เจียวกู่หลาน (Jiaogulan, Gynostemma pentaphyllum) หรือที่ไทยเรียกว่า ปัญจขันธ์ กับชาเขียว (Camellia sinensis) เป็นพืชคนละชนิด คนละวงศ์ และสารสำคัญคนละกลุ่ม — เจียวกู่หลาน เป็นไม้เถาในวงศ์แตง ใบชงเป็นชาสมุนไพรที่ ไม่มีคาเฟอีน สารที่ถูกศึกษาคือซาโปนินกลุ่ม ไจพีโนไซด์ (gypenosides) ซึ่งบางตัวมีโครงสร้างคล้ายจินเซนโนไซด์ในโสม จึงถูกเรียกว่า “โสมใต้” · ชาเขียว มาจากใบชาที่ไม่ผ่านการหมัก มีคาเทชิน โดยเฉพาะ EGCG มีคาเฟอีนราว 30–50 มก. ต่อแก้ว และมี แอล-ธีอะนีน · หลักฐานในคนของชาเขียวมีมากกว่าเจียวกู่หลานมาก แต่ทั้งคู่ไม่ใช่ยา · ดื่มคู่กันได้ในผู้ใหญ่ทั่วไป ข้อระวังหลักคือยาเบาหวาน ยาต้านเกล็ดเลือด และสารสกัดชาเขียวเข้มข้นที่มีรายงานเรื่องตับ · เรื่องเวลาดื่ม อ่าน เจียวกู่หลาน กินตอนไหน
ไม่ใช่ต้นชา
คาเทชินที่ถูกศึกษามากที่สุด
ประเมินความปลอดภัยคาเทชินชาเขียว
บทความนี้ไม่ได้อธิบายแต่ละตัวซ้ำ (อ่านได้ที่ เจียวกู่หลาน คืออะไร และ ชาเขียวกับ EGCG) แต่จะตอบคำถามที่คนเทียบสองชานี้สงสัยที่สุด · เรื่องแรกคือตารางเทียบ · เรื่องที่สองคือสารสำคัญและกลไกต่างกันตรงไหน · เรื่องที่สามคืองานวิจัยพบอะไร และไม่พบอะไร · เรื่องที่สี่คือเลือกอย่างไรตามไลฟ์สไตล์ · เรื่องสุดท้ายคือดื่มคู่กัน เวลาดื่ม และข้อควรระวัง · ถ้ากำลังเทียบชาเขียวกับมัทฉะหรือกาแฟเขียว อ่าน ชาเขียว vs มัทฉะ และ กาแฟเขียว vs ชาเขียว
1 ตารางเทียบตรง ๆ: เจียวกู่หลาน vs ชาเขียว
| ประเด็น | เจียวกู่หลาน (ปัญจขันธ์) | ชาเขียว |
|---|---|---|
| พืช | Gynostemma pentaphyllum ไม้เถาวงศ์แตง (Cucurbitaceae) | Camellia sinensis ไม้พุ่มวงศ์ชา (Theaceae) |
| สารเด่น | ซาโปนินกลุ่มไจพีโนไซด์ (มีการแยกได้มากกว่า 100 ชนิด) ฟลาโวนอยด์ | คาเทชิน (EGCG, EGC, ECG) คาเฟอีน แอล-ธีอะนีน |
| คาเฟอีน | ไม่มี | ราว 30–50 มก. ต่อแก้ว 240 มล. (ขึ้นกับใบชาและเวลาแช่) |
| รสชาติ | ขมอมหวาน ติดหวานปลายลิ้น | ฝาดเล็กน้อย มีรสอูมามิจากธีอะนีน |
| ประเด็นที่ถูกศึกษา | ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด (งานเล็ก) ความเหนื่อยล้าในสัตว์ทดลอง | ไขมันในเลือด ความดัน ความตื่นตัว (คาเฟอีน+ธีอะนีน) ความปลอดภัยต่อตับของสารสกัด |
| หลักฐานในคน | น้อย ไม่กี่งาน ขนาดเล็ก ส่วนใหญ่ในเอเชีย | มาก ทั้งงานเชิงสังเกตขนาดใหญ่และงานทดลอง แต่ผลส่วนใหญ่เล็ก |
| ข้อควรระวังเด่น | อาจเสริมฤทธิ์ยาเบาหวานและยาต้านเกล็ดเลือด คลื่นไส้ ถ่ายบ่อยในบางคน | คาเฟอีน (ใจสั่น นอนยาก) แทนนินลดการดูดซึมเหล็ก สารสกัดเข้มข้นมีรายงานตับอักเสบ |
สรุปสั้น ๆ คือ เจียวกู่หลานเป็นชาสมุนไพรไม่มีคาเฟอีน เหมาะกับคนที่อยากดื่มชาตอนบ่ายหรือเย็น ส่วน ชาเขียวเป็นชาจริงที่มีคาเฟอีนและ EGCG และมีงานวิจัยในคนรองรับมากกว่า
2 สารสำคัญและกลไกต่างกันตรงไหน
- เจียวกู่หลาน — ซาโปนินไจพีโนไซด์ ไจพีโนไซด์เป็นซาโปนินกลุ่มดัมมาเรน ซึ่งเป็นโครงสร้างเดียวกับจินเซนโนไซด์บางตัวในโสม · งานในห้องทดลองศึกษาเรื่องการกระตุ้นเอนไซม์ AMPK ซึ่งเป็นตัวควบคุมการใช้พลังงานของเซลล์ และเรื่องการอักเสบ · แต่ซาโปนินดูดซึมได้น้อยเมื่อกิน และหลายตัวถูกจุลินทรีย์ในลำไส้เปลี่ยนรูปก่อน ผลที่เห็นในหลอดทดลองจึงไม่ได้แปลว่าจะเกิดในคน
- ชาเขียว — คาเทชินบวกคาเฟอีนบวกธีอะนีน EGCG เป็นโพลีฟีนอลที่ถูกศึกษามากที่สุดในชาเขียว ส่วนคาเฟอีนทำให้ตื่นตัวโดยไปกั้นตัวรับอะดีโนซีน · แอล-ธีอะนีน เป็นกรดอะมิโนที่พบเกือบเฉพาะในชา งานขนาดเล็กพบว่าเมื่อได้ร่วมกับคาเฟอีน ผู้ทดลองทำแบบทดสอบความสนใจได้ดีขึ้นเล็กน้อย และรู้สึกกระวนกระวายน้อยกว่าคาเฟอีนเดี่ยว · ชาเขียวยังมีแทนนินซึ่งเป็นที่มาของรสฝาด อ่าน แทนนิน คืออะไร
ดังนั้นสองชานี้ไม่ได้แข่งกันตรง ๆ — เจียวกู่หลานคือแหล่งซาโปนินที่ไม่มีคาเฟอีน ส่วนชาเขียวคือคาเทชินที่มาพร้อมคาเฟอีนและธีอะนีน · ความรู้สึก “สดชื่น” หลังดื่มชาเขียวส่วนใหญ่มาจากคาเฟอีน ซึ่งเจียวกู่หลานไม่มี
3 งานวิจัยพบอะไร และไม่พบอะไร
| หัวข้อ | เจียวกู่หลาน | ชาเขียว |
|---|---|---|
| ระดับน้ำตาลในเลือด | งานในเวียดนาม (Huyen และคณะ 2010) ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวนน้อย พบค่าน้ำตาลลดลงเมื่อดื่มชาเจียวกู่หลานร่วมกับการรักษาเดิม ยังต้องการงานที่ใหญ่กว่า | งานทดลองส่วนใหญ่พบผลเล็กน้อยหรือไม่ชัด |
| ไขมันในเลือด | มีงานเล็กและงานในสัตว์ ยังสรุปไม่ได้ | Cochrane (Hartley และคณะ 2013) พบว่าชาเขียวลดแอลดีแอลและความดันได้เล็กน้อยในงานระยะสั้น แต่ไม่มีข้อมูลเรื่องการลดโรคหัวใจ |
| ความตื่นตัว สมาธิ | ไม่มีงานในคนที่ชัด | คาเฟอีน+ธีอะนีนพบผลเล็กน้อยต่อแบบทดสอบความสนใจในงานระยะสั้น (Owen และคณะ 2008) |
| ความปลอดภัย | ในขนาดชงดื่มถือว่าทนได้ดี ข้อมูลระยะยาวจำกัด | ชาชงดื่มปลอดภัยในผู้ใหญ่ทั่วไป · EFSA (2018) พบว่า EGCG จากอาหารเสริม 800 มก. ขึ้นไปต่อวันสัมพันธ์กับค่าเอนไซม์ตับสูงขึ้น |
ข้อที่ควรรู้คือ งานของเจียวกู่หลานใช้ทั้งชาชงและสารสกัดที่ต่างกันมาก ผลของงานหนึ่งจึงใช้กับอีกผลิตภัณฑ์ไม่ได้ · ส่วนความเสี่ยงต่อตับของชาเขียวเป็นเรื่องของ สารสกัดเข้มข้นแบบแคปซูล ไม่ใช่ชาชงดื่มตามปกติ อ่านเพิ่มที่ โทษของสารสกัดชาเขียว
4 เลือกอย่างไรตามไลฟ์สไตล์
| สถานการณ์ | ตัวที่มักถูกพิจารณา | เหตุผล |
|---|---|---|
| อยากได้ความตื่นตัวช่วงเช้า | ชาเขียว | มีคาเฟอีนพอประมาณร่วมกับธีอะนีน |
| อยากดื่มชาช่วงบ่ายหรือก่อนนอน | เจียวกู่หลาน | ไม่มีคาเฟอีน ไม่รบกวนการนอนจากคาเฟอีน |
| ไวต่อคาเฟอีน ใจสั่นง่าย ตั้งครรภ์ | ระวังชาเขียว · เจียวกู่หลานในหญิงตั้งครรภ์ก็ไม่แนะนำเพราะข้อมูลไม่พอ | หญิงตั้งครรภ์ควรจำกัดคาเฟอีนรวมไม่เกิน 200 มก./วัน |
| กินยาเบาหวานหรือยาต้านเกล็ดเลือด | ปรึกษาแพทย์ก่อนเจียวกู่หลาน | อาจเสริมฤทธิ์ลดน้ำตาลและฤทธิ์ต้านเกล็ดเลือด |
| มีภาวะซีด ขาดธาตุเหล็ก | ดื่มชาเขียวห่างมื้ออาหาร | แทนนินและคาเทชินลดการดูดซึมเหล็กจากพืช |
หลักอ่านฉลาก — ชาชงให้ดูว่าเป็นใบล้วนหรือผสมสมุนไพรอื่น · สารสกัดชาเขียวให้ดูปริมาณ EGCG ต่อวันเป็นตัวเลข (ไม่ใช่แค่น้ำหนักผง) · สารสกัดเจียวกู่หลานให้ดูว่าระบุไจพีโนไซด์กี่เปอร์เซ็นต์ · ทั้งหมดต้องมีเลข อย.
5 ดื่มคู่กันได้ไหม และดื่มตอนไหน
ในผู้ใหญ่สุขภาพดีที่ไม่ได้กินยาประจำ ดื่มคู่กันได้ และหลายสูตรก็ผสมสองตัวไว้ด้วยกัน แต่ยังไม่มีงานยืนยันว่ารวมกันแล้วได้ผลมากกว่าตัวเดียว หลักการคือ
- ชาเขียวดื่มช่วงเช้าถึงกลางวัน — คาเฟอีนอยู่ในร่างกายได้หลายชั่วโมง ดื่มหลังบ่ายสองอาจรบกวนการนอน รายละเอียดที่ คาเฟอีน ดื่มตอนไหน
- เจียวกู่หลานดื่มหลังอาหารได้ทั้งวัน — ลดอาการไม่สบายท้องในบางคน อ่านเพิ่มที่ เจียวกู่หลาน กินตอนไหน
- สารสกัดชาเขียวเข้มข้นห้ามกินตอนท้องว่าง — รายงานตับอักเสบหลายรายเกิดกับการกินสารสกัดตอนท้องว่าง อ่าน สารสกัดชาเขียว กินตอนไหน
- นับคาเฟอีนรวมทั้งวัน — ผู้ใหญ่ทั่วไปไม่ควรเกิน 400 มก./วัน (EFSA) รวมกาแฟ ชา และเครื่องดื่มชูกำลัง
- หยุดเจียวกู่หลานก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ — เพราะอาจมีผลต่อเกล็ดเลือดและน้ำตาล แจ้งแพทย์ทุกครั้ง
6 ข้อควรระวังและใครควรปรึกษาแพทย์
| กลุ่ม | ข้อกังวล | ควรทำอย่างไร |
|---|---|---|
| กินยาเบาหวาน | เจียวกู่หลานอาจทำให้น้ำตาลต่ำเกิน | ปรึกษาแพทย์ และเจาะน้ำตาลบ่อยขึ้นช่วงแรก |
| กินยาต้านเกล็ดเลือด หรือวาร์ฟาริน | เจียวกู่หลานอาจเสริมฤทธิ์ต้านเกล็ดเลือด · ชาเขียวปริมาณมากมีวิตามินเค | ห้ามเริ่มเองโดยไม่บอกแพทย์ |
| กินยากดภูมิคุ้มกัน หรือมีโรคภูมิต้านตนเอง | เจียวกู่หลานอาจกระตุ้นภูมิคุ้มกันตามทฤษฎี | ปรึกษาแพทย์ผู้รักษา |
| มีโรคตับ | สารสกัดชาเขียวเข้มข้นมีรายงานตับอักเสบ | เลี่ยงสารสกัดเข้มข้น หยุดทันทีถ้าตาเหลือง |
| ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร เด็ก | ข้อมูลความปลอดภัยของเจียวกู่หลานไม่พอ · คาเฟอีนจากชาเขียว | ปรึกษาแพทย์ก่อน |
อ่านผลข้างเคียงเพิ่มเติมที่ โทษของเจียวกู่หลาน และ โทษของคาเฟอีน
7 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เจียวกู่หลานกับชาเขียวต่างกันยังไง?
เจียวกู่หลาน (ปัญจขันธ์) เป็นไม้เถาวงศ์แตง ไม่มีคาเฟอีน สารเด่นคือซาโปนินไจพีโนไซด์ ส่วนชาเขียวมาจากต้นชา มีคาเทชิน (EGCG) คาเฟอีนราว 30–50 มก.ต่อแก้ว และแอล-ธีอะนีน หลักฐานในคนของชาเขียวมีมากกว่า
เจียวกู่หลาน คือ อะไร มีคาเฟอีนไหม?
คือพืช Gynostemma pentaphyllum ที่ไทยเรียกว่าปัญจขันธ์ นำใบมาชงเป็นชาสมุนไพร ไม่มีคาเฟอีน สารที่ถูกศึกษาคือไจพีโนไซด์ซึ่งบางตัวมีโครงสร้างคล้ายสารในโสม
เจียวกู่หลานกับชาเขียว ตัวไหนดีกว่า?
ไม่มีงานที่เทียบตรง ๆ ชาเขียวเหมาะกับคนที่อยากได้ความตื่นตัวจากคาเฟอีนและมีงานวิจัยในคนมากกว่า ส่วนเจียวกู่หลานเหมาะกับคนที่อยากดื่มชาโดยไม่มีคาเฟอีน ทั้งคู่ไม่ใช่ยา
เจียวกู่หลานกับชาเขียวดื่มคู่กันได้ไหม?
ในผู้ใหญ่สุขภาพดีดื่มคู่กันได้ แต่ผู้ที่กินยาเบาหวาน ยาต้านเกล็ดเลือด ยาวาร์ฟาริน ยากดภูมิคุ้มกัน หรือตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน และนับคาเฟอีนรวมทั้งวัน
เจียวกู่หลาน ดื่มตอนไหนดี?
ดื่มหลังอาหารได้ทั้งวันเพราะไม่มีคาเฟอีน ส่วนชาเขียวควรดื่มช่วงเช้าถึงกลางวัน และสารสกัดชาเขียวเข้มข้นไม่ควรกินตอนท้องว่าง
โทษของเจียวกู่หลานและชาเขียวมีอะไรบ้าง?
เจียวกู่หลานอาจทำให้คลื่นไส้ ถ่ายบ่อย และเสริมฤทธิ์ยาเบาหวานหรือยาต้านเกล็ดเลือด ชาเขียวมีคาเฟอีนที่ทำให้ใจสั่นนอนยาก ลดการดูดซึมเหล็ก และสารสกัดเข้มข้น EGCG ขนาดสูงมีรายงานตับอักเสบ
เจียวกู่หลานช่วยลดน้ำตาลหรือลดไขมันได้จริงไหม?
มีงานในคนขนาดเล็กไม่กี่งานที่พบค่าน้ำตาลเปลี่ยนแปลงเมื่อดื่มร่วมกับการรักษาเดิม ยังไม่พอจะสรุป และไม่ใช่ยารักษาเบาหวานหรือไขมันสูง ห้ามลดยาเอง
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
- เจียวกู่หลานและชาเขียวไม่ใช่ยา ไม่ได้รักษาหรือป้องกันเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือมะเร็ง · งานในคนของเจียวกู่หลานยังเป็นงานขนาดเล็กไม่กี่ชิ้น ส่วนงานของชาเขียวเป็นงานเชิงสังเกตและงานทดลองที่วัดค่าในเลือดระยะสั้น ผลที่พบเล็กน้อยและไม่ใช่ผลของผลิตภัณฑ์ใด · ห้ามลดหรือหยุดยาเบาหวาน ยาลดไขมัน หรือยาลดความดันเอง เพราะดื่มชาสมุนไพร
- น้ำตาลต่ำ ใจสั่น เหงื่อแตก มือสั่น หน้ามืด ในผู้ที่กินยาเบาหวานแล้วเริ่มดื่มเจียวกู่หลานเป็นประจำ ให้กินน้ำหวานทันทีและพบแพทย์ · เลือดออกผิดปกติ ช้ำง่าย ถ่ายดำ ในผู้ที่กินยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดร่วมกับเจียวกู่หลาน ต้องหยุดและพบแพทย์
- ตาเหลืองตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้อาเจียนต่อเนื่อง ปวดท้องด้านขวาบน หรืออ่อนเพลียมาก ในผู้ที่กินสารสกัดชาเขียวเข้มข้น (EGCG ขนาดสูง) โดยเฉพาะแบบกินตอนท้องว่าง ต้องหยุดทันทีและไปโรงพยาบาล เพราะเป็นกลุ่มอาการของตับอักเสบที่มีรายงานจริงและเคยรุนแรงถึงขั้นต้องปลูกถ่ายตับ
- ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
- สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ที่กินยาเบาหวาน ยาต้านเกล็ดเลือด ยาวาร์ฟาริน ยากดภูมิคุ้มกัน หรือมีโรคตับ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนดื่มเจียวกู่หลานเป็นประจำหรือกินสารสกัดชาเขียว
- ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี
อ้างอิง
- Huyen VT, et al. Antidiabetic effect of Gynostemma pentaphyllum tea in randomly assigned type 2 diabetic patients. Horm Metab Res. 2010
- Razmovski-Naumovski V, et al. Chemistry and pharmacology of Gynostemma pentaphyllum. Phytochem Rev. 2005
- EFSA ANS Panel. Scientific opinion on the safety of green tea catechins. EFSA Journal. 2018
- Hartley L, et al. Green and black tea for the primary prevention of cardiovascular disease. Cochrane Database Syst Rev. 2013
- Owen GN, et al. The combined effects of L-theanine and caffeine on cognitive performance and mood. Nutr Neurosci. 2008
- National Center for Complementary and Integrative Health (NIH NCCIH). Green Tea
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
💡 กำลังมองหาตัวช่วยดูแล? อ่านต่อ: อาหารเสริมบำรุงสมอง ยี่ห้อไหนดี เลือกอย่างไร 👉
