กาแฟเขียว vs ชาเขียว ต่างกันยังไง? คาเฟอีนตัวไหนมากกว่า กรดคลอโรจีนิก vs EGCG ช่วยเรื่องน้ำหนักจริงไหม ดื่มคู่กันได้ไหม และใครต้องระวัง

กาแฟเขียว (Green Coffee) กับชาเขียว (Green Tea) ต่างกันที่สารสำคัญและรูปแบบคาเฟอีน — กาแฟเขียวคือเมล็ดกาแฟดิบที่ยังไม่ผ่านการคั่ว จึงมี กรดคลอโรจีนิก สูงกว่ากาแฟคั่ว ส่วนชาเขียวคือใบชาที่ไม่ผ่านการหมัก เด่นที่สารกลุ่มคาเทชิน โดยเฉพาะ EGCG และมีแอล-ธีอะนีนตามธรรมชาติ · ทั้งสองตัว มีคาเฟอีน โดยทั่วไปชาเขียว 1 ถ้วยมีคาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟ 1 แก้ว · เรื่องน้ำหนัก งานวิจัยของทั้งคู่ พบผลน้อยและหลักฐานยังไม่หนักแน่น · หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ และผู้ที่ไวต่อคาเฟอีน ต้องนับคาเฟอีนรวมทุกแหล่ง

คลอโรจีนิก
กาแฟเขียว
เมล็ดยังไม่คั่ว
EGCG
ชาเขียว
+ แอล-ธีอะนีน
มีคาเฟอีน
ทั้งคู่
ต้องนับรวมต่อวัน

เรื่องแรกคือตารางเทียบ ตั้งแต่ที่มาจนถึงคาเฟอีน · เรื่องที่สองคือกรดคลอโรจีนิกกับ EGCG ต่างกันอย่างไร · เรื่องที่สามคือความจริงเรื่องน้ำหนัก · เรื่องสุดท้ายคือดื่มคู่กันได้ไหม โทษ และใครต้องระวัง · ถ้าอยากรู้จักกรดคลอโรจีนิกก่อน อ่าน กรดคลอโรจีนิกในกาแฟคืออะไร

1 ตารางเทียบตรง ๆ: กาแฟเขียว vs ชาเขียว

ประเด็น กาแฟเขียว (Green Coffee) ชาเขียว (Green Tea)
คืออะไร เมล็ดกาแฟดิบที่ยังไม่คั่ว ส่วนใหญ่ใช้ในรูปสารสกัด หรือผสมในกาแฟสำเร็จรูป ใบชา Camellia sinensis ที่ไม่ผ่านการหมัก ดื่มเป็นชา ผงมัทฉะ หรือสารสกัด
สารสำคัญเด่น กรดคลอโรจีนิก (สารกลุ่มโพลีฟีนอล) ซึ่งลดลงมากเมื่อคั่ว คาเทชิน โดยเฉพาะ EGCG และแอล-ธีอะนีน
คาเฟอีน (โดยประมาณ) ใกล้เคียงเมล็ดกาแฟทั่วไป สารสกัดแต่ละยี่ห้อต่างกันมาก ราว 20–45 มก. ต่อถ้วย (กาแฟดำราว 80–100 มก. ต่อแก้ว)
ความรู้สึกหลังดื่ม ตื่นตัวแบบกาแฟ บางคนใจสั่น ตื่นตัวนุ่มกว่า เพราะคาเฟอีนน้อยกว่าและมีแอล-ธีอะนีน
ด้านที่ถูกศึกษา น้ำหนัก ความดัน น้ำตาลในเลือด (งานขนาดเล็ก คุณภาพจำกัด) สารต้านอนุมูลอิสระ การเผาผลาญ สมาธิ (งานมากกว่า ผลเล็ก)
ข้อควรระวังเฉพาะ คาเฟอีนในสารสกัดอาจสูงโดยไม่รู้ตัว ท้องไส้ สารสกัด EGCG ขนาดสูง (ราว 800 มก./วันขึ้นไป) สัมพันธ์กับค่าตับผิดปกติ

สรุปคือ ถ้าดื่มเป็นเครื่องดื่มปกติ ชาเขียวมักให้คาเฟอีนน้อยกว่าและนุ่มกว่า ส่วนกาแฟเขียวมักมาในรูปสารสกัดหรือส่วนผสมในกาแฟ และเมื่ออยู่ในรูป สารสกัดเข้มข้น ทั้งสองตัวต้องระวังมากกว่าการดื่มแบบเครื่องดื่ม

2 กรดคลอโรจีนิก vs EGCG ต่างกันยังไง

กรดคลอโรจีนิก เป็นโพลีฟีนอลหลักในเมล็ดกาแฟ การคั่วด้วยความร้อนทำให้สารนี้สลายไปมาก กาแฟเขียวจึงถูกนำมาสกัดเพื่อเก็บสารนี้ไว้ ในห้องทดลองถูกศึกษาเรื่องการดูดซึมน้ำตาลจากลำไส้และการเผาผลาญไขมัน แต่ในคนผลยังไม่ชัด

EGCG (epigallocatechin gallate) เป็นคาเทชินที่มีมากที่สุดในชาเขียว เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ถูกศึกษามากที่สุดตัวหนึ่ง ชาเขียวยังมี แอล-ธีอะนีน ซึ่งทำงานคู่กับคาเฟอีนให้ตื่นตัวโดยไม่ใจสั่นมาก อ่านเรื่องนี้เพิ่มได้ที่ แอล-ธีอะนีนกับคาเฟอีน

  • ดื่มเป็นเครื่องดื่ม — ทั้งกาแฟและชาเขียวเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่ปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ เมื่อไม่เกินขนาดคาเฟอีนที่แนะนำ
  • สารสกัดเข้มข้น — ได้สารสำคัญมากกว่าหลายเท่า แต่ความเสี่ยงก็มากขึ้นตาม โดยเฉพาะ EGCG ขนาดสูงกับตับ
  • ชาเขียวกับธาตุเหล็ก — คาเทชินลดการดูดซึมธาตุเหล็กจากพืช ผู้ที่โลหิตจางควรดื่มห่างมื้ออาหาร

อ่านพื้นฐาน EGCG ได้ที่ ชาเขียวและ EGCG คืออะไร

3 ช่วยเรื่องน้ำหนักจริงไหม

นี่คือเหตุผลที่คนค้นหากาแฟเขียวกับชาเขียวมากที่สุด คำตอบตรง ๆ คือ ผลที่พบในงานวิจัยมีขนาดเล็ก และคุณภาพงานวิจัยยังจำกัด

  • สารสกัดกาแฟเขียว — งานทบทวนรวบรวมของ Onakpoya และคณะ (2011) พบว่าน้ำหนักลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบยาหลอก แต่งานส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก ระยะสั้น และมีความเสี่ยงอคติสูง ผู้วิจัยสรุปว่ายังต้องการงานที่ดีกว่านี้ และมีงานหนึ่งที่ถูกเพิกถอนไปแล้ว
  • ชาเขียว/คาเทชิน — งานรวบรวมพบน้ำหนักลดลงเฉลี่ยน้อยมาก ส่วนหนึ่งอาจมาจากคาเฟอีน และผลไม่คงที่ในแต่ละกลุ่มประชากร
  • สิ่งที่มีผลจริงกว่า — ปริมาณพลังงานจากอาหาร น้ำตาลในเครื่องดื่ม การนอน และการขยับร่างกาย กาแฟเขียวหรือชาเขียวที่ใส่น้ำตาลและครีมเทียมมากอาจทำให้ได้พลังงานเพิ่มแทน

ดังนั้นถ้าเห็นโฆษณาว่า “กาแฟเขียวลดน้ำหนักได้ X กิโลใน Y วัน” ให้ระวังไว้ก่อน เพราะเกินกว่าที่หลักฐานรองรับ และผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักบางตัวในตลาดเคยตรวจพบยาที่ห้ามใช้ปนอยู่

4 เลือกตัวไหนตามสถานการณ์

สถานการณ์ ตัวที่เหมาะกว่า เหตุผล
อยากตื่นตัวแต่ไวต่อคาเฟอีน ใจสั่นง่าย ชาเขียว คาเฟอีนต่อถ้วยน้อยกว่า มีแอล-ธีอะนีน
ติดรสกาแฟ อยากได้โพลีฟีนอลมากขึ้น กาแฟที่มีกาแฟเขียวผสม หรือกาแฟคั่วอ่อน คงกรดคลอโรจีนิกไว้ได้มากกว่ากาแฟคั่วเข้ม
บ่ายแล้ว แต่ต้องทำงานต่อ ชาเขียวอ่อน ๆ หรืองดเลย คาเฟอีนหลังบ่ายสองโมงรบกวนการนอนได้ อ่าน คาเฟอีนกินตอนไหน
โลหิตจาง ขาดธาตุเหล็ก ดื่มห่างมื้ออาหาร 1–2 ชั่วโมง ลดผลต่อการดูดซึมธาตุเหล็ก
กรดไหลย้อน ท้องไส้ไว เลี่ยงตอนท้องว่างทั้งคู่ คาเฟอีนและกรดในกาแฟอาจทำให้อาการแย่ลง
BLB K เป็นกาแฟเพื่อสุขภาพที่ใส่สารดูแลสมองและพลังงานไว้ในซองเดียว — วิตามินบีรวม PANMOL® 400 มก. โคลีนไบทาร์เทรต 350 มก. แอล-ฟีนิลอะลานีน 350 มก. ชาเขียว 350 มก. เจียวกู่หลาน 450 มก. ดี-ไรโบส 217 มก. พร้อมแอล-ไทโรซีน แปะก๊วย โคเอนไซม์คิวเท็น และใยอาหารโพลีเดกซ์โทรส 2,750 มก. · มีเลข อย. 26-1-10867-5-0053 และผ่านการรับรองฮาลาล · ในซองมี ชาเขียว 350 มก. และกาแฟเขียว ร่วมกับส่วนผสมอื่นตามที่ระบุบนฉลาก — เป็นกาแฟเพื่อสุขภาพ ไม่ใช่สารสกัด EGCG หรือสารสกัดกาแฟเขียวเข้มข้นขนาดในงานวิจัยลดน้ำหนัก · มีกาแฟและชาเป็นส่วนผสมจึงมีคาเฟอีน หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่ไวต่อคาเฟอีน หรือมีโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน และนับรวมกับกาแฟ/ชาแก้วอื่นในวันเดียวกัน · ดื่มวันละ 1 ซองตามที่ฉลากระบุ

5 ดื่มคู่กันได้ไหม โทษ และใครต้องระวัง

ดื่มคู่กันได้ ไม่มีปฏิกิริยาระหว่างสองตัวนี้โดยตรง แต่ คาเฟอีนจะบวกกัน ให้นับรวมกับกาแฟ ชา โกโก้ เครื่องดื่มชูกำลัง และยาบางชนิดที่มีคาเฟอีนในวันเดียวกัน สำนักงานความปลอดภัยด้านอาหารแห่งยุโรป (EFSA) ระบุว่าผู้ใหญ่สุขภาพดีได้รับคาเฟอีนไม่เกินราว 400 มก. ต่อวัน และไม่เกิน 200 มก. ต่อครั้ง ส่วนหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรไม่เกินราว 200 มก. ต่อวัน

กลุ่ม / ยา ข้อกังวล ควรทำอย่างไร
หญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร คาเฟอีนผ่านรกและน้ำนม จำกัดคาเฟอีนรวม เลี่ยงสารสกัดเข้มข้น ปรึกษาแพทย์
หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันสูงที่ยังคุมไม่ได้ คาเฟอีนอาจทำให้ใจสั่นและความดันขึ้นชั่วคราว ถามแพทย์ก่อน
โรควิตกกังวล นอนไม่หลับ คาเฟอีนทำให้อาการแย่ลง ลดหรืองด โดยเฉพาะช่วงบ่าย
ยาที่มีผลกับคาเฟอีน เช่น ยากระตุ้น ยาหอบหืดบางชนิด ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม ระดับคาเฟอีนหรือผลข้างเคียงอาจเพิ่ม ถามเภสัชกร
ยาลดความดันบางชนิด (เช่น นาโดลอล) ยาละลายลิ่มเลือด ชาเขียวปริมาณมากอาจรบกวนการดูดซึมหรือผลของยา แจ้งแพทย์ ไม่เปลี่ยนปริมาณดื่มฉับพลัน
โรคตับ สารสกัด EGCG ขนาดสูงสัมพันธ์กับตับอักเสบ เลี่ยงสารสกัดเข้มข้น

อ่านเพิ่มเรื่องอาการคาเฟอีนเกินที่ โทษของคาเฟอีน และเรื่องสารสกัดชาเขียวกับตับที่ โทษของสารสกัดชาเขียว

6 เมื่อไรต้องพบแพทย์

  • ใจสั่นแรง หัวใจเต้นผิดจังหวะ เจ็บแน่นหน้าอก — หยุดคาเฟอีนทุกแหล่งและพบแพทย์
  • ตาเหลือง ตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม ปวดท้องขวาบน — โดยเฉพาะผู้ที่กินสารสกัดชาเขียว ต้องหยุดและไปโรงพยาบาล
  • นอนไม่หลับต่อเนื่อง กระวนกระวาย มือสั่น แม้ลดคาเฟอีนแล้ว — ควรตรวจหาสาเหตุอื่น เช่น ไทรอยด์
  • น้ำหนักลดเร็วโดยไม่ตั้งใจ — พบแพทย์ ไม่ใช่ผลจากกาแฟหรือชา

7 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กาแฟเขียวกับชาเขียวต่างกันยังไง?

กาแฟเขียวคือเมล็ดกาแฟที่ยังไม่คั่ว เด่นที่กรดคลอโรจีนิก · ชาเขียวคือใบชาที่ไม่หมัก เด่นที่ EGCG และมีแอล-ธีอะนีน · ทั้งคู่มีคาเฟอีน โดยชาเขียวต่อถ้วยมักน้อยกว่ากาแฟ

กาแฟเขียว คือ อะไร?

คือเมล็ดกาแฟดิบที่ยังไม่ผ่านการคั่ว มีกรดคลอโรจีนิกสูงกว่ากาแฟคั่ว มักใช้ในรูปสารสกัดหรือผสมในกาแฟสำเร็จรูป

กาแฟเขียวกับชาเขียว อันไหนดีกว่า?

ขึ้นกับคนดื่ม · ผู้ที่ไวต่อคาเฟอีนมักเหมาะกับชาเขียวมากกว่า · ผู้ที่ติดรสกาแฟอาจเลือกกาแฟที่มีกาแฟเขียวผสม · เรื่องน้ำหนักทั้งคู่มีผลน้อย ไม่ควรคาดหวังเกินจริง

กาแฟเขียวกับชาเขียวดื่มคู่กันได้ไหม?

ได้ แต่คาเฟอีนจะบวกกัน ผู้ใหญ่สุขภาพดีไม่ควรเกินราว 400 มก. ต่อวัน หญิงตั้งครรภ์ไม่เกินราว 200 มก. ต่อวัน นับรวมทุกแหล่ง

ดื่มกาแฟเขียวหรือชาเขียวตอนไหนดี?

ช่วงเช้าถึงก่อนบ่ายสองโมง ห่างมื้ออาหาร 1–2 ชั่วโมงถ้ากังวลเรื่องธาตุเหล็ก และเลี่ยงสารสกัดเข้มข้นตอนท้องว่าง

โทษของกาแฟเขียวและชาเขียวมีอะไรบ้าง?

ที่พบบ่อยมาจากคาเฟอีน เช่น ใจสั่น นอนไม่หลับ ท้องไส้ · สารสกัด EGCG ขนาดสูงสัมพันธ์กับตับอักเสบ · ชาเขียวลดการดูดซึมธาตุเหล็ก · หญิงตั้งครรภ์และผู้มีโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะต้องระวัง

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • กาแฟเขียวและชาเขียวเป็นอาหาร/สารสกัดในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ยาลดน้ำหนัก ไม่ใช่ยาเบาหวานหรือยาลดความดัน ไม่ได้ป้องกันหรือรักษาโรคใด ๆ ผลเรื่องน้ำหนักในงานวิจัยมีขนาดเล็กและหลักฐานยังไม่หนักแน่น
  • ใจสั่นรัวผิดจังหวะ เจ็บแน่นหน้าอก หน้ามืดจะเป็นลม มือสั่นมาก สับสน หรืออาเจียนต่อเนื่อง หลังได้รับคาเฟอีนปริมาณมาก โดยเฉพาะจากผงคาเฟอีนเข้มข้นหรือเครื่องดื่มชูกำลังหลายกระป๋องติดกัน ต้องไปโรงพยาบาลทันที เพราะมีรายงานผู้เสียชีวิตจากคาเฟอีนเกินขนาดจริงในต่างประเทศ
  • ตาเหลืองตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้อาเจียนต่อเนื่อง ปวดท้องด้านขวาบน หรืออ่อนเพลียมาก ในผู้ที่กินสารสกัดชาเขียวเข้มข้น (EGCG ขนาดสูง) โดยเฉพาะแบบกินตอนท้องว่าง ต้องหยุดทันทีและไปโรงพยาบาล เพราะเป็นกลุ่มอาการของตับอักเสบที่มีรายงานจริงและเคยรุนแรงถึงขั้นต้องปลูกถ่ายตับ
  • ใจสั่นแรงหรือเต้นผิดจังหวะ เจ็บแน่นหน้าอก หน้ามืด หรือมือสั่นมาก หลังดื่มกาแฟเขียว ชาเขียว หรือกินสารสกัดเข้มข้น ต้องหยุดและพบแพทย์ทันที · ผู้ที่มีโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันสูงที่ยังคุมไม่ได้ หรือโรควิตกกังวล ควรถามแพทย์ก่อนเพิ่มคาเฟอีนทุกรูปแบบ
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือผู้ที่ไวต่อคาเฟอีน ต้องนับคาเฟอีนรวมทุกแหล่งในวันเดียวกัน และเลี่ยงสารสกัดเข้มข้น
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. EFSA NDA Panel. Scientific Opinion on the safety of caffeine. EFSA Journal. 2015;13(5):4102
  2. EFSA ANS Panel. Scientific opinion on the safety of green tea catechins. EFSA Journal. 2018;16(4):5239
  3. Onakpoya I, Terry R, Ernst E. The use of green coffee extract as a weight loss supplement: a systematic review and meta-analysis of randomised clinical trials. Gastroenterol Res Pract. 2011;2011:382852
  4. NCCIH (National Center for Complementary and Integrative Health) — Green Tea
  5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →