
ขาบวมและลิ่มเลือดคือความเสี่ยงจริง
ของเที่ยวบินยาว
ที่ต้องลุกขยับเป็นระยะ

ร่างกายมีนาฬิกาชีวิตที่ควบคุมจังหวะการหลับ ตื่น อุณหภูมิร่างกาย และการหลั่งฮอร์โมนหลายชนิด และนาฬิกานี้ถูกตั้งด้วยสัญญาณจากภายนอกโดยเฉพาะแสง · เมื่อบินข้ามหลายโซนเวลาในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เวลาภายนอกเปลี่ยนทันทีแต่นาฬิกาในร่างกายยังเดินตามเดิม จึงเกิดความไม่ตรงกันที่เรียกว่าเจ็ทแล็ก · โดยเฉลี่ยร่างกายปรับตัวได้ประมาณวันละหนึ่งโซนเวลา และการบินไปทางตะวันออกมักปรับยากกว่าเพราะต้องทำให้นาฬิกาชีวิตเร็วขึ้น ซึ่งขัดกับแนวโน้มตามธรรมชาติของร่างกายที่ยาวกว่า 24 ชั่วโมงเล็กน้อย · เครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการปรับคือแสง โดยเฉพาะแสงแดดธรรมชาติในช่วงเวลาที่เหมาะสมกับทิศทางที่บิน · เครื่องมือรองลงมาคือเวลาอาหาร การออกกำลังกาย และการจัดตารางกิจกรรมให้ตรงกับเวลาท้องถิ่นทันทีที่ถึง · นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่ต้องระวังระหว่างเที่ยวบินยาว ทั้งการขาดน้ำจากอากาศแห้งในห้องโดยสาร และความเสี่ยงของลิ่มเลือดที่ขาจากการนั่งนาน

1 ใช้แสงปรับนาฬิกาชีวิตให้ถูกทิศ

  • บินไปทางตะวันออก — ต้องการให้นาฬิกาเร็วขึ้น จึงควรรับแสงแดดในช่วงเช้าของปลายทาง และเลี่ยงแสงจ้าในช่วงค่ำ
  • บินไปทางตะวันตก — ต้องการให้นาฬิกาช้าลง จึงควรรับแสงในช่วงบ่ายถึงเย็นของปลายทาง
  • ออกไปเดินกลางแจ้งทันทีที่ถึง — ได้ผลมากกว่าการอยู่ในห้องที่ปิดม่าน
  • ใช้ม่านทึบและแว่นกันแดดเป็นเครื่องมือเลี่ยงแสง — ในช่วงที่ไม่ควรรับแสง
  • สิ่งที่ควรจำ — ถ้าอยู่ปลายทางไม่ถึง 2-3 วัน การคงตารางเดิมของบ้านไว้อาจง่ายกว่าการพยายามปรับ

2 เตรียมตัวก่อนบินและปฏิบัติตัวบนเครื่อง

  • เลื่อนเวลานอนล่วงหน้า 2-3 วัน — ครั้งละ 30-60 นาทีไปในทิศทางของปลายทาง
  • ตั้งนาฬิกาเป็นเวลาปลายทางทันทีที่ขึ้นเครื่อง — แล้วกินและนอนตามเวลานั้น
  • ดื่มน้ำให้พอ — อากาศในห้องโดยสารแห้งมากและทำให้รู้สึกเพลียกว่าปกติ
  • จำกัดแอลกอฮอล์และคาเฟอีนบนเครื่อง — ทั้งคู่รบกวนคุณภาพการนอนและเพิ่มการขาดน้ำ
  • สิ่งที่ควรทำ — ลุกเดินและกระดกข้อเท้าทุก 1-2 ชั่วโมงในเที่ยวบินยาว เพื่อลดความเสี่ยงของลิ่มเลือดที่ขา

3 ถึงปลายทางแล้วทำอย่างไร

  • เข้าตารางท้องถิ่นทันที — กินตามมื้อของที่นั่น และนอนตามเวลาของที่นั่น
  • ถ้าจำเป็นต้องงีบ ให้ไม่เกิน 20-30 นาทีและไม่ใกล้เวลานอน — การงีบยาวตอนบ่ายทำให้ปรับตัวช้าลง
  • ออกกำลังเบา ๆ ในช่วงกลางวัน — ช่วยส่งสัญญาณว่าเป็นเวลาตื่น
  • มื้อเย็นเบาและไม่ดึกเกินไป — เพื่อไม่ให้ระบบย่อยรบกวนการนอนคืนแรก
  • สิ่งที่ควรจำ — คืนแรกมักหลับไม่ดีเป็นเรื่องปกติ ไม่ควรกังวลจนทำให้ยิ่งนอนไม่หลับ
Lipo Mg ให้แมกนีเซียม 3 รูปแบบในแคปซูลเดียว — แมกนีเซียมลิโพโซม Liposovit®-Mg 300 มก. แมกนีเซียมซิเตรต 175 มก. และแมกนีเซียมออกไซด์ 30 มก. · เทคโนโลยีลิโพโซมช่วยเรื่องการดูดซึม ซึ่งเป็นจุดที่แมกนีเซียมรูปแบบธรรมดามักถูกตั้งคำถาม · มีเลข อย. 26-1-10867-5-0047 และผ่านการรับรองฮาลาล

4 ตัวช่วยที่มีคนพูดถึงบ่อยและสิ่งที่ต้องระวัง

  • เมลาโทนิน — ในประเทศไทยจัดเป็นยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ซื้อเองได้ จึงต้องปรึกษาแพทย์
  • แมกนีเซียม — เกี่ยวข้องกับการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาทตามปกติ และเป็นตัวที่หลายคนใช้ในกิจวัตรก่อนนอน
  • คาเฟอีน — ใช้ช่วยตื่นในช่วงกลางวันได้ แต่ต้องเลี่ยงในช่วง 6-8 ชั่วโมงก่อนเวลานอนของปลายทาง
  • ยานอนหลับ — ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น และมีข้อควรระวังในเที่ยวบินยาวเรื่องการนั่งนิ่งนาน
  • สิ่งที่ควรจำ — ตัวช่วยใด ๆ ได้ผลน้อยถ้าไม่จัดการเรื่องแสงและตารางกิจกรรมให้ถูกก่อน

5 เมื่อไรควรพบแพทย์

  • ขาบวมข้างเดียว แดง ร้อน กดเจ็บน่อง หรือเจ็บหน้าอกหลังบินยาว — ต้องไปโรงพยาบาลทันที
  • นอนไม่หลับต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์หลังกลับถึงบ้าน — ควรให้แพทย์ประเมิน
  • ง่วงจนหลับในระหว่างขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักร — เป็นเรื่องความปลอดภัยที่ต้องจัดการทันที
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวและต้องกินยาตามเวลา — ควรให้เภสัชกรช่วยวางตารางยาข้ามโซนเวลาก่อนเดินทาง
  • สิ่งที่ควรทำ — ผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้อินซูลินต้องวางแผนกับแพทย์ล่วงหน้าเสมอ ห้ามปรับเอง

6 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เจ็ทแล็กหายเองกี่วัน

โดยเฉลี่ยร่างกายปรับตัวได้ประมาณวันละหนึ่งโซนเวลา · การบินไปทางตะวันออกมักใช้เวลานานกว่าทางตะวันตก · การใช้แสงแดดให้ถูกช่วงเวลาและเข้าตารางท้องถิ่นทันทีช่วยให้เร็วขึ้นได้

ควรกินเมลาโทนินไหม

ในประเทศไทยเมลาโทนินจัดเป็นยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ซื้อใช้เองได้ · จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทางถ้าคิดจะใช้ และไม่ควรซื้อจากแหล่งที่ตรวจสอบไม่ได้

บินยาวควรทำอะไรบนเครื่องบ้าง

ตั้งนาฬิกาเป็นเวลาปลายทางตั้งแต่ขึ้นเครื่อง ดื่มน้ำสม่ำเสมอ จำกัดแอลกอฮอล์และคาเฟอีน และลุกเดินหรือกระดกข้อเท้าทุก 1-2 ชั่วโมงเพื่อลดความเสี่ยงของลิ่มเลือดที่ขา

ถึงปลายทางแล้วง่วงมาก ควรนอนเลยไหม

ถ้าถึงตอนกลางวันของปลายทาง ควรอยู่ให้ถึงเวลานอนท้องถิ่น และถ้าจำเป็นต้องงีบให้ไม่เกิน 20-30 นาที · การนอนยาวตอนกลางวันทำให้นาฬิกาชีวิตปรับตัวช้าลงและคืนนั้นจะยิ่งหลับยาก

คนกินยาประจำต้องเตรียมอะไร

ควรให้เภสัชกรช่วยวางตารางเวลายาสำหรับการข้ามโซนเวลาก่อนเดินทาง และพกยาในกระเป๋าถือพร้อมใบสั่งยา · ผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้อินซูลินต้องวางแผนกับแพทย์ล่วงหน้าเสมอ ห้ามปรับขนาดยาเอง

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ไม่มีสารอาหารใดที่ใช้แทนการนอน — การนอนไม่พอสะสมมีผลต่อความปลอดภัยในการขับขี่และการทำงานโดยตรง
  • เมลาโทนินในประเทศไทยเป็นยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ซื้อใช้เองได้
  • ผู้ที่ต้องกินยาตามเวลา โดยเฉพาะยาเบาหวานและยาหัวใจ ต้องวางแผนตารางยาข้ามโซนเวลากับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเดินทาง
  • ในเที่ยวบินยาวต้องลุกขยับเป็นระยะเพื่อลดความเสี่ยงของลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ
  • ขาข้างเดียวบวม แดง ร้อน กดเจ็บน่อง หรือเจ็บหน้าอกและหายใจไม่อิ่มร่วมด้วย ต้องไปโรงพยาบาลทันที เพราะเป็นลักษณะของลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ ไม่ใช่อาการเมื่อยขาจากการยืนนานที่รอนวดได้
  • ง่วงจนควบคุมตัวไม่ได้ระหว่างขับรถหรือคุมเครื่องจักร หลับในบ่อย ๆ หรือหยุดหายใจขณะหลับ ต้องพบแพทย์เพื่อตรวจการนอน ไม่ใช่เรื่องที่แก้ด้วยการอดทนหรือดื่มกาแฟเพิ่ม
  • ห้ามหยุด ลด หรือปรับขนาดยาที่แพทย์สั่งเองเพราะเริ่มกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างต้องผ่านแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. American Academy of Sleep Medicine — Clinical Practice Guideline for the Treatment of Intrinsic Circadian Rhythm Sleep-Wake Disorders.
  2. US Centers for Disease Control and Prevention — Travelers’ Health: Jet Lag.
  3. Eastman CI, Burgess HJ — How To Travel the World Without Jet Lag. Sleep Medicine Clinics.
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →