ไบโอฟลาโวนอยด์ คืออะไร? ทำไมวิตามินซีหลายสูตรถึงใส่มาด้วย และมันจำเป็นแค่ไหน

ซื้อวิตามินซีแล้วเห็นคำว่า “with bioflavonoids” หรือ “ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์” บนกล่อง หลายคนคิดว่าเป็นของแถมหรือคำโฆษณา · ที่จริงมันมีที่มาทางประวัติศาสตร์และมีเหตุผลทางเคมี แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรรู้ · บทความนี้แยกให้เห็นว่าตรงไหนคือข้อเท็จจริง และตรงไหนคือการขยายความเกินหลักฐาน

6,000+ ชนิด
เป็นชื่อของกลุ่มสาร
ไม่ใช่สารตัวเดียว
ธรรมชาติมาคู่กัน
ผลไม้ที่มีวิตามินซี
มักมีฟลาโวนอยด์ด้วย
ดูดซึมได้จำกัด
ส่วนใหญ่ถูกจุลินทรีย์
ในลำไส้เปลี่ยนรูปก่อน

ในทศวรรษ 1930 นักวิจัยที่ค้นพบวิตามินซีสังเกตว่า สารสกัดจากผลไม้รสเปรี้ยวให้ผลบางอย่างที่วิตามินซีบริสุทธิ์ให้ไม่ได้ · พวกเขาจึงตั้งชื่อสารที่ยังไม่รู้จักนั้นว่า “วิตามินพี” · ต่อมาพบว่ามันคือกลุ่มสารฟลาโวนอยด์หลายชนิด ไม่ใช่วิตามินตัวเดียว และไม่มีภาวะขาดที่นิยามได้ชัดเจน ชื่อวิตามินพีจึงถูกยกเลิกไป · สิ่งที่เหลืออยู่คือคำถามที่ยังน่าสนใจ: การกินร่วมกันให้ผลต่างจากการกินแยกไหม

1 ไบโอฟลาโวนอยด์คืออะไร มีตัวไหนบ้าง

  • เป็นชื่อกลุ่มของพอลิฟีนอลที่พบในพืช มีมากกว่า 6,000 ชนิดที่ถูกระบุแล้ว
  • ตัวที่พบในผลไม้รสเปรี้ยว — เฮสเพอริดิน นารินจิน และรูติน · มักอยู่ที่เปลือกและเยื่อขาวใต้เปลือกมากกว่าในเนื้อ
  • ตัวที่พบในผลไม้และผักอื่น — เควอซิทินในหอมใหญ่และแอปเปิล แอนโธไซยานินในผลไม้ตระกูลเบอร์รี คาเทชินในชาเขียว
  • ทำไมพืชสร้างมันขึ้นมา — เพื่อป้องกันรังสียูวี เชื้อโรค และสร้างสีสันดึงดูดแมลง · ไม่ได้สร้างมาเพื่อมนุษย์

2 ทำไมสูตรวิตามินซีถึงมักใส่มาด้วย

  • เหตุผลเชิงธรรมชาติ — ในผลไม้ วิตามินซีกับฟลาโวนอยด์อยู่ด้วยกันเสมอ ผู้ผลิตจึงเลียนแบบองค์ประกอบตามธรรมชาติ
  • เหตุผลเชิงเคมี — ฟลาโวนอยด์บางตัวช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของวิตามินซีเมื่อสัมผัสออกซิเจน จึงมีผลต่อความคงตัวของผลิตภัณฑ์
  • ข้อมูลเรื่องการดูดซึม — งานวิจัยในคนที่เปรียบเทียบวิตามินซีเดี่ยวกับวิตามินซีที่มีฟลาโวนอยด์ ให้ผลไม่สอดคล้องกัน · หลายการศึกษาไม่พบความต่างที่มีนัยสำคัญในระดับวิตามินซีในเลือด
  • สิ่งที่ยังไม่มีข้อสรุป — ไบโอฟลาโวนอยด์ในปริมาณที่ใส่มาในอาหารเสริม มักน้อยกว่าที่ใช้ในงานวิจัยเฉพาะทางมาก · การมีชื่ออยู่บนฉลากจึงไม่ได้แปลว่าให้ผลตามงานวิจัย

3 เรื่องการดูดซึมที่มักถูกข้าม

  • ฟลาโวนอยด์ส่วนใหญ่ดูดซึมได้ต่ำ — มักอยู่ในรูปที่ติดน้ำตาลและต้องถูกเอนไซม์หรือจุลินทรีย์ตัดออกก่อน
  • สิ่งที่ออกฤทธิ์จริงมักเป็นสารเมแทบอไลต์ ที่จุลินทรีย์ในลำไส้สร้างขึ้น ไม่ใช่ตัวสารต้นทางที่กินเข้าไป
  • คนแต่ละคนตอบสนองไม่เท่ากัน เพราะจุลินทรีย์ในลำไส้ต่างกัน · นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ผลการศึกษาไม่สอดคล้องกัน
  • สูตรที่ระบุชนิดและปริมาณชัดเจน เช่น เฮสเพอริดินกี่มิลลิกรัม อ่านแล้วประเมินได้ดีกว่าคำว่า “ซิตรัสไบโอฟลาโวนอยด์คอมเพล็กซ์” ลอย ๆ
Lipo C เน้นแก้ที่การนำส่งเป็นหลัก — ใช้วิตามินซีรูปลิโพโซม Lipo-Max™ 500 มก. ร่วมกับซิงค์ 37.5 มก. และน้ำมันรำข้าว 25.5 มก. ในแคปซูล · ระบุปริมาณสารสำคัญรายตัวบนฉลาก มีเลข อย. 26-1-10867-5-0046 และผ่านการรับรองฮาลาล

4 วิธีเลือกและวิธีได้จากอาหาร

  • กินผลไม้ทั้งกลีบ อย่าลอกเยื่อขาวทิ้งหมด — เยื่อขาวของส้มคือแหล่งเฮสเพอริดินหลัก
  • ความหลากหลายสำคัญกว่าปริมาณของตัวเดียว — ผักผลไม้หลายสีให้ฟลาโวนอยด์คนละกลุ่ม
  • ถ้าเลือกอาหารเสริม ให้ดูว่าระบุชนิดฟลาโวนอยด์และปริมาณหรือไม่ และวิตามินซีเป็นรูปแบบใด
  • รูปแบบลิโพโซมกับเรื่องการดูดซึมวิตามินซี — เป็นคนละกลไกกับไบโอฟลาโวนอยด์ · ลิโพโซมแก้ที่การนำส่ง ส่วนฟลาโวนอยด์เป็นสารเสริมคนละกลุ่ม
  • อย่าจ่ายเพิ่มเพราะชื่อเท่านั้น — เทียบราคาต่อปริมาณวิตามินซีจริงเป็นหลัก แล้วค่อยดูส่วนเสริม

5 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

วิตามินซีที่มีไบโอฟลาโวนอยด์ดีกว่าจริงไหม

ในงานวิจัยที่มี ผลยังไม่สอดคล้องกัน · หลายการศึกษาไม่พบความต่างของระดับวิตามินซีในเลือดอย่างมีนัยสำคัญ · ปัจจัยที่มีน้ำหนักกว่าคือปริมาณวิตามินซีต่อวันและความสม่ำเสมอ

กินส้มทั้งเยื่อขาวได้ประโยชน์กว่าจริงไหม

ในแง่ปริมาณฟลาโวนอยด์ใช่ เพราะเฮสเพอริดินอยู่ที่เยื่อขาวและเปลือกในมากกว่าเนื้อ · แต่รสจะขมขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องความชอบส่วนบุคคล

ไบโอฟลาโวนอยด์ช่วยเรื่องเส้นเลือดฝอยได้ไหม

มีงานวิจัยเรื่องฟลาโวนอยด์บางตัวกับความแข็งแรงของผนังหลอดเลือดฝอย แต่ส่วนใหญ่ใช้สารสกัดเฉพาะในปริมาณสูงกว่าที่พบในอาหารเสริมทั่วไปมาก · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่สามารถอ้างสรรพคุณเชิงการแพทย์กับโรคใด ๆ

กินฟลาโวนอยด์มากเกินไปได้ไหม

จากอาหารตามปกติแทบไม่มีปัญหา · แต่สารสกัดเข้มข้นบางตัวมีรายงานการรบกวนเอนไซม์ที่ใช้เปลี่ยนรูปยา เช่น นารินจินในเกรปฟรุต · ผู้ที่กินยาประจำควรปรึกษาเภสัชกร

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • น้ำเกรปฟรุตและสารนารินจินมีรายงานรบกวนระดับยาหลายชนิดในเลือด · ผู้ที่กินยาประจำต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
  • วิตามินซีปริมาณสูงมากอาจทำให้ท้องเสียหรือเพิ่มความเสี่ยงนิ่วออกซาเลตในผู้ที่มีประวัติเป็นนิ่ว
  • ผู้ป่วยโรคไตหรือผู้ที่มีภาวะเหล็กเกิน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้วิตามินซีขนาดสูง
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Vinson JA, Bose P — Comparative bioavailability of synthetic and natural vitamin C in citrus extract. The Journal of Nutrition.
  2. Panche AN, et al. — Flavonoids: an overview. Journal of Nutritional Science.
  3. Williamson G, Clifford MN — Role of the small intestine, colon and microbiota in determining the metabolic fate of polyphenols. Biochemical Pharmacology.
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →