เห็ดหอม (ชิตาเกะ) vs เห็ดไมตาเกะ ต่างกันยังไง? เบต้ากลูแคนตัวไหนเด่นเรื่องภูมิคุ้มกัน กินคู่กันได้ไหม กินตอนไหน และโทษที่ต้องรู้ (ผื่นเห็ดหอม น้ำตาลต่ำ ยาละลายลิ่มเลือด)

เห็ดหอม หรือเห็ดชิตาเกะ (Shiitake — Lentinula edodes) กับเห็ดไมตาเกะ (Maitake — Grifola frondosa) เป็นเห็ดกินได้ที่ถูกนำมาทำสารสกัดดูแลภูมิคุ้มกันเหมือนกัน แต่ไม่ใช่เห็ดตัวเดียวกัน · คำตอบสั้น ๆ ของคำถาม “เห็ดหอมกับเห็ดไมตาเกะต่างกันยังไง” คือ เห็ดหอมมีเบต้ากลูแคนเด่นชื่อเลนติแนน (Lentinan) และมีงานวิจัยในคนสุขภาพดีที่กินเห็ดหอมแห้งเป็นอาหารทุกวันแล้วพบค่าภูมิคุ้มกันบางตัวเปลี่ยนไป ส่วนเห็ดไมตาเกะมีเบต้ากลูแคนที่จับกับโปรตีนชื่อดี-แฟรกชัน (D-fraction) และถูกศึกษาเรื่องระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มเติม · ทั้งสองไม่ได้แทนกัน กินคู่กันได้ · สิ่งที่ต่างกันชัดคือโทษ — เห็ดหอมดิบหรือสุกไม่ทั่วทำให้เกิดผื่นคันเป็นเส้นได้ ส่วนสารสกัดไมตาเกะอาจเสริมฤทธิ์ยาเบาหวานจนน้ำตาลต่ำ · ทั้งคู่ไม่ใช่ยาและไม่ได้รักษาโรค

คนละเบต้ากลูแคน
เลนติแนน
กับดี-แฟรกชัน
กินคู่ได้
ทำงานคล้ายกัน
ไม่แย่งกัน
ต้องปรุงสุก
เห็ดหอมดิบ
เสี่ยงผื่นเฉพาะตัว

เรื่องแรกคือสารสำคัญ — เห็ดทั้งสองมีเบต้ากลูแคน (Beta-glucan) เป็นพระเอก แต่โครงสร้างต่างกัน เลนติแนนจากเห็ดหอมเป็นเบต้ากลูแคนบริสุทธิ์กว่า ส่วนดี-แฟรกชันของไมตาเกะเป็นเบต้ากลูแคนที่มีโปรตีนจับอยู่ · เรื่องที่สองคือหลักฐาน — เห็ดหอมมีงานวิจัยในคนสุขภาพดีแบบกินเป็นอาหาร ส่วนไมตาเกะมีงานในสัตว์ทดลองมากกว่าและงานในคนส่วนใหญ่ยังเล็ก · เรื่องที่สามคือความปลอดภัย — ทั้งคู่ปลอดภัยเมื่อกินเป็นอาหารปรุงสุก แต่แบบสารสกัดมีเรื่องยาที่ต้องรู้ · อ่านรายละเอียดแยกได้ที่ เห็ดชิตาเกะและเลนติแนนคืออะไร และ เห็ดไมตาเกะคืออะไร

1 ตารางเทียบ: เห็ดหอม (ชิตาเกะ) vs เห็ดไมตาเกะ

หัวข้อ เห็ดหอม (ชิตาเกะ) เห็ดไมตาเกะ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Lentinula edodes Grifola frondosa (ฝรั่งเรียก hen of the woods)
ลักษณะ ดอกเดี่ยว หมวกสีน้ำตาล กลิ่นหอมแรงเมื่อตากแห้ง ใช้ทำอาหารจีนและไทยทั่วไป ดอกเป็นกลุ่มซ้อนกันเป็นกระจุกคล้ายขนนก เนื้อกรอบ ปลูกมากในญี่ปุ่น
สารเด่น เลนติแนน (เบต้ากลูแคน) · เอริทาดีนีน (Eritadenine) ดี-แฟรกชันและเอ็มดี-แฟรกชัน (เบต้ากลูแคนจับโปรตีน) · มีวิตามินดี 2 ค่อนข้างสูงตามธรรมชาติ
งานวิจัยในคน คนสุขภาพดีกินเห็ดหอมแห้ง 5–10 กรัมต่อวัน 4 สัปดาห์ พบค่าภูมิคุ้มกันบางตัวเพิ่มขึ้น งานขนาดเล็กเรื่องค่าภูมิคุ้มกันและระดับน้ำตาล · ส่วนใหญ่ยังเป็นงานในสัตว์ทดลอง
เวลาที่กิน พร้อมอาหาร ต้องปรุงสุกทั่วถึงถ้ากินเป็นเห็ดสด พร้อมอาหาร โดยเฉพาะผู้ที่กินยาเบาหวาน
โทษที่ต้องรู้ ผื่นเห็ดหอม (Shiitake dermatitis) จากเห็ดดิบ/สุกไม่ทั่ว · ท้องอืด · คนเพาะเห็ดเสี่ยงแพ้สปอร์ อาจเสริมฤทธิ์ยาเบาหวานจนน้ำตาลต่ำ · มีรายงานค่า INR สูงขึ้นในผู้ใช้วาร์ฟาริน

2 เห็ดหอม (ชิตาเกะ): เห็ดในครัวที่มีงานวิจัยแบบกินเป็นอาหาร

เห็ดหอมเป็นเห็ดที่คนไทยกินกันอยู่แล้วในต้มจืด ผัดผัก และอาหารจีน ส่วนที่ทำให้ถูกนำมาศึกษาคือเลนติแนน ซึ่งเป็นเบต้ากลูแคนในผนังเซลล์ของเห็ด ร่างกายรับรู้เบต้ากลูแคนผ่านเซลล์ภูมิคุ้มกันในลำไส้

  • งานวิจัยที่ใช้อ้างอิงบ่อย — งานของ Dai และคณะ (2015) ให้คนหนุ่มสาวสุขภาพดีกินเห็ดหอมแห้ง 5 หรือ 10 กรัมต่อวันนาน 4 สัปดาห์ พบการเพิ่มจำนวนของเซลล์ภูมิคุ้มกันบางชนิดและระดับแอนติบอดีในน้ำลาย (sIgA) สูงขึ้น · เป็นงานที่วัดค่าในเลือด ไม่ได้วัดว่าป่วยน้อยลง
  • เอริทาดีนีน — สารในเห็ดหอมที่ลดคอเลสเตอรอลในสัตว์ทดลอง แต่ยังไม่มีหลักฐานในคนพอจะใช้แทนยาลดไขมัน
  • เลนติแนนแบบฉีด — ในบางประเทศมีการใช้เลนติแนนบริสุทธิ์ในโรงพยาบาลภายใต้แพทย์ ซึ่งต่างจากการกินเห็ดหรือสารสกัดโดยสิ้นเชิง จึงเอามาอ้างผลของอาหารเสริมไม่ได้
  • ผื่นเห็ดหอม — เห็ดหอมดิบหรือสุกไม่ทั่วทำให้บางคนเกิดผื่นคันเป็นเส้นยาวคล้ายรอยแส้ 1–2 วันหลังกิน มักหายเองใน 1–3 สัปดาห์ เชื่อว่าเกี่ยวกับเลนติแนนที่ยังไม่ถูกความร้อนทำลาย

อ่านต่อได้ที่ เห็ดชิตาเกะกินตอนไหน และ โทษของเห็ดชิตาเกะ

3 เห็ดไมตาเกะ: เห็ดกระจุกกับเบต้ากลูแคนจับโปรตีน

ไมตาเกะเป็นเห็ดที่ขึ้นเป็นกระจุกใหญ่ที่โคนต้นไม้ ชื่อในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “เห็ดเต้นรำ” นอกจากใช้ทำอาหารแล้ว ยังถูกนำมาทำสารสกัดที่ระบุชื่อเฉพาะ เช่น ดี-แฟรกชัน หรือเอ็มดี-แฟรกชัน

  • ดี-แฟรกชัน — เป็นเบต้ากลูแคนที่มีโปรตีนจับอยู่ งานในห้องทดลองพบว่ากระตุ้นการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันบางชนิด งานในคนที่มีส่วนใหญ่เป็นงานระยะแรกที่ดูค่าภูมิคุ้มกันในเลือด ไม่ได้แสดงว่ารักษาโรค
  • เรื่องน้ำตาลในเลือด — สารสกัดบางส่วนของไมตาเกะลดระดับน้ำตาลในสัตว์ทดลอง และมีงานขนาดเล็กในคน · ข้อมูลนี้สำคัญในแง่ความปลอดภัยมากกว่า คือผู้ที่กินยาเบาหวานอยู่ต้องระวังน้ำตาลต่ำ
  • วิตามินดี 2 — ไมตาเกะเป็นเห็ดที่มีวิตามินดี 2 ค่อนข้างสูงตามธรรมชาติเมื่อเทียบกับเห็ดอื่น แต่ปริมาณในสารสกัดแคปซูลขึ้นกับวิธีผลิต
  • ยาวาร์ฟาริน — มีรายงานผู้ป่วยที่ค่า INR สูงขึ้นหลังเริ่มสารสกัดไมตาเกะร่วมกับวาร์ฟาริน ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดจึงต้องแจ้งแพทย์ก่อน

อ่านต่อได้ที่ เห็ดไมตาเกะกินตอนไหน และ โทษของเห็ดไมตาเกะ

4 เห็ดหอมกับไมตาเกะ อันไหนดีกว่า

สถานการณ์ ตัวที่ตรงกว่า เหตุผล
อยากได้เบต้ากลูแคนจากอาหารทุกวัน เห็ดหอม (ปรุงสุก) หาง่าย ราคาไม่แพง และมีงานวิจัยแบบกินเป็นอาหารในคนสุขภาพดี
กินยาเบาหวานอยู่ เห็ดหอมเป็นอาหารปลอดภัยกว่า สารสกัดไมตาเกะอาจเสริมฤทธิ์ยาจนน้ำตาลต่ำ ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
กินวาร์ฟารินหรือยาละลายลิ่มเลือด ปรึกษาแพทย์ก่อนทั้งสองตัวแบบสารสกัด มีรายงานกับไมตาเกะ และสารสกัดเห็ดหลายชนิดมีข้อมูลเรื่องเลือดออก
เคยแพ้หรือเป็นผื่นจากเห็ดหอม เลี่ยงเห็ดหอม ผื่นเห็ดหอมเกิดซ้ำได้ถ้ากินแบบดิบหรือสุกไม่ทั่ว
อยากดูแลภูมิคุ้มกันโดยรวม ทั้งสองตัวร่วมกับพื้นฐาน การนอนให้พอ อาหารครบหมู่ และวัคซีนตามคำแนะนำ สำคัญกว่าเห็ดตัวใดตัวหนึ่ง

สรุปคือไม่มีตัวไหนชนะขาด เห็ดหอมได้เปรียบเรื่องหาง่ายและมีงานวิจัยแบบอาหาร ส่วนไมตาเกะเด่นในรูปสารสกัดแต่มีเรื่องยาเบาหวานที่ต้องระวังมากกว่า · ภาพรวมของเบต้ากลูแคนอ่านได้ที่ เบต้ากลูแคนคืออะไร

5 กินคู่กันได้ไหม กินตอนไหน และเลือกสารสกัดอย่างไร

  • กินคู่กันได้ — เห็ดสองชนิดนี้ไม่แย่งการดูดซึมกัน สูตรเห็ดรวมจึงมักใส่หลายชนิดไว้ด้วยกัน
  • กินพร้อมอาหาร — ช่วยลดอาการท้องอืดหรือแน่นท้อง และลดโอกาสน้ำตาลต่ำในผู้ที่กินยาเบาหวาน
  • เห็ดสดต้องปรุงสุกทั่วถึง — โดยเฉพาะเห็ดหอม อย่ากินแบบดิบในสลัด หรือแค่ลวกผ่าน ๆ
  • อ่านฉลากว่าใช้ส่วนไหนของเห็ด — สารสกัดจากดอกเห็ด (fruiting body) กับเส้นใยที่เลี้ยงบนเมล็ดธัญพืช (mycelium on grain) ให้เบต้ากลูแคนต่างกันได้มาก ฉลากที่ดีควรระบุปริมาณสารสกัดหรือเบต้ากลูแคน
  • ต้องใช้เวลา — งานวิจัยส่วนใหญ่ดูผลที่ 4–12 สัปดาห์ การกินไม่กี่วันไม่ควรคาดหวังการเปลี่ยนแปลง
BLB U เป็นซอฟต์เจลที่รวมสารสกัด 13 ชนิดไว้ในเม็ดเดียว — โสมเกาหลี 80 มก. ถั่งเช่า 80 มก. เห็ด 4 ชนิด (ชิตาเกะ ยามาบูชิทาเกะ ไมตาเกะ อย่างละ 80 มก. หลินจือ 50 มก.) ขิง 50 มก. พลูคาว 50 มก. เบต้ากลูแคนจากยีสต์ 90% 25 มก. และโคเอนไซม์คิวเท็น 25 มก. บนฐานน้ำมันจมูกข้าว 200 มก. น้ำมันงา 100 มก. และน้ำมันเพอริลลา 100 มก. · ระบุปริมาณสารสำคัญรายตัวบนฉลาก มีเลข อย. 26-1-10867-5-0049 และผ่านการรับรองฮาลาล · BLB U มีทั้งเห็ดชิตาเกะ 80 มก. และเห็ดไมตาเกะ 80 มก. ตามที่ระบุบนฉลาก ร่วมกับหลินจือ ยามาบูชิตาเกะ ถั่งเช่า และโสมเกาหลี จึงไม่ต้องเลือกระหว่างสองตัวนี้ · ปริมาณเห็ดแต่ละตัวเป็นระดับมิลลิกรัม น้อยกว่าเห็ดแห้งหลายกรัมที่ใช้ในงานวิจัยแบบกินเป็นอาหาร จึงเป็นส่วนหนึ่งของสูตรรวม ไม่ใช่สารสกัดเห็ดเดี่ยวขนาดสูง · ผู้ที่กินยาเบาหวาน ยาละลายลิ่มเลือด หรือยากดภูมิ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน · กินวันละ 1 เม็ดตามที่ฉลากระบุ

6 ยาที่ต้องระวัง ใครควรเลี่ยง และเมื่อไรต้องพบแพทย์

ใครควรปรึกษาแพทย์ก่อน

  • ผู้ที่กินยาเบาหวานหรือฉีดอินซูลิน — โดยเฉพาะกับสารสกัดไมตาเกะ
  • ผู้ที่กินวาร์ฟาริน ยาต้านเกล็ดเลือด หรือกำลังจะผ่าตัด — ควรหยุดสารสกัดเห็ดล่วงหน้าตามที่แพทย์แนะนำ
  • ผู้ที่ได้รับยากดภูมิ เช่น หลังปลูกถ่ายอวัยวะ หรือโรคภูมิแพ้ตัวเองที่ต้องใช้ยา — เพราะเห็ดถูกศึกษาในแง่กระตุ้นภูมิคุ้มกัน
  • ผู้ที่ได้รับเคมีบำบัด — ห้ามเริ่มสารสกัดเห็ดเองโดยไม่แจ้งแพทย์ผู้รักษา
  • หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร — กินเป็นอาหารปรุงสุกได้ตามปกติ แต่สารสกัดเข้มข้นยังมีข้อมูลความปลอดภัยไม่พอ
  • คนเพาะเห็ดหรือทำงานในโรงเห็ด — การหายใจเอาสปอร์ปริมาณมากทำให้เกิดปอดอักเสบจากภูมิแพ้ได้ ควรสวมหน้ากาก

เมื่อไรต้องพบแพทย์

  • ผื่นคันเป็นเส้นหลังกินเห็ดหอม หรือผื่นลามมาก
  • อาการน้ำตาลต่ำ เช่น เหงื่อแตก ตัวสั่น หิวจัด ใจสั่น ในผู้ที่กินยาเบาหวาน
  • จ้ำเลือดง่ายหรือเลือดออกผิดปกติ
  • ป่วยบ่อยผิดปกติ แผลหายช้า หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ — ควรตรวจหาสาเหตุ ไม่ใช่เพิ่มเห็ดเอง

7 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เห็ดหอมกับเห็ดไมตาเกะต่างกันยังไง?

เห็ดหอม (ชิตาเกะ) มีเบต้ากลูแคนเด่นชื่อเลนติแนน และมีงานวิจัยในคนสุขภาพดีที่กินเป็นอาหาร · เห็ดไมตาเกะมีเบต้ากลูแคนจับโปรตีนชื่อดี-แฟรกชัน และถูกศึกษาเรื่องระดับน้ำตาลเพิ่ม · เป็นเห็ดคนละชนิด ใช้แทนกันได้ไม่สมบูรณ์

เห็ดชิตาเกะคือเห็ดหอมใช่ไหม?

ใช่ ชิตาเกะ (Shiitake) คือชื่อภาษาญี่ปุ่นของเห็ดหอมที่คนไทยใช้ทำอาหาร ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Lentinula edodes

เห็ดไมตาเกะคืออะไร?

คือเห็ดกินได้ชนิด Grifola frondosa ขึ้นเป็นกระจุกซ้อนกัน นิยมในญี่ปุ่น ใช้ทั้งทำอาหารและทำสารสกัดที่ระบุชื่อ ดี-แฟรกชัน หรือ เอ็มดี-แฟรกชัน

เห็ดหอมกับไมตาเกะ อันไหนดีกว่าเรื่องภูมิคุ้มกัน?

ไม่มีตัวไหนดีกว่าขาด · เห็ดหอมมีงานวิจัยแบบกินเป็นอาหารในคนสุขภาพดีที่ชัดกว่า ส่วนไมตาเกะมีงานในสัตว์ทดลองมากกว่า · ทั้งคู่ไม่ได้ป้องกันหรือรักษาโรค และไม่แทนการนอน อาหาร และวัคซีน

กินเห็ดหอมกับเห็ดไมตาเกะพร้อมกันได้ไหม?

ได้ เพราะไม่แย่งการดูดซึมกัน สูตรเห็ดรวมหลายสูตรจึงใส่ไว้ด้วยกัน · ผู้ที่กินยาเบาหวาน ยาละลายลิ่มเลือด หรือยากดภูมิ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

สารสกัดเห็ดหอมและไมตาเกะควรกินตอนไหน?

พร้อมหรือหลังอาหาร เพื่อลดอาการท้องอืดและลดโอกาสน้ำตาลต่ำในผู้ที่กินยาเบาหวาน · กินต่อเนื่องราว 4–12 สัปดาห์ตามที่งานวิจัยส่วนใหญ่ใช้ และกินตามที่ฉลากระบุ

โทษของเห็ดหอมและเห็ดไมตาเกะมีอะไรบ้าง?

เห็ดหอมดิบหรือสุกไม่ทั่วทำให้เกิดผื่นคันเป็นเส้นได้ และบางคนท้องอืด · สารสกัดไมตาเกะอาจเสริมฤทธิ์ยาเบาหวานจนน้ำตาลต่ำ และมีรายงานค่า INR สูงขึ้นในผู้ใช้วาร์ฟาริน · แพ้เห็ดได้ทั้งสองชนิด

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • เห็ดหอม (ชิตาเกะ) และเห็ดไมตาเกะเป็นอาหารและสารสกัดในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ยา ไม่ได้ป้องกันหรือรักษามะเร็ง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือโรคภูมิคุ้มกันใด ๆ · งานวิจัยในคนส่วนใหญ่ยังเป็นงานขนาดเล็กหรือศึกษาเฉพาะค่าภูมิคุ้มกันในเลือด ห้ามหยุดหรือลดยาเองเพราะหันมากินเห็ด
  • ผื่นคันเป็นเส้นยาวคล้ายรอยแส้ตามลำตัวหรือแขนขา 1–2 วันหลังกินเห็ดหอมดิบหรือสุกไม่ทั่ว ให้หยุดกินและพบแพทย์ผิวหนัง · เหงื่อแตก ตัวสั่น ใจสั่น หิวจัด มึนงง ในผู้ที่กินยาเบาหวานร่วมกับสารสกัดเห็ดไมตาเกะ อาจเป็นน้ำตาลต่ำ ต้องรีบกินของหวานและพบแพทย์ · จ้ำเลือดง่าย เลือดกำเดาไหลไม่หยุด หรือถ่ายดำ ในผู้ที่กินวาร์ฟารินร่วมกับสารสกัดเห็ด ต้องหยุดและพบแพทย์ผู้สั่งยา · ผื่นลมพิษ ปากหรือคอบวม หายใจลำบาก หลังกินเห็ด ต้องโทร 1669 ทันที
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่กินยาเบาหวาน ยาละลายลิ่มเลือด ยากดภูมิ หรือได้รับเคมีบำบัด ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนกินสารสกัดเห็ดทุกชนิด · เห็ดหอมสดต้องปรุงสุกทั่วถึงเสมอ
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Dai X, Stanilka JM, Rowe CA, et al. Consuming Lentinula edodes (Shiitake) mushrooms daily improves human immunity: a randomized dietary intervention in healthy young adults. J Am Coll Nutr. 2015;34(6):478–487
  2. Memorial Sloan Kettering Cancer Center — About Herbs: Shiitake Mushroom
  3. Memorial Sloan Kettering Cancer Center — About Herbs: Maitake Mushroom
  4. Hanselin MR, Vande Griend JP, Linnebur SA. INR elevation with maitake extract in combination with warfarin. Ann Pharmacother. 2010
  5. Boels D, et al. Shiitake dermatitis recorded by French Poison Control Centers — new case series with clinical observations. Clin Toxicol (Phila). 2014
  6. Deng G, Lin H, Seidman A, et al. A phase I/II trial of a polysaccharide extract from Grifola frondosa (Maitake mushroom) in breast cancer patients: immunological effects. J Cancer Res Clin Oncol. 2009
  7. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →