ซีบัคธอร์น (Sea Buckthorn) vs น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส ต่างกันยังไง? โอเมก้า-7 กับ GLA ตัวไหนเด่นเรื่องผิว ความชุ่มชื้น และผู้หญิงวัยทอง กินคู่กันได้ไหม กินตอนไหน และโทษที่ต้องรู้

ซีบัคธอร์น (Sea Buckthorn — Hippophae rhamnoides) กับน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส (Evening Primrose Oil — Oenothera biennis) เป็นน้ำมันจากพืชที่ผู้หญิงนิยมใช้ดูแลผิวและช่วงวัยทอง แต่เป็นไขมันคนละกลุ่ม · คำตอบสั้น ๆ ของคำถาม “ซีบัคธอร์นกับอีฟนิ่งพริมโรสต่างกันยังไง” คือ ซีบัคธอร์นเป็นผลไม้สีส้มที่น้ำมันจากเนื้อผลมีกรดปาล์มิโทเลอิก (โอเมก้า-7) สูง ร่วมกับแคโรทีนอยด์และวิตามินอี และมีงานวิจัยแบบสุ่มเรื่องเยื่อบุช่องคลอดในหญิงวัยหมดประจำเดือนและอาการตาแห้ง ส่วนน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสได้จากเมล็ดดอกไม้ เด่นที่กรดแกมมา-ไลโนเลนิก (GLA) ซึ่งเป็นโอเมก้า-6 ถูกศึกษาเรื่องเจ็บเต้านมตามรอบเดือน อาการก่อนมีประจำเดือน และร้อนวูบวาบ แต่ผลยังไม่สม่ำเสมอ · ทั้งสองไม่ได้แทนกัน กินคู่กันได้ · ที่ต้องรู้คือการทบทวนของ Cochrane พบว่าน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสชนิดกินไม่ได้ช่วยผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมากกว่ายาหลอก และทั้งสองตัวต้องระวังในผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด · อ่านพื้นฐานของซีบัคธอร์นได้ที่ ซีบัคธอร์น (Sea Buckthorn) คืออะไร

คนละไขมัน
โอเมก้า-7
กับโอเมก้า-6 (GLA)
3 กรัม/วัน
น้ำมันซีบัคธอร์น
ในงานวิจัยวัยหมดประจำเดือน
ไม่ต่างจากยาหลอก
อีฟนิ่งพริมโรส
กับผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

เรื่องแรกคือชนิดไขมัน — โอเมก้า-7 ในซีบัคธอร์นเป็นไขมันที่พบในผิวหนังและเยื่อบุตามธรรมชาติ ส่วน GLA ในอีฟนิ่งพริมโรสเป็นโอเมก้า-6 ที่ร่างกายเปลี่ยนเป็นสารควบคุมการอักเสบบางชนิด · เรื่องที่สองคือหลักฐาน — ทั้งสองมีงานวิจัยในคนแต่ยังจำนวนไม่มาก และบางเรื่องที่เชื่อกันมานานถูกงานทบทวนใหญ่หักล้าง · เรื่องที่สามคือความปลอดภัย — ทั้งคู่ผลข้างเคียงน้อยในคนทั่วไป แต่มีเรื่องยาละลายลิ่มเลือดและการผ่าตัดที่ต้องรู้ · อ่านรายละเอียดแยกได้ที่ ซีบัคธอร์น (Sea Buckthorn) คืออะไร และ น้ำมันอีฟนิงพริมโรสคืออะไร

1 ตารางเทียบ: ซีบัคธอร์น vs น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส

หัวข้อ ซีบัคธอร์น (Sea Buckthorn) น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส
มาจากไหน ผลและเมล็ดของไม้พุ่มที่ขึ้นในเขตหนาวของยุโรปและเอเชีย เมล็ดของดอกอีฟนิ่งพริมโรส ดอกสีเหลืองที่บานตอนเย็น
ไขมันเด่น น้ำมันเนื้อผล: กรดปาล์มิโทเลอิก (โอเมก้า-7) · น้ำมันเมล็ด: กรดไลโนเลอิกและแอลฟา-ไลโนเลนิก กรดไลโนเลอิกราว 70% และ GLA ราว 8–10% (โอเมก้า-6)
สารอื่นที่มาด้วย แคโรทีนอยด์ (สีส้ม) วิตามินอี ไฟโตสเตอรอล · ผลสดมีวิตามินซีสูง วิตามินอีเล็กน้อย
งานวิจัยในคน เยื่อบุช่องคลอดในหญิงวัยหมดประจำเดือน · อาการตาแห้ง · ผลยังเล็กและจำนวนงานน้อย เจ็บเต้านมตามรอบเดือน ร้อนวูบวาบ PMS ผลไม่สม่ำเสมอ · ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังไม่ต่างจากยาหลอก
เวลาที่กิน พร้อมมื้อที่มีไขมัน พร้อมมื้ออาหาร
ข้อควรระวัง ท้องไส้ปั่นป่วน · ยาละลายลิ่มเลือด · ก่อนผ่าตัด ท้องเสีย ปวดหัว · ยาละลายลิ่มเลือด · ก่อนผ่าตัด · ยารักษาโรคจิตกลุ่มฟีโนไทอะซีน · ตั้งครรภ์

2 ซีบัคธอร์น: โอเมก้า-7 กับความชุ่มชื้นของเยื่อบุ

ซีบัคธอร์นเป็นไม้พุ่มมีหนามที่ให้ผลเล็กสีส้มสด ผลสดเปรี้ยวจัดและมีวิตามินซีสูง ส่วนน้ำมันจากเนื้อผลมีโอเมก้า-7 ซึ่งพบได้ไม่บ่อยในพืช ทำให้ถูกนำมาศึกษาเรื่องผิวและเยื่อบุ

  • วัยหมดประจำเดือน — งานของ Larmo และคณะ (2014) ให้หญิงวัยหมดประจำเดือนกินน้ำมันซีบัคธอร์น 3 กรัมต่อวันนาน 3 เดือน เทียบกับยาหลอก พบว่าความสมบูรณ์ของเยื่อบุช่องคลอดดีขึ้นกว่ากลุ่มยาหลอก · เป็นงานขนาดกลาง ยังต้องการงานยืนยัน และไม่ใช่การรักษาแทนยาที่แพทย์สั่ง
  • ตาแห้ง — งานของ Larmo และคณะ (2010) พบว่าน้ำมันซีบัคธอร์นช่วยให้อาการตาแห้งบางด้านดีขึ้นเมื่อเทียบกับยาหลอก
  • ผิว — ถูกศึกษาในแง่ความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นของผิว แต่งานในคนยังน้อย
  • ขนาดที่ต้องรู้ — งานวิจัยใช้น้ำมันระดับกรัมต่อวัน ซึ่งต่างจากผลิตภัณฑ์รวมที่ใส่ซีบัคธอร์นระดับมิลลิกรัม

ดูพื้นฐานเพิ่มได้ที่ ซีบัคธอร์น (Sea Buckthorn) คืออะไร · เวลาที่เหมาะอ่านได้ที่ ซีบัคธอร์นกินตอนไหน และผลข้างเคียงที่ โทษของซีบัคธอร์น

3 น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส: GLA กับเรื่องที่เชื่อกันมานาน

น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสเป็นแหล่ง GLA ที่นิยมที่สุด ร่างกายเปลี่ยน GLA เป็นสารกลุ่มพรอสตาแกลนดินบางชนิดที่เกี่ยวกับการอักเสบ จึงถูกนำมาศึกษาในหลายเรื่อง

  • ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (กลาก) — การทบทวนของ Cochrane โดย Bamford และคณะ (2013) รวมงานวิจัยจำนวนมาก พบว่าน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสและน้ำมันโบราจชนิดกินไม่ได้ช่วยอาการมากกว่ายาหลอก
  • เจ็บเต้านมตามรอบเดือน — มีงานขนาดเล็กที่ใช้ร่วมกับวิตามินอีแล้วอาการดีขึ้นบ้าง แต่ผลไม่สม่ำเสมอ
  • อาการร้อนวูบวาบ — มีงานแบบสุ่มขนาดเล็กที่พบความรุนแรงลดลงบ้าง แต่ความถี่ไม่ต่างจากยาหลอกชัดเจน
  • อาการก่อนมีประจำเดือน (PMS) — งานทบทวนรุ่นเก่าไม่พบว่าได้ผลมากกว่ายาหลอกอย่างชัดเจน

NCCIH สรุปว่าหลักฐานของน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสยังไม่พอจะสนับสนุนการใช้ในภาวะใดภาวะหนึ่งอย่างชัดเจน · อ่านต่อได้ที่ น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสกินตอนไหน

4 ซีบัคธอร์นกับอีฟนิ่งพริมโรส อันไหนดีกว่า

สถานการณ์ ตัวที่ตรงกว่า เหตุผล
วัยหมดประจำเดือน เยื่อบุแห้ง ซีบัคธอร์น (น้ำมันขนาดตามงานวิจัย) มีงานแบบสุ่มเทียบยาหลอกโดยตรง · อาการรุนแรงควรพบแพทย์ เพราะมีวิธีรักษาที่ได้ผลชัดกว่า
ตาแห้ง ซีบัคธอร์น มีงานวิจัยในคน · ตาแห้งเรื้อรังต้องพบจักษุแพทย์
เจ็บเต้านมตามรอบเดือน อีฟนิ่งพริมโรส (หลักฐานอ่อน) เป็นเรื่องที่ถูกศึกษามากที่สุด แต่ผลไม่สม่ำเสมอ · ก้อนที่เต้านมต้องพบแพทย์
ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ไม่แนะนำทั้งคู่เป็นหลัก อีฟนิ่งพริมโรสไม่ต่างจากยาหลอก ควรดูแลตามแพทย์ผิวหนัง
กินยาละลายลิ่มเลือด ปรึกษาแพทย์ก่อนทั้งคู่ น้ำมันทั้งสองชนิดอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก

สรุปคือสองตัวนี้ไม่ได้แข่งกันในเรื่องเดียวกัน ซีบัคธอร์นมีข้อมูลด้านเยื่อบุและความชุ่มชื้น ส่วนอีฟนิ่งพริมโรสถูกศึกษาเรื่องรอบเดือนมากกว่า และทั้งคู่ยังเป็นหลักฐานระดับเริ่มต้น

5 กินคู่กันได้ไหม และกินตอนไหน

  • กินคู่กันได้ — เป็นไขมันคนละกลุ่ม ไม่แย่งการดูดซึมกัน แต่ถ้ากินน้ำมันหลายชนิดพร้อมกัน ควรนับรวมผลต่อการแข็งตัวของเลือดด้วย
  • กินพร้อมมื้ออาหาร — ไขมันดูดซึมได้ดีเมื่อกินพร้อมอาหาร และลดอาการท้องไส้
  • ใช้เวลา — งานวิจัยส่วนใหญ่ดูผลที่ 2–3 เดือน การกินไม่กี่สัปดาห์ไม่ควรคาดหวังการเปลี่ยนแปลง
  • ดูขนาดบนฉลาก — น้ำมันซีบัคธอร์นในงานวิจัยใช้ระดับกรัม ส่วนอีฟนิ่งพริมโรสควรดูปริมาณ GLA ที่ระบุ ไม่ใช่แค่น้ำหนักน้ำมันรวม
  • หยุดก่อนผ่าตัด — แจ้งแพทย์และหยุดน้ำมันทั้งสองชนิดล่วงหน้าตามที่แพทย์แนะนำ
BLB Y เป็นสูตรดูแลผู้หญิงที่ระบุปริมาณสารสำคัญรายตัวบนฉลาก — ตังกุย 114.8 มก. สารสกัดกุหลาบ 100 มก. สารสกัดผลพลับ PANCIL 100 มก. โพรไบโอติก Lactobacillus acidophilus และ rhamnosus อย่างละ 40 มก. ซีบัคธอร์น 33.55 มก. ซิงค์ 15 มก. พร้อมวิตามินบี 6 บี 12 วิตามินดี 3 และกรดโฟลิก · ไม่มีส่วนผสมของกวาวเครือขาว และไม่ใช่ฮอร์โมนทดแทน · มีเลข อย. 26-1-10867-5-0034 และผ่านการรับรองฮาลาล · BLB Y มีซีบัคธอร์น 33.55 มก. แต่ไม่มีน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสในสูตร · ซีบัคธอร์นในสูตรเป็นปริมาณน้อยกว่าน้ำมันซีบัคธอร์นราว 3 กรัมต่อวันที่ใช้ในงานวิจัยมาก จึงเป็นส่วนหนึ่งของสูตรรวมร่วมกับตังกุย กุหลาบ ผลพลับ โพรไบโอติก และวิตามิน ไม่ใช่น้ำมันซีบัคธอร์นเดี่ยว · ไม่ใช่ฮอร์โมนทดแทน · ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด ตั้งครรภ์ หรือมีภาวะที่ไวต่อฮอร์โมน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีตังกุย · กินตามที่ฉลากระบุ

6 ยาที่ต้องระวัง ใครควรเลี่ยง และเมื่อไรต้องพบแพทย์

ใครควรปรึกษาแพทย์ก่อน

  • ผู้ที่กินวาร์ฟาริน ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาละลายลิ่มเลือดอื่น — ทั้งสองตัวอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก
  • ผู้ที่กำลังจะผ่าตัดหรือทำฟัน — หยุดล่วงหน้าตามที่แพทย์แนะนำ
  • ผู้ที่ได้รับยารักษาโรคจิตกลุ่มฟีโนไทอะซีนหรือมีประวัติชัก — มีรายงานเก่าเรื่องอีฟนิ่งพริมโรสกับอาการชัก แม้หลักฐานยังถกเถียง ควรแจ้งแพทย์
  • หญิงตั้งครรภ์ — ไม่ควรกินน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสเองโดยเฉพาะช่วงใกล้คลอด เพราะความปลอดภัยยังไม่ชัด
  • ผู้ที่มีภาวะที่ไวต่อฮอร์โมน หรือกินยาฮอร์โมน — ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มอาหารเสริมดูแลวัยทองทุกชนิด

เมื่อไรต้องพบแพทย์

  • ก้อนที่เต้านม หัวนมมีเลือดหรือน้ำไหล
  • เลือดออกทางช่องคลอดหลังหมดประจำเดือนแล้ว
  • อาการร้อนวูบวาบหรือนอนไม่หลับจนกระทบชีวิตประจำวัน — มีวิธีดูแลที่ได้ผลชัดกว่าโดยแพทย์
  • จ้ำเลือดง่ายหรือเลือดออกผิดปกติ

7 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ซีบัคธอร์นกับอีฟนิ่งพริมโรสต่างกันยังไง?

ซีบัคธอร์นเด่นที่โอเมก้า-7 แคโรทีนอยด์ และวิตามินอี มีงานวิจัยเรื่องเยื่อบุในวัยหมดประจำเดือนและตาแห้ง · น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสเด่นที่ GLA (โอเมก้า-6) ถูกศึกษาเรื่องเจ็บเต้านมตามรอบเดือนและร้อนวูบวาบ แต่ผลไม่สม่ำเสมอ

ซีบัคธอร์น (Sea Buckthorn) คืออะไร?

คือไม้พุ่มเขตหนาว Hippophae rhamnoides ที่ให้ผลเล็กสีส้ม น้ำมันจากเนื้อผลมีกรดปาล์มิโทเลอิก (โอเมก้า-7) สูง และผลสดมีวิตามินซีสูง

ซีบัคธอร์นกับอีฟนิ่งพริมโรส อันไหนดีกว่าสำหรับผู้หญิงวัยทอง?

เรื่องเยื่อบุแห้ง ซีบัคธอร์นมีงานแบบสุ่มเทียบยาหลอกที่ตรงกว่า ส่วนเรื่องร้อนวูบวาบ อีฟนิ่งพริมโรสมีงานขนาดเล็กที่ผลยังไม่ชัด · ทั้งคู่ไม่ใช่ฮอร์โมนทดแทน อาการรุนแรงควรพบแพทย์

กินซีบัคธอร์นกับน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสพร้อมกันได้ไหม?

ได้โดยทั่วไป เพราะเป็นไขมันคนละกลุ่ม · แต่ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด กำลังจะผ่าตัด หรือตั้งครรภ์ ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน

ซีบัคธอร์นและอีฟนิ่งพริมโรสควรกินตอนไหน?

พร้อมมื้ออาหารที่มีไขมัน เพื่อการดูดซึมที่ดีและลดอาการท้องไส้ · กินต่อเนื่องราว 2–3 เดือนตามที่งานวิจัยใช้ และกินตามที่ฉลากระบุ

น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสช่วยผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้จริงไหม?

การทบทวนของ Cochrane พบว่าน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสชนิดกินไม่ได้ช่วยผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมากกว่ายาหลอก จึงไม่ควรใช้แทนการดูแลตามแพทย์ผิวหนัง

โทษของซีบัคธอร์นและน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสมีอะไรบ้าง?

ที่พบได้คือท้องไส้ปั่นป่วน ท้องเสีย ปวดหัว · ทั้งคู่อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกเมื่อกินร่วมกับยาละลายลิ่มเลือด · อีฟนิ่งพริมโรสต้องระวังในหญิงตั้งครรภ์และผู้ที่ใช้ยารักษาโรคจิตบางกลุ่ม

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ซีบัคธอร์นและน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสเป็นน้ำมัน/สารสกัดจากพืชในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ยา ไม่ใช่ฮอร์โมนทดแทน ไม่ได้รักษาภาวะวัยทอง กลาก (ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง) อาการก่อนมีประจำเดือน หรือโรคเต้านม · การทบทวนของ Cochrane พบว่าน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสชนิดกินไม่ได้ช่วยผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมากกว่ายาหลอก
  • ก้อนที่เต้านม หัวนมมีเลือดหรือน้ำไหล ผิวเต้านมบุ๋มหรือเป็นผิวส้ม ต้องพบแพทย์ ไม่ใช่ดูแลด้วยน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส · เลือดออกทางช่องคลอดหลังหมดประจำเดือนแล้ว ต้องพบแพทย์ทุกกรณี · จ้ำเลือดง่าย เลือดกำเดาไหลไม่หยุด หรือถ่ายดำ ในผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดร่วมกับน้ำมันทั้งสองชนิด ต้องหยุดและพบแพทย์ · ผื่นผิวหนังที่ลาม มีน้ำเหลือง หรือเป็นแผลติดเชื้อ ต้องพบแพทย์ผิวหนัง
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด กำลังจะผ่าตัด หรือตั้งครรภ์ ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนกินน้ำมันทั้งสองชนิด
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Larmo PS, Yang B, Hyssälä J, Kallio HP, Erkkola R. Effects of sea buckthorn oil intake on vaginal atrophy in postmenopausal women: a randomized, double-blind, placebo-controlled study. Maturitas. 2014;79(3):316–321
  2. Larmo PS, Järvinen RL, Setälä NL, et al. Oral sea buckthorn oil attenuates tear film osmolarity and symptoms in individuals with dry eye. J Nutr. 2010;140(8):1462–1468
  3. Bamford JT, Ray S, Musekiwa A, et al. Oral evening primrose oil and borage oil for eczema. Cochrane Database of Systematic Reviews, 2013
  4. Farzaneh F, Fatehi S, Sohrabi MR, Alizadeh K. The effect of oral evening primrose oil on menopausal hot flashes: a randomized clinical trial. Arch Gynecol Obstet. 2013
  5. Pruthi S, Wahner-Roedler DL, Torkelson CJ, et al. Vitamin E and evening primrose oil for management of cyclical mastalgia: a randomized pilot study. Altern Med Rev. 2010
  6. NCCIH (National Center for Complementary and Integrative Health) — Evening Primrose Oil
  7. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →