ขิง vs กระเทียม ต่างกันยังไง? จินเจอรอลกับอัลลิซิน ตัวไหนเด่นเรื่องอาการคลื่นไส้ ตัวไหนมีซัลเฟอร์สารประกอบ กินตอนไหน เลือกแบบผงหรือแคปซูล กินคู่กันได้ไหม และโทษที่ต้องรู้ โดยเฉพาะผู้กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด

ขิง (Ginger) กับกระเทียม (Garlic) เป็นเครื่องเทศที่คนไทยใช้ทุกวัน และมักถูกยกมาเป็นอาหารเสริมคู่กัน แต่สารสำคัญต่างกันมาก — ขิง มีจินเจอรอลและโชกอลที่ให้กลิ่นและรสเผ็ด · กระเทียม มีสารตั้งต้นชื่ออัลลิอิน ซึ่งเปลี่ยนเป็นอัลลิซินเมื่อหั่นหรือทุบ และให้กลิ่นฉุนเฉพาะตัว · ทั้งคู่มี ประเด็นเรื่องยาต้านการแข็งตัวของเลือด ที่ควรรู้ และการวัดผลในงานวิจัยก็ไม่ได้ชัดเจนเท่าที่คนบอกต่อ · สรุปคือ ขิงเป็นตัวที่มีงานเรื่องอาการคลื่นไส้มากกว่า ส่วนกระเทียมเป็นตัวที่ศึกษาเรื่องซัลเฟอร์สารประกอบและไขมันในเลือดแบบผสม

~10 นาที
ที่กระเทียมควรทิ้งไว้หลังหั่นหรือทุบ
ก่อนให้อัลลิซินเกิดเต็มที่
1–2 ก.
ขนาดขิงแห้งต่อวันที่งานคลื่นไส้ใช้โดยทั่วไป
(ไม่ใช่ขนาดรักษา)
ยาเจือจาง
ผู้กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด
ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มขิงหรือกระเทียม

บทความนี้ไม่ได้อธิบายแต่ละตัวซ้ำ (อ่านได้ที่ กระเทียม คืออะไร และ ขิง กินตอนไหน) แต่ตอบคำถามที่คนเทียบสองตัวนี้สงสัยที่สุด · เรื่องแรกคือตารางเทียบ · เรื่องที่สองคือสารที่ทำให้ฉุนและกลิ่นต่างกันอย่างไร · เรื่องที่สามคืองานวิจัยพบอะไร · เรื่องที่สี่คือเลือกตามโจทย์ · เรื่องสุดท้ายคือกินคู่กันได้ไหม วิธีกิน และโทษ

1 ตารางเทียบตรง ๆ: ขิง vs กระเทียม

ประเด็น ขิง (Ginger) กระเทียม (Garlic)
ส่วนที่ใช้ เหง้า (ลำต้นใต้ดิน) หัว และกลีบกระเทียม
สารสำคัญ จินเจอรอล โชกอล (ให้กลิ่นและรสเผ็ด) อัลลิอิน และอัลลิซิน (เกิดเมื่อหั่นหรือทุบ) และสารซัลเฟอร์อื่น
รูปแบบที่เห็นในอาหารเสริม ผงขิง สารสกัด กระเทียมสกัด กระเทียมบ่ม น้ำมันกระเทียม
อาการข้างเคียงที่พบบ่อย แสบท้อง ท้องอืด ไม่สบายท้องถ้ากินมาก กลิ่นปาก กลิ่นตัว แสบกระเพาะ ท้องอืด
ประเด็นยา อาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด มีรายงานเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในผู้กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด
ผลิตภัณฑ์ BLB ที่มี BLB U มีขิง 50 มก. BLB P มีกระเทียม 30 มก.

สรุปสั้น ๆ คือ ขิงให้สารในกลุ่มจินเจอรอลที่มีงานเรื่องอาการคลื่นไส้มากกว่า ส่วน กระเทียมให้อัลลิซินที่ต้องหั่นหรือทุบให้เกิด · ถ้าเทียบขิงกับเครื่องเทศอีกตัวที่คนสับสนบ่อย ดูได้ที่ ขิง vs ขมิ้นชัน

2 สารที่ทำให้ฉุนและกลิ่นต่างกันอย่างไร

  • ขิง — จินเจอรอลและโชกอล จินเจอรอลเป็นสารหลักในเหง้าสด เมื่อแห้งหรือผ่านความร้อนจะเปลี่ยนเป็นโชกอลที่รสเผ็ดกว่า · ขิงสดและขิงผงจึงให้ความรู้สึกและผลต่อกระเพาะต่างกันเล็กน้อย
  • กระเทียม — อัลลิอินกลายเป็นอัลลิซิน อัลลิอินในกระเทียมสดจะถูกเอนไซม์เปลี่ยนเป็นอัลลิซินเมื่อหั่นหรือทุบ อัลลิซินไม่เสถียรและสลายเร็ว ผลิตภัณฑ์กระเทียมสกัดจึงมักใช้กระบวนการที่ทำให้สารคงที่มากกว่า · กลิ่นกระเทียมที่ติดลมหายใจมาจากสารซัลเฟอร์ที่ดูดซึมแล้วขับออกทางลมหายใจ
  • สารทั้งสองไม่ได้ทำงานแทนกัน ขิงไม่ได้ให้ซัลเฟอร์แบบกระเทียม กระเทียมไม่ได้ให้จินเจอรอลแบบขิง

ดังนั้นถ้าอยากได้ ตัวเลือกที่มีงานเรื่องอาการคลื่นไส้มากกว่า ขิงน่าสนใจกว่า · ถ้าอยากได้ สารซัลเฟอร์จากกระเทียมในรูปที่คงที่ กระเทียมสกัดเป็นตัวที่ถูกศึกษามากกว่า

3 งานวิจัยพบอะไร และไม่พบอะไร

หัวข้อ ขิง กระเทียม
อาการคลื่นไส้ งานทบทวนระบบรวบรวม RCT (Ernst & Pittler 2000) พบว่าช่วยลดอาการคลื่นไส้บางกรณี แต่ผลไม่สม่ำเสมอ ไม่ใช่จุดแข็งของกระเทียม
ความดันและไขมันในเลือด มีงานขนาดเล็กที่รายงานผลผสม ไม่ควรสรุปว่ารักษา งานกระเทียมสกัดให้ผลผสม ไม่ควรสรุปว่ารักษาความดันหรือไขมัน
ภูมิคุ้มกันและการติดเชื้อ ศึกษาในหลอดทดลองเป็นหลัก ยังไม่มีข้อสรุปชัดในคน ศึกษาในหลอดทดลองเป็นหลัก ยังไม่มีข้อสรุปชัดในคน
หัวใจและหลอดเลือด ไม่ใช่จุดเด่นที่มีหลักฐานชัด มีงานทบทวนประวัติการใช้ (Rahman 2001) และงานทดลองที่ผลผสม ไม่ควรสรุปว่ารักษาโรคหัวใจ
ผลต่อยาต้านเลือด มีรายงานทางคลินิกเรื่องเลือดออกในผู้ที่กินร่วมกับยา มีรายงานทางคลินิกเรื่องเลือดออกในผู้ที่กินร่วมกับยา และมีรายงานว่าควรหยุดก่อนผ่าตัด

ข้อที่ต้องจำคือ งานในคนส่วนใหญ่มีขนาดเล็กและผลไม่สม่ำเสมอ และผลในหลอดทดลองไม่ได้ยืนยันว่าจะเกิดในร่างกายคน · งานทบทวนเรื่องอาหารทั้งกลุ่ม (Shang 2019) ก็สรุปแค่ว่ามีศักยภาพ ยังไม่ใช่คำรับรองการรักษา

4 เลือกตามโจทย์: ตัวไหนเหมาะกับใคร

สถานการณ์ ตัวที่มักถูกพิจารณา เหตุผล
อยากได้ตัวที่มีงานเรื่องคลื่นไส้มากกว่า ขิง มีงานทบทวนรองรับบ้างแต่ผลไม่สม่ำเสมอ
อยากกินกระเทียมแบบสกัดให้คงที่ กระเทียมสกัด ลดกลิ่นและสารไม่คงที่ได้ดีกว่ากระเทียมสด
กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด ปรึกษาแพทย์ก่อนทั้งสองตัว มีรายงานเลือดออกเพิ่ม
กำลังจะผ่าตัดในไม่กี่สัปดาห์ แจ้งแพทย์ก่อนทั้งสองตัว แพทย์อาจกำหนดให้หยุดตามเวลาที่เหมาะสม

ในชีวิตจริงหลายคน ใช้ขิงและกระเทียมเป็นเครื่องปรุงปกติ ซึ่งไม่ต่างจากการกินอาหารทั่วไป แต่การกินเป็นอาหารเสริมเข้มข้นควรระวังมากกว่า

BLB U เป็นซอฟต์เจลที่รวมสารสกัด 13 ชนิดไว้ในเม็ดเดียว — โสมเกาหลี 80 มก. ถั่งเช่า 80 มก. เห็ด 4 ชนิด (ชิตาเกะ ยามาบูชิทาเกะ ไมตาเกะ อย่างละ 80 มก. หลินจือ 50 มก.) ขิง 50 มก. พลูคาว 50 มก. เบต้ากลูแคนจากยีสต์ 90% 25 มก. และโคเอนไซม์คิวเท็น 25 มก. บนฐานน้ำมันจมูกข้าว 200 มก. น้ำมันงา 100 มก. และน้ำมันเพอริลลา 100 มก. · ระบุปริมาณสารสำคัญรายตัวบนฉลาก มีเลข อย. 26-1-10867-5-0049 และผ่านการรับรองฮาลาล · BLB U มีขิง 50 มก. ต่อเม็ด ร่วมกับสารสกัดอื่นในเม็ดเดียว · BLB P มีกระเทียม 30 มก. ในน้ำมันพืช 9 ชนิด · ทั้งสองตัวไม่ได้ให้ปริมาณขิงหรือกระเทียมเทียบเท่ามื้ออาหาร · ฉลาก BLB P ระบุสารก่อภูมิแพ้ ปลา ถั่วขาว สัตว์มีเปลือก และถั่วเหลือง · ตามที่ฉลากระบุเท่านั้น

5 กินคู่กันได้ไหม กินตอนไหน และโทษที่ต้องรู้

กินคู่กันได้ในหลักการ แต่เป็นสองตัวที่ทำให้เลือดออกง่ายถ้ากินร่วมกับยาบางตัว ดังนั้นต้องรวมปริมาณและปรึกษาแพทย์ก่อน รายละเอียดการกินดูที่ ขิง กินตอนไหน และ กระเทียมสกัด กินตอนไหน

  • ผู้กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด ปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มทั้งสองตัว · ดูรายละเอียดที่ โทษของขิง
  • มีกระเพาะอาหารไวหรือกรดไหลย้อน เริ่มขนาดต่ำและกินพร้อมอาหาร
  • ผู้ที่ผ่าตัดในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แจ้งแพทย์ว่ากินอะไรอยู่ก่อนผ่าตัด
  • อ่านฉลากเรื่องสารก่อภูมิแพ้และส่วนผสมร่วม เพราะผลิตภัณฑ์รวมอาจมีสารอื่นที่ต้องระวัง

อาการที่พบบ่อยคือ แสบท้อง ท้องอืด และกลิ่นปากหรือกลิ่นตัว ซึ่งลดลงเมื่อลดปริมาณ · อาการที่ไม่ควรรอคือ เลือดออกผิดปกติ ช้ำง่าย หรืออุจจาระดำ ต้องพบแพทย์โดยเร็ว

6 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ขิงกับกระเทียมต่างกันยังไง?

ขิงมีจินเจอรอลและโชกอลที่ให้กลิ่นและรสเผ็ด มีงานเรื่องอาการคลื่นไส้มากกว่า ส่วนกระเทียมมีอัลลิอินที่เปลี่ยนเป็นอัลลิซินเมื่อหั่นหรือทุบ และให้สารซัลเฟอร์

ขิง คือ อะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

เป็นเหง้าพืชที่ใช้เป็นเครื่องเทศและสมุนไพร งานทบทวนบางชิ้นพบว่าช่วยลดอาการคลื่นไส้บางกรณี แต่ผลไม่สม่ำเสมอ

กระเทียมต้องหั่นหรือทุบก่อนกินไหม?

อัลลิซินเกิดเมื่อหั่นหรือทุบ และควรทิ้งไว้ราว 10 นาทีให้เกิดเต็มที่ ส่วนกระเทียมสกัดมักใช้กระบวนการที่ทำให้สารคงที่มากกว่า

ขิงกับกระเทียมกินคู่กันได้ไหม?

ในหลักการได้ แต่ต้องรวมปริมาณจากทุกแหล่ง และถ้ากินยาต้านการแข็งตัวของเลือดให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มทั้งสองตัว

กินขิงหรือกระเทียมตอนไหนดี?

ไม่มีเวลาที่ได้รับการยืนยันเป็นมาตรฐาน ส่วนใหญ่กินพร้อมอาหารเพื่อลดแสบท้อง เริ่มขนาดต่ำก่อน

กินกระเทียมแล้วเลือดออกง่ายต้องทำอย่างไร?

หยุดและพบแพทย์ถ้ามีเลือดออกผิดปกติ ช้ำง่าย อุจจาระดำ หรือเลือดกำเดาไหลไม่หยุด โดยเฉพาะถ้ากินยาต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่

ใครไม่ควรกินขิงหรือกระเทียมเข้มข้น?

ผู้กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้ที่กำลังจะผ่าตัด ผู้มีกระเพาะไวมาก และผู้ที่แพ้สารในผลิตภัณฑ์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ขิงและกระเทียมเป็นอาหารและเครื่องเทศ ไม่ใช่ยา ไม่ได้รักษาความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือโรคหัวใจ · งานเรื่องกระเทียมเรื่องความดันและไขมันให้ผลผสม และงานเรื่องขิงเรื่องอาการคลื่นไส้มีผลไม่สม่ำเสมอ
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดและมีเลือดออกง่าย ช้ำง่ายผิดปกติ หรืออุจจาระดำ ต้องพบแพทย์โดยเร็ว · ผู้ที่จะผ่าตัดในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าควรแจ้งแพทย์ว่ากินกระเทียมหรือขิงเข้มข้นอยู่ เพื่อให้แพทย์กำหนดให้หยุดตามเวลาที่เหมาะสม
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Ernst E, Pittler MH. The efficacy and safety of ginger for nausea and vomiting: a systematic review of randomized clinical trials. Br J Anaesth. 2000;84(3):367-371
  2. Rahman K. Historical perspective on garlic and cardiovascular disease. J Nutr. 2001;131(3s):977S-979S
  3. Shang A, Cao SY, Xu XY, et al. Bioactive compounds and biological functions of garlic. Foods. 2019;8(7):246
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →