ซีสต์ใต้ผิวหนัง (Epidermoid Cyst) ก้อนนูนกลิ่นเหม็นเวลาบีบ เกิดจากอะไร ต่างจากสิวหัวช้างและก้อนไขมันยังไง บีบเองได้ไหม อักเสบแล้วทำยังไง และเมื่อไรต้องพบแพทย์

ซีสต์ใต้ผิวหนัง (Epidermoid Cyst) หรือที่คนไทยมักเรียกว่า “ซีสต์ไขมัน” (sebaceous cyst) คือก้อนกลมนูนใต้ผิวที่ขยับได้เล็กน้อย มักมีจุดดำเล็ก ๆ ตรงกลาง และเวลาบีบจะมีสารขาวข้นคล้ายชีสกลิ่นเหม็นออกมา พบบ่อยที่หน้า คอ หลังหู แผ่นหลัง และหน้าอก · คำตอบสั้น ๆ คือ ซีสต์ชนิดนี้เป็นถุงที่ผนังเป็นเซลล์ผิวหนัง ภายในมีเคราตินสะสม ส่วนใหญ่ไม่ร้ายแรงและไม่ใช่มะเร็ง แต่อักเสบหรือติดเชื้อได้ — ไม่ควรบีบหรือเจาะเอง เพราะถุงอาจแตกใต้ผิวทำให้อักเสบหนัก เป็นแผลเป็น และกลับมาซ้ำ ถ้าอักเสบให้ประคบอุ่นแล้วพบแพทย์ ถ้าต้องการเอาออกให้หายถาวร แพทย์จะผ่าตัดเอาถุงออกทั้งถุงในช่วงที่ไม่อักเสบ · ก้อนที่โตเร็ว แข็ง ยึดติด หรือเจ็บมาก ต้องให้แพทย์ตรวจ · บทความนี้อธิบายสาเหตุ วิธีแยกจากก้อนอื่น การดูแลตอนอักเสบ ทางเลือกการรักษาโดยแพทย์ และสัญญาณอันตราย

จุดดำตรงกลาง
รูเปิดของถุง
(punctum)
สารขาวกลิ่นเหม็น
คือเคราติน
ไม่ใช่ไขมันหรือหนอง
ผ่าเอาถุงออก
ลดการกลับ
เป็นซ้ำได้มากที่สุด

เรื่องแรกคือรู้จักซีสต์ให้ถูก — ลักษณะ ตำแหน่ง และสิ่งที่อยู่ข้างใน · เรื่องที่สองคือแยกให้ออกจากก้อนอื่น เช่น สิวหัวช้าง ก้อนไขมัน ฝี และถุงน้ำที่ข้อมือ ซึ่งดูแลต่างกัน · เรื่องที่สามคือการดูแลตัวเองตอนอักเสบ และเหตุผลที่ไม่ควรบีบ · เรื่องสุดท้ายคือการรักษาโดยแพทย์และสัญญาณอันตราย รวมถึงบทบาทของสารอาหารที่ต้องพูดกันตรง ๆ

1 อาการและลักษณะของซีสต์ใต้ผิวหนัง

  • ก้อนกลมใต้ผิว — ขนาดตั้งแต่เม็ดถั่วเขียวจนถึงหลายเซนติเมตร คลำแล้วค่อนข้างแน่นแต่ขยับได้เล็กน้อยใต้ผิว
  • จุดดำตรงกลาง (punctum) — รูเปิดเล็ก ๆ ของถุงที่หลายคนเห็นเป็นจุดคล้ายสิวหัวดำ ไม่ใช่ทุกก้อนที่มองเห็นชัด
  • สารขาวข้นกลิ่นเหม็น — เมื่อถูกกดหรือบีบ อาจมีสารสีขาวถึงเหลืองเนื้อคล้ายชีสออกมา สารนี้คือเคราตินจากเซลล์ผิวที่สะสมในถุง ไม่ใช่ไขมันหรือหนองโดยตรง
  • ตำแหน่งที่พบบ่อย — ใบหน้า หลังหู ติ่งหู คอ แผ่นหลังส่วนบน หน้าอก และบางครั้งที่หนังศีรษะหรืออวัยวะเพศ
  • ปกติไม่เจ็บ — ก้อนอาจอยู่เฉย ๆ ได้นานหลายปี โตช้า ๆ หรือคงที่
  • เมื่ออักเสบ — ก้อนจะบวมแดง ร้อน เจ็บ โตขึ้นเร็วในไม่กี่วัน บางครั้งแตกออกมีสารปนหนองไหล

ซีสต์ใต้ผิวหนังไม่ติดต่อ และไม่ได้เกิดจากความสกปรก หลายคนมีเพียง 1 ก้อน บางคนมีหลายก้อนในหลายตำแหน่ง

2 สาเหตุและกลไก: ซีสต์เกิดขึ้นได้อย่างไร

ผิวหนังชั้นนอกผลัดเซลล์และสร้างเคราตินออกสู่ผิวตลอดเวลา ซีสต์เกิดเมื่อเซลล์ผิวชั้นนอกเข้าไปอยู่ใต้ผิว แล้วสร้างเป็นผนังถุง เคราตินที่ควรหลุดออกไปจึงสะสมอยู่ข้างในจนเป็นก้อน

  • รูขุมขนอุดตันหรือบาดเจ็บ — ส่วนบนของรูขุมขนที่อักเสบหรือบาดเจ็บซ้ำ ๆ เป็นจุดเริ่มต้นที่พบบ่อย
  • บาดแผลหรือการผ่าตัดเดิม — แผลที่ทำให้เซลล์ผิวถูกดันลงไปใต้ผิว อาจกลายเป็นซีสต์ภายหลัง
  • สิวที่เป็นมานาน — คนที่มีสิวรุนแรงบริเวณหน้าและหลัง พบซีสต์ร่วมด้วยได้บ่อยกว่า
  • วัยและเพศ — พบบ่อยในวัยผู้ใหญ่ และในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
  • ภาวะทางพันธุกรรมที่พบน้อย — คนที่มีซีสต์จำนวนมากตั้งแต่อายุน้อย โดยเฉพาะในเด็ก อาจสัมพันธ์กับกลุ่มอาการทางพันธุกรรมบางชนิด ควรให้แพทย์ประเมิน

เหตุที่ซีสต์มักกลับมาซ้ำหลังบีบหรือเจาะระบาย เป็นเพราะผนังถุงยังอยู่ ตราบใดที่ผนังถุงยังสร้างเคราตินได้ ก้อนก็จะค่อย ๆ เต็มขึ้นมาใหม่

3 ซีสต์ สิวหัวช้าง ก้อนไขมัน หรือฝี: ตารางเทียบ

ก้อนใต้ผิวหลายชนิดหน้าตาคล้ายกัน ตารางนี้เป็นแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น การวินิจฉัยที่แน่นอนต้องให้แพทย์ตรวจ บางครั้งต้องใช้อัลตราซาวด์หรือส่งชิ้นเนื้อตรวจ

ประเด็น ซีสต์ใต้ผิวหนัง สิวหัวช้าง ก้อนไขมัน (Lipoma) ฝีหนอง
ลักษณะ กลม แน่น ขยับได้ มักมีจุดดำตรงกลาง ก้อนแดงลึกใต้ผิว เจ็บ หลายเม็ด นุ่มคล้ายยาง ขยับได้ง่าย ไม่มีรูเปิด บวมแดงร้อน เจ็บมาก มีหัวหนอง
สิ่งที่อยู่ข้างใน เคราตินสีขาวกลิ่นเหม็น การอักเสบในรูขุมขน เนื้อเยื่อไขมัน หนองจากการติดเชื้อ
ตำแหน่งที่พบบ่อย หน้า หลังหู คอ หลัง หน้า กรอบหน้า หลัง ลำตัว แขน คอ ไหล่ ได้ทุกที่ โดยเฉพาะจุดเสียดสี
ความเร็วในการเกิด โตช้า อาจอักเสบเร็วเป็นช่วง ขึ้นเป็นช่วง ๆ ตามสิว โตช้ามากเป็นปี เกิดเร็วในไม่กี่วัน
ผู้ที่ดูแล แพทย์ผิวหนังหรือศัลยแพทย์ แพทย์ผิวหนัง ศัลยแพทย์ถ้าต้องการเอาออก แพทย์ ระบายหนองและพิจารณายา

ส่วนก้อนที่ข้อมือหรือหลังเท้าซึ่งนูนขึ้นตามข้อต่อ มักเป็นถุงน้ำแกงเกลียน ซึ่งเป็นคนละชนิดกัน อ่านเพิ่มได้ที่ ถุงน้ำที่ข้อมือ ดูแลยังไง

4 ทำไมไม่ควรบีบหรือเจาะซีสต์เอง

  • ถุงแตกใต้ผิว — แรงบีบดันให้เคราตินทะลักออกนอกถุงเข้าไปในเนื้อเยื่อรอบ ๆ ร่างกายตอบสนองด้วยการอักเสบรุนแรง ก้อนบวมแดงเจ็บใหญ่กว่าเดิม
  • ติดเชื้อ — เข็ม มีด หรือเล็บที่ไม่ปลอดเชื้อนำเชื้อแบคทีเรียเข้าไป อาจกลายเป็นฝีหนองที่ต้องระบายหนองโดยแพทย์
  • แผลเป็นและรอยดำ — การอักเสบซ้ำ ๆ ทิ้งแผลเป็นนูนหรือบุ๋ม และรอยคล้ำที่ใช้เวลานานกว่าจะจาง
  • กลับมาเป็นซ้ำ — การบีบเอาสารข้างในออกไม่ได้เอาผนังถุงออก ก้อนจึงกลับมาที่เดิม และพังผืดจากการอักเสบทำให้การผ่าตัดในอนาคตยากขึ้น
  • อาจไม่ใช่ซีสต์ — ก้อนที่คิดว่าเป็นซีสต์อาจเป็นก้อนชนิดอื่นที่ต้องตรวจ การเจาะเองทำให้พลาดโอกาสตรวจที่ถูกต้อง

คลิปบีบซีสต์ที่เห็นในโซเชียลมักเป็นหัตถการของแพทย์ในสภาวะปลอดเชื้อ ที่ใช้ยาชาและเครื่องมือเฉพาะ ไม่ควรเลียนแบบที่บ้าน

5 การดูแลตัวเองเมื่อซีสต์อักเสบหรือยังไม่อักเสบ

สถานการณ์ ควรทำ ไม่ควรทำ
ซีสต์ไม่อักเสบ ไม่เจ็บ สังเกตขนาด ถ่ายรูปเก็บไว้เทียบ ถ้ารบกวนหรือกังวลให้ปรึกษาแพทย์เรื่องผ่าตัด บีบ กด หรือเจาะเพื่อให้ยุบ
เริ่มแดง ร้อน เจ็บ ประคบอุ่นด้วยผ้าสะอาดครั้งละ 10-15 นาที วันละหลายครั้ง แล้วนัดพบแพทย์ บีบเอาหนองออก ทายาที่ไม่รู้ส่วนผสม
แตกเองมีสารไหล ล้างด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือ ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซสะอาด เปลี่ยนเมื่อเปียก แคะหรือบีบให้ออกหมด
อักเสบร่วมกับไข้ หรือแดงลาม พบแพทย์วันนั้น รอดูอาการหลายวัน
หลังผ่าตัด ดูแลแผลตามที่แพทย์สั่ง มาตัดไหมตามนัด ให้แผลเปียกหรือเสียดสีก่อนเวลาที่แพทย์อนุญาต
  • ลดการเสียดสี — ซีสต์ที่หลังหรือคอที่ถูกสายกระเป๋าหรือปกเสื้อถูบ่อย มีโอกาสอักเสบมากขึ้น
  • ดูแลผิวบริเวณนั้นให้สะอาด — อาบน้ำตามปกติ ไม่ต้องขัดแรง
  • ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะเหลือจากครั้งก่อน — การอักเสบของซีสต์ไม่ได้เกิดจากเชื้อเสมอไป แพทย์จะพิจารณาว่าจำเป็นต้องใช้หรือไม่

6 การรักษาโดยแพทย์: ทางเลือกและสิ่งที่ควรรู้

วิธี ใช้เมื่อ สิ่งที่ควรรู้
ฉีดสเตียรอยด์เข้าก้อน ซีสต์อักเสบแต่ยังไม่เป็นหนอง ช่วยลดการอักเสบและอาการบวม แต่ไม่ได้เอาถุงออก
เจาะระบาย เป็นหนอง บวมตึง เจ็บมาก บรรเทาอาการได้เร็ว แต่มีโอกาสกลับเป็นซ้ำสูงเพราะผนังถุงยังอยู่
ผ่าตัดเอาถุงออกทั้งถุง ช่วงที่ไม่อักเสบ ก้อนรบกวนหรือเป็นซ้ำ ลดการกลับเป็นซ้ำได้มากที่สุด มักทำแบบผู้ป่วยนอกด้วยยาชาเฉพาะที่ อาจส่งชิ้นเนื้อตรวจ
เทคนิคแผลเล็กบางแบบ ตามดุลยพินิจของแพทย์ แผลเล็กกว่า แต่ขึ้นกับขนาดและตำแหน่งของก้อน

แพทย์มักแนะนำให้รอให้การอักเสบสงบก่อนผ่าตัดเอาถุงออก เพราะถุงที่อักเสบเปราะและแยกจากเนื้อเยื่อรอบ ๆ ยาก ถ้าเอาออกไม่หมดก็มีโอกาสเป็นซ้ำ การผ่าตัดซีสต์เล็ก ๆ ส่วนใหญ่เป็นหัตถการเล็กที่กลับบ้านได้ในวันเดียว

7 บทบาทของสารอาหารต่อผิว: เชิงเสริมเท่านั้น

ต้องบอกตรง ๆ ว่า ไม่มีอาหารเสริม วิตามิน หรือสมุนไพรใดที่ทำให้ซีสต์ยุบ สลาย หรือป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ เพราะซีสต์มีผนังถุงที่ต้องเอาออกด้วยการผ่าตัด สารอาหารมีบทบาทเป็นพื้นฐานของผิวและการหายของแผลในภาพรวมเท่านั้น

  • ซิงค์ — เกี่ยวข้องกับการแบ่งเซลล์ การทำงานของภูมิคุ้มกัน และการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ คนที่ขาดซิงค์แผลหายช้า แต่คนที่ได้รับพออยู่แล้วการกินเพิ่มไม่ได้ทำให้แผลหายเร็วขึ้นอย่างชัดเจน · เพดาน 40 มก./วัน
  • วิตามินซี — จำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของแผลที่กำลังหาย ช่วงหลังผ่าตัดซีสต์ การได้วิตามินซีและโปรตีนพอเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นตัว
  • โปรตีน — วัตถุดิบในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ควรได้จากเนื้อสัตว์ ไข่ ปลา ถั่ว และนมให้พอทุกมื้อ
  • อาหารและสิว — คนที่มีซีสต์ร่วมกับสิวรุนแรง การดูแลสิวกับแพทย์ผิวหนังสำคัญกว่าการหาอาหารเสริม

ผลิตภัณฑ์ซิงค์บางตัวใช้รูปแบบลิโพโซมที่ออกแบบมาเพื่อเรื่องการดูดซึม อ่านพื้นฐานได้ที่ liposomal คือ · สรุปคือ สารอาหารดูแลผิวได้ในภาพรวม แต่ตัวกำหนดว่าซีสต์จะหายไปหรือไม่ คือ การผ่าตัดเอาถุงออกโดยแพทย์เมื่อจำเป็น

Lipo Zn ให้ซิงค์รูปแบบลิโพโซม Liposovit®-Zn 187.5 มก. ร่วมกับวิตามินซี 115 มก. แอล-ซิสเทอีน 100 มก. เควอซิทิน 75.5 มก. และซีลีเนียม 1 มก. · ซิงค์เป็นแร่ธาตุที่ร่างกายเก็บสะสมไม่ได้มาก จึงต้องได้รับสม่ำเสมอจากอาหารหรืออาหารเสริม · มีเลข อย. 26-1-10867-5-0059 และผ่านการรับรองฮาลาล

8 เมื่อไรต้องพบแพทย์ และสัญญาณอันตราย

  • ก้อนบวมแดง ร้อน เจ็บมาก หรือแดงลามออกไปรอบ ๆ — อาจติดเชื้อหรือเป็นฝี ต้องพบแพทย์เร็ว
  • มีไข้ หนาวสั่น ร่วมกับก้อนอักเสบ — พบแพทย์วันนั้น
  • ก้อนโตเร็วในไม่กี่สัปดาห์ แข็ง ยึดติดกับเนื้อด้านล่างจนขยับไม่ได้ — ต้องตรวจแยกจากก้อนชนิดอื่น
  • ก้อนแตกเป็นแผลแล้วไม่หายใน 2-3 สัปดาห์ หรือมีเลือดออกเอง
  • ก้อนที่เต้านม ขาหนีบ รักแร้ หรืออวัยวะเพศ — ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นซีสต์ ต้องให้แพทย์ตรวจ
  • ซีสต์ในเด็ก หรือมีหลายก้อนตั้งแต่อายุน้อย — ควรให้แพทย์ประเมิน
  • ซีสต์อักเสบซ้ำหลายครั้งในตำแหน่งเดิม หรือรบกวนชีวิตประจำวัน — ปรึกษาเรื่องการผ่าตัดเอาถุงออก

9 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ซีสต์ใต้ผิวหนัง เกิดจากอะไร?

เกิดจากเซลล์ผิวชั้นนอกเข้าไปอยู่ใต้ผิวแล้วสร้างเป็นผนังถุง เคราตินที่ควรหลุดออกจึงสะสมอยู่ข้างใน · มักเริ่มจากรูขุมขนที่อุดตันหรือบาดเจ็บ บาดแผลเดิม หรือคนที่มีสิวรุนแรง · ไม่ติดต่อและไม่ได้เกิดจากความสกปรก

ซีสต์ บีบเองได้ไหม?

ไม่ควรบีบหรือเจาะเอง เพราะถุงอาจแตกใต้ผิวทำให้อักเสบรุนแรง ติดเชื้อ เป็นแผลเป็น และกลับมาเป็นซ้ำเพราะผนังถุงยังอยู่ · ถ้าก้อนรบกวนหรืออักเสบบ่อย ให้ปรึกษาแพทย์เรื่องการผ่าตัดเอาถุงออก

ซีสต์อักเสบ บวมแดงเจ็บ ทำยังไงดี?

ประคบอุ่นด้วยผ้าสะอาดครั้งละ 10-15 นาที วันละหลายครั้ง ไม่บีบ แล้วพบแพทย์ · แพทย์อาจฉีดยาลดอักเสบเข้าก้อน หรือเจาะระบายถ้าเป็นหนอง · ถ้ามีไข้หรือแดงลามต้องพบแพทย์วันนั้น

ซีสต์กับก้อนไขมันต่างกันยังไง?

ซีสต์มักแน่น มีจุดดำตรงกลาง และมีสารขาวกลิ่นเหม็นอยู่ข้างใน ส่วนก้อนไขมัน (Lipoma) นุ่มคล้ายยาง ขยับง่าย ไม่มีรูเปิด และไม่มีสารไหลออก · การแยกที่แน่นอนต้องให้แพทย์ตรวจ บางครั้งใช้อัลตราซาวด์

ซีสต์อันตรายไหม กลายเป็นมะเร็งได้หรือเปล่า?

ซีสต์ใต้ผิวหนังส่วนใหญ่ไม่ร้ายแรง การกลายเป็นมะเร็งพบได้น้อยมาก · แต่ก้อนที่โตเร็ว แข็ง ยึดติด เป็นแผลไม่หาย หรืออยู่ที่เต้านมและขาหนีบ ต้องให้แพทย์ตรวจ เพราะอาจไม่ใช่ซีสต์

กินซิงค์หรือวิตามินช่วยให้ซีสต์ยุบไหม?

ไม่ได้ ไม่มีหลักฐานว่าอาหารเสริมใดทำให้ซีสต์ยุบหรือป้องกันการกลับเป็นซ้ำ เพราะซีสต์มีผนังถุงที่ต้องเอาออกด้วยการผ่าตัด · ซิงค์และวิตามินซีเป็นเพียงพื้นฐานของผิวและการหายของแผลในภาพรวม ถ้าจะกินให้กินตามที่ฉลากระบุ

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ไม่มีอาหารเสริม ครีม หรือสมุนไพรตัวใดที่ทำให้ซีสต์ใต้ผิวหนังยุบ สลาย หรือป้องกันการกลับเป็นซ้ำได้ — ซีสต์ชนิดนี้มีถุงหุ้มอยู่ ถ้าต้องการเอาออกให้หมดต้องให้แพทย์ผ่าตัดเอาถุงออก · ซิงค์และวิตามินซีเป็นเพียงสารอาหารพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับผิวและการหายของแผลในภาพรวม
  • ก้อนที่โตเร็ว แข็ง ยึดติดกับเนื้อด้านล่างจนขยับไม่ได้ เจ็บมาก บวมแดงร้อนลาม หรือมีไข้ ต้องพบแพทย์เร็ว · ก้อนที่แตกเป็นแผลแล้วไม่หายใน 2-3 สัปดาห์ ก้อนที่เต้านม ขาหนีบ หรืออวัยวะเพศ และก้อนในเด็กเล็ก ต้องให้แพทย์ตรวจ ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นซีสต์
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ห้ามบีบ เจาะ ใช้เข็มหรือมีดกรีดซีสต์เอง เพราะถุงอาจแตกใต้ผิว ทำให้อักเสบรุนแรง ติดเชื้อ เป็นแผลเป็น และกลับมาเป็นซ้ำ · Lipo Zn มีเควอซิทินและซิงค์ ผู้ที่กินยาประจำหรือกินซิงค์จากผลิตภัณฑ์อื่นอยู่แล้วควรปรึกษาเภสัชกรก่อน
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. American Academy of Dermatology (AAD) — Cysts: Diagnosis and Treatment
  2. NHS — Skin Cyst
  3. Mayo Clinic — Epidermoid Cysts
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →