เห็ดไมตาเกะ vs เห็ดหลินจือ ต่างกันยังไง? เบต้ากลูแคนกับไตรเทอร์ปีน งานวิจัยพบอะไร ตัวไหนเหมาะกับใคร กินคู่กันได้ไหม กินตอนไหน และโทษที่ต้องรู้

เห็ดไมตาเกะ (Maitake, Grifola frondosa) กับเห็ดหลินจือ (Reishi/Lingzhi, Ganoderma lucidum) เป็นเห็ดสมุนไพรทั้งคู่ แต่สารเด่นต่างกัน — ไมตาเกะ เป็นเห็ดที่กินเป็นอาหารได้ สารที่ถูกศึกษามากที่สุดคือเบต้ากลูแคนกลุ่มที่เรียกว่า ดี-แฟรกชัน (D-fraction) ซึ่งงานในห้องทดลองพบว่ากระตุ้นการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันบางชนิด · หลินจือ เป็นเห็ดเนื้อแข็งรสขมที่ไม่ได้กินเป็นอาหาร มีทั้งโพลีแซคคาไรด์และ ไตรเทอร์ปีน (กรดกาโนเดอริก) ซึ่งเป็นที่มาของรสขม · งานในคนของทั้งสองตัวยังเป็นงานขนาดเล็ก การทบทวนของ Cochrane เรื่องหลินจือกับปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจไม่พบผลที่ชัด · กินคู่กันได้ในผู้ใหญ่ทั่วไป แต่ต้องระวังยาเบาหวานและยาต้านการแข็งตัวของเลือด · ส่วนเรื่องเวลากิน อ่าน เห็ดไมตาเกะ กินตอนไหน และ เห็ดหลินจือ กินตอนไหน

D-fraction
ไมตาเกะ
เบต้ากลูแคนที่ถูกศึกษามาก
100+
หลินจือ
ไตรเทอร์ปีนที่แยกได้
2015
Cochrane
ทบทวนหลินจือ-ปัจจัยเสี่ยงหัวใจ

บทความนี้ไม่ได้อธิบายแต่ละเห็ดซ้ำ (อ่านได้ที่ เห็ดไมตาเกะ คืออะไร และ เห็ดหลินจือ คืออะไร) แต่จะตอบคำถามที่คนเทียบสองเห็ดนี้สงสัยที่สุด · เรื่องแรกคือตารางเทียบ · เรื่องที่สองคือสารสำคัญและกลไกต่างกันตรงไหน · เรื่องที่สามคืองานวิจัยพบอะไร และไม่พบอะไร · เรื่องที่สี่คือเลือกอย่างไรและอ่านฉลากอย่างไร · เรื่องสุดท้ายคือกินคู่กัน วิธีกิน และข้อควรระวัง · ถ้ากำลังเทียบไมตาเกะกับชิตาเกะ อ่าน เห็ดชิตาเกะ vs ไมตาเกะ

1 ตารางเทียบตรง ๆ: เห็ดไมตาเกะ vs เห็ดหลินจือ

ประเด็น เห็ดไมตาเกะ เห็ดหลินจือ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Grifola frondosa (เห็ดกินได้ ขึ้นเป็นกอใหญ่โคนต้นโอ๊ก) Ganoderma lucidum (เห็ดเนื้อแข็ง ผิวมันวาว)
ใช้เป็นอาหารได้ไหม ได้ นิยมในอาหารญี่ปุ่น ไม่ได้กินเป็นอาหาร ใช้ต้ม ชง หรือสกัด เพราะแข็งและขม
สารเด่น เบต้ากลูแคน 1,3/1,6 (ดี-แฟรกชัน, MD-แฟรกชัน) โพลีแซคคาไรด์ + ไตรเทอร์ปีน (กรดกาโนเดอริก)
ประเด็นที่ถูกศึกษา การทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน ระดับน้ำตาลในสัตว์ทดลอง ภูมิคุ้มกัน คุณภาพชีวิต ความเหนื่อยล้า ปัจจัยเสี่ยงหัวใจ
หลักฐานในคน น้อย ส่วนใหญ่งานระยะแรก ขนาดเล็ก มีมากกว่า แต่คุณภาพต่ำถึงปานกลาง ผลไม่สม่ำเสมอ
ข้อควรระวังเด่น อาจลดน้ำตาลในเลือด มีรายงานค่า INR สูงขึ้นเมื่อใช้กับวาร์ฟาริน มีรายงานตับอักเสบจากผงหลินจือ อาจเสริมฤทธิ์ยาต้านเกล็ดเลือด

สรุปสั้น ๆ คือ ไมตาเกะเป็นเห็ดอาหารที่เด่นเรื่องเบต้ากลูแคน ส่วน หลินจือเป็นเห็ดสมุนไพรที่มีสารสองกลุ่ม และมีงานในคนมากกว่า แต่ก็ยังไม่ใช่หลักฐานระดับที่ใช้แทนการรักษาใด ๆ

2 สารสำคัญและกลไกต่างกันตรงไหน

  • ไมตาเกะ — เบต้ากลูแคนที่เซลล์ภูมิคุ้มกัน “จำ” ได้ เบต้ากลูแคนจากเห็ดเป็นโครงสร้างที่ตัวรับบนเซลล์ภูมิคุ้มกัน เช่น Dectin-1 จดจำได้ งานในห้องทดลองและสัตว์พบว่ากระตุ้นการทำงานของแมคโครฟาจและเซลล์ NK · ความยากคือเบต้ากลูแคนเป็นโมเลกุลใหญ่ ผลที่เห็นในหลอดทดลองไม่ได้แปลว่าจะเกิดแบบเดียวกันเมื่อกิน อ่านพื้นฐานที่ เบต้ากลูแคน คืออะไร
  • หลินจือ — โพลีแซคคาไรด์บวกไตรเทอร์ปีน ส่วนโพลีแซคคาไรด์ทำงานคล้ายเบต้ากลูแคนของเห็ดอื่น ส่วนไตรเทอร์ปีนเป็นสารคนละกลุ่ม ที่งานในห้องทดลองศึกษาเรื่องการอักเสบและการทำงานของตับ · สัดส่วนสองกลุ่มนี้ต่างกันมากตามวิธีสกัด สกัดด้วยน้ำได้โพลีแซคคาไรด์มาก สกัดด้วยแอลกอฮอล์ได้ไตรเทอร์ปีนมาก ส่วนผงสปอร์ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง

ดังนั้นสองเห็ดนี้ไม่ได้แข่งกันตรง ๆ — ไมตาเกะคือแหล่งเบต้ากลูแคน ส่วนหลินจือมีสารสองกลุ่มที่ขึ้นกับวิธีสกัด · เห็ดอีกตัวที่มักถูกเทียบกับหลินจือคือยามาบูชิทาเกะ อ่าน เห็ดหลินจือ vs เห็ดยามาบูชิทาเกะ

3 งานวิจัยพบอะไร และไม่พบอะไร

หัวข้อ เห็ดไมตาเกะ เห็ดหลินจือ
ภูมิคุ้มกัน งานระยะแรกขนาดเล็กพบการเปลี่ยนแปลงของค่าภูมิคุ้มกันในเลือดบางตัว แต่ไม่ได้วัดผลทางสุขภาพที่ชัด งานขนาดเล็กพบค่าภูมิคุ้มกันบางตัวเปลี่ยน ผลไม่สม่ำเสมอระหว่างงาน
ระดับน้ำตาล พบผลในสัตว์ทดลอง ข้อมูลในคนน้อยมาก Cochrane (Klupp และคณะ 2015) ไม่พบผลที่ชัดต่อน้ำตาล
ไขมันและความดัน ข้อมูลในคนน้อย Cochrane (Klupp และคณะ 2015) ไม่พบผลที่ชัดต่อไขมันและความดัน
คุณภาพชีวิตในผู้ป่วยมะเร็ง มีงานระยะแรก ยังสรุปไม่ได้ Cochrane (Jin และคณะ 2016) พบหลักฐานคุณภาพต่ำ ไม่แนะนำให้ใช้แทนการรักษาหลัก
ความปลอดภัย ในฐานะอาหารถือว่าปลอดภัย สารสกัดต้องระวังยาเบาหวานและวาร์ฟาริน มีรายงานตับอักเสบจากผงหลินจือในไทย ต้องระวังเมื่อกินสมุนไพรหลายตัวพร้อมกัน

ข้อที่ควรรู้คือ งานของเห็ดสมุนไพรใช้สารสกัดที่ต่างกันมาก ทั้งชนิดตัวทำละลาย ขนาด และส่วนของเห็ด ผลของงานหนึ่งจึงใช้กับอีกผลิตภัณฑ์ไม่ได้ · ภาพรวมของเห็ดสมุนไพรทั้งกลุ่ม อ่านที่ เห็ดสมุนไพรคืออะไร

4 เลือกอย่างไร และอ่านฉลากอย่างไร

สถานการณ์ ตัวที่มักถูกพิจารณา เหตุผล
อยากได้เห็ดจากอาหารก่อน ไมตาเกะ (และเห็ดกินได้อื่น ๆ) กินเป็นอาหารได้ ได้ใยอาหารและเบต้ากลูแคนจากมื้ออาหาร
สนใจไตรเทอร์ปีนหรือสูตรแบบดั้งเดิม หลินจือ มีสารกลุ่มไตรเทอร์ปีนที่เห็ดอื่นไม่ค่อยมี
กินยาเบาหวาน ปรึกษาแพทย์ก่อนทั้งสองตัว อาจเสริมฤทธิ์ลดน้ำตาล
กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด ปรึกษาแพทย์ก่อนทั้งสองตัว มีรายงานปฏิกิริยากับยากลุ่มนี้
มีโรคตับหรือกินสมุนไพรหลายตัว ระวังหลินจือเป็นพิเศษ มีรายงานตับอักเสบ ควรให้แพทย์ประเมินก่อน

หลักอ่านฉลากเห็ดสมุนไพร — ดูว่าเป็นผงเห็ดบดหรือสารสกัด สกัดด้วยอะไร ระบุเบต้ากลูแคนหรือไตรเทอร์ปีนเป็นตัวเลขไหม และเป็นดอกเห็ดหรือเส้นใยที่เลี้ยงบนเมล็ดธัญพืช (ซึ่งอาจมีแป้งปนมาก) · ทั้งหมดนี้ต้องมีเลข อย. ชัดเจน

BLB U เป็นซอฟต์เจลที่รวมสารสกัด 13 ชนิดไว้ในเม็ดเดียว — โสมเกาหลี 80 มก. ถั่งเช่า 80 มก. เห็ด 4 ชนิด (ชิตาเกะ ยามาบูชิทาเกะ ไมตาเกะ อย่างละ 80 มก. หลินจือ 50 มก.) ขิง 50 มก. พลูคาว 50 มก. เบต้ากลูแคนจากยีสต์ 90% 25 มก. และโคเอนไซม์คิวเท็น 25 มก. บนฐานน้ำมันจมูกข้าว 200 มก. น้ำมันงา 100 มก. และน้ำมันเพอริลลา 100 มก. · ระบุปริมาณสารสำคัญรายตัวบนฉลาก มีเลข อย. 26-1-10867-5-0049 และผ่านการรับรองฮาลาล · BLB U มีทั้งไมตาเกะ 80 มก. และหลินจือ 50 มก. แต่เป็นส่วนหนึ่งของสูตรรวม 13 ชนิด · ปริมาณของเห็ดแต่ละตัวต่ำกว่าขนาดสารสกัดหลายร้อยมิลลิกรัมถึงหลายกรัมที่งานวิจัยใช้ จึงไม่ควรนำผลของงานวิจัยเห็ดเดี่ยวมาคาดหวังกับ BLB U ตรง ๆ · แนวคิดของสูตรคือรวมเห็ด 4 ชนิดกับเบต้ากลูแคนจากยีสต์ โสม ถั่งเช่า ขิง และพลูคาว (อ่านเรื่องพลูคาวได้ที่ พลูคาว คืออะไร) สำหรับการดูแลร่างกายในชีวิตประจำวัน · ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาเบาหวาน ยากดภูมิคุ้มกัน หรือกำลังรักษามะเร็ง ควรปรึกษาแพทย์ก่อน · กินวันละ 1 ซอฟต์เจลตามที่ฉลากระบุ

5 กินคู่กันได้ไหม และกินตอนไหน

ในผู้ใหญ่สุขภาพดีที่ไม่ได้กินยาประจำ กินคู่กันได้ และหลายสูตรก็รวมเห็ดหลายชนิดไว้ด้วยกัน แต่ยังไม่มีงานยืนยันว่ารวมกันแล้วได้ผลมากกว่าตัวเดียว หลักการกินคือ

  • กินพร้อมอาหารหรือหลังอาหาร — ลดอาการไม่สบายท้อง และเป็นเวลาที่จำง่าย รายละเอียดที่ เห็ดไมตาเกะ กินตอนไหน และ เห็ดหลินจือ กินตอนไหน
  • ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าช่วงเวลา — งานวิจัยส่วนใหญ่ใช้ต่อเนื่อง 8–12 สัปดาห์ ไม่ได้หวังผลทันที
  • หยุดก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ — เพราะอาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือดและระดับน้ำตาล แจ้งแพทย์ทุกครั้ง
  • ไม่ซ้อนสูตรเห็ดหลายยี่ห้อ — นับรวมทุกผลิตภัณฑ์ที่มีเห็ด และสังเกตอาการผิดปกติของตับ
  • ถ้ากินโคคิวเท็นร่วมด้วย — โคคิวเท็นละลายในไขมัน ควรกินพร้อมมื้อที่มีไขมัน อ่าน โคคิวเท็น กินตอนไหน

6 ข้อควรระวังและใครควรปรึกษาแพทย์

กลุ่ม ข้อกังวล ควรทำอย่างไร
กินยาเบาหวาน น้ำตาลอาจต่ำเกิน ปรึกษาแพทย์ และเจาะน้ำตาลบ่อยขึ้นช่วงแรก
กินวาร์ฟาริน หรือยาต้านเกล็ดเลือด มีรายงานค่า INR สูงขึ้นกับไมตาเกะ หลินจืออาจเสริมฤทธิ์ต้านเกล็ดเลือด ห้ามเริ่มเองโดยไม่บอกแพทย์
กินยากดภูมิคุ้มกัน (ปลูกถ่ายอวัยวะ โรคภูมิต้านตนเอง) เห็ดที่กระตุ้นภูมิอาจขัดกับเป้าหมายของยา ปรึกษาแพทย์ผู้รักษา
มีโรคตับ มีรายงานตับอักเสบจากผงหลินจือ ปรึกษาแพทย์ก่อน และหยุดทันทีถ้าตาเหลือง
ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร เด็ก ข้อมูลความปลอดภัยของสารสกัดจำกัด ปรึกษาแพทย์ก่อน

อ่านผลข้างเคียงแต่ละตัวเพิ่มเติมที่ โทษของเห็ดไมตาเกะ และ โทษของเห็ดหลินจือ · พื้นฐานว่าภูมิคุ้มกันทำงานอย่างไร อ่าน ระบบภูมิคุ้มกันทำงานอย่างไร

7 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เห็ดไมตาเกะกับเห็ดหลินจือต่างกันยังไง?

ไมตาเกะเป็นเห็ดกินได้ที่สารเด่นคือเบต้ากลูแคน (ดี-แฟรกชัน) ส่วนหลินจือเป็นเห็ดเนื้อแข็งรสขมที่มีทั้งโพลีแซคคาไรด์และไตรเทอร์ปีน งานในคนของทั้งคู่ยังเป็นงานขนาดเล็ก

เห็ดไมตาเกะ คือ อะไร?

คือเห็ด Grifola frondosa ที่ขึ้นเป็นกอใหญ่ นิยมในอาหารญี่ปุ่น สารที่ถูกศึกษามากคือเบต้ากลูแคนกลุ่มดี-แฟรกชัน ซึ่งงานในห้องทดลองพบว่ากระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกันบางชนิด

ไมตาเกะกับหลินจือ ตัวไหนดีกว่า?

ไม่มีงานที่เทียบตรง ๆ ไมตาเกะเหมาะกับคนที่อยากได้เบต้ากลูแคนและกินเป็นอาหารได้ ส่วนหลินจือมีไตรเทอร์ปีนเพิ่มและมีงานในคนมากกว่า แต่หลักฐานยังคุณภาพต่ำ ทั้งคู่ไม่ใช่ยา

เห็ดไมตาเกะกับเห็ดหลินจือกินคู่กันได้ไหม?

ในผู้ใหญ่สุขภาพดีที่ไม่ได้กินยาประจำกินคู่กันได้ แต่ผู้ที่กินยาเบาหวาน ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยากดภูมิคุ้มกัน หรือมีโรคตับ ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน

เห็ดหลินจือ กินตอนไหนดี?

กินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารเพื่อลดอาการไม่สบายท้อง ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าช่วงเวลา และควรหยุดก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์

โทษของเห็ดไมตาเกะและเห็ดหลินจือมีอะไรบ้าง?

ไมตาเกะอาจทำให้น้ำตาลต่ำในผู้ที่กินยาเบาหวาน และมีรายงานค่า INR สูงขึ้นกับวาร์ฟาริน หลินจืออาจทำให้ปากแห้ง ไม่สบายท้อง และมีรายงานตับอักเสบจากผงหลินจือ

เห็ดสมุนไพรช่วยเสริมภูมิได้จริงไหม?

งานในห้องทดลองพบผลต่อเซลล์ภูมิคุ้มกัน แต่งานในคนยังเล็กและวัดแค่ค่าในเลือด ยังไม่มีหลักฐานว่าป้องกันการเจ็บป่วยได้ การนอนพอ อาหารครบหมู่ และวัคซีนยังเป็นพื้นฐานหลัก

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • เห็ดไมตาเกะและเห็ดหลินจือในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่ได้รักษาหรือป้องกันมะเร็ง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือโรคภูมิคุ้มกันใด ๆ · งานวิจัยส่วนใหญ่เป็นงานในหลอดทดลอง สัตว์ทดลอง หรือการศึกษาในคนขนาดเล็กที่ใช้สารสกัดเฉพาะในขนาดสูง ผลที่พบไม่ใช่ผลของผลิตภัณฑ์ใด · ผู้ที่กำลังรักษามะเร็งห้ามใช้เห็ดสมุนไพรแทนหรือควบคู่การรักษาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ผู้รักษา
  • น้ำตาลต่ำ ใจสั่น เหงื่อแตก มือสั่น หน้ามืด ในผู้ที่กินยาเบาหวานแล้วเพิ่มเห็ดสมุนไพร ให้กินน้ำหวานทันทีและพบแพทย์ · ช้ำง่าย เลือดกำเดาไหลบ่อย หรือเลือดออกหยุดยาก ในผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดร่วมกับเห็ดสมุนไพร ต้องหยุดและพบแพทย์ · ไข้สูง เจ็บคอ หรือติดเชื้อซ้ำ ๆ เป็นเรื่องที่ต้องตรวจหาสาเหตุ ไม่ใช่รอให้เห็ดช่วยเสริมภูมิ
  • ตาเหลืองตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้มเหมือนชา คลื่นไส้อาเจียนต่อเนื่อง เบื่ออาหารมาก ปวดใต้ชายโครงขวา หรือคันทั้งตัวในผู้ที่กินเห็ดหลินจือหรือสมุนไพรหลายชนิดพร้อมกัน ต้องหยุดทุกตัวและพบแพทย์เพื่อตรวจการทำงานของตับทันที
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่กินยาเบาหวาน ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยากดภูมิคุ้มกัน หรือมีโรคตับ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มเห็ดไมตาเกะหรือเห็ดหลินจือ
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Klupp NL, et al. Ganoderma lucidum mushroom for the treatment of cardiovascular risk factors. Cochrane Database Syst Rev. 2015
  2. Jin X, et al. Ganoderma lucidum (Reishi mushroom) for cancer treatment. Cochrane Database Syst Rev. 2016
  3. Wachtel-Galor S, et al. Ganoderma lucidum (Lingzhi or Reishi): A Medicinal Mushroom. In: Herbal Medicine: Biomolecular and Clinical Aspects. 2nd ed. CRC Press; 2011
  4. Memorial Sloan Kettering Cancer Center. About Herbs, Botanicals & Other Products — Maitake; Reishi Mushroom
  5. Hanselin MR, et al. INR elevation with maitake extract in combination with warfarin. Ann Pharmacother. 2010
  6. Wanmuang H, et al. Fatal fulminant hepatitis associated with Ganoderma lucidum (Lingzhi) mushroom powder. J Med Assoc Thai. 2007
  7. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →