กลูตาไธโอน vs ไนอะซินาไมด์ ต่างกันยังไง? ตัวกินกับตัวทาเพื่อผิวกระจ่างใส ทำงานคนละจุดของเม็ดสี ใช้คู่กันได้ไหม ใช้ตอนไหน และข้อควรระวัง

กลูตาไธโอน (Glutathione) กับไนอะซินาไมด์ (Niacinamide หรือวิตามินบี 3 รูปแบบนิโคตินาไมด์) ถูกใช้เพื่อผิวกระจ่างใสทั้งคู่ แต่ทำงานคนละขั้นของการเกิดเม็ดสี และหลักฐานอยู่คนละช่องทาง — กลูตาไธโอน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เซลล์สร้างเอง งานในห้องทดลองพบว่าเกี่ยวกับการเปลี่ยนเม็ดสีเข้ม (ยูเมลานิน) ไปเป็นเม็ดสีอ่อน (ฟีโอเมลานิน) และ งานในคนไทยที่กิน 250 มก. ต่อวัน 12 สัปดาห์ พบค่าเมลานินลดลงเล็กน้อยในบางตำแหน่ง · ไนอะซินาไมด์ หลักฐานด้านผิวอยู่ที่ การทา งานคลาสสิกพบว่าไนอะซินาไมด์ 5% ลดการส่งเม็ดสีจากเซลล์สร้างเม็ดสีไปยังเซลล์ผิว ทำให้จุดด่างดำจางลงใน 4–8 สัปดาห์ และยังช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว · ใช้คู่กันได้ (กินกลูตาไธโอน ทาไนอะซินาไมด์) แต่ทั้งคู่ไม่ใช้แทนครีมกันแดด

12 สัปดาห์
กลูตาไธโอน
ระยะในงานผิวคนไทย
4–8 สัปดาห์
ไนอะซินาไมด์ทา
ระยะที่เริ่มเห็นผลในงานวิจัย
SPF 30+
กันแดดทุกวัน
พื้นฐานที่ขาดไม่ได้

บทความนี้ไม่ได้อธิบายแต่ละตัวซ้ำ (อ่านได้ที่ กลูตาไธโอน คืออะไร และ ไนอะซินาไมด์ คืออะไร) แต่จะตอบคำถามที่คนเทียบสองตัวนี้สงสัยที่สุด · เรื่องแรกคือตารางเทียบ · เรื่องที่สองคือทำงานคนละขั้นของเม็ดสีอย่างไร · เรื่องที่สามคืองานวิจัยพบอะไร และไม่พบอะไร · เรื่องที่สี่คือเลือกตามโจทย์ผิว · เรื่องสุดท้ายคือใช้คู่กัน วิธีใช้ และข้อควรระวัง · ถ้าอยากเห็นภาพรวมตัวช่วยเรื่องผิวกระจ่างใส อ่าน อยากผิวกระจ่างใส กินอะไรดี

1 ตารางเทียบตรง ๆ: กลูตาไธโอน vs ไนอะซินาไมด์

ประเด็น กลูตาไธโอน ไนอะซินาไมด์
เป็นสารกลุ่มไหน เปปไทด์จากกรดอะมิโน 3 ตัว (กลูตาเมต ซิสเทอีน ไกลซีน) วิตามินบี 3 รูปแบบนิโคตินาไมด์
ช่องทางที่หลักฐานด้านผิวชัดสุด การกิน (มีงานแบบทาบ้างแต่น้อย) การทา
จุดที่ทำงานกับเม็ดสี ในเซลล์สร้างเม็ดสี — เกี่ยวกับเอนไซม์ไทโรซิเนสและสัดส่วนเม็ดสีเข้ม-อ่อน ระหว่างเซลล์ — ลดการส่งถุงเม็ดสี (เมลาโนโซม) ไปยังเซลล์ผิว
ประโยชน์อื่นต่อผิว ต้านอนุมูลอิสระทั่วร่างกาย เสริมเกราะผิว เพิ่มเซราไมด์ ลดความมัน ลดรอยแดง
ขนาดที่งานวิจัยใช้ กิน 250–500 มก. ต่อวัน ทาความเข้มข้น 2–5% วันละ 1–2 ครั้ง
ระยะก่อนประเมิน 4–12 สัปดาห์ 4–8 สัปดาห์
ผลข้างเคียงเด่น ท้องอืด ผื่นแพ้ (พบน้อย) แสบ แดง คันเล็กน้อยในผิวแพ้ง่ายเมื่อความเข้มข้นสูง

สรุปสั้น ๆ คือ สองตัวนี้ไม่ใช่ตัวเลือกแทนกัน — กลูตาไธโอนเป็นการดูแลจากด้านใน ส่วนไนอะซินาไมด์เป็นการดูแลจากด้านนอก และทำงานคนละขั้นของเม็ดสี

2 ทำงานคนละขั้นของเม็ดสีอย่างไร

การเกิดสีผิวมี 3 ขั้นหลัก — สร้างเม็ดสี ในเซลล์สร้างเม็ดสี → ส่งเม็ดสี ไปยังเซลล์ผิวรอบ ๆ → ผลัดเซลล์ผิว ที่มีเม็ดสีออกไป

  • กลูตาไธโอน — ขั้นสร้างเม็ดสี งานในห้องทดลองพบว่ากลูตาไธโอนเกี่ยวกับการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส และทำให้การสร้างเม็ดสีเอนไปทางฟีโอเมลานินที่สีอ่อนกว่า รวมทั้งต้านอนุมูลอิสระที่กระตุ้นการสร้างเม็ดสี · การกินเป็นการส่งผลผ่านกระแสเลือด จึงไปทั่วทั้งร่างกาย ไม่ได้เจาะจงจุด · เรื่องการดูดซึมแบบกิน อ่าน กลูตาไธโอนลิโพโซม vs แบบเม็ด
  • ไนอะซินาไมด์ — ขั้นส่งเม็ดสี งานของ Hakozaki และคณะ (2002) พบว่าไนอะซินาไมด์ลดการส่งเมลาโนโซมไปยังเซลล์ผิว ผิวจึงดูมีจุดด่างดำน้อยลง โดยไม่ได้หยุดการสร้างเม็ดสี ผลจึงค่อย ๆ ปรากฏตามรอบการผลัดเซลล์ผิว และกลับมาได้ถ้าหยุดใช้

เพราะทำงานคนละขั้น การใช้คู่กันจึงไม่ได้ซ้ำซ้อน แต่สิ่งที่กระตุ้นทั้งสามขั้นมากที่สุดคือแสงแดด ถ้าไม่กันแดด ผลของทั้งสองตัวแทบไม่เหลือ

3 งานวิจัยพบอะไร และไม่พบอะไร

หัวข้อ กลูตาไธโอน (กิน) ไนอะซินาไมด์ (ทา)
งานหลัก Weschawalit และคณะ (2017) หญิงไทย 250 มก. ต่อวัน 12 สัปดาห์ พบค่าเมลานินลดลงเล็กน้อยในบางตำแหน่ง · Arjinpathana และ Asawanonda (2012) 500 มก. ต่อวัน 4 สัปดาห์ พบค่าเมลานินลดลงในบางตำแหน่ง Hakozaki และคณะ (2002) ไนอะซินาไมด์ 5% ทา พบจุดด่างดำลดลงเมื่อเทียบกับครีมเปล่าใน 4 สัปดาห์
เกราะผิว ไม่มีงานชัด มีงานที่พบว่าเพิ่มการสร้างเซราไมด์และลดการสูญเสียน้ำผ่านผิว
ขนาดของผล เล็ก ไม่ได้ทำให้สีผิวเปลี่ยนแบบเห็นชัดทุกคน ปานกลางสำหรับจุดด่างดำ ไม่เปลี่ยนสีผิวพื้นฐาน
ฝ้า ไม่มีหลักฐานว่ารักษาได้ มีงานเล็กบางชิ้น แต่ฝ้าเป็นเรื่องที่ต้องให้แพทย์ดูแล
ความยั่งยืนของผล ไม่มีข้อมูลระยะยาวหลังหยุด ผลค่อย ๆ หายเมื่อหยุดใช้

ข้อจำกัดสำคัญคือ งานกลูตาไธโอนแบบกินมีกลุ่มตัวอย่างไม่เกินหลักสิบ และวัดด้วยเครื่องมือที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ · ส่วนกลูตาไธโอนแบบฉีด ไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. ให้ใช้เพื่อผิวขาว และมีรายงานผลข้างเคียงรุนแรง

4 เลือกตามโจทย์ผิว

โจทย์ ตัวที่มักถูกพิจารณา เหตุผล
รอยดำจากสิว จุดด่างดำเฉพาะจุดบนหน้า ไนอะซินาไมด์ทา ทาตรงจุดได้ หลักฐานด้านจุดด่างดำชัดกว่า
ผิวหมองทั่วตัว อยากดูแลจากด้านใน กลูตาไธโอนกิน ส่งผลทั่วร่างกาย แต่ผลเล็ก ต้องกินต่อเนื่อง
ผิวมัน รูขุมขนกว้าง ผิวแดงง่าย ไนอะซินาไมด์ทา มีงานเรื่องลดความมันและเสริมเกราะผิว
ฝ้า กระ ที่เป็นมานาน พบแพทย์ผิวหนัง ฝ้ามีหลายชนิด ต้องใช้การรักษาที่แพทย์เลือก อ่าน ฝ้า กระ จุดด่างดำ
ทำงานกลางแดด กันแดดก่อนทุกอย่าง แดดกระตุ้นเม็ดสีมากกว่าที่สารตัวไหนจะลดได้
Lipo Gluta ใช้แอล-กลูตาไธโอนรูปแบบลิโพโซม Lipoglo™ 250 มก. เป็นแกนหลัก ร่วมกับแมกนีเซียมออกไซด์ 90 มก. ซิงค์ 75 มก. แอล-กลูตามีน 50 มก. แอล-ซิสเทอีน 50 มก. และไกลซีน 50 มก. — สามตัวหลังคือกรดอะมิโนที่ร่างกายใช้เป็นวัตถุดิบสร้างกลูตาไธโอนขึ้นเอง จึงเป็นสูตรที่ทั้งเสริมและสนับสนุนการสร้าง · มีเลข อย. 26-1-10867-5-0043 และผ่านการรับรองฮาลาล · Lipo Gluta เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับกิน ไม่มีไนอะซินาไมด์ในสูตร · กลูตาไธโอน 250 มก. เป็นขนาดเดียวกับงานเรื่องผิวในคนไทยของ Weschawalit และคณะ (2017) ส่วนแอล-ซิสเทอีน ไกลซีน และแอล-กลูตามีนในสูตรเป็นวัตถุดิบที่เซลล์ใช้สร้างกลูตาไธโอนเอง · ไนอะซินาไมด์เป็นงานของผลิตภัณฑ์ทาภายนอก ใช้ร่วมกันได้โดยไม่ต้องเว้นระยะ เพราะทำงานคนละทาง · ฉลากระบุสารก่อภูมิแพ้ ปลา ถั่วขาว สัตว์มีเปลือก และถั่วเหลือง · ผู้ที่อยู่ระหว่างเคมีบำบัดต้องปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อน · กินวันละ 1 แคปซูลตามที่ฉลากระบุ

5 ใช้คู่กันได้ไหม และใช้ตอนไหน

ใช้คู่กันได้ เพราะช่องทางต่างกัน (กินกับทา) และทำงานคนละขั้น ไม่มีปฏิกิริยาระหว่างกัน หลักการใช้คือ

  • กลูตาไธโอนกินเวลาเดิมทุกวัน — บางคนเลือกกินตอนท้องว่าง บางคนกินพร้อมอาหารเพื่อลดอาการท้องอืด ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าช่วงเวลา รายละเอียดที่ กลูตาไธโอน กินตอนไหน
  • ไนอะซินาไมด์ทาเช้า-เย็นหลังล้างหน้า — ก่อนครีมบำรุง และตามด้วยครีมกันแดดตอนเช้า
  • เริ่มไนอะซินาไมด์ที่ความเข้มข้นต่ำ — 2–5% ก็พอ ความเข้มข้นสูงกว่านี้ไม่ได้แปลว่าดีกว่า และระคายเคืองได้มากกว่า
  • เรื่องห้ามใช้ไนอะซินาไมด์คู่วิตามินซี — เป็นข้อกังวลจากงานเก่าที่ใช้ความร้อนสูง ในผลิตภัณฑ์ปัจจุบันใช้ร่วมกันได้ ถ้าผิวแดงให้แยกเช้า-เย็น
  • กันแดดทุกวัน — SPF 30 ขึ้นไป ทาซ้ำเมื่ออยู่กลางแจ้ง

6 ข้อควรระวังและใครควรปรึกษาแพทย์

กลุ่ม ข้อกังวล ควรทำอย่างไร
อยู่ระหว่างเคมีบำบัดหรือฉายแสง สารต้านอนุมูลอิสระขนาดสูงอาจมีผลต่อการรักษา ปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อนกินกลูตาไธโอน
หอบหืด มีรายงานหลอดลมหดเกร็งจากกลูตาไธโอนแบบพ่นสูด แจ้งแพทย์ และหยุดถ้าหายใจลำบาก
ผิวแพ้ง่าย ผิวอักเสบ ไนอะซินาไมด์ความเข้มข้นสูงอาจทำให้แสบแดง ทดสอบที่ท้องแขนก่อน เริ่มที่ความเข้มข้นต่ำ
ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ข้อมูลกลูตาไธโอนเสริมจำกัด ปรึกษาแพทย์ก่อน
ซื้อผลิตภัณฑ์ผิวขาวที่ไม่มีเลข อย. อาจมีสารห้ามใช้ เช่น ไฮโดรควิโนนหรือสารปรอท ตรวจเลข อย. ทุกครั้ง

อ่านผลข้างเคียงของกลูตาไธโอนเพิ่มเติมที่ โทษของกลูตาไธโอน

7 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กลูตาไธโอนกับไนอะซินาไมด์ต่างกันยังไง?

กลูตาไธโอนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่นิยมกิน เกี่ยวกับขั้นการสร้างเม็ดสีในเซลล์ ส่วนไนอะซินาไมด์เป็นวิตามินบี 3 ที่หลักฐานด้านผิวอยู่ที่การทา เกี่ยวกับการลดการส่งเม็ดสีไปยังเซลล์ผิวและเสริมเกราะผิว

ไนอะซินาไมด์ คือ อะไร?

คือวิตามินบี 3 รูปแบบนิโคตินาไมด์ ในเครื่องสำอางนิยมใช้ความเข้มข้น 2–5% มีงานวิจัยว่าช่วยให้จุดด่างดำจางลง ลดความมัน และเสริมเกราะผิว ต่างจากไนอะซินที่ทำให้หน้าแดงร้อน

กลูตาไธโอนกับไนอะซินาไมด์ใช้คู่กันได้ไหม?

ได้ เพราะใช้คนละช่องทาง (กินกับทา) และทำงานคนละขั้นของการเกิดเม็ดสี ไม่ต้องเว้นระยะ แต่ต้องทาครีมกันแดดทุกวันด้วย ไม่อย่างนั้นผลจะน้อยมาก

ตัวไหนช่วยให้ผิวขาวกว่ากัน?

ไม่มีงานที่เทียบตรง ๆ ไนอะซินาไมด์ทามีหลักฐานชัดกว่าสำหรับจุดด่างดำเฉพาะจุด ส่วนกลูตาไธโอนกินมีงานขนาดเล็กที่พบค่าเมลานินลดลงเล็กน้อย ทั้งคู่ไม่เปลี่ยนสีผิวตามพันธุกรรมอย่างถาวร

กลูตาไธโอนกินตอนไหนดี?

กินเวลาเดิมทุกวัน จะกินตอนท้องว่างหรือพร้อมอาหารก็ได้ ถ้าท้องอืดให้กินพร้อมอาหาร และควรประเมินผลที่ 8–12 สัปดาห์ตามระยะที่งานวิจัยใช้

ไนอะซินาไมด์ใช้คู่กับวิตามินซีได้ไหม?

ในผลิตภัณฑ์ปัจจุบันใช้ร่วมกันได้ ข้อห้ามเดิมมาจากงานเก่าที่ใช้ความร้อนสูง ถ้าผิวแดงหรือแสบให้แยกใช้เช้าและเย็น

โทษของกลูตาไธโอนและไนอะซินาไมด์มีอะไรบ้าง?

กลูตาไธโอนแบบกินอาจทำให้ท้องอืดหรือผื่นแพ้ได้บ้าง แบบฉีดไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. และมีรายงานผลข้างเคียงรุนแรง ส่วนไนอะซินาไมด์ทาอาจทำให้แสบ แดง คันในผิวแพ้ง่าย

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • กลูตาไธโอนและไนอะซินาไมด์ไม่ได้รักษาฝ้า กระ จุดด่างดำจากโรคผิวหนัง หรือสิว และไม่ได้เปลี่ยนสีผิวตามพันธุกรรมอย่างถาวร · งานวิจัยกลูตาไธโอนแบบกินมีขนาดเล็ก ผลเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในบางตำแหน่งของผิว · ผลของไนอะซินาไมด์ที่กล่าวถึงเป็นผลของผลิตภัณฑ์ทาภายนอก · กลูตาไธโอนแบบฉีดเพื่อผิวขาวไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. และมีรายงานผลข้างเคียงรุนแรง
  • ไม่มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดที่ทำให้เม็ดสีผิวกลับมาเป็นปกติได้ การดูแลเรื่องนี้อยู่ในความดูแลของแพทย์ผิวหนังเท่านั้น
  • ผื่นลมพิษ ปากบวม หายใจลำบาก หลังกินกลูตาไธโอน ต้องหยุดและไปโรงพยาบาลทันที · ผิวแดง แสบ ลอกมาก หลังทาไนอะซินาไมด์หรือผลิตภัณฑ์ผิวขาว ให้หยุดและพบแพทย์ผิวหนัง · ฝ้า กระ หรือไฝที่โตเร็ว สีไม่สม่ำเสมอ ขอบไม่เรียบ หรือมีเลือดออก ต้องพบแพทย์ผิวหนัง
  • ครีมกันแดด เสื้อผ้าคลุม และการเลี่ยงแดดช่วง 10.00–15.00 น. คือสิ่งที่ได้ผลจริง อาหารเสริมไม่ได้ใช้แทนสิ่งเหล่านี้
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่อยู่ระหว่างเคมีบำบัดหรือฉายแสง ผู้ที่เป็นหอบหืด หรือมีโรคผิวหนัง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มกลูตาไธโอนหรือผลิตภัณฑ์ทาที่มีไนอะซินาไมด์ความเข้มข้นสูง
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Weschawalit S, et al. Glutathione and its antiaging and antimelanogenic effects. Clin Cosmet Investig Dermatol. 2017;10:147-153
  2. Arjinpathana N, Asawanonda P. Glutathione as an oral whitening agent: a randomized, double-blind, placebo-controlled study. J Dermatolog Treat. 2012;23(2):97-102
  3. Hakozaki T, et al. The effect of niacinamide on reducing cutaneous pigmentation and suppression of melanosome transfer. Br J Dermatol. 2002;147(1):20-31
  4. Richie JP Jr, et al. Randomized controlled trial of oral glutathione supplementation on body stores of glutathione. Eur J Nutr. 2015;54(2):251-263
  5. Sonthalia S, et al. Glutathione as a skin whitening agent: facts, myths, evidence and controversies. Indian J Dermatol Venereol Leprol. 2016
  6. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →