ปากนกกระจอก (Angular Cheilitis) มุมปากแตก เจ็บ เป็นซ้ำ ๆ ดูแลตัวเองยังไง?

ปากนกกระจอกคืออาการที่มุมปากแตก แดง เจ็บ บางครั้งมีสะเก็ดหรือแผลตื้น ๆ ทำให้อ้าปากกว้าง ๆ ไม่ได้และเจ็บเวลากินของเปรี้ยวหรือเผ็ด · หลายคนเข้าใจว่าเป็นเพราะปากแห้งอย่างเดียวแล้วทาลิปมันซ้ำ ๆ ซึ่งมักไม่หาย เพราะสาเหตุที่แท้จริงมีได้หลายอย่าง · บทความนี้อธิบายว่าเกิดจากอะไรได้บ้าง สิ่งที่ทำได้เองเพื่อดูแล สารอาหารที่เกี่ยวข้อง และสัญญาณที่ต้องพบแพทย์หรือทันตแพทย์

ไม่ใช่แค่ปากแห้ง
ตำแหน่งที่มุมปากทั้งสองข้าง
คือลักษณะเฉพาะของภาวะนี้
หลายสาเหตุร่วมกัน
มักเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง
ประกอบกัน ไม่ใช่อย่างเดียว
เป็นซ้ำได้
ถ้าไม่จัดการต้นเหตุ
ก็มักกลับมาเป็นอีก

ปากนกกระจอกคือการอักเสบของผิวหนังและเยื่อบุที่มุมปาก · จุดเริ่มต้นมักเป็นความชื้นที่สะสมอยู่ที่มุมปากจากน้ำลาย ซึ่งทำให้ผิวบริเวณนั้นเปื่อยและแตกง่าย · เมื่อผิวแตกแล้ว เชื้อราหรือแบคทีเรียที่อยู่ในช่องปากตามปกติก็เข้ามาอยู่ในรอยแตกและทำให้อักเสบต่อเนื่อง · ปัจจัยที่พบร่วมได้บ่อยมีหลายอย่าง — ฟันปลอมที่ไม่พอดีทำให้ระยะระหว่างขากรรไกรสั้นลงและมุมปากพับลึกขึ้น การเลียริมฝีปากบ่อย ภาวะขาดสารอาหารบางตัวเช่นวิตามินบี 2 ธาตุเหล็ก หรือซิงค์ ภาวะน้ำลายน้อย และการใช้ยาบางกลุ่ม · เพราะสาเหตุมีหลายอย่างประกอบกัน การดูแลจึงต้องมองหลายด้านพร้อมกัน และการวินิจฉัยที่ถูกต้องควรมาจากแพทย์หรือทันตแพทย์

1 สาเหตุที่พบบ่อยและวิธีสังเกต

  • ความชื้นสะสมที่มุมปาก — จากน้ำลายที่ค้างอยู่ · การเลียริมฝีปากบ่อยยิ่งทำให้แย่ลง เพราะน้ำลายระเหยแล้วดึงความชื้นจากผิวออกไปด้วย
  • โครงสร้างของขากรรไกรและฟัน — ฟันปลอมที่ไม่พอดี ฟันสึก หรือการสูญเสียฟันหลัง ทำให้มุมปากพับลึกขึ้นและอมความชื้นได้ง่าย
  • ภาวะขาดสารอาหารบางตัว — วิตามินบี 2 บี 12 โฟเลต ธาตุเหล็ก และซิงค์ เป็นกลุ่มที่ถูกกล่าวถึงในเอกสารทางการแพทย์
  • ภาวะน้ำลายน้อยหรือหายใจทางปาก — ทำให้สมดุลความชื้นรอบปากผิดปกติ · พบบ่อยในผู้ที่ใช้ยาบางกลุ่มและผู้สูงอายุ
  • เชื้อราหรือแบคทีเรียในรอยแตก — เป็นเหตุผลที่การทาลิปมันอย่างเดียวมักไม่พอ · แพทย์อาจต้องพิจารณาการรักษาที่ตรงกับเชื้อ

2 สิ่งที่ทำได้เองทันที

  • หยุดเลียริมฝีปาก — เป็นสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดและทำได้ฟรี · ถ้าเผลอบ่อย ให้พกลิปบาล์มไว้ใช้แทนการเลีย
  • ทาวาสลีนหรือปิโตรเลียมเจลลีที่มุมปาก — เพื่อกั้นความชื้นไม่ให้แช่อยู่ที่รอยแตก โดยเฉพาะก่อนนอน
  • ซับมุมปากให้แห้งหลังกินอาหารและแปรงฟัน — โดยเฉพาะผู้ที่ใส่ฟันปลอม
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ — และเลี่ยงอาหารรสจัดหรือเปรี้ยวจัดในช่วงที่มีแผล เพราะทำให้แสบและหายช้า
  • ดูแลความสะอาดฟันปลอม — ถอดทำความสะอาดทุกวันและไม่ใส่นอน ตามที่ทันตแพทย์แนะนำ

3 สารอาหารที่เกี่ยวข้องกับเยื่อบุช่องปาก

  • วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) — เป็นวิตามินที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในบริบทของอาการมุมปากแตก · ได้จากนม ไข่ ตับ และผักใบเขียว
  • ธาตุเหล็ก — ภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็กสัมพันธ์กับอาการทางช่องปากหลายอย่าง · แต่ต้องตรวจเลือดยืนยันก่อนเสริม เพราะการเสริมโดยไม่จำเป็นมีผลเสีย
  • ซิงค์ — เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซมเยื่อบุและผิวหนัง
  • วิตามินซี — เป็นโคแฟกเตอร์ของเอนไซม์ในการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นโครงสร้างของเหงือกและเนื้อเยื่อในช่องปาก
  • ต้องพูดให้ชัด — ถ้าสงสัยภาวะขาดสารอาหาร ควรให้แพทย์ตรวจและวินิจฉัย · การเดาแล้วเสริมเองอาจทำให้พลาดสาเหตุที่แท้จริง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการรักษาโรค
Lipo C ใช้วิตามินซีรูปแบบลิโพโซม Lipo-Max™ 500 มก. ร่วมกับซิงค์ 37.5 มก. และน้ำมันรำข้าว 25.5 มก. · เทคโนโลยีลิโพโซมถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับข้อจำกัดเรื่องการดูดซึม ของวิตามินซีปริมาณสูงที่รูปแบบเม็ดธรรมดามักถูกตั้งคำถาม · มีเลข อย. 26-1-10867-5-0046 และผ่านการรับรองฮาลาล

4 ทำไมบางคนเป็นซ้ำไม่หายสักที

  • จัดการแค่ปลายเหตุ — ทาครีมให้แผลหายแต่ไม่แก้เรื่องฟันปลอมที่ไม่พอดีหรือนิสัยเลียปาก ก็กลับมาเป็นอีก
  • ไม่ได้ตรวจหาภาวะขาดสารอาหาร — โดยเฉพาะในผู้ที่กินอาหารไม่หลากหลาย ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีปัญหาการดูดซึม
  • มีภาวะพื้นฐานที่ยังไม่ได้รับการดูแล — เช่น ภาวะน้ำลายน้อย เบาหวานที่คุมไม่ดี หรือภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ใช้ยาผิดชนิด — การใช้ยาต้านเชื้อราในกรณีที่เป็นแบคทีเรีย หรือกลับกัน ทำให้ไม่ดีขึ้น · ต้องให้แพทย์ประเมิน
  • หยุดดูแลเร็วเกินไป — พอเห็นว่าดีขึ้นก็หยุด ทั้งที่ยังไม่หายสนิท

5 เมื่อไรควรพบแพทย์หรือทันตแพทย์

  • เป็นซ้ำบ่อยหรือไม่ดีขึ้นใน 2 สัปดาห์ — ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ควรรักษาเองไปเรื่อย ๆ
  • มีแผลในปากร่วมด้วยหลายจุดหรือแผลที่ไม่หายเกิน 2-3 สัปดาห์ — ต้องได้รับการตรวจ
  • มีอาการทั่วร่างกายร่วมด้วย — เช่น อ่อนเพลียมาก ซีด น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ หรือลิ้นเลี่ยนแดง ควรตรวจเลือดหาภาวะซีดหรือขาดสารอาหาร
  • ผู้ใส่ฟันปลอม — ควรให้ทันตแพทย์ตรวจความพอดีของฟันปลอม ซึ่งมักเป็นต้นเหตุที่แก้ได้จริง
  • ผู้ป่วยเบาหวานหรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง — ควรพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีอาการ · หากอาการไม่ดีขึ้นใน 2 สัปดาห์ เป็นซ้ำบ่อย หรือรุนแรงขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง

6 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ปากนกกระจอกเกิดจากขาดวิตามินอย่างเดียวใช่ไหม

ไม่ใช่ · ภาวะขาดวิตามินบี 2 ธาตุเหล็ก หรือซิงค์เป็นหนึ่งในสาเหตุที่เป็นไปได้ แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่พบบ่อยไม่แพ้กัน เช่น ความชื้นสะสมที่มุมปาก ฟันปลอมที่ไม่พอดี และการเลียริมฝีปาก · จึงควรให้แพทย์ประเมินมากกว่าเดาแล้วเสริมวิตามินเอง

ทาลิปมันแล้วไม่หาย เพราะอะไร

เพราะลิปมันช่วยเรื่องความแห้งของริมฝีปาก แต่ไม่ได้จัดการกับความชื้นที่แช่อยู่ที่มุมปากหรือเชื้อที่อยู่ในรอยแตก · ถ้าไม่ดีขึ้นใน 2 สัปดาห์ควรพบแพทย์เพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องรักษาที่ตรงกับสาเหตุหรือไม่

ใส่ฟันปลอมแล้วเป็นปากนกกระจอกบ่อย ทำยังไง

ควรให้ทันตแพทย์ตรวจความพอดีของฟันปลอม เพราะฟันปลอมที่ไม่พอดีทำให้ระยะระหว่างขากรรไกรสั้นลงและมุมปากพับลึกขึ้นจนอมความชื้น · พร้อมกับดูแลความสะอาดฟันปลอมทุกวันและไม่ใส่นอน

กินวิตามินบีรวมช่วยได้ไหม

ถ้าสาเหตุมาจากภาวะขาดวิตามินจริง การแก้ที่ภาวะขาดจะช่วยได้ แต่ควรให้แพทย์ตรวจยืนยันก่อน · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยาและไม่มีผลในการรักษาโรค · ที่สำคัญคืออย่าเสริมธาตุเหล็กเองโดยไม่ตรวจ เพราะการได้รับเกินความจำเป็นมีผลเสีย

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • เป็นซ้ำบ่อยหรือไม่ดีขึ้นใน 2 สัปดาห์ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
  • แผลในปากที่ไม่หายเกิน 2-3 สัปดาห์ ต้องได้รับการตรวจ
  • อย่าเสริมธาตุเหล็กเองโดยไม่ตรวจเลือด เพราะการได้รับเกินความจำเป็นมีผลเสีย
  • ผู้ป่วยเบาหวานหรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง ควรพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีอาการ
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Park KK, Brodell RT, Helms SE. — Angular cheilitis, part 1 & 2: local etiologies and nutritional, systemic, and drug-related causes. Cutis.
  2. Federico JR, Basehore BM, Zito PM. — Angular Chelitis. StatPearls.
  3. Sharon V, Fazel N. — Oral candidiasis and angular cheilitis. Dermatologic Therapy.
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →