เควอซิติน (Quercetin) vs รูติน (Rutin) ต่างกันยังไง? ฟลาโวนอยด์ตัวเดียวกันแต่ต่างที่น้ำตาลที่เกาะ ดูดซึมต่างกันแค่ไหน ตัวไหนเหมาะกับใคร กินคู่กันได้ไหม และโทษที่ต้องรู้

เควอซิติน (Quercetin) กับรูติน (Rutin) เป็นฟลาโวนอยด์แกนเดียวกัน ต่างกันที่น้ำตาลที่เกาะอยู่ — รูตินคือเควอซิตินที่มีน้ำตาลรูติโนสเกาะ (quercetin-3-O-rutinoside) ร่างกายดูดซึมรูตินที่ลำไส้เล็กได้น้อย ต้องรอแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ตัดน้ำตาลออกก่อน จึงดูดซึมช้าและได้น้อยกว่า · เควอซิตินแบบไม่มีน้ำตาล (อะไกลโคน) ละลายน้ำยาก ดูดซึมได้ไม่มากเช่นกัน แต่เป็นรูปที่ใช้ในงานวิจัยด้านภูมิคุ้มกันและการอักเสบเป็นส่วนใหญ่ · ส่วนรูตินและยาที่พัฒนาจากรูตินถูกศึกษาเรื่องหลอดเลือดดำและเส้นเลือดฝอยมากกว่า · กินคู่กันได้ แต่ทั้งคู่ไม่ใช่ยารักษาเส้นเลือดขอดหรือภูมิแพ้

แกนเดียวกัน
รูติน
= เควอซิติน + รูติโนส
ลำไส้ใหญ่
รูติน
ดูดซึมหลังจุลินทรีย์ตัดน้ำตาล
หัวหอม แอปเปิล
เควอซิติน
แหล่งอาหารหลัก

บทความนี้ไม่ได้อธิบายแต่ละตัวซ้ำ (อ่านได้ที่ เควอซิติน คืออะไร และ รูติน คืออะไร) แต่จะตอบคำถามที่คนเทียบสองตัวนี้สงสัยที่สุด · เรื่องแรกคือตารางเทียบ · เรื่องที่สองคือน้ำตาลก้อนเดียวเปลี่ยนการดูดซึมยังไง · เรื่องที่สามคืองานวิจัยพบอะไร และไม่พบอะไร · เรื่องที่สี่คือเลือกตามโจทย์ · เรื่องสุดท้ายคือกินคู่กัน วิธีกิน และยาที่ต้องระวัง · ฟลาโวนอยด์อีกตัวที่ชื่อคล้ายกันแต่โครงสร้างต่างคือ แทกซิโฟลิน

1 ตารางเทียบตรง ๆ: เควอซิติน vs รูติน

ประเด็น เควอซิติน รูติน
โครงสร้าง ฟลาโวนอลแบบไม่มีน้ำตาล (อะไกลโคน) เควอซิติน + น้ำตาลรูติโนส (กลูโคส + แรมโนส)
ชื่ออื่น Quercetin · เควอซิทิน · เคอร์ซิทิน Rutin · รูโตไซด์ (rutoside) · วิตามินพีในตำราเก่า
แหล่งอาหาร หัวหอมแดง หอมใหญ่ แอปเปิลทั้งเปลือก เคเปอร์ ชา (ในอาหารส่วนใหญ่อยู่ในรูปมีน้ำตาลเกาะ) บักวีต หน่อไม้ฝรั่ง เปลือกส้ม ดอกโสฟอร่า (ดอกไหวญี่ปุ่น)
ตำแหน่งที่ดูดซึม ลำไส้เล็กบางส่วน ส่วนใหญ่ที่ลำไส้ใหญ่ หลังแบคทีเรียตัดน้ำตาลออก
การละลาย ละลายน้ำยากมาก ละลายน้ำได้ดีกว่าเล็กน้อย
โจทย์ที่ถูกศึกษาบ่อย ภูมิคุ้มกัน การอักเสบ ภูมิแพ้ ทำงานคู่ซิงค์ หลอดเลือดดำ เส้นเลือดฝอยเปราะ ขาบวมจากหลอดเลือดดำ
ขนาดที่งานวิจัยมักใช้ ราว 500–1,000 มก. ต่อวัน ราว 500–1,000 มก. ต่อวัน (ยาอนุพันธ์รูตินใช้ขนาดตามแพทย์)
ข้อควรระวังเด่น รบกวนเอนไซม์ย่อยยาที่ตับ · ขนาดสูงต่อเนื่องในผู้ที่มีโรคไต คล้ายเควอซิติน แต่ข้อมูลน้อยกว่า

สรุปสั้น ๆ คือ เมื่อรูตินถูกดูดซึมแล้วก็กลายเป็นเควอซิตินและสารที่เปลี่ยนรูปมาจากเควอซิตินในเลือดเหมือนกัน ความต่างหลักจึงอยู่ที่ความเร็ว ปริมาณที่ดูดซึม และโจทย์ที่แต่ละตัวถูกศึกษามา

2 น้ำตาลก้อนเดียวเปลี่ยนการดูดซึมยังไง

ฟลาโวนอยด์ในพืชส่วนใหญ่มีน้ำตาลเกาะอยู่ ชนิดของน้ำตาลเป็นตัวกำหนดว่าร่างกายจะดูดซึมตรงไหน

  • เควอซิตินที่เกาะกลูโคส (เช่นในหัวหอม) เอนไซม์ในผนังลำไส้เล็กตัดกลูโคสออกได้ จึงดูดซึมได้เร็วที่ลำไส้เล็ก
  • รูติน (เกาะรูติโนส) มนุษย์ไม่มีเอนไซม์ตัดแรมโนส รูตินส่วนใหญ่จึงเดินทางไปถึงลำไส้ใหญ่ แบคทีเรียค่อยตัดน้ำตาลออก แล้วเควอซิตินบางส่วนถูกดูดซึม บางส่วนถูกย่อยต่อเป็นกรดฟีนอลิกที่เล็กลง
  • เควอซิตินอะไกลโคน (ในอาหารเสริมทั่วไป) ไม่ต้องตัดน้ำตาล แต่ละลายน้ำยาก จึงดูดซึมได้จำกัดเช่นกัน ผู้ผลิตบางรายจึงพัฒนารูปแบบที่ละลายดีขึ้น

งานของ Hollman และคณะ (1995) ในอาสาสมัครที่ผ่าตัดลำไส้ใหญ่ออกพบว่า เควอซิตินจากหัวหอมถูกดูดซึมได้มากกว่ารูตินชัดเจน ซึ่งยืนยันว่ารูตินต้องอาศัยลำไส้ใหญ่ · นี่เป็นตัวอย่างของเรื่อง Bioavailability ที่ปริมาณบนฉลากไม่เท่ากับปริมาณที่ร่างกายได้ อ่านเพิ่มที่ Bioavailability คืออะไร · หลักเดียวกันนี้เป็นเหตุผลที่บางสูตรใช้แร่ธาตุรูปลิโพโซม อ่านที่ Liposomal คืออะไร

3 งานวิจัยพบอะไร และไม่พบอะไร

หัวข้อ เควอซิติน รูติน
หลอดเลือดดำ ขาบวม ขาหนัก ข้อมูลในคนจำกัด ยาอนุพันธ์รูติน (ไฮดรอกซีเอทิลรูโตไซด์) มีงานทางคลินิกในผู้ป่วยภายใต้การดูแลของแพทย์ ผลยังไม่สม่ำเสมอ · ผลนี้ไม่ใช่ผลของรูตินในอาหารเสริม
ภูมิแพ้ ภูมิคุ้มกัน งานในหลอดทดลองพบว่ายับยั้งการหลั่งฮิสตามีน แต่งานในคนยังน้อย ข้อมูลในคนน้อย
ทำงานคู่ซิงค์ งานในหลอดทดลองพบว่าช่วยพาซิงค์เข้าเซลล์ ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกชัด ไม่มีข้อมูล
ความดันโลหิต งานรวมผลบางชิ้นพบความดันลดลงเล็กน้อยในขนาดสูง ยังไม่สรุป ข้อมูลน้อย
ความปลอดภัย ขนาดถึงราว 1 กรัมต่อวันระยะสั้นพบผลข้างเคียงน้อย (Andres และคณะ 2018) ข้อมูลระยะยาวจำกัด มาจากอาหารได้ปลอดภัย ขนาดเสริมข้อมูลน้อยกว่า

สิ่งที่ควรรู้คือ งานวิจัยส่วนใหญ่ของทั้งสองตัวยังอยู่ในระดับหลอดทดลองหรือสัตว์ทดลอง งานในคนมีขนาดเล็ก และฟลาโวนอยด์จากผักผลไม้มาพร้อมใยอาหารและสารอื่นที่แยกผลได้ยาก เรื่องเควอซิตินกับซิงค์อ่านละเอียดที่ เควอซิติน + ซิงค์

4 เลือกตามโจทย์: ตัวไหนเหมาะกับใคร

สถานการณ์ ตัวที่มักถูกพิจารณา เหตุผล
ดูแลภูมิคุ้มกันร่วมกับซิงค์และวิตามินซี เควอซิติน เป็นตัวที่ถูกศึกษาร่วมกับซิงค์ และมีในหลายสูตรภูมิคุ้มกัน
ยืนนาน นั่งนาน ขาหนัก ขาบวมช่วงเย็น ปรับพฤติกรรมก่อน แล้วปรึกษาแพทย์ รูตินถูกศึกษาเรื่องหลอดเลือดดำ แต่การขยับขา ยกขา และถุงน่องสำคัญกว่า
จ้ำเลือดง่าย เส้นเลือดฝอยแตกง่าย พบแพทย์ก่อน อาจเป็นสัญญาณของเกล็ดเลือดหรือการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
อยากได้ฟลาโวนอยด์จากอาหาร ทั้งสองตัวจากอาหาร หอมแดง แอปเปิลทั้งเปลือก ชา บักวีต ผักใบเขียว ให้ทั้งสองตัวพร้อมใยอาหาร
กินยาประจำหลายตัว ปรึกษาเภสัชกรก่อนทั้งสองตัว เควอซิตินรบกวนเอนไซม์ที่ใช้ย่อยยาหลายกลุ่ม

ข้อสังเกตคือ ในอาหาร เราได้ทั้งเควอซิตินที่เกาะกลูโคสและรูตินปนกันอยู่แล้ว การกินผักผลไม้หลากสีจึงเป็นพื้นฐานที่ดีกว่าการเลือกตัวใดตัวหนึ่งแบบเม็ด

Lipo Zn ให้ซิงค์รูปแบบลิโพโซม Liposovit®-Zn 187.5 มก. ร่วมกับวิตามินซี 115 มก. แอล-ซิสเทอีน 100 มก. เควอซิทิน 75.5 มก. และซีลีเนียม 1 มก. · ซิงค์เป็นแร่ธาตุที่ร่างกายเก็บสะสมไม่ได้มาก จึงต้องได้รับสม่ำเสมอจากอาหารหรืออาหารเสริม · มีเลข อย. 26-1-10867-5-0059 และผ่านการรับรองฮาลาล · Lipo Zn มีเควอซิติน 75.5 มก. แต่ไม่มีรูตินในสูตร · เควอซิตินในสูตรนี้อยู่คู่กับซิงค์ วิตามินซี และซีลีเนียม เพื่อโจทย์เรื่องผิวและภูมิคุ้มกัน ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเรื่องหลอดเลือดดำหรือเส้นเลือดขอด · ปริมาณ 75.5 มก. ต่ำกว่าขนาด 500–1,000 มก. ที่งานวิจัยแบบสารเดี่ยวหลายชิ้นใช้ · ผู้ที่กินยาประจำ โดยเฉพาะยากดภูมิ ยาละลายลิ่มเลือด หรือยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลน ควรปรึกษาเภสัชกรก่อน · กินวันละ 1 แคปซูลตามที่ฉลากระบุ

5 กินคู่กันได้ไหม และกินตอนไหน

กินคู่กันได้ ไม่มีรายงานปฏิกิริยาระหว่างสองตัวนี้ และบางสูตรผสมไว้ด้วยกัน แต่ต้องจำไว้ว่าสุดท้ายร่างกายได้เควอซิตินจากทั้งสองแหล่ง จึงควรนับรวมเมื่อคิดเรื่องขนาด หลักการกินคือ

  • กินพร้อมอาหาร — ฟลาโวนอยด์ละลายในไขมันได้ดีกว่าน้ำ การกินพร้อมมื้อช่วยการดูดซึมและลดอาการระคายกระเพาะ รายละเอียดที่ เควอซิติน กินตอนไหน
  • กินคู่วิตามินซีได้ — วิตามินซีช่วยปกป้องเควอซิตินจากการถูกออกซิไดซ์ และมักอยู่ในสูตรเดียวกัน
  • เว้นห่างจากยาที่ต้องระวัง — โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลน ควรถามเภสัชกรเรื่องระยะห่าง
  • ประเมินผลเป็นสัปดาห์ — ไม่ใช่สารที่เห็นผลทันที และถ้าไม่มีเหตุผลชัด ไม่จำเป็นต้องกินขนาดสูงต่อเนื่อง

6 ข้อควรระวังและยาที่ต้องรู้

กลุ่ม ข้อกังวล ควรทำอย่างไร
กินยากดภูมิ เช่น ไซโคลสปอรีน เควอซิตินอาจเปลี่ยนระดับยาในเลือด ห้ามเริ่มเอง ปรึกษาแพทย์
กินยาละลายลิ่มเลือด เช่น วาร์ฟาริน ฟลาโวนอยด์อาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือดเล็กน้อย ปรึกษาแพทย์ และตรวจค่า INR ตามนัด
กินยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลน มีข้อมูลว่าเควอซิตินอาจรบกวนการออกฤทธิ์ หยุดเควอซิตินระหว่างใช้ยา หรือถามเภสัชกร
มีโรคไต มีรายงานความเป็นพิษต่อไตจากเควอซิตินขนาดสูงมากทางหลอดเลือด ไม่กินขนาดสูงต่อเนื่องเอง
ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ข้อมูลความปลอดภัยของขนาดเสริมยังจำกัด ได้จากอาหารตามปกติ เลี่ยงขนาดเสริม

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือปวดหัว ท้องไม่สบาย ชาปลายมือปลายเท้าเล็กน้อยในขนาดสูง อ่านรายละเอียดที่ โทษของเควอซิติน

7 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เควอซิตินกับรูตินต่างกันยังไง?

รูตินคือเควอซิตินที่มีน้ำตาลรูติโนสเกาะอยู่ ร่างกายต้องรอแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ตัดน้ำตาลออกก่อนจึงดูดซึม ทำให้ช้าและได้น้อยกว่า · เควอซิตินถูกศึกษาเรื่องภูมิคุ้มกัน ส่วนรูตินถูกศึกษาเรื่องหลอดเลือดดำ

รูติน คือ อะไร?

คือฟลาโวนอยด์ชนิดหนึ่งที่มีโครงเป็นเควอซิตินเกาะกับน้ำตาลรูติโนส พบมากในบักวีต หน่อไม้ฝรั่ง เปลือกส้ม และดอกโสฟอร่า ตำราเก่าเคยเรียกว่าวิตามินพี

เควอซิตินกับรูตินกินคู่กันได้ไหม?

ได้ ไม่มีรายงานปฏิกิริยาระหว่างกัน แต่รูตินจะกลายเป็นเควอซิตินในร่างกาย จึงควรนับรวมขนาด และผู้ที่กินยาประจำควรปรึกษาเภสัชกรก่อน

เควอซิตินหรือรูติน ตัวไหนดูดซึมดีกว่า?

เควอซิตินที่เกาะกลูโคส เช่นในหัวหอม ดูดซึมได้ดีกว่ารูติน · ส่วนเควอซิตินแบบเม็ดทั่วไปละลายน้ำยากและดูดซึมได้จำกัดเช่นกัน การกินพร้อมอาหารช่วยได้บ้าง

เควอซิตินและรูตินกินตอนไหนดี?

กินพร้อมอาหาร เพื่อช่วยการดูดซึมและลดอาการระคายกระเพาะ กินคู่วิตามินซีได้ และควรเว้นห่างจากยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลน

รูตินช่วยเส้นเลือดขอดได้ไหม?

งานวิจัยส่วนใหญ่ใช้ยาที่พัฒนาจากรูตินในผู้ป่วยภายใต้การดูแลของแพทย์ และผลยังไม่สม่ำเสมอ รูตินในอาหารเสริมไม่ใช่ยารักษาเส้นเลือดขอด ถ้าขาบวม ปวด หรือมีแผลต้องพบแพทย์

โทษของเควอซิตินและรูตินมีอะไรบ้าง?

ที่พบคือปวดหัว ท้องไม่สบาย · เควอซิตินรบกวนเอนไซม์ย่อยยาที่ตับ อาจเปลี่ยนระดับยากดภูมิและยาบางกลุ่ม และไม่ควรกินขนาดสูงต่อเนื่องในผู้ที่มีโรคไต

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • เควอซิตินและรูตินเป็นฟลาโวนอยด์ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ยา ไม่ได้รักษาเส้นเลือดขอด ริดสีดวง โรคภูมิแพ้ หรือการติดเชื้อไวรัส · ผลที่กล่าวถึงในบทความมาจากงานวิจัยของสารเดี่ยวหรือยาที่พัฒนาจากรูติน ในขนาดและกลุ่มผู้ป่วยเฉพาะ ไม่ใช่ผลของผลิตภัณฑ์ใด
  • เควอซิตินขนาดสูงต่อเนื่องนานหลายเดือนยังมีข้อมูลความปลอดภัยจำกัด — และเป็นสารที่รบกวนเอนไซม์ตับที่ใช้ย่อยยาหลายกลุ่ม จึงอาจทำให้ระดับยาบางชนิดเปลี่ยนไป · ผู้ที่กินยาประจำต้องปรึกษาเภสัชกรก่อน ไม่ใช่กินตามขนาดในคลิป
  • ปัสสาวะออกน้อยลงมาก ปัสสาวะสีเข้ม บวมทั้งตัว คลื่นไส้อาเจียนร่วมกับอ่อนเพลียมาก หรือปวดชายโครงด้านหลังสองข้าง ในผู้ที่ใช้เควอซิตินขนาดสูงต่อเนื่องหลายเดือน ต้องหยุดและไปตรวจการทำงานของไต · และอาการปวดหัวรุนแรงผิดปกติหรือชาแขนขาต้องพบแพทย์
  • ขาบวมข้างเดียว ปวด แดง ร้อน โดยเฉพาะหลังนั่งนานหรือเดินทางไกล อาจเป็นลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ ต้องไปโรงพยาบาลทันที · แผลที่ข้อเท้าไม่หาย ผิวหนังรอบเส้นเลือดขอดเปลี่ยนสีคล้ำ หรือเลือดออกจากเส้นเลือดขอด ต้องพบแพทย์
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่กินยากดภูมิ ยาละลายลิ่มเลือด ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลน หรือมีโรคไต ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มเควอซิตินหรือรูติน
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Hollman PC, et al. Absorption of dietary quercetin glycosides and quercetin in healthy ileostomy volunteers. Am J Clin Nutr. 1995;62(6):1276–1282
  2. Andres S, et al. Safety aspects of the use of quercetin as a dietary supplement. Mol Nutr Food Res. 2018;62(1)
  3. Morling JR, et al. Rutosides for treatment of post-thrombotic syndrome. Cochrane Database Syst Rev. 2015
  4. Memorial Sloan Kettering Cancer Center — About Herbs: Quercetin
  5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →