น้ำมันมะกอก vs น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ ต่างกันยังไง? โอเมก้า-9 กับโพลีฟีนอล vs โอเมก้า-3 ALA ตัวไหนใช้ผัดได้ ตัวไหนห้ามโดนความร้อน ใช้แทนกันได้ไหม กินคู่กันได้ไหม กินตอนไหน และโทษที่ต้องรู้

น้ำมันมะกอก (Olive Oil) กับน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed Oil หรือ Linseed Oil) เป็นน้ำมันพืชที่ดีทั้งคู่ แต่ให้ไขมันคนละกลุ่ม และใช้ในครัวคนละแบบ — น้ำมันมะกอก มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวคือ กรดโอเลอิก (โอเมก้า-9) ราว 70% และถ้าเป็นเอ็กซ์ตร้าเวอร์จินจะมีโพลีฟีนอล เช่น ไฮดรอกซีไทโรซอล ซึ่ง EFSA ยอมรับว่าช่วยปกป้องไขมัน LDL จากการถูกออกซิไดซ์ · ทนความร้อนระดับผัดได้ · น้ำมันแฟลกซ์ เป็น แหล่งโอเมก้า-3 ALA ที่สูงที่สุดในน้ำมันพืชทั่วไป ราว 50–60% เพียง 1 ช้อนชาก็ได้ ALA เกินความต้องการต่อวัน แต่หืนง่ายมาก ต้องเก็บเย็นและห้ามใช้ทอดผัด · ใช้แทนกันไม่ได้ แต่ ใช้คู่กันได้ดี — น้ำมันมะกอกเป็นน้ำมันหลักในครัว ส่วนน้ำมันแฟลกซ์เป็นตัวเติมโอเมก้า-3 สำหรับคนที่ไม่กินปลา

~70%
กรดโอเลอิก
ในน้ำมันมะกอก
50–60%
โอเมก้า-3 ALA
ในน้ำมันแฟลกซ์
ต่ำกว่า 10%
ALA ที่ร่างกาย
เปลี่ยนเป็น EPA ได้

บทความนี้ไม่ได้อธิบายแต่ละตัวซ้ำ (อ่านเรื่องแฟลกซ์ได้ที่ เมล็ดแฟลกซ์กับโอเมก้า-3 ALA) แต่จะตอบคำถามที่คนเทียบสองตัวนี้สงสัยที่สุด · เรื่องแรกคือตารางเทียบ · เรื่องที่สองคือโอเมก้า-9 กับโอเมก้า-3 ทำงานต่างกันอย่างไร · เรื่องที่สามคืองานวิจัยพบอะไร · เรื่องที่สี่คือใช้ในครัวและเลือกตามโจทย์ · เรื่องสุดท้ายคือกินคู่กัน วิธีกิน และโทษที่ต้องรู้ · ถ้ากำลังเทียบน้ำมันมะกอกกับน้ำมันอื่น อ่าน น้ำมันมะกอก vs น้ำมันงา · น้ำมันรำข้าว vs น้ำมันมะกอก · ทานตะวันไฮโอเลอิก vs น้ำมันมะกอก

1 ตารางเทียบตรง ๆ: น้ำมันมะกอก vs น้ำมันแฟลกซ์

ประเด็น น้ำมันมะกอก (เอ็กซ์ตร้าเวอร์จิน) น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์
ไขมันหลัก โอเมก้า-9 (กรดโอเลอิก) ราว 70% โอเมก้า-3 ALA ราว 50–60%
โอเมก้า-3 ต่อ 1 ช้อนโต๊ะ น้อยมาก ราว 0.1 ก. ราว 7 ก.
โอเมก้า-6 ราว 10% ราว 12–15%
สารเด่นอื่น โพลีฟีนอล (ไฮดรอกซีไทโรซอล โอเลโอแคนทัล) วิตามินอี แทบไม่มีลิกแนน (ลิกแนนอยู่ในเมล็ด ไม่ใช่น้ำมัน)
ความคงตัว คงตัวดี เก็บอุณหภูมิห้องได้ หืนเร็ว ต้องเก็บตู้เย็น ใช้ภายในราว 6–8 สัปดาห์หลังเปิด
ใช้ความร้อน ผัด อบ ทอดอุณหภูมิกลางได้ ห้ามโดนความร้อน ใช้ราดหรือผสมเย็น
รสชาติ หอม ขมเผ็ดปลายลิ้น (โพลีฟีนอล) รสถั่ว ขมเมื่อเริ่มหืน

สรุปสั้น ๆ คือ น้ำมันมะกอกเป็น “น้ำมันหลักในครัว” ส่วน น้ำมันแฟลกซ์เป็น “ตัวเติมโอเมก้า-3” · ถ้าเทียบน้ำมันแฟลกซ์กับน้ำมัน ALA ตัวอื่น ดูได้ที่ น้ำมันงาขี้ม้อน vs น้ำมันแฟลกซ์ และ น้ำมันถั่วดาวอินคา vs น้ำมันแฟลกซ์

2 โอเมก้า-9 กับโอเมก้า-3 ALA ทำงานต่างกันอย่างไร

  • โอเมก้า-9 (กรดโอเลอิก) ร่างกายสร้างเองได้ จึงไม่ใช่กรดไขมันจำเป็น ประโยชน์หลักมาจาก การใช้แทนไขมันอิ่มตัว เช่น เปลี่ยนจากน้ำมันปาล์มหรือเนยมาใช้น้ำมันมะกอก ซึ่งช่วยเรื่อง LDL · ส่วนโพลีฟีนอลในเอ็กซ์ตร้าเวอร์จินเป็นจุดเด่นที่น้ำมันมะกอกผ่านการกลั่นไม่มี
  • โอเมก้า-3 ALA เป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้จากอาหาร · NIH ODS ระบุความต้องการที่ 1.6 ก. ต่อวันในผู้ชาย และ 1.1 ก. ในผู้หญิง · แต่ร่างกาย เปลี่ยน ALA เป็น EPA ได้น้อยกว่า 10% และเป็น DHA ได้น้อยกว่านั้นมาก จึงใช้แทนน้ำมันปลาไม่ได้แบบหนึ่งต่อหนึ่ง ดูความต่างของ EPA และ DHA ที่ EPA กับ DHA ต่างกันยังไง
  • ความไม่อิ่มตัวคือเหตุที่หืนต่างกัน ALA มีพันธะคู่ 3 ตำแหน่ง ถูกออกซิไดซ์ง่ายกว่ากรดโอเลอิกที่มีพันธะคู่ตำแหน่งเดียวมาก นี่คือเหตุที่น้ำมันแฟลกซ์ทนความร้อนไม่ได้

ภาพรวมของไขมันสองกลุ่มนี้อ่านต่อได้ที่ โอเมก้า-3 vs โอเมก้า-9

3 งานวิจัยพบอะไร และไม่พบอะไร

หัวข้อ น้ำมันมะกอก น้ำมันแฟลกซ์ / ALA
หัวใจและหลอดเลือด งาน PREDIMED (NEJM 2018) พบว่าอาหารเมดิเตอร์เรเนียนเสริมน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิน ลดเหตุการณ์โรคหัวใจและหลอดเลือดเทียบกับอาหารไขมันต่ำ งานสังเกตพบว่าการได้ ALA สูงสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจที่ต่ำลงเล็กน้อย งานทดลองยังให้ผลไม่ชัด
LDL ออกซิไดซ์ EFSA ยอมรับคำกล่าวอ้างของโพลีฟีนอลมะกอก 5 มก. (ไฮดรอกซีไทโรซอลและอนุพันธ์) ต่อวัน ซึ่งต้องมาจากน้ำมันที่มีโพลีฟีนอลสูงราว 20 ก. —
ไตรกลีเซอไรด์ ผลเล็ก ALA ลดไตรกลีเซอไรด์ได้น้อยกว่า EPA/DHA จากปลามาก
ความดัน มีงานพบลดลงเล็กน้อยเมื่อใช้แทนไขมันอิ่มตัว มีงานเล็กเรื่องเมล็ดแฟลกซ์บด (ไม่ใช่น้ำมัน) พบลดลง

ข้อที่ต้องจำคือ ผลของน้ำมันมะกอกมาจากการใช้เป็นน้ำมันหลักวันละหลายช้อนโต๊ะในรูปแบบอาหารทั้งหมด และงานเมล็ดแฟลกซ์หลายงานใช้เมล็ดบดซึ่งมีใยอาหารและลิกแนน ไม่ใช่น้ำมันแฟลกซ์ · ผลจึงไม่ควรย้ายไปใช้กับแคปซูลน้ำมันปริมาณไม่กี่สิบมิลลิกรัมโดยตรง

4 ใช้ในครัวและเลือกตามโจทย์

สถานการณ์ ตัวที่เหมาะ เหตุผล
ผัด อบ ทอดไฟกลาง น้ำมันมะกอก ทนความร้อนได้ดีกว่า โพลีฟีนอลช่วยชะลอการออกซิไดซ์
ราดสลัด ผสมโยเกิร์ต ข้าวต้มที่ตักแล้ว ได้ทั้งคู่ · แฟลกซ์ใช้ได้เฉพาะแบบนี้ ไม่ผ่านความร้อน
ไม่กินปลา อยากได้โอเมก้า-3 น้ำมันแฟลกซ์ หรือเมล็ดแฟลกซ์บด 1 ช้อนชาได้ ALA เกินความต้องการต่อวัน ดู น้ำมันแฟลกซ์ กินตอนไหน
อยากลดไขมันอิ่มตัวในอาหารบ้าน น้ำมันมะกอก ใช้แทนน้ำมันหมู เนย น้ำมันปาล์ม
ไตรกลีเซอไรด์สูงตามผลเลือด พบแพทย์ ALA ไม่ได้แทน EPA/DHA ขนาดที่แพทย์สั่ง

เคล็ดลับเลือกซื้อ: น้ำมันมะกอกให้ดูคำว่า Extra Virgin ขวดสีเข้ม และวันเก็บเกี่ยว · น้ำมันแฟลกซ์ให้เลือก สกัดเย็น ขวดทึบ แช่เย็นที่ร้าน และซื้อขวดเล็กพอใช้ไม่เกิน 2 เดือน

BLB P เป็นซอฟต์เจลที่รวมน้ำมันสกัดเย็นจากพืช 9 ชนิด — ถั่วดาวอินคา 100 มก. เมล็ดแฟลกซ์ 90 มก. ทานตะวันไฮโอเลอิก 90 มก. รำข้าว 80 มก. งา 50 มก. มะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิน 35 มก. กระเทียม 30 มก. เพอริลลา 20 มก. และโคเอนไซม์คิวเท็น 5 มก. · เป็นแหล่งโอเมก้า-3 สายสั้น (ALA) จากพืชสำหรับผู้ที่ไม่กินน้ำมันปลา · มีเลข อย. 26-1-10867-5-0050 และผ่านการรับรองฮาลาล · BLB P มีน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ 90 มก. และน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิน 35 มก. ต่อเม็ด เป็นส่วนหนึ่งของน้ำมัน 9 ชนิด · พูดตรง ๆ คือปริมาณนี้น้อยกว่าน้ำมันแฟลกซ์ 1 ช้อนชาหลายเท่า จึงไม่ได้ทดแทนการใช้น้ำมันดีในอาหารประจำวัน แต่เหมาะกับคนที่อยากได้น้ำมันพืชหลายชนิดในรูปแคปซูลที่เก็บง่ายและไม่หืนเร็วเหมือนน้ำมันแฟลกซ์ขวดเปิดแล้ว · ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะสูตรมีน้ำมันกระเทียมด้วย · ฉลากระบุสารก่อภูมิแพ้ ปลา ถั่วขาว สัตว์มีเปลือก ถั่วเหลือง · กินวันละ 2 เม็ด

5 กินคู่กันได้ไหม และกินตอนไหน

กินคู่กันได้ และเป็นการจับคู่ที่ดี — น้ำมันมะกอกเป็นน้ำมันหลัก น้ำมันแฟลกซ์เติมโอเมก้า-3 หลักการคือ

  • กินพร้อมมื้ออาหาร — ไขมันดูดซึมได้ดีเมื่อกินกับอาหาร และช่วยดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมันจากผัก
  • น้ำมันแฟลกซ์ราว 1 ช้อนชาถึง 1 ช้อนโต๊ะต่อวันพอ — มากกว่านั้นได้พลังงานเพิ่มโดยไม่จำเป็น
  • นับพลังงานรวม — น้ำมันทุกชนิดให้ราว 120 กิโลแคลอรีต่อช้อนโต๊ะ “น้ำมันดี” ไม่ได้แปลว่ากินเพิ่มได้ไม่จำกัด ให้ใช้แทนไขมันเดิม ไม่ใช่เติมเพิ่ม
  • ดมก่อนใช้ — น้ำมันแฟลกซ์ที่กลิ่นเหม็นหืนหรือขมจัดควรทิ้ง
  • แบบแคปซูล — สะดวกและไม่หืนเร็วเหมือนขวดเปิดแล้ว แต่ให้ดูปริมาณน้ำมันจริงต่อเม็ด ซึ่งมักน้อยกว่าน้ำมันในครัวหลายเท่า

6 โทษของน้ำมันมะกอกและน้ำมันแฟลกซ์ และใครควรระวัง

กลุ่ม ข้อกังวล ควรทำอย่างไร
กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด / ต้านเกล็ดเลือด โอเมก้า-3 ขนาดสูงอาจเสริมผลเลือดออกง่าย แจ้งแพทย์ถ้ากินน้ำมันแฟลกซ์เป็นประจำ
ก่อนผ่าตัด เหตุผลเดียวกัน หยุดน้ำมันโอเมก้า-3 ขนาดสูงตามที่แพทย์แนะนำ
กินยาเบาหวาน ยาลดความดัน อาจเสริมผลเล็กน้อย ติดตามค่าตามปกติ
ท้องเสียง่าย น้ำมันปริมาณมากทำให้ถ่ายเหลว เริ่มขนาดน้อย
ทุกคน น้ำมันแฟลกซ์ที่หืนให้สารออกซิไดซ์ เก็บเย็น ใช้ให้หมดเร็ว ดู โทษของน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์

โดยรวมแล้ว น้ำมันมะกอกปลอดภัยมากในปริมาณที่ใช้ทำอาหาร ส่วนน้ำมันแฟลกซ์ปลอดภัยในขนาด 1–2 ช้อนชาต่อวัน ปัญหาที่พบบ่อยกว่าผลข้างเคียงคือ การใช้ผิดวิธี เช่น เอาน้ำมันแฟลกซ์ไปผัด หรือเก็บขวดเปิดไว้ข้างเตาหลายเดือน

7 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

น้ำมันมะกอกกับน้ำมันแฟลกซ์ต่างกันยังไง?

น้ำมันมะกอกมีโอเมก้า-9 (กรดโอเลอิก) ราว 70% และเอ็กซ์ตร้าเวอร์จินมีโพลีฟีนอล ใช้ผัดได้ ส่วนน้ำมันแฟลกซ์มีโอเมก้า-3 ALA ราว 50–60% หืนเร็ว ต้องเก็บเย็นและห้ามโดนความร้อน

น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ คือ อะไร?

คือน้ำมันที่สกัดจากเมล็ดแฟลกซ์หรือเมล็ดลินิน เป็นแหล่งโอเมก้า-3 ALA ที่สูงที่สุดในน้ำมันพืชทั่วไป 1 ช้อนโต๊ะให้ ALA ราว 7 กรัม แต่มีลิกแนนน้อยเพราะลิกแนนอยู่ในเปลือกเมล็ด

น้ำมันแฟลกซ์ใช้แทนน้ำมันปลาได้ไหม?

ใช้แทนแบบหนึ่งต่อหนึ่งไม่ได้ เพราะร่างกายเปลี่ยน ALA เป็น EPA ได้น้อยกว่า 10% และเป็น DHA ได้น้อยมาก แต่เป็นทางเลือกโอเมก้า-3 จากพืชสำหรับคนที่ไม่กินปลา

น้ำมันมะกอกกับน้ำมันแฟลกซ์กินคู่กันได้ไหม?

กินคู่กันได้และเป็นคู่ที่ดี ใช้น้ำมันมะกอกเป็นน้ำมันหลักในครัว และเติมน้ำมันแฟลกซ์ 1 ช้อนชาในอาหารเย็น ๆ เช่น สลัด โยเกิร์ต แต่ต้องนับพลังงานรวม

น้ำมันแฟลกซ์กินตอนไหนดี?

กินพร้อมมื้ออาหาร เวลาไหนก็ได้ ผสมในอาหารที่ไม่ผ่านความร้อน หรือกินแบบแคปซูลพร้อมมื้อ ไม่ควรกินท้องว่างถ้าท้องไว

น้ำมันมะกอกใช้ทอดได้ไหม น้ำมันแฟลกซ์ผัดได้ไหม?

น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จินใช้ผัดและทอดไฟกลางได้ ส่วนน้ำมันแฟลกซ์ห้ามใช้ผัดหรือทอด เพราะ ALA ถูกออกซิไดซ์เร็วเมื่อโดนความร้อน ให้ใช้ราดหรือผสมเย็นเท่านั้น

โทษของน้ำมันมะกอกและน้ำมันแฟลกซ์มีอะไรบ้าง?

ทั้งคู่ให้พลังงานสูง ราว 120 กิโลแคลอรีต่อช้อนโต๊ะ ปริมาณมากทำให้ถ่ายเหลว น้ำมันแฟลกซ์ที่หืนไม่ควรกิน และผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดควรแจ้งแพทย์ถ้ากินน้ำมันโอเมก้า-3 เป็นประจำ

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • น้ำมันมะกอกและน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์เป็นอาหาร ไม่ใช่ยา ไม่ได้รักษาไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ หรือความดันโลหิตสูง · ผลดีต่อหัวใจที่พบในงานใหญ่มาจากรูปแบบอาหารทั้งหมด (เช่น อาหารเมดิเตอร์เรเนียน) ไม่ใช่จากน้ำมันชนิดเดียวหรือแคปซูลไม่กี่สิบมิลลิกรัม
  • เจ็บแน่นหน้าอก ร้าวไปแขนหรือกราม เหงื่อแตก หายใจไม่อิ่ม ต้องโทร 1669 ทันที ไม่ใช่เรื่องที่เปลี่ยนน้ำมันแล้วรอดู · เลือดกำเดาไหลบ่อย ช้ำง่าย อุจจาระดำ ในผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดร่วมกับน้ำมันโอเมก้า-3 ขนาดสูง ต้องหยุดและพบแพทย์
  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ได้ใช้แทนมื้ออาหารที่มีผักและโปรตีนจริง และไม่ได้ลบผลของอาหารที่โซเดียมหรือไขมันสูงที่กินเข้าไปแล้ว
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. National Institutes of Health, Office of Dietary Supplements. Omega-3 Fatty Acids — Health Professional Fact Sheet
  2. EFSA NDA Panel. Scientific Opinion on the substantiation of health claims related to polyphenols in olive and protection of LDL particles from oxidative damage. EFSA Journal. 2011
  3. Estruch R, et al. Primary prevention of cardiovascular disease with a Mediterranean diet supplemented with extra-virgin olive oil or nuts. N Engl J Med. 2018;378(25):e34
  4. U.S. Department of Agriculture. FoodData Central — Oil, flaxseed, cold pressed; Oil, olive, extra virgin
  5. Pan A, et al. α-Linolenic acid and risk of cardiovascular disease: a systematic review and meta-analysis. Am J Clin Nutr. 2012
  6. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →