ฝ่าเท้าเป็นหลุมเล็ก ๆ กลิ่นเท้าแรงผิดปกติ (Pitted Keratolysis) เกิดจากเชื้ออะไร ทำไมเป็นกับคนใส่บูท–รองเท้าหุ้มส้นทั้งวัน ต่างจากเชื้อราที่เท้าอย่างไร ดูแลตัวเองยังไง และเมื่อไรต้องพบแพทย์

ภาวะฝ่าเท้าเป็นหลุม หรือ Pitted Keratolysis คือการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวชั้นนอกสุดของฝ่าเท้า ทำให้เกิดหลุมเล็ก ๆ คล้ายรูพรุนจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณที่ลงน้ำหนัก เช่น ส้นเท้าและฝ่าเท้าส่วนหน้า หลุมจะเห็นชัดขึ้นเมื่อเท้าเปียก และมักมาพร้อมกลิ่นเท้าที่แรงผิดปกติและเท้าเหงื่อออกมาก พบบ่อยในคนที่ใส่รองเท้าบูทหรือรองเท้าหุ้มส้นทั้งวัน เช่น ทหาร ตำรวจ คนงานก่อสร้าง พนักงานโรงงาน นักกีฬา และชาวประมง · คำตอบสั้น ๆ คือ ภาวะนี้ไม่อันตรายและรักษาได้ ไม่ใช่เชื้อรา แต่เป็นแบคทีเรียที่เจริญดีเมื่อเท้าอับชื้นนาน สิ่งที่ช่วยได้จริงคือการทำให้เท้าแห้ง เปลี่ยนถุงเท้าบ่อย สลับรองเท้าให้มีเวลาแห้ง ลดเหงื่อเท้า และใช้ยาทาฆ่าเชื้อแบคทีเรียตามที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ · แต่ถ้าเป็นเบาหวาน มีแผล เท้าบวมแดงร้อน หรือมีไข้ ต้องพบแพทย์ · บทความนี้อธิบายอาการ สาเหตุ สิ่งที่งานวิจัยพบ การดูแลตัวเอง ตารางเทียบกับภาวะที่คล้ายกัน และสัญญาณที่ต้องพบแพทย์

หลุมเล็กจำนวนมาก
บนส้นเท้า
และฝ่าเท้าส่วนหน้า
กลิ่นแรงผิดปกติ
จากสารกำมะถัน
ที่แบคทีเรียสร้าง
บูท–รองเท้าหุ้มส้น
ทั้งวัน
เท้าอับชื้น

เรื่องแรกคืออาการของภาวะฝ่าเท้าเป็นหลุม และลักษณะที่ช่วยแยกจากเชื้อราที่เท้า · เรื่องที่สองคือสาเหตุและใครเสี่ยง · เรื่องที่สามคือสิ่งที่งานวิจัยพบ และการดูแลตัวเอง ตั้งแต่ถุงเท้าจนถึงการเลือกรองเท้า · เรื่องสุดท้ายคือตารางเทียบกับภาวะที่คล้ายกัน และสัญญาณที่ต้องพบแพทย์

1 อาการของภาวะฝ่าเท้าเป็นหลุม

  • หลุมเล็ก ๆ คล้ายรูพรุน — กระจายเป็นกลุ่มบนส้นเท้า ฝ่าเท้าส่วนหน้า หรือใต้นิ้วเท้า บางหลุมรวมกันเป็นแอ่งตื้น ๆ
  • เห็นชัดเมื่อเท้าเปียก — ผิวบริเวณนั้นมักขาวซีด เปื่อยเล็กน้อย หลังถอดรองเท้าหรือแช่น้ำ
  • กลิ่นแรงผิดปกติ — แรงกว่ากลิ่นเท้าทั่วไป หลายคนรู้สึกอายจนไม่กล้าถอดรองเท้าต่อหน้าคนอื่น
  • เหงื่อเท้าออกมาก — พบร่วมบ่อย และทำให้อาการเป็นมากขึ้น
  • ไม่ค่อยเจ็บหรือคัน — บางรายรู้สึกเจ็บหรือแสบเวลาเดินเมื่อเป็นมาก
  • เป็นทั้งสองเท้า — มักเป็นสองข้าง บางรายเป็นที่ฝ่ามือได้แต่พบน้อย

หลายคนเข้าใจว่าเป็นเชื้อราหรือเป็นแค่กลิ่นเท้าธรรมดา จึงใช้ยาทาเชื้อราหรือแป้งดับกลิ่นแล้วไม่ดีขึ้น

2 สาเหตุและใครเสี่ยง

ภาวะนี้เกิดจากแบคทีเรียบนผิวหนังหลายกลุ่ม เช่น Kytococcus sedentarius, Corynebacterium และ Dermatophilus ซึ่งเจริญดีเมื่อผิวเปียกชื้นนาน แบคทีเรียสร้างเอนไซม์ย่อยเคราตินในผิวชั้นขี้ไคลจนเป็นหลุม และปล่อยสารประกอบกำมะถันที่มีกลิ่นแรง ปัจจัยที่ทำให้เป็นได้แก่

  • ใส่รองเท้าบูทหรือรองเท้าหุ้มส้นทั้งวัน — รองเท้านิรภัย บูทยาง บูททหาร รองเท้าหนังที่อากาศไม่ถ่ายเท
  • เหงื่อเท้าออกมาก — ทำให้ผิวเปียกตลอดเวลา
  • อากาศร้อนชื้น — เป็นมากในหน้าร้อนและหน้าฝนของไทย
  • ถุงเท้าใยสังเคราะห์ที่ไม่ซับเหงื่อ หรือใส่ถุงเท้าคู่เดิมทั้งวัน
  • ใส่รองเท้าคู่เดียวทุกวัน — รองเท้าไม่มีเวลาแห้ง
  • งานที่เท้าเปียกน้ำ — ประมง ฟาร์ม ล้างรถ ห้องเย็น

ถ้าปัญหาหลักคือกลิ่นเท้าทั่วไปโดยไม่มีหลุม อ่านแนวทางได้ที่ เท้ามีกลิ่น ถอดรองเท้าแล้วอาย กินอะไรดี

3 งานวิจัยบอกอะไรเกี่ยวกับภาวะฝ่าเท้าเป็นหลุม

  • ลักษณะทางคลินิก — การศึกษาผู้ป่วย 53 รายของ Takama และคณะ (British Journal of Dermatology 1997) พบว่าอาการที่พบบ่อยคือกลิ่นเท้า เหงื่อเท้าออกมาก และผิวเปื่อยลื่น โดยหลุมมักอยู่บริเวณที่ลงน้ำหนัก
  • บทความทบทวนทางคลินิก — Bristow และ Lee (Journal of the American Podiatric Medical Association 2014) สรุปว่าการรักษาหลักคือยาทาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ร่วมกับการลดเหงื่อและความอับชื้นของเท้า และมักดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์
  • ข้อมูลของ DermNet NZ — ระบุว่าการวินิจฉัยส่วนใหญ่ทำได้จากการตรวจดู ยาทาที่ใช้กันทั่วไป เช่น ยาปฏิชีวนะชนิดทาตามที่แพทย์สั่ง หรือเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ ร่วมกับการลดเหงื่อ เช่น อะลูมิเนียมคลอไรด์
  • การกลับเป็นซ้ำ — พบบ่อยถ้ายังใส่รองเท้าอับและเท้าเปียกเหมือนเดิม การป้องกันจึงสำคัญเท่ากับการรักษา

สรุปคือ หลักฐานชี้ว่าภาวะนี้ ไม่อันตราย รักษาได้ด้วยยาทาที่เหมาะสม และป้องกันเป็นซ้ำได้ด้วยการทำให้เท้าแห้ง มากกว่าการใช้อาหารเสริม

4 การดูแลตัวเองให้เท้าแห้งและหายกลิ่น

  • ล้างเท้าด้วยสบู่วันละ 2 ครั้ง — โดยเฉพาะหลังถอดรองเท้า เช็ดให้แห้งสนิททั้งฝ่าเท้าและซอกนิ้ว
  • ถุงเท้าซับเหงื่อ เปลี่ยนวันละ 2 ครั้ง — ถุงเท้าผ้าฝ้ายหรือใยที่ระบายความชื้น พกคู่สำรองไปทำงาน
  • สลับรองเท้าอย่างน้อย 2 คู่ — ให้แต่ละคู่ได้แห้งอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ถอดแผ่นรองออกมาผึ่ง
  • ถอดรองเท้าเมื่อทำได้ — ช่วงพักกลางวันให้เท้าได้รับอากาศ
  • ลดเหงื่อเท้า — ผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อที่มีอะลูมิเนียมคลอไรด์ทาฝ่าเท้าตอนกลางคืนตามคำแนะนำของเภสัชกร
  • ยาทาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย — ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อเลือกยาที่เหมาะสม และใช้ให้ครบตามกำหนด

สิ่งที่ไม่ควรทำ — ห้ามแช่เท้าในน้ำยาฟอกขาวหรือน้ำมันก๊าด ห้ามขูดผิวที่เป็นหลุมด้วยหินขัด และห้ามใช้ครีมสเตียรอยด์ทาเท้าเอง อ่านเรื่องเหงื่อออกมากได้ที่ เหงื่อออกมากผิดปกติ กินอะไรดี

5 ฝ่าเท้าเป็นหลุม หรือภาวะอื่น: ตารางเทียบ

ตารางนี้เป็นเพียงแนวทางให้เข้าใจ ไม่ได้ใช้แทนการตรวจ การวินิจฉัยต้องทำโดยแพทย์เท่านั้น

ประเด็น ฝ่าเท้าเป็นหลุม (Pitted Keratolysis) เชื้อราที่เท้า (ฮ่องกงฟุต) กลิ่นเท้าทั่วไป หูดที่ฝ่าเท้า
ลักษณะ หลุมเล็กคล้ายรูพรุนจำนวนมาก บนจุดลงน้ำหนัก ผิวเปื่อยขาวที่ซอกนิ้ว ลอกเป็นขุย ผิวปกติ ไม่มีหลุม ตุ่มนูนแข็ง มีจุดดำเล็ก ๆ ตรงกลาง
คัน ไม่ค่อยคัน คันมาก ไม่คัน ไม่คัน เจ็บเวลาเดิน
กลิ่น แรงมาก มีได้ มีได้ ไม่มี
สาเหตุ แบคทีเรีย เชื้อรา เหงื่อ + แบคทีเรียปกติบนผิว ไวรัส HPV
ควรทำอย่างไร ทำให้เท้าแห้ง + ยาทาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ยาทาฆ่าเชื้อรา ดูแลสุขอนามัยเท้า พบแพทย์

อ่านเรื่องเชื้อราที่เท้าได้ที่ เชื้อราที่เท้า ดูแลยังไง และหูดได้ที่ หูด ดูแลตัวเองยังไง

6 บทบาทของสารอาหาร: เชิงเสริมเท่านั้น

ต้องบอกตรง ๆ ว่า ไม่มีอาหารเสริม วิตามิน หรือแร่ธาตุใดที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนฝ่าเท้าหรือทำให้หลุมหายได้ ภาวะนี้ไม่ได้เกิดจากการขาดสารอาหาร สิ่งที่สารอาหารพอทำได้คือการดูแลผิวในภาพรวม

  • ซิงค์ — เป็นแร่ธาตุจำเป็นต่อการสร้างเซลล์ผิวใหม่และการทำงานของภูมิคุ้มกัน (NIH ODS) แต่ไม่มีงานวิจัยว่าการกินซิงค์ช่วยภาวะฝ่าเท้าเป็นหลุม
  • วิตามินซี — จำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจนในผิว ได้จากผักผลไม้สด
  • โปรตีนและน้ำ — ช่วยสุขภาพผิวโดยรวม
  • อาหารกับกลิ่นตัว — อาหารบางชนิดอาจเปลี่ยนกลิ่นเหงื่อได้เล็กน้อย แต่กลิ่นแรงของภาวะนี้มาจากแบคทีเรียบนเท้าเป็นหลัก

สรุปคือ ตัวกำหนดหลักคือ เท้าที่แห้งและยาทาที่เหมาะสม ซิงค์และสารอาหารเป็นเพียงตัวช่วยเสริมเรื่องผิวในภาพรวม อ่านเรื่องซิงค์กับผิวเพิ่มได้ที่ ซิงค์กับผิวและผม

Lipo Zn ให้ซิงค์รูปแบบลิโพโซม Liposovit®-Zn 187.5 มก. ร่วมกับวิตามินซี 115 มก. แอล-ซิสเทอีน 100 มก. เควอซิทิน 75.5 มก. และซีลีเนียม 1 มก. · ซิงค์เป็นแร่ธาตุที่ร่างกายเก็บสะสมไม่ได้มาก จึงต้องได้รับสม่ำเสมอจากอาหารหรืออาหารเสริม · มีเลข อย. 26-1-10867-5-0059 และผ่านการรับรองฮาลาล

7 เมื่อไรต้องพบแพทย์ และสัญญาณอันตราย

  • เป็นเบาหวาน หรือมีปัญหาเส้นเลือดที่ขา แล้วมีแผล ผิวเท้าแตก หรือกลิ่นผิดปกติ — พบแพทย์ ไม่ควรรักษาเอง
  • เท้าบวมแดงร้อน ปวดมากขึ้น มีหนอง เส้นแดงลามขึ้นขา หรือมีไข้ — พบแพทย์ทันที
  • คันมาก ผิวเปื่อยขาวที่ซอกนิ้ว ลอกเป็นขุย — อาจเป็นเชื้อรา ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรประเมิน
  • ดูแลถูกวิธี 4 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น — พบแพทย์ผิวหนัง
  • เหงื่อออกมากทั้งตัว ร่วมกับใจสั่น น้ำหนักลด มือสั่น — ตรวจหาสาเหตุ
  • ตุ่มหรือแผลที่ฝ่าเท้าที่โตขึ้น เปลี่ยนสี หรือไม่หาย — พบแพทย์

8 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ฝ่าเท้าเป็นหลุม เกิดจากอะไร?

ส่วนใหญ่เป็นภาวะ Pitted Keratolysis ที่เกิดจากแบคทีเรียบนผิวซึ่งเจริญดีเมื่อเท้าอับชื้นนาน แบคทีเรียย่อยผิวชั้นนอกจนเป็นหลุมเล็ก ๆ และปล่อยสารที่มีกลิ่นแรง

ฝ่าเท้าเป็นหลุม เป็นเชื้อราไหม?

ไม่ใช่เชื้อรา แต่เป็นแบคทีเรีย ยาทาเชื้อราจึงมักไม่ได้ผล · ถ้าคันมากและผิวเปื่อยลอกที่ซอกนิ้ว อาจเป็นเชื้อราร่วมด้วย ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรประเมิน

ฝ่าเท้าเป็นหลุม ติดต่อไหม?

เป็นแบคทีเรียที่อยู่บนผิวคนทั่วไปอยู่แล้ว การเป็นมากหรือน้อยขึ้นกับความอับชื้นของเท้า · ไม่ควรใช้รองเท้าหรือถุงเท้าร่วมกับผู้อื่น

ฝ่าเท้าเป็นหลุม ทาอะไรดี?

ใช้ยาทาฆ่าเชื้อแบคทีเรียตามที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ ร่วมกับผลิตภัณฑ์ลดเหงื่อเท้า · สิ่งที่สำคัญเท่ากันคือการทำให้เท้าแห้งและสลับรองเท้า

ฝ่าเท้าเป็นหลุม หายเองไหม?

อาจดีขึ้นเองเมื่อเท้าแห้ง เช่น เปลี่ยนมาใส่รองเท้าเปิด แต่ถ้ายังใส่บูททั้งวัน มักไม่หายเองและเป็นซ้ำ · ส่วนใหญ่ดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์เมื่อดูแลถูกวิธี

ฝ่าเท้าเป็นหลุม กับกลิ่นเท้าธรรมดา ต่างกันยังไง?

กลิ่นเท้าธรรมดาผิวฝ่าเท้าปกติ ไม่มีหลุม · ภาวะฝ่าเท้าเป็นหลุมมีหลุมเล็กจำนวนมากที่เห็นชัดเมื่อเท้าเปียก และกลิ่นแรงกว่ามาก

กินซิงค์ช่วยเรื่องฝ่าเท้าเป็นหลุมได้ไหม?

ไม่มีหลักฐานว่าการกินซิงค์ช่วยภาวะนี้ · ซิงค์เป็นแร่ธาตุจำเป็นต่อผิวในภาพรวม แต่การรักษาหลักคือทำให้เท้าแห้งและใช้ยาทาที่เหมาะสม

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ไม่มีอาหารเสริม วิตามิน หรือแร่ธาตุใดที่รักษาหรือป้องกันภาวะฝ่าเท้าเป็นหลุมจากเชื้อแบคทีเรียได้ — สิ่งที่ช่วยได้จริงคือทำให้เท้าแห้ง เปลี่ยนถุงเท้าบ่อย สลับรองเท้าให้มีเวลาแห้ง ลดเหงื่อเท้า และใช้ยาทาฆ่าเชื้อตามที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ · ซิงค์เป็นแร่ธาตุจำเป็นที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซมผิว และเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลภาพรวม
  • ผู้ที่เป็นเบาหวานหรือมีปัญหาเส้นเลือดที่ขา ถ้ามีแผล ผิวเท้าแตก หรือมีกลิ่นผิดปกติ ต้องให้แพทย์ตรวจ ไม่ควรรักษาเอง · เท้าบวมแดงร้อน ปวดมากขึ้น มีหนอง เส้นแดงลามขึ้นขา หรือมีไข้ ต้องพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นการติดเชื้อที่ผิวหนังชั้นลึก · คันมาก ผิวเปื่อยขาวที่ซอกนิ้ว หรือผิวลอกเป็นขุย อาจเป็นเชื้อราที่เท้าซึ่งรักษาคนละแบบ · ดูแลถูกวิธี 4 สัปดาห์แล้วหลุมและกลิ่นไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์ผิวหนัง · เหงื่อออกมากผิดปกติทั้งตัว ร่วมกับใจสั่น น้ำหนักลด มือสั่น ควรตรวจหาสาเหตุ
  • การเกา บีบ หรือเจาะตุ่มน้ำเองทำให้ผิวเปิดและติดเชื้อได้ง่ายขึ้น และมักทำให้ผื่นเดิมหายช้ากว่าเดิมมาก
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • Lipo Zn มีซิงค์ ซีลีเนียม และวิตามินซี — กินตามฉลาก ไม่กินซ้อนกับวิตามินรวม ยาอมซิงค์ หรือซีลีเนียมเสริมตัวอื่น เพราะการได้รับซิงค์ขนาดสูงนานทำให้ขาดทองแดงได้ · ผู้ที่กินยาปฏิชีวนะกลุ่มเตตราไซคลินหรือควิโนโลน ควรกินห่างจากซิงค์ตามที่เภสัชกรแนะนำ · ถ้าคลื่นไส้ให้กินหลังอาหาร · ห้ามแช่เท้าในน้ำยาฟอกขาว น้ำมันก๊าด หรือสารเคมีแรง · ห้ามใช้ครีมสเตียรอยด์ทาเท้าเอง เพราะไม่ได้ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและอาจทำให้เชื้อราที่ซ่อนอยู่ลามขึ้น · ผู้ที่เป็นโรคไตหรือกินยาประจำควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • การวินิจฉัยด้วยตัวเองจากรูปในอินเทอร์เน็ตมักผิด เพราะหลายภาวะมีลักษณะคล้ายกัน การตรวจกับแพทย์คือสิ่งเดียวที่ทำให้ได้คำตอบที่ถูกต้อง
  • ต้องบวกปริมาณสารตัวเดียวกันจากทุกผลิตภัณฑ์ที่กินอยู่ รวมทั้งวิตามินรวม นมผง และเครื่องดื่มเสริมสารอาหาร เพราะคนส่วนใหญ่ที่ได้รับเกินไม่ได้ตั้งใจ แต่เกิดจากการกินซ้อนโดยไม่รู้ตัว
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. DermNet NZ — Pitted keratolysis
  2. Takama H, Tamada Y, Yano K, Nitta Y, Ikeya T. Pitted keratolysis: clinical manifestations in 53 cases. British Journal of Dermatology 1997
  3. Bristow IR, Lee YL. Pitted keratolysis: a clinical review. Journal of the American Podiatric Medical Association 2014
  4. NIH Office of Dietary Supplements — Zinc: Fact Sheet for Health Professionals
  5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →