คามูคามู vs อะเซโรลาเชอร์รี่ ต่างกันยังไง? ผลไม้วิตามินซีตัวไหนสูงกว่า ดีกว่าวิตามินซีสังเคราะห์จริงไหม กินคู่กันได้ไหม กินตอนไหน และโทษถ้ากินเกิน (ท้องเสีย นิ่ว ธาตุเหล็กเกิน)

คามูคามู (Camu camu — Myrciaria dubia) กับอะเซโรลาเชอร์รี่ (Acerola — Malpighia emarginata) เป็นผลไม้สองชนิดที่ถูกยกให้เป็น “แชมป์วิตามินซี” และมักอยู่คู่กันในอาหารเสริมผิว · คำตอบสั้น ๆ ของคำถาม “คามูคามูกับอะเซโรลาต่างกันยังไง” คือ คามูคามูเป็นผลไม้ป่าริมน้ำจากลุ่มแม่น้ำแอมะซอน รสเปรี้ยวจัดจนนิยมใช้ในรูปผงหรือน้ำผลไม้ผสม และมีโพลีฟีนอลกลุ่มเอลลาจิแทนนิน ส่วนอะเซโรลาเป็นเชอร์รีเขตร้อนจากอเมริกากลาง กินสดหรือทำน้ำผลไม้ได้ และมีแอนโทไซยานินกับแคโรทีนอยด์ · ทั้งคู่ให้วิตามินซีหลายพันมิลลิกรัมต่อเนื้อผลไม้ 100 กรัมได้ แต่ตัวเลขแกว่งมากตามความสุก พันธุ์ และการแปรรูป · ประเด็นสำคัญคือ วิตามินซีในผลไม้กับแบบสังเคราะห์เป็นโมเลกุลเดียวกัน และร่างกายดูดซึมได้ใกล้เคียงกัน สิ่งที่ต่างคือสารพฤกษเคมีอื่นที่มาด้วย ไม่ใช่ความ “แรง” ของวิตามินซี · ทั้งคู่กินคู่กันได้ แต่ต้องนับวิตามินซีรวมไม่ให้เกินเพดาน

โมเลกุลเดียวกัน
วิตามินซีธรรมชาติ
กับสังเคราะห์
กินคู่ได้
ไม่แย่งกัน
แต่ต้องนับรวม
2,000 มก.
เพดานวิตามินซี
ต่อวัน (ผู้ใหญ่)

เรื่องแรกคือแหล่งที่มา — สองผลไม้นี้มาจากคนละทวีปและคนละวงศ์พืช รสและการนำไปใช้จึงต่างกัน · เรื่องที่สองคือหลักฐาน — งานวิจัยในคนของทั้งคู่ยังน้อย ส่วนใหญ่เป็นงานวิเคราะห์สารและงานในห้องทดลอง ข้อมูลที่หนักแน่นกว่าคือข้อมูลของวิตามินซีเอง · เรื่องที่สามคือการอ่านฉลาก — ผงผลไม้แต่ละยี่ห้อให้วิตามินซีต่างกันหลายเท่า และวิตามินซีสลายไปตามความร้อน แสง และเวลาเก็บ · อ่านรายละเอียดแยกได้ที่ คามูคามูคืออะไร และ อะเซโรลาเชอร์รี่คืออะไร

1 ตารางเทียบ: คามูคามู vs อะเซโรลา

หัวข้อ คามูคามู อะเซโรลาเชอร์รี่
ชื่อวิทยาศาสตร์ Myrciaria dubia (วงศ์ชมพู่) Malpighia emarginata (บางตำราใช้ M. glabra)
ถิ่นกำเนิด ริมน้ำในลุ่มแม่น้ำแอมะซอน เปรู บราซิล อเมริกากลาง แคริบเบียน ปลูกมากในบราซิล
รสชาติ/การใช้ เปรี้ยวจัด กินสดยาก ใช้เป็นผงหรือผสมน้ำผลไม้ เปรี้ยวอมหวาน กินสด ทำน้ำผลไม้ และผง
วิตามินซีในเนื้อผลสด สูงมาก มักรายงานราว 2,000–3,000 มก. ต่อ 100 กรัม แกว่งตามความสุก สูงมาก ราว 1,000–4,500 มก. ต่อ 100 กรัม ผลห่ามสูงกว่าผลสุกจัด
สารอื่นที่มาด้วย เอลลาจิแทนนิน กรดเอลลาจิก ฟลาโวนอยด์ แอนโทไซยานิน แคโรทีนอยด์ ฟลาโวนอยด์
งานวิจัยในคน งานขนาดเล็ก เช่น ผู้ชายที่สูบบุหรี่ดื่มน้ำคามูคามู 1 สัปดาห์ พบค่าการอักเสบและออกซิเดชันลดลง ส่วนใหญ่เป็นงานวิเคราะห์สารและงานในห้องทดลอง
ข้อควรระวัง เปรี้ยวจัด แสบกระเพาะได้ · วิตามินซีขนาดสูง มีรายงานแพ้ได้ในบางคน · วิตามินซีขนาดสูง

ตัวเลขวิตามินซีเป็นช่วงที่รายงานในเนื้อผลไม้สด ผงสกัดแต่ละยี่ห้ออาจปรับมาตรฐานให้มีวิตามินซีเป็นร้อยละต่างกัน จึงต้องดูที่ฉลากผลิตภัณฑ์นั้นเสมอ

2 คามูคามู: ผลไม้เปรี้ยวจัดจากแอมะซอน

คามูคามูเป็นผลไม้สีแดงอมม่วงขนาดเท่าลูกองุ่น ขึ้นตามริมแม่น้ำที่น้ำท่วมถึงในป่าแอมะซอน คนท้องถิ่นมักไม่กินสดเพราะเปรี้ยวมาก แต่ใช้ทำน้ำผลไม้ผสมน้ำตาลหรือไอศกรีม

  • จุดเด่น — นอกจากวิตามินซี ยังมีโพลีฟีนอลกลุ่มเอลลาจิแทนนินที่ถูกศึกษาในห้องทดลองเรื่องการต้านอนุมูลอิสระ
  • งานวิจัยในคน — งานของ Inoue และคณะ (2008) ในผู้ชายที่สูบบุหรี่ 20 คน ให้ดื่มน้ำคามูคามูวันละ 70 มล. นาน 1 สัปดาห์ พบค่าการอักเสบ (CRP) และค่าออกซิเดชันลดลง ขณะที่กลุ่มที่ได้วิตามินซีเม็ดในปริมาณเท่ากันไม่พบการเปลี่ยนแปลงนี้ · เป็นงานเล็กและสั้นมาก จึงบอกได้แค่ว่าน่าศึกษาต่อ
  • รูปแบบที่พบ — ผงผลไม้แห้ง แคปซูล และส่วนผสมในผงชง ผงที่ผ่านความร้อนสูงหรือเก็บนานอาจเหลือวิตามินซีน้อยกว่าที่คาด

อ่านต่อได้ที่ คามูคามูกินตอนไหน

3 อะเซโรลาเชอร์รี่: เชอร์รีเขตร้อนที่ถูกใช้เป็นแหล่งวิตามินซีมานาน

อะเซโรลาเป็นผลไม้สีแดงคล้ายเชอร์รี ปลูกง่ายในเขตร้อน จึงถูกใช้เป็นวัตถุดิบ “วิตามินซีจากธรรมชาติ” ในอุตสาหกรรมอาหารและอาหารเสริมมานาน

  • จุดเด่น — วิตามินซีสูงโดยเฉพาะผลที่ยังไม่สุกจัด และมีแอนโทไซยานินกับแคโรทีนอยด์ที่ให้สีแดงส้ม
  • งานวิจัย — ส่วนใหญ่เป็นงานวิเคราะห์องค์ประกอบและงานในห้องทดลองหรือสัตว์ งานในคนที่วัดผลสุขภาพโดยตรงยังน้อย
  • ผงอะเซโรลาในท้องตลาด — มักระบุว่าปรับมาตรฐานให้มีวิตามินซีร้อยละเท่าไร เช่น 17% หรือ 25% ซึ่งช่วยให้คำนวณวิตามินซีจริงได้
  • การแพ้ — มีรายงานการแพ้อะเซโรลาได้ในบางคน ถ้ามีผื่นหรือปากบวมหลังกินควรหยุด

เรื่องวิตามินซีจากอะเซโรลาเทียบกับแบบสังเคราะห์ อ่านต่อได้ที่ วิตามินซีจากอะเซโรลา ต่างจากวิตซีสังเคราะห์อย่างไร

4 วิตามินซีจากผลไม้ดีกว่าแบบสังเคราะห์จริงไหม และอันไหนดีกว่ากัน

การทบทวนของ Carr และ Vissers (2013) สรุปว่าวิตามินซีจากอาหารกับแบบสังเคราะห์ร่างกายดูดซึมได้ใกล้เคียงกันในคน ข้อดีของผลไม้คือได้ใยอาหารและสารพฤกษเคมีอื่นมาด้วย ไม่ใช่ได้วิตามินซีที่ “แรงกว่า”

สถานการณ์ ตัวที่ตรงกว่า เหตุผล
อยากได้วิตามินซีจากธรรมชาติในขนาดสูงต่อปริมาณผงน้อย ดูที่ฉลาก ไม่ใช่ชื่อผลไม้ ผงทั้งสองชนิดให้วิตามินซีต่างกันมากตามการผลิต
กระเพาะไวต่อของเปรี้ยว อะเซโรลา หรือกินพร้อมอาหาร คามูคามูเปรี้ยวจัดกว่า
อยากได้โพลีฟีนอลกลุ่มเอลลาจิแทนนิน คามูคามู เป็นสารเด่นของคามูคามู
อยากได้แอนโทไซยานินและแคโรทีนอยด์ อะเซโรลา เป็นสารสีเด่นของอะเซโรลา
อยากดูแลการสร้างคอลลาเจนของผิว ตัวไหนก็ได้ บทบาทนี้มาจากวิตามินซี ซึ่งทั้งสองให้ได้ · ได้จากผลไม้ไทยอย่างฝรั่งหรือส้มก็ได้เช่นกัน

อ่านความต่างของวิตามินซีแต่ละรูปแบบเพิ่มได้ที่ วิตามินซีแต่ละรูปแบบต่างกันอย่างไร

5 กินคู่กันได้ไหม กินตอนไหน และควรได้วิตามินซีเท่าไร

  • กินคู่กันได้ — ไม่แย่งการดูดซึมกัน แต่ต้องนับวิตามินซีรวมทุกแหล่ง
  • ความต้องการต่อวัน — ผู้ใหญ่ต้องการราว 75–90 มก. ต่อวัน ผู้สูบบุหรี่ต้องการเพิ่มอีกราว 35 มก. · เพดานที่ไม่ควรเกินคือ 2,000 มก. ต่อวันจากทุกแหล่ง
  • กินพร้อมหรือหลังอาหาร — ลดอาการแสบท้องจากความเปรี้ยว และถ้ากินพร้อมผักใบเขียวหรือถั่วจะช่วยการดูดซึมธาตุเหล็กจากพืช
  • แบ่งมื้อถ้ากินปริมาณมาก — ร่างกายดูดซึมวิตามินซีครั้งละมาก ๆ ได้ลดลง ส่วนเกินขับทิ้งทางปัสสาวะ
  • เก็บให้ถูก — ผงผลไม้ควรเก็บในที่แห้ง เย็น พ้นแสง ปิดฝาสนิท และไม่ชงกับน้ำร้อนจัด เพราะวิตามินซีสลายง่าย

อ่านเรื่องเวลาที่เหมาะเพิ่มเติมได้ที่ วิตามินซีกินตอนไหน

BLB C เป็นผงชงที่รวมคอลลาเจนจากปลา 3 โมเลกุล (ได/ไตร/เปปไทด์ 5,000 / 3,000 / 2,000 มก.) กับแอล-กลูตามีน 1,480 มก. วิตามินบีรวม PANMOL® 375 มก. แอสตาแซนธิน 300 มก. แอล-กลูตาไธโอน 250 มก. Telosir™ จากอาสตรากาลัส 200 มก. บลัดออเรนจ์ 100 มก. ซิงค์ 70 มก. พร้อมวิตามินซี วิตามินบี 12 และสารสกัดอะเซโรลาเชอร์รีกับคามูคามู · ระบุปริมาณรายตัวบนฉลาก มีเลข อย. 26-1-10867-5-0032 และผ่านการรับรองฮาลาล · BLB C มีทั้งสารสกัดอะเซโรลาเชอร์รีและคามูคามู ร่วมกับวิตามินซี ตามที่ระบุบนฉลาก จึงไม่ต้องเลือกระหว่างสองตัวนี้ และไม่ต้องซื้อผงผลไม้วิตามินซีแยกมากินซ้อน · ผลไม้สองชนิดนี้ทำหน้าที่เป็นแหล่งวิตามินซีที่ใช้ร่วมกับคอลลาเจนจากปลา · ฉลากระบุสารก่อภูมิแพ้ ปลา และถั่วเหลือง · ผู้ที่เคยเป็นนิ่วในไตควรปรึกษาแพทย์ก่อน · ชงวันละ 1 ซองตามที่ฉลากระบุ

6 โทษถ้ากินเกิน ใครควรเลี่ยง และเมื่อไรต้องพบแพทย์

ใครควรเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน

  • ผู้ที่เคยเป็นนิ่วในไตหรือมีโรคไต — วิตามินซีขนาดสูงเพิ่มออกซาเลตในปัสสาวะ
  • ผู้ที่มีภาวะธาตุเหล็กเกิน (ฮีโมโครมาโทซิส) หรือธาลัสซีเมียที่มีธาตุเหล็กสะสม — วิตามินซีเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก
  • ผู้ที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD — ควรเลี่ยงวิตามินซีขนาดสูงมาก
  • ผู้ที่ได้รับเคมีบำบัดหรือฉายรังสี — แจ้งแพทย์ก่อนกินสารต้านอนุมูลอิสระขนาดสูง
  • ผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อนหรือกระเพาะอักเสบ — ผงผลไม้เปรี้ยวจัดอาจทำให้แสบมากขึ้น

อาการที่พบเมื่อกินมากเกิน

  • ท้องเสีย ปวดท้อง ท้องอืด แสบกระเพาะ — มักหายเมื่อลดขนาด

เมื่อไรต้องพบแพทย์

  • ปวดหลังร้าวไปท้องน้อย ปัสสาวะเป็นเลือด
  • ผื่นลมพิษ ปากบวม หายใจลำบาก หลังกินผงผลไม้
  • เหงือกเลือดออกง่าย แผลหายช้า จ้ำเลือดตามตัว — ควรตรวจหาสาเหตุ

ผลข้างเคียงทั้งหมดอ่านได้ที่ โทษของวิตามินซี

7 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คามูคามูกับอะเซโรลาต่างกันยังไง?

คามูคามูเป็นผลไม้เปรี้ยวจัดจากแอมะซอน มีเอลลาจิแทนนินเด่น ส่วนอะเซโรลาเป็นเชอร์รีเขตร้อน มีแอนโทไซยานินและแคโรทีนอยด์ · ทั้งคู่เป็นแหล่งวิตามินซีธรรมชาติที่สูงมาก ปริมาณจริงขึ้นกับความสุกและการแปรรูป

คามูคามูคืออะไร?

คือผลไม้ Myrciaria dubia ที่ขึ้นริมน้ำในลุ่มแม่น้ำแอมะซอน รสเปรี้ยวจัด มีวิตามินซีสูงมาก นิยมใช้ในรูปผงหรือน้ำผลไม้ผสม

คามูคามูกับอะเซโรลา อันไหนวิตามินซีสูงกว่า?

ในเนื้อผลสดทั้งคู่สูงมากและช่วงตัวเลขซ้อนทับกัน ขึ้นกับพันธุ์ ความสุก และการเก็บ · ในผลิตภัณฑ์ให้ดูปริมาณวิตามินซีเป็นมิลลิกรัมบนฉลาก ไม่ใช่ดูจากชื่อผลไม้

วิตามินซีจากคามูคามูหรืออะเซโรลาดีกว่าวิตามินซีสังเคราะห์ไหม?

ตัววิตามินซีเป็นโมเลกุลเดียวกัน และร่างกายดูดซึมได้ใกล้เคียงกัน · ข้อดีของผลไม้คือได้สารพฤกษเคมีอื่นมาด้วย ไม่ใช่วิตามินซีที่แรงกว่า

กินคามูคามูกับอะเซโรลาพร้อมกันได้ไหม?

ได้ เพราะไม่แย่งการดูดซึมกัน · แต่ต้องนับวิตามินซีรวมจากทุกแหล่ง รวมถึงวิตามินรวมและผงชง ไม่ให้เกิน 2,000 มก. ต่อวัน

คามูคามูและอะเซโรลาควรกินตอนไหน?

พร้อมหรือหลังอาหารเพื่อลดอาการแสบท้อง ถ้ากินปริมาณมากให้แบ่งมื้อ · ถ้าอยู่ในผลิตภัณฑ์รวม ให้กินตามที่ฉลากระบุ

โทษของคามูคามูและอะเซโรลามีอะไรบ้าง?

ส่วนใหญ่มาจากวิตามินซีขนาดสูง เช่น ท้องเสีย ปวดท้อง แสบกระเพาะ เพิ่มความเสี่ยงนิ่วในคนที่เคยเป็น และเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็กในผู้ที่มีธาตุเหล็กเกิน · อะเซโรลามีรายงานการแพ้ได้ในบางคน

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • คามูคามูและอะเซโรลาเป็นผลไม้ที่ให้วิตามินซีจากธรรมชาติ ไม่ใช่ยา ไม่ได้ป้องกันหรือรักษาโรคหวัด โรคผิวหนัง หรือโรคติดเชื้อใด ๆ · การทบทวนงานวิจัยพบว่าวิตามินซีที่กินประจำไม่ได้ลดโอกาสเป็นหวัดในคนทั่วไป และวิตามินซีจากผลไม้กับแบบสังเคราะห์ร่างกายดูดซึมได้ใกล้เคียงกัน
  • ปวดหลังร้าวไปท้องน้อย ปัสสาวะเป็นเลือด หรือปัสสาวะขัด ระหว่างกินผงวิตามินซีจากผลไม้ขนาดสูง ต้องพบแพทย์เพื่อตรวจนิ่ว · ผื่นลมพิษ ปากหรือคอบวม หายใจลำบาก หลังกินผงอะเซโรลาหรือคามูคามู ต้องโทร 1669 ทันที · เหงือกเลือดออกง่าย แผลหายช้า จ้ำเลือดตามตัว ร่วมกับอ่อนเพลีย ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ ไม่ใช่เพิ่มวิตามินซีเอง
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่เคยเป็นนิ่วในไต มีโรคไต มีภาวะธาตุเหล็กเกิน หรือพร่องเอนไซม์ G6PD ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนกินวิตามินซีขนาดสูงจากทุกแหล่ง
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Carr AC, Vissers MC. Synthetic or food-derived vitamin C — are they equally bioavailable? Nutrients. 2013;5(11):4284–4304
  2. Inoue T, Komoda H, Uchida T, Node K. Tropical fruit camu-camu (Myrciaria dubia) has anti-oxidative and anti-inflammatory properties. J Cardiol. 2008;52(2):127–132
  3. Prakash A, Baskaran R. Acerola, an untapped functional superfruit: a review on latest frontiers. J Food Sci Technol. 2018
  4. NIH Office of Dietary Supplements (ODS) — Vitamin C: Fact Sheet for Health Professionals
  5. Hemilä H, Chalker E. Vitamin C for preventing and treating the common cold. Cochrane Database of Systematic Reviews, 2013
  6. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →