โทษของวิตามินอี (Vitamin E) มีอะไรบ้าง? ขนาดที่สูงเกินไป เลือดออกง่าย และยาที่ห้ามกินคู่

วิตามินอี (Vitamin E) คือกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในไขมัน มีทั้งโทโคฟีรอลและโทโคไตรอีนอลอย่างละ 4 ชนิด · คำตอบสั้น ๆ ของคำถาม “วิตามินอีมีโทษไหม” คือ วิตามินอีจากอาหารแทบไม่มีปัญหาเลย แต่วิตามินอีเสริมขนาดสูงต่อเนื่องมีความเสี่ยงจริง 2 เรื่อง คือเลือดออกง่ายขึ้น และการรบกวนยาบางกลุ่ม · บทความนี้แยกให้ชัดว่าขนาดเท่าไรถือว่ามากเกินไป ใครห้ามใช้ ยาอะไรที่ห้ามกินคู่โดยไม่ปรึกษา และสัญญาณที่ต้องหยุดแล้วไปพบแพทย์

สะสมได้เพราะละลายในไขมัน
ต่างจากวิตามินซี
ที่ส่วนเกินถูกขับทางปัสสาวะ
ขัดขวางการทำงานของวิตามินเค
จึงเป็นที่มาของเรื่อง
เลือดออกง่ายเมื่อกินขนาดสูง
ไม่ใช่ยาบำรุงผิวที่ยิ่งเยอะยิ่งดี
งานวิจัยขนาดสูงหลายชิ้น
ให้ผลไปในทางไม่ดีขึ้น

สิ่งที่ทำให้วิตามินอีต่างจากวิตามินซี คือมันละลายในไขมัน ร่างกายจึงเก็บสะสมไว้ในตับและเนื้อเยื่อไขมันได้ ไม่ได้ขับส่วนเกินออกทางปัสสาวะทุกวัน · นี่คือเหตุผลที่คำว่า “เผื่อไว้” ใช้กับวิตามินอีไม่ได้ · กลไกของความเสี่ยงหลักคือเรื่องการแข็งตัวของเลือด — วิตามินอีขนาดสูงไปแย่งการทำงานของวิตามินเค ซึ่งเป็นวิตามินที่ร่างกายใช้สร้างปัจจัยการแข็งตัวของเลือด · ผลคือเลือดหยุดยากขึ้น ช้ำง่ายขึ้น และในผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่แล้ว ความเสี่ยงจะซ้อนทับกัน · ประเด็นที่สองคือรูปแบบบนฉลาก — แบบธรรมชาติเขียนว่า d-alpha-tocopherol ส่วนแบบสังเคราะห์เขียนว่า dl-alpha-tocopherol ทั้งสองนับหน่วยไม่เท่ากัน คนจำนวนมากจึงได้รับมากกว่าที่คิดโดยไม่รู้ตัว · เรื่องที่สามคือการกินซ้อน — วิตามินรวม น้ำมันปลาบางสูตร และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบบกิน มักมีวิตามินอีอยู่ด้วยทั้งหมด · สุดท้ายคือความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด — วิตามินอีขนาดสูงไม่ได้ทำให้ผิวดีขึ้นเป็นเงาตามที่โฆษณา และไม่ได้ป้องกันโรคหัวใจตามที่เคยเชื่อกันเมื่อ 20 ปีก่อน งานวิจัยรุ่นหลังไม่สนับสนุนความเชื่อนั้น

1 ผลข้างเคียงที่มีรายงานจริง — เรียงจากพบบ่อยไปหายาก

  • คลื่นไส้ แน่นท้อง ท้องเสีย — กลุ่มอาการทางเดินอาหารที่พบบ่อยที่สุด มักเกิดเมื่อกินขนาดสูงตอนท้องว่าง และมักดีขึ้นเมื่อลดขนาดหรือกินพร้อมอาหารที่มีไขมัน
  • อ่อนเพลีย ปวดหัว เวียนหัว — พบได้ในผู้ที่เริ่มขนาดสูงทันที
  • ช้ำง่าย เลือดออกง่าย — เลือดกำเดาไหล เหงือกมีเลือดซึมเวลาแปรงฟัน จ้ำเขียวที่เกิดง่ายกว่าเดิม · เป็นกลุ่มอาการที่ต้องจริงจังที่สุด ไม่ใช่เรื่องที่รอดูต่อ
  • ผื่นหรืออาการแพ้ — พบไม่บ่อย แต่ถ้ามีผื่นลมพิษ บวม หรือหายใจลำบาก ต้องหยุดและไปโรงพยาบาลทันที
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง — มีรายงานในการใช้ขนาดสูงมากต่อเนื่อง
  • สิ่งที่ควรจำ — คนที่ได้รับวิตามินอีจากอาหาร (ถั่ว เมล็ดพืช น้ำมันพืช อะโวคาโด ผักใบเขียว) แทบไม่มีรายงานผลข้างเคียงเลย ปัญหาเกือบทั้งหมดมาจากรูปแบบเม็ดขนาดสูง

2 ขนาดเท่าไรถือว่ามากเกินไป — และทำไมหน่วยบนฉลากทำให้สับสน

  • ความต้องการต่อวันของผู้ใหญ่อยู่ในหลัก 15 มก. ของแอลฟา-โทโคฟีรอล ซึ่งคนที่กินอาหารหลากหลายมักได้ใกล้เคียงอยู่แล้ว
  • ระดับสูงสุดที่รับได้ต่อวันจากรูปแบบเสริม (UL) อยู่ที่ราว 1,000 มก. ของแอลฟา-โทโคฟีรอลในผู้ใหญ่ · เกินจากนี้คือเขตที่ความเสี่ยงเรื่องเลือดออกเพิ่มขึ้นชัดเจน
  • IU กับ มก. ไม่เท่ากัน และแปลงไม่เหมือนกันระหว่างแบบธรรมชาติกับสังเคราะห์ — โดยคร่าว ๆ 1 IU ของแบบธรรมชาติ (d-) ประมาณ 0.67 มก. ส่วน 1 IU ของแบบสังเคราะห์ (dl-) ประมาณ 0.45 มก. · ผลคือฉลาก “400 IU” ของสองยี่ห้อให้ปริมาณจริงไม่เท่ากัน
  • ที่พบบ่อยคือการกินซ้อนโดยไม่รู้ — วิตามินรวม 1 เม็ด + สูตรบำรุงผิว 1 ซอง + น้ำมันปลาที่ใส่วิตามินอีกันหืน รวมกันแล้วอาจเกินที่ตั้งใจไว้มาก
  • สิ่งที่ควรทำ — เปิดฉลากทุกกล่องที่กินอยู่ บวกตัวเลขวิตามินอีให้เห็นเป็นตัวเลขเดียว แล้วค่อยตัดสินใจ

3 ยาที่ห้ามกินคู่โดยไม่ปรึกษาแพทย์

  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด — วาร์ฟาริน และยากลุ่มใหม่ (DOACs) · วิตามินอีขนาดสูงอาจเสริมฤทธิ์และเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่มีรายงานชัดเจนที่สุดของวิตามินอี
  • ยาต้านเกล็ดเลือด — แอสไพริน โคลพิโดเกรล · ทำงานคนละกลไกแต่ผลรวมไปทางเดียวกัน คือเลือดหยุดยากขึ้น
  • ยาเคมีบำบัดและการฉายรังสี — ผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาต้องให้แพทย์เจ้าของไข้เป็นผู้ตัดสินเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระขนาดสูงเท่านั้น ห้ามเริ่มเอง
  • ยาลดไขมันกลุ่มสแตตินและไนอาซิน — มีข้อมูลว่าสารต้านอนุมูลอิสระขนาดสูงอาจรบกวนผลต่อ HDL ในบางสูตรการรักษา
  • สมุนไพรและอาหารเสริมกลุ่มเลือดออกง่ายอื่น ๆ — น้ำมันปลาขนาดสูง แปะก๊วย กระเทียมสกัด ตังกุย ขิงสกัดขนาดสูง · หลายคนกินซ้อนกันโดยไม่รู้ว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน
  • สิ่งที่ควรทำ — ถ่ายรูปฉลากทุกตัวที่กินอยู่ไปให้เภสัชกรดูครั้งเดียว ได้คำตอบตรงกว่าการเดา

4 ใครควรระวังเป็นพิเศษ และใครควรหยุดก่อนหัตถการ

  • ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด — กลุ่มที่ต้องปรึกษาก่อนเสมอ ไม่มีข้อยกเว้น
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ เกล็ดเลือดต่ำ หรือขาดวิตามินเค
  • ผู้ที่กำลังจะผ่าตัด ทำหัตถการ หรือถอนฟัน — ควรหยุดวิตามินอีขนาดสูงล่วงหน้าราว 2 สัปดาห์ และแจ้งทีมผู้รักษาทุกครั้ง
  • ผู้ที่เคยมีโรคหลอดเลือดสมองชนิดเลือดออก — ต้องให้แพทย์เป็นผู้พิจารณาเท่านั้น
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร — ไม่ควรเสริมขนาดสูงเอง ควรใช้ตามที่แพทย์แนะนำ
  • เด็ก — ไม่ควรแบ่งขนาดผู้ใหญ่ให้เด็ก เพราะขีดจำกัดต่อวันของเด็กต่ำกว่าผู้ใหญ่มาก
  • สิ่งที่ควรจำ — “วิตามิน” ไม่ได้แปลว่าไม่มีข้อห้าม วิตามินที่ละลายในไขมันทุกตัวมีเพดานของมัน
BLB P เป็นซอฟต์เจลที่รวมน้ำมันสกัดเย็นจากพืช 9 ชนิด — ถั่วดาวอินคา 100 มก. เมล็ดแฟลกซ์ 90 มก. ทานตะวันไฮโอเลอิก 90 มก. รำข้าว 80 มก. งา 50 มก. มะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิน 35 มก. กระเทียม 30 มก. เพอริลลา 20 มก. และโคเอนไซม์คิวเท็น 5 มก. · เป็นแหล่งโอเมก้า-3 สายสั้น (ALA) จากพืชสำหรับผู้ที่ไม่กินน้ำมันปลา · มีเลข อย. 26-1-10867-5-0050 และผ่านการรับรองฮาลาล

5 กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์โดยความเสี่ยงต่ำที่สุด

  • เอาจากอาหารเป็นฐานก่อน — เมล็ดทานตะวัน อัลมอนด์ น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก อะโวคาโด และผักใบเขียว ให้วิตามินอีในรูปที่มาพร้อมไขมันดีและสารอื่น ๆ
  • ถ้าจะเสริม ให้ดูตัวเลขเป็น มก. และดูว่าเป็น d- หรือ dl- แล้วจดไว้ว่าวันนี้ได้รวมเท่าไรจากทุกผลิตภัณฑ์
  • กินพร้อมมื้อที่มีไขมัน — เพราะเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน กินตอนท้องว่างได้น้อยกว่าและแน่นท้องง่ายกว่า
  • เลือกสูตรที่มีโทโคฟีรอลรวม (mixed tocopherols) มากกว่าแอลฟาเดี่ยวขนาดสูง — เพราะการให้แอลฟาสูงมากเดี่ยว ๆ ต่อเนื่องอาจกดระดับแกมมา-โทโคฟีรอลในร่างกาย
  • ประเมินทุก 2-3 เดือน — ไม่ใช่กินขนาดสูงไปเรื่อย ๆ โดยไม่ทบทวน
  • สิ่งที่ควรทำ — แจ้งแพทย์ทุกครั้งก่อนตรวจเลือดหรือก่อนหัตถการว่ากินวิตามินอีอยู่เท่าไร

6 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

วิตามินอีกินทุกวันได้ไหม

ถ้าเป็นขนาดใกล้เคียงความต้องการต่อวันและไม่มีข้อห้าม ถือว่ากินต่อเนื่องได้ · แต่ขนาดสูงหลายร้อยมิลลิกรัมต่อวันไม่ควรกินยาวโดยไม่ทบทวน และผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

วิตามินอีทำให้ผิวขาวขึ้นไหม

ไม่ · วิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยดูแลเยื่อหุ้มเซลล์ แต่ไม่ได้ทำให้ผิวขาวขึ้น และการกินขนาดสูงขึ้นไม่ได้ให้ผลเรื่องผิวมากขึ้นตามไปด้วย · สิ่งที่มีหลักฐานเรื่องสีผิวคือการกันแดดอย่างสม่ำเสมอ

กินวิตามินอี 400 IU ทุกวันอันตรายไหม

400 IU ยังต่ำกว่าระดับสูงสุดต่อวัน แต่ไม่ใช่ขนาดที่ทุกคนจำเป็นต้องได้ · ประเด็นสำคัญกว่าคือคุณกินซ้อนจากผลิตภัณฑ์อื่นอีกเท่าไร และคุณใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่หรือไม่ · ถ้าใช้ยากลุ่มนั้นอยู่ ต้องปรึกษาก่อนเสมอ

วิตามินอีธรรมชาติกับสังเคราะห์ ต่างกันตรงไหน

แบบธรรมชาติคือ d-alpha-tocopherol ร่างกายเก็บไว้ได้ดีกว่า ส่วนแบบสังเคราะห์คือ dl-alpha-tocopherol ซึ่งเป็นส่วนผสมของหลายไอโซเมอร์และออกฤทธิ์ต่อหน่วยน้อยกว่า · การแปลง IU เป็น มก. จึงไม่เท่ากัน ต้องอ่านฉลากให้ละเอียด

กินวิตามินอีแล้วช้ำง่ายขึ้น ควรทำอย่างไร

ควรหยุดและปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร อย่าปรับขนาดเอง · อาการช้ำง่าย เลือดกำเดาไหล หรือเลือดออกตามไรฟันในผู้ที่กินวิตามินอีขนาดสูง เป็นสัญญาณที่ตรงกับกลไกที่รู้จักของมัน และควรได้รับการตรวจ ไม่ใช่รอดูเอง

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด ห้ามเริ่มวิตามินอีขนาดสูงเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
  • ต้องหยุดวิตามินอีขนาดสูงก่อนผ่าตัด ทำหัตถการ หรือถอนฟันประมาณ 2 สัปดาห์ และแจ้งทีมผู้รักษาทุกครั้ง
  • ผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา ห้ามเริ่มสารต้านอนุมูลอิสระขนาดสูงเองโดยไม่ให้แพทย์เจ้าของไข้พิจารณา
  • เลือดกำเดาไหลบ่อย ช้ำง่ายผิดปกติ เลือดออกตามไรฟันไม่หยุด อุจจาระสีดำเหมือนยางมะตอย หรือปวดหัวรุนแรงเฉียบพลันร่วมกับแขนขาอ่อนแรง ในผู้ที่กินวิตามินอีขนาดสูง ต้องหยุดและไปโรงพยาบาลทันที เพราะวิตามินอีขนาดสูงมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  • คลื่นไส้อาเจียนต่อเนื่อง ปวดท้องรุนแรง สับสน หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือปัสสาวะออกน้อยลง หลังได้รับวิตามินหรือแร่ธาตุขนาดสูง ต้องหยุดและไปโรงพยาบาลทันที พร้อมนำฉลากผลิตภัณฑ์ทุกตัวที่กินอยู่ไปให้แพทย์ดู
  • ผื่นลมพิษขึ้นเร็วทั้งตัว ปากหรือตาบวม แน่นหน้าอก หายใจลำบาก เสียงแหบ หรือหน้ามืด หลังกินอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เป็นภาวะแพ้รุนแรง ต้องโทร 1669 ทันที ไม่ใช่อาการที่รอดูหรือกินยาแก้แพ้เองแล้วนอนรอได้
  • มากกว่าไม่เท่ากับดีกว่า — วิตามินและแร่ธาตุหลายตัวมีระดับสูงสุดที่รับได้ต่อวัน (Tolerable Upper Intake Level) การกินซ้อนกันหลายยี่ห้อโดยไม่รวมปริมาณคือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการได้รับเกิน
  • ต้องบวกปริมาณสารตัวเดียวกันจากทุกผลิตภัณฑ์ที่กินอยู่ รวมทั้งวิตามินรวม นมผง และเครื่องดื่มเสริมสารอาหาร เพราะคนส่วนใหญ่ที่ได้รับเกินไม่ได้ตั้งใจ แต่เกิดจากการกินซ้อนโดยไม่รู้ตัว
  • ห้ามคำนวณขนาดวิตามินหรือแร่ธาตุขนาดสูงให้ตัวเองจากบทความหรือคลิปในอินเทอร์เน็ต ขนาดที่เหมาะสมต้องมาจากผลตรวจและการประเมินของแพทย์หรือเภสัชกร
  • ต้องแจ้งแพทย์และเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการทุกครั้งว่ากินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอะไรอยู่บ้าง เพราะผลตรวจที่คลาดเคลื่อนนำไปสู่การวินิจฉัยและการรักษาที่ผิดพลาดได้
  • ห้ามแบ่งหรือลดขนาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้ใหญ่ให้เด็กกินเอง เพราะเด็กมีขีดจำกัดการรับวิตามินที่ละลายในไขมันและแร่ธาตุต่ำกว่าผู้ใหญ่มาก และควรให้กุมารแพทย์หรือเภสัชกรเป็นผู้แนะนำ
  • ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีเลข อย. ไทย ไม่มีฉลากภาษาไทย หรือซื้อจากผู้ขายที่ตรวจสอบไม่ได้ คือของที่ไม่มีใครรับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา และเคยพบการปนปลอมยาแผนปัจจุบันในสินค้ากลุ่มนี้มาแล้ว
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี
  • หากอาการไม่ดีขึ้นใน 2 สัปดาห์ เป็นซ้ำบ่อย หรือรุนแรงขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง

อ้างอิง

  1. NIH Office of Dietary Supplements — Vitamin E: Fact Sheet for Health Professionals.
  2. EFSA Panel on Dietetic Products, Nutrition and Allergies — Tolerable Upper Intake Level of Vitamin E.
  3. Institute of Medicine — Dietary Reference Intakes for Vitamin C, Vitamin E, Selenium, and Carotenoids.
  4. Pastori D, et al. Vitamin E and bleeding risk in patients on anticoagulant therapy: a review.
  5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →