กระเทียมดำ vs น้ำมันกระเทียม ต่างกันยังไง? อัลลิซิน S-allylcysteine กลิ่น กระเพาะ ตัวไหนเหมาะกับใคร กินตอนไหน และโทษที่ต้องรู้ (ยาละลายลิ่มเลือด)

กระเทียมดำ (Black Garlic) กับน้ำมันกระเทียม (Garlic Oil) มาจากกระเทียม (Allium sativum) เหมือนกัน แต่ผ่านกระบวนการต่างกันจนได้สารสำคัญคนละชุด · คำตอบสั้น ๆ ของคำถาม “กระเทียมดำกับน้ำมันกระเทียมต่างกันยังไง” คือ กระเทียมดำทำจากกระเทียมสดทั้งหัวที่บ่มในความร้อนประมาณ 60–90 องศาเซลเซียสและความชื้นสูงเป็นเวลาหลายสัปดาห์ เกิดปฏิกิริยาเมลลาร์ดจนเนื้อดำ หวาน หนึบ กลิ่นฉุนหายไป อัลลิซินแทบไม่เหลือ แต่ได้สาร S-allylcysteine (SAC) ที่ละลายน้ำเพิ่มขึ้น · ส่วนน้ำมันกระเทียมได้จากการกลั่นด้วยไอน้ำหรือการแช่กระเทียมในน้ำมัน มีสารกำมะถันที่ละลายในไขมัน เช่น ไดอัลลิลไดซัลไฟด์และไดอัลลิลไตรซัลไฟด์ ยังมีกลิ่นกระเทียม · งานในคนส่วนใหญ่ที่พูดถึงกระเทียมกับความดันและไขมันเป็นงานของผงกระเทียมและสารสกัดกระเทียมบ่ม ไม่ใช่กระเทียมดำหรือน้ำมันกระเทียมโดยตรง

คนละสารเด่น
SAC
กับไดอัลลิลซัลไฟด์
กลิ่นต่างกัน
กระเทียมดำ
แทบไม่ฉุน
ระวังเลือดออก
ทั้งคู่
กับยาละลายลิ่มเลือด

เรื่องแรกคือเคมีของกระเทียม — กระเทียมสดมีสารอัลลิอิน เมื่อทุบหรือสับ เอนไซม์อัลลิเนสจะเปลี่ยนเป็นอัลลิซินที่ให้กลิ่นฉุน อัลลิซินไม่เสถียรและสลายต่อเป็นสารกำมะถันอีกหลายตัว · เรื่องที่สองคือกระบวนการ — ความร้อนระหว่างการบ่มกระเทียมดำทำให้เอนไซม์หยุดทำงาน จึงได้อัลลิซินน้อย ส่วนน้ำมันกระเทียมเก็บสารกำมะถันที่ละลายในไขมันไว้ · เรื่องที่สามคือหลักฐาน — ผลิตภัณฑ์กระเทียมต่างรูปแบบนำผลวิจัยมาใช้แทนกันตรง ๆ ไม่ได้ · อ่านพื้นฐานได้ที่ กระเทียม (Garlic) สรรพคุณและงานวิจัย

1 ตารางเทียบ: กระเทียมดำ vs น้ำมันกระเทียม

หัวข้อ กระเทียมดำ (Black Garlic) น้ำมันกระเทียม (Garlic Oil)
วิธีทำ บ่มกระเทียมสดทั้งหัวในความร้อนราว 60–90°C ความชื้นสูง นานหลายสัปดาห์ กลั่นด้วยไอน้ำ (น้ำมันหอมระเหยกระเทียม) หรือแช่กระเทียมบดในน้ำมันพืช
เป็นการหมักไหม มักถูกเรียกว่าหมัก แต่ส่วนใหญ่เป็นปฏิกิริยาจากความร้อน (เมลลาร์ด) ไม่ได้ใช้จุลินทรีย์ ไม่ใช่การหมัก
สารเด่น S-allylcysteine (SAC) ที่ละลายน้ำ · สารกลุ่มโพลีฟีนอลและสารจากปฏิกิริยาเมลลาร์ด ไดอัลลิลซัลไฟด์ ไดอัลลิลไดซัลไฟด์ ไดอัลลิลไตรซัลไฟด์ · แบบแช่น้ำมันมีอะโจอีน
อัลลิซิน แทบไม่มี ไม่มีอัลลิซินโดยตรง แต่มีสารที่สลายมาจากอัลลิซิน
รสและกลิ่น หวานอมเปรี้ยว เนื้อหนึบคล้ายผลไม้แห้ง กลิ่นฉุนน้อยมาก กลิ่นกระเทียมชัด อาจเรอเป็นกลิ่นกระเทียม
รูปแบบที่พบ กินเป็นกลีบ สารสกัด หรือเครื่องดื่ม แคปซูลซอฟต์เจล หรือเป็นส่วนผสมในสูตรน้ำมันรวม
งานวิจัยในคน มีน้อย ขนาดเล็ก ระยะสั้น มีน้อยเช่นกัน งานส่วนใหญ่ของกระเทียมเป็นผงกระเทียมและสารสกัดกระเทียมบ่ม
โทษที่ต้องรู้ น้ำตาลสูงกว่ากระเทียมสด ถ้ากินมาก · อาจเสริมผลยาละลายลิ่มเลือด แสบท้อง เรอกลิ่นกระเทียม · อาจเสริมผลยาละลายลิ่มเลือด

2 กระเทียมดำ: บ่มจนหวาน กลิ่นหาย ได้ SAC เพิ่ม

กระเทียมดำเริ่มเป็นที่นิยมจากเกาหลีและญี่ปุ่น ทำจากกระเทียมสดที่บ่มในตู้ควบคุมอุณหภูมิและความชื้น จนเนื้อเปลี่ยนเป็นสีดำ

  • เกิดอะไรขึ้นระหว่างบ่ม — งานทบทวนของ Kimura และคณะ (2017) อธิบายว่าความร้อนและความชื้นทำให้น้ำตาลและกรดอะมิโนทำปฏิกิริยาเมลลาร์ด เกิดสีดำและรสหวาน ปริมาณอัลลิซินลดลง ส่วน SAC และสารกลุ่มโพลีฟีนอลเพิ่มขึ้น
  • SAC คืออะไร — เป็นสารกำมะถันที่ละลายน้ำและค่อนข้างเสถียร เป็นสารที่ใช้เป็นตัวชี้วัดในสารสกัดกระเทียมบ่มด้วย
  • ข้อดีด้านการกิน — กลิ่นฉุนน้อย ไม่แสบปาก คนที่กินกระเทียมสดไม่ได้มักกินกระเทียมดำได้ง่ายกว่า
  • ข้อจำกัดของหลักฐาน — งานส่วนใหญ่ยังเป็นงานในห้องทดลองและสัตว์ งานในคนมีจำนวนน้อย ขนาดเล็ก และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ต่างกัน จึงยังสรุปผลต่อสุขภาพไม่ได้ชัด
  • น้ำตาล — ระหว่างการบ่ม น้ำตาลในกลีบเข้มข้นขึ้น คนที่คุมน้ำตาลควรนับเป็นส่วนหนึ่งของอาหาร ไม่กินครั้งละมาก ๆ

กระเทียมดำไม่ใช่สิ่งเดียวกับสารสกัดกระเทียมบ่ม (Aged Garlic Extract) ซึ่งได้จากการแช่กระเทียมในสารละลายเอทานอลเป็นเวลานานโดยไม่ใช้ความร้อนสูง และเป็นรูปแบบที่มีงานวิจัยในคนมากกว่า

3 น้ำมันกระเทียม: สารกำมะถันที่ละลายในไขมัน

น้ำมันกระเทียมในท้องตลาดมีสองแบบหลักที่ต่างกันพอสมควร ควรดูฉลากว่าเป็นแบบไหน

  • แบบกลั่นด้วยไอน้ำ — ได้น้ำมันหอมระเหยเข้มข้นที่มีสารกลุ่มไดอัลลิลซัลไฟด์เป็นหลัก มักใช้ปริมาณน้อยและเจือจางในน้ำมันพืชเพื่อบรรจุแคปซูล
  • แบบแช่ในน้ำมัน (Oil macerate) — นำกระเทียมบดแช่ในน้ำมันพืช ได้สารอะโจอีนและไวนิลไดไทอีน ซึ่งเกิดจากอัลลิซินที่สลายในน้ำมัน
  • ไม่มีอัลลิซินโดยตรง — อัลลิซินไม่เสถียร จึงไม่เหลืออยู่ในน้ำมัน แต่สารที่สลายมาจากอัลลิซินถูกศึกษาในห้องทดลองเรื่องต้านอนุมูลอิสระและการทำงานของเกล็ดเลือด
  • เรื่องความปลอดภัยของอาหาร — น้ำมันแช่กระเทียมสดที่ทำเองและเก็บที่อุณหภูมิห้องมีความเสี่ยงเชื้อ Clostridium botulinum ควรทำแล้วเก็บในตู้เย็นและใช้ให้หมดเร็ว หรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผลิตแบบควบคุมคุณภาพ

อ่านต่อได้ที่ กระเทียมสกัดกินตอนไหน และ โทษของกระเทียมสกัด

4 งานวิจัยเรื่องกระเทียมในคนบอกอะไร และไม่ได้บอกอะไร

  • ความดันโลหิต — งานวิเคราะห์อภิมานของ Ried (2016) รวมงานทดลองแบบสุ่มของผลิตภัณฑ์กระเทียม พบว่าในคนที่ความดันสูง ความดันลดลงเฉลี่ยในระดับปานกลางเมื่อเทียบยาหลอก ส่วนใหญ่ใช้สารสกัดกระเทียมบ่มหรือผงกระเทียมเป็นเวลาหลายเดือน
  • ไขมันในเลือด — งานวิเคราะห์อภิมานของ Ried และคณะ (2013) พบว่าคอเลสเตอรอลรวมและ LDL ลดลงเล็กน้อยในคนที่ไขมันสูงและใช้กระเทียมนานกว่า 2 เดือน แต่ผลไม่มากและงานมีความหลากหลาย
  • สิ่งที่ยังไม่มีหลักฐาน — ยังไม่มีงานที่แสดงว่ากระเทียมดำหรือน้ำมันกระเทียมลดการเกิดโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมอง และไม่มีหลักฐานว่าใช้แทนยาได้
  • ศูนย์สุขภาพผสมผสานของสหรัฐ (NCCIH) — สรุปว่ากระเทียมอาจช่วยเรื่องความดันและคอเลสเตอรอลได้เล็กน้อย และเตือนเรื่องความเสี่ยงเลือดออกและปฏิกิริยากับยาบางชนิด

สรุปคือถ้าเลือกเพราะงานวิจัย รูปแบบที่มีหลักฐานมากที่สุดไม่ใช่ทั้งสองตัวนี้ แต่ถ้าเลือกตามความชอบในการกิน กระเทียมดำกินง่ายกว่า ส่วนน้ำมันกระเทียมเหมาะกับคนที่อยากได้แบบแคปซูล

5 เลือกแบบไหนดี ตามสถานการณ์

สถานการณ์ ตัวที่ตรงกว่า เหตุผล
ไม่ชอบกลิ่นกระเทียม ไม่อยากเรอ กระเทียมดำ กลิ่นฉุนน้อยมาก กินเป็นของว่างได้
กระเพาะไว แสบท้องง่าย กระเทียมดำ หรือกินน้ำมันกระเทียมพร้อมอาหาร กระเทียมดำระคายน้อยกว่า ส่วนน้ำมันกระเทียมควรกินหลังอาหาร
คุมน้ำตาลหรือคุมแคลอรี น้ำมันกระเทียมแคปซูล หรือกินกระเทียมดำปริมาณน้อย กระเทียมดำมีน้ำตาลเข้มข้นขึ้นระหว่างบ่ม
อยากได้แบบสะดวก กินพร้อมน้ำมันอื่น น้ำมันกระเทียมในสูตรน้ำมันรวม กินครั้งเดียวได้ทั้งกระเทียมและไขมันดีชนิดอื่น
กินยาละลายลิ่มเลือดหรือจะผ่าตัด ปรึกษาแพทย์ก่อนทั้งคู่ กระเทียมทุกรูปแบบในขนาดเสริมอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก
BLB P เป็นซอฟต์เจลที่รวมน้ำมันสกัดเย็นจากพืช 9 ชนิด — ถั่วดาวอินคา 100 มก. เมล็ดแฟลกซ์ 90 มก. ทานตะวันไฮโอเลอิก 90 มก. รำข้าว 80 มก. งา 50 มก. มะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิน 35 มก. กระเทียม 30 มก. เพอริลลา 20 มก. และโคเอนไซม์คิวเท็น 5 มก. · เป็นแหล่งโอเมก้า-3 สายสั้น (ALA) จากพืชสำหรับผู้ที่ไม่กินน้ำมันปลา · มีเลข อย. 26-1-10867-5-0050 และผ่านการรับรองฮาลาล · BLB P มีน้ำมันกระเทียม 30 มก. ตามที่ระบุบนฉลาก แต่ไม่มีกระเทียมดำ · น้ำมันกระเทียมในสูตรเป็นหนึ่งในน้ำมัน 9 ชนิด ร่วมกับน้ำมันถั่วดาวอินคา แฟลกซ์ รำข้าว งา และมะกอก ไม่ใช่สารสกัดกระเทียมเดี่ยวขนาดสูงแบบในงานวิจัยเรื่องความดัน · ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด และผู้ที่จะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์ก่อน · ฉลากระบุสารก่อภูมิแพ้ ปลา ถั่วขาว สัตว์น้ำเปลือกแข็ง และถั่วเหลือง · กินวันละ 2 เม็ดตามที่ฉลากระบุ

6 กินคู่กันได้ไหม กินตอนไหน และใครควรระวัง

  • กินคู่กันได้ — เป็นกระเทียมเหมือนกัน ไม่มีปฏิกิริยาระหว่างกัน แต่ฤทธิ์ต่อเกล็ดเลือดอาจบวกกัน ผู้ที่กินยาประจำควรเลือกตัวเดียวและแจ้งแพทย์
  • กินตอนไหน — น้ำมันกระเทียมกินพร้อมหรือหลังอาหารเพื่อลดอาการแสบท้องและเรอ ส่วนกระเทียมดำกินได้ทั้งเป็นของว่างหรือร่วมกับมื้ออาหาร
  • ยาที่ต้องระวัง — วาร์ฟาริน ยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพรินและโคลพิโดเกรล และยาต้านไวรัสบางกลุ่ม เช่น ซาควินาเวียร์ ที่มีรายงานว่ากระเทียมลดระดับยาในเลือด
  • ก่อนผ่าตัดหรือทำฟัน — แจ้งแพทย์ล่วงหน้า และหยุดตามที่แพทย์แนะนำ
  • ผู้ที่แพ้กระเทียมหรือพืชตระกูลหอม — ควรเลี่ยงทุกรูปแบบ

เมื่อไรต้องพบแพทย์

  • เลือดกำเดาไหลบ่อย ช้ำง่าย เลือดออกตามไรฟัน หรือถ่ายดำ
  • ความดันวัดได้สูงมากร่วมกับปวดหัวรุนแรง เจ็บหน้าอก หรือตามัว
  • ปวดแสบท้องรุนแรงหรืออาเจียนเป็นเลือด

7 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กระเทียมดำกับน้ำมันกระเทียมต่างกันยังไง?

กระเทียมดำคือกระเทียมสดที่บ่มด้วยความร้อนและความชื้นหลายสัปดาห์ อัลลิซินแทบไม่เหลือแต่ได้ S-allylcysteine เพิ่ม รสหวาน กลิ่นน้อย · น้ำมันกระเทียมได้จากการกลั่นหรือแช่ในน้ำมัน มีสารกำมะถันที่ละลายในไขมันอย่างไดอัลลิลซัลไฟด์ ยังมีกลิ่นกระเทียม

กระเทียมดำคืออะไร หมักจริงไหม?

คือกระเทียมสดทั้งหัวที่บ่มในความร้อนราว 60–90°C และความชื้นสูงนานหลายสัปดาห์ สีดำเกิดจากปฏิกิริยาเมลลาร์ดระหว่างน้ำตาลกับกรดอะมิโน ส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้จุลินทรีย์ จึงไม่ใช่การหมักแบบโยเกิร์ตหรือกิมจิ

กระเทียมดำมีประโยชน์มากกว่ากระเทียมสดไหม?

ยังสรุปไม่ได้ · กระเทียมดำมี SAC และโพลีฟีนอลมากขึ้น แต่อัลลิซินลดลง งานในคนยังมีน้อยและขนาดเล็ก ไม่มีหลักฐานว่าดีกว่ากระเทียมสดหรือสารสกัดกระเทียมบ่มในแง่ผลต่อสุขภาพ

กินกระเทียมดำกับน้ำมันกระเทียมพร้อมกันได้ไหม?

ได้ แต่ฤทธิ์ต่อเกล็ดเลือดอาจบวกกัน ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือจะผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์และไม่ควรกินกระเทียมเสริมหลายรูปแบบพร้อมกัน

น้ำมันกระเทียมกินตอนไหนดี?

กินพร้อมหรือหลังอาหาร ช่วยลดอาการแสบท้องและเรอกลิ่นกระเทียม ส่วนกระเทียมดำกินเป็นของว่างหรือพร้อมมื้ออาหารได้

กระเทียมดำกินวันละกี่กลีบ?

ยังไม่มีปริมาณมาตรฐาน ส่วนใหญ่กินกันวันละ 1–3 กลีบเป็นอาหาร · คนที่คุมน้ำตาลควรนับเป็นส่วนหนึ่งของอาหาร และผู้ที่กินยาประจำควรปรึกษาแพทย์ก่อนกินเป็นประจำ

โทษของกระเทียมดำและน้ำมันกระเทียมมีอะไรบ้าง?

แสบท้อง เรอ กลิ่นปาก (น้ำมันกระเทียมมากกว่า) · อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกเมื่อกินร่วมกับยาละลายลิ่มเลือด · กระเทียมอาจลดระดับยาต้านไวรัสบางชนิด · กระเทียมดำมีน้ำตาลเข้มข้นขึ้น · แพ้ได้ในบางคน

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • กระเทียมดำและน้ำมันกระเทียมเป็นอาหาร/ส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ยาลดความดัน ยาลดไขมัน หรือยาเบาหวาน และไม่ได้ป้องกันหรือรักษาโรคหัวใจหรือมะเร็ง · งานวิจัยในคนที่รวมผลไว้มากที่สุดเป็นงานของผงกระเทียมและสารสกัดกระเทียมบ่ม ส่วนกระเทียมดำมีงานในคนน้อยและขนาดเล็ก · ผู้ที่กินยาประจำห้ามหยุดยาเองเพื่อเปลี่ยนมากินกระเทียม
  • เลือดกำเดาไหลบ่อย ช้ำเขียวง่ายผิดปกติ เลือดออกตามไรฟันไม่หยุด อุจจาระสีดำเหมือนยางมะตอย หรือเลือดออกหลังบาดแผลเล็ก ๆ แล้วหยุดยาก ในผู้ที่กินกระเทียมสกัดขนาดสูงร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด ต้องหยุดและพบแพทย์ทันที · ผู้ที่จะผ่าตัดหรือทำฟัน ควรแจ้งแพทย์ว่ากินกระเทียมสกัดหรือน้ำมันกระเทียม และหยุดตามที่แพทย์แนะนำ · ความดันวัดได้สูงมาก (เช่น 180/120 มม.ปรอทขึ้นไป) ร่วมกับปวดหัวรุนแรง เจ็บหน้าอก หรือตามัว ต้องไปโรงพยาบาลทันที ไม่ใช่กินกระเทียมแทน
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Kimura S, Tung YC, Pan MH, Su NW, Lai YJ, Cheng KC. Black garlic: a critical review of its production, bioactivity, and application. J Food Drug Anal. 2017
  2. Ried K. Garlic lowers blood pressure in hypertensive individuals, regulates serum cholesterol, and stimulates immunity: an updated meta-analysis and review. J Nutr. 2016
  3. Ried K, Toben C, Fakler P. Effect of garlic on serum lipids: an updated meta-analysis. Nutr Rev. 2013
  4. National Center for Complementary and Integrative Health (NCCIH). Garlic — fact sheet
  5. Amagase H. Clarifying the real bioactive constituents of garlic. J Nutr. 2006
  6. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →