เจียวกู่หลาน (ปัญจขันธ์) vs ชาเขียว ต่างกันยังไง? ไจพีโนไซด์กับ EGCG คาเฟอีนตัวไหนมี งานวิจัยพบอะไร ดื่มคู่กันได้ไหม ดื่มตอนไหน และโทษที่ต้องรู้

เจียวกู่หลาน (Jiaogulan, Gynostemma pentaphyllum) หรือที่ไทยเรียกว่า ปัญจขันธ์ กับชาเขียว (Camellia sinensis) เป็นพืชคนละชนิด คนละวงศ์ และสารสำคัญคนละกลุ่ม — เจียวกู่หลาน เป็นไม้เถาในวงศ์แตง ใบชงเป็นชาสมุนไพรที่ ไม่มีคาเฟอีน สารที่ถูกศึกษาคือซาโปนินกลุ่ม ไจพีโนไซด์ (gypenosides) ซึ่งบางตัวมีโครงสร้างคล้ายจินเซนโนไซด์ในโสม จึงถูกเรียกว่า “โสมใต้” · ชาเขียว มาจากใบชาที่ไม่ผ่านการหมัก มีคาเทชิน โดยเฉพาะ EGCG มีคาเฟอีนราว 30–50 มก. ต่อแก้ว และมี แอล-ธีอะนีน · หลักฐานในคนของชาเขียวมีมากกว่าเจียวกู่หลานมาก แต่ทั้งคู่ไม่ใช่ยา · ดื่มคู่กันได้ในผู้ใหญ่ทั่วไป ข้อระวังหลักคือยาเบาหวาน ยาต้านเกล็ดเลือด และสารสกัดชาเขียวเข้มข้นที่มีรายงานเรื่องตับ · เรื่องเวลาดื่ม อ่าน เจียวกู่หลาน กินตอนไหน

วงศ์แตง
เจียวกู่หลาน
ไม่ใช่ต้นชา
EGCG
ชาเขียว
คาเทชินที่ถูกศึกษามากที่สุด
2018
EFSA
ประเมินความปลอดภัยคาเทชินชาเขียว

บทความนี้ไม่ได้อธิบายแต่ละตัวซ้ำ (อ่านได้ที่ เจียวกู่หลาน คืออะไร และ ชาเขียวกับ EGCG) แต่จะตอบคำถามที่คนเทียบสองชานี้สงสัยที่สุด · เรื่องแรกคือตารางเทียบ · เรื่องที่สองคือสารสำคัญและกลไกต่างกันตรงไหน · เรื่องที่สามคืองานวิจัยพบอะไร และไม่พบอะไร · เรื่องที่สี่คือเลือกอย่างไรตามไลฟ์สไตล์ · เรื่องสุดท้ายคือดื่มคู่กัน เวลาดื่ม และข้อควรระวัง · ถ้ากำลังเทียบชาเขียวกับมัทฉะหรือกาแฟเขียว อ่าน ชาเขียว vs มัทฉะ และ กาแฟเขียว vs ชาเขียว

1 ตารางเทียบตรง ๆ: เจียวกู่หลาน vs ชาเขียว

ประเด็น เจียวกู่หลาน (ปัญจขันธ์) ชาเขียว
พืช Gynostemma pentaphyllum ไม้เถาวงศ์แตง (Cucurbitaceae) Camellia sinensis ไม้พุ่มวงศ์ชา (Theaceae)
สารเด่น ซาโปนินกลุ่มไจพีโนไซด์ (มีการแยกได้มากกว่า 100 ชนิด) ฟลาโวนอยด์ คาเทชิน (EGCG, EGC, ECG) คาเฟอีน แอล-ธีอะนีน
คาเฟอีน ไม่มี ราว 30–50 มก. ต่อแก้ว 240 มล. (ขึ้นกับใบชาและเวลาแช่)
รสชาติ ขมอมหวาน ติดหวานปลายลิ้น ฝาดเล็กน้อย มีรสอูมามิจากธีอะนีน
ประเด็นที่ถูกศึกษา ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด (งานเล็ก) ความเหนื่อยล้าในสัตว์ทดลอง ไขมันในเลือด ความดัน ความตื่นตัว (คาเฟอีน+ธีอะนีน) ความปลอดภัยต่อตับของสารสกัด
หลักฐานในคน น้อย ไม่กี่งาน ขนาดเล็ก ส่วนใหญ่ในเอเชีย มาก ทั้งงานเชิงสังเกตขนาดใหญ่และงานทดลอง แต่ผลส่วนใหญ่เล็ก
ข้อควรระวังเด่น อาจเสริมฤทธิ์ยาเบาหวานและยาต้านเกล็ดเลือด คลื่นไส้ ถ่ายบ่อยในบางคน คาเฟอีน (ใจสั่น นอนยาก) แทนนินลดการดูดซึมเหล็ก สารสกัดเข้มข้นมีรายงานตับอักเสบ

สรุปสั้น ๆ คือ เจียวกู่หลานเป็นชาสมุนไพรไม่มีคาเฟอีน เหมาะกับคนที่อยากดื่มชาตอนบ่ายหรือเย็น ส่วน ชาเขียวเป็นชาจริงที่มีคาเฟอีนและ EGCG และมีงานวิจัยในคนรองรับมากกว่า

2 สารสำคัญและกลไกต่างกันตรงไหน

  • เจียวกู่หลาน — ซาโปนินไจพีโนไซด์ ไจพีโนไซด์เป็นซาโปนินกลุ่มดัมมาเรน ซึ่งเป็นโครงสร้างเดียวกับจินเซนโนไซด์บางตัวในโสม · งานในห้องทดลองศึกษาเรื่องการกระตุ้นเอนไซม์ AMPK ซึ่งเป็นตัวควบคุมการใช้พลังงานของเซลล์ และเรื่องการอักเสบ · แต่ซาโปนินดูดซึมได้น้อยเมื่อกิน และหลายตัวถูกจุลินทรีย์ในลำไส้เปลี่ยนรูปก่อน ผลที่เห็นในหลอดทดลองจึงไม่ได้แปลว่าจะเกิดในคน
  • ชาเขียว — คาเทชินบวกคาเฟอีนบวกธีอะนีน EGCG เป็นโพลีฟีนอลที่ถูกศึกษามากที่สุดในชาเขียว ส่วนคาเฟอีนทำให้ตื่นตัวโดยไปกั้นตัวรับอะดีโนซีน · แอล-ธีอะนีน เป็นกรดอะมิโนที่พบเกือบเฉพาะในชา งานขนาดเล็กพบว่าเมื่อได้ร่วมกับคาเฟอีน ผู้ทดลองทำแบบทดสอบความสนใจได้ดีขึ้นเล็กน้อย และรู้สึกกระวนกระวายน้อยกว่าคาเฟอีนเดี่ยว · ชาเขียวยังมีแทนนินซึ่งเป็นที่มาของรสฝาด อ่าน แทนนิน คืออะไร

ดังนั้นสองชานี้ไม่ได้แข่งกันตรง ๆ — เจียวกู่หลานคือแหล่งซาโปนินที่ไม่มีคาเฟอีน ส่วนชาเขียวคือคาเทชินที่มาพร้อมคาเฟอีนและธีอะนีน · ความรู้สึก “สดชื่น” หลังดื่มชาเขียวส่วนใหญ่มาจากคาเฟอีน ซึ่งเจียวกู่หลานไม่มี

3 งานวิจัยพบอะไร และไม่พบอะไร

หัวข้อ เจียวกู่หลาน ชาเขียว
ระดับน้ำตาลในเลือด งานในเวียดนาม (Huyen และคณะ 2010) ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวนน้อย พบค่าน้ำตาลลดลงเมื่อดื่มชาเจียวกู่หลานร่วมกับการรักษาเดิม ยังต้องการงานที่ใหญ่กว่า งานทดลองส่วนใหญ่พบผลเล็กน้อยหรือไม่ชัด
ไขมันในเลือด มีงานเล็กและงานในสัตว์ ยังสรุปไม่ได้ Cochrane (Hartley และคณะ 2013) พบว่าชาเขียวลดแอลดีแอลและความดันได้เล็กน้อยในงานระยะสั้น แต่ไม่มีข้อมูลเรื่องการลดโรคหัวใจ
ความตื่นตัว สมาธิ ไม่มีงานในคนที่ชัด คาเฟอีน+ธีอะนีนพบผลเล็กน้อยต่อแบบทดสอบความสนใจในงานระยะสั้น (Owen และคณะ 2008)
ความปลอดภัย ในขนาดชงดื่มถือว่าทนได้ดี ข้อมูลระยะยาวจำกัด ชาชงดื่มปลอดภัยในผู้ใหญ่ทั่วไป · EFSA (2018) พบว่า EGCG จากอาหารเสริม 800 มก. ขึ้นไปต่อวันสัมพันธ์กับค่าเอนไซม์ตับสูงขึ้น

ข้อที่ควรรู้คือ งานของเจียวกู่หลานใช้ทั้งชาชงและสารสกัดที่ต่างกันมาก ผลของงานหนึ่งจึงใช้กับอีกผลิตภัณฑ์ไม่ได้ · ส่วนความเสี่ยงต่อตับของชาเขียวเป็นเรื่องของ สารสกัดเข้มข้นแบบแคปซูล ไม่ใช่ชาชงดื่มตามปกติ อ่านเพิ่มที่ โทษของสารสกัดชาเขียว

4 เลือกอย่างไรตามไลฟ์สไตล์

สถานการณ์ ตัวที่มักถูกพิจารณา เหตุผล
อยากได้ความตื่นตัวช่วงเช้า ชาเขียว มีคาเฟอีนพอประมาณร่วมกับธีอะนีน
อยากดื่มชาช่วงบ่ายหรือก่อนนอน เจียวกู่หลาน ไม่มีคาเฟอีน ไม่รบกวนการนอนจากคาเฟอีน
ไวต่อคาเฟอีน ใจสั่นง่าย ตั้งครรภ์ ระวังชาเขียว · เจียวกู่หลานในหญิงตั้งครรภ์ก็ไม่แนะนำเพราะข้อมูลไม่พอ หญิงตั้งครรภ์ควรจำกัดคาเฟอีนรวมไม่เกิน 200 มก./วัน
กินยาเบาหวานหรือยาต้านเกล็ดเลือด ปรึกษาแพทย์ก่อนเจียวกู่หลาน อาจเสริมฤทธิ์ลดน้ำตาลและฤทธิ์ต้านเกล็ดเลือด
มีภาวะซีด ขาดธาตุเหล็ก ดื่มชาเขียวห่างมื้ออาหาร แทนนินและคาเทชินลดการดูดซึมเหล็กจากพืช

หลักอ่านฉลาก — ชาชงให้ดูว่าเป็นใบล้วนหรือผสมสมุนไพรอื่น · สารสกัดชาเขียวให้ดูปริมาณ EGCG ต่อวันเป็นตัวเลข (ไม่ใช่แค่น้ำหนักผง) · สารสกัดเจียวกู่หลานให้ดูว่าระบุไจพีโนไซด์กี่เปอร์เซ็นต์ · ทั้งหมดต้องมีเลข อย.

BLB K เป็นกาแฟเพื่อสุขภาพที่ใส่สารดูแลสมองและพลังงานไว้ในซองเดียว — วิตามินบีรวม PANMOL® 400 มก. โคลีนไบทาร์เทรต 350 มก. แอล-ฟีนิลอะลานีน 350 มก. ชาเขียว 350 มก. เจียวกู่หลาน 450 มก. ดี-ไรโบส 217 มก. พร้อมแอล-ไทโรซีน แปะก๊วย โคเอนไซม์คิวเท็น และใยอาหารโพลีเดกซ์โทรส 2,750 มก. · มีเลข อย. 26-1-10867-5-0053 และผ่านการรับรองฮาลาล · BLB K มีทั้งเจียวกู่หลาน 450 มก. และชาเขียว 350 มก. ในซองเดียว ตามที่ระบุบนฉลาก ร่วมกับแอล-ฟีนิลอะลานีน แอล-ไทโรซีน และวิตามินบีรวม · ตัวเลขนี้เป็นน้ำหนักวัตถุดิบ ไม่ใช่ปริมาณกิโนซีโนไซด์หรือ EGCG สุทธิ และต่ำกว่าขนาดสารสกัดเข้มข้นที่เป็นห่วงเรื่องตับ (EGCG 800 มก. ขึ้นไปต่อวัน) มาก · เป็นกาแฟที่มีคาเฟอีน ต้องนับรวมกับชา กาแฟ และเครื่องดื่มอื่นในวันเดียวกัน ผู้ที่ไวต่อคาเฟอีนควรดื่มช่วงเช้า · ผู้ที่กินยาเบาหวาน ยาต้านเกล็ดเลือด ยาวาร์ฟาริน หรือยากดภูมิคุ้มกันควรปรึกษาแพทย์ก่อน · ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก · ชงวันละ 1 ซองตามที่ฉลากระบุ

5 ดื่มคู่กันได้ไหม และดื่มตอนไหน

ในผู้ใหญ่สุขภาพดีที่ไม่ได้กินยาประจำ ดื่มคู่กันได้ และหลายสูตรก็ผสมสองตัวไว้ด้วยกัน แต่ยังไม่มีงานยืนยันว่ารวมกันแล้วได้ผลมากกว่าตัวเดียว หลักการคือ

  • ชาเขียวดื่มช่วงเช้าถึงกลางวัน — คาเฟอีนอยู่ในร่างกายได้หลายชั่วโมง ดื่มหลังบ่ายสองอาจรบกวนการนอน รายละเอียดที่ คาเฟอีน ดื่มตอนไหน
  • เจียวกู่หลานดื่มหลังอาหารได้ทั้งวัน — ลดอาการไม่สบายท้องในบางคน อ่านเพิ่มที่ เจียวกู่หลาน กินตอนไหน
  • สารสกัดชาเขียวเข้มข้นห้ามกินตอนท้องว่าง — รายงานตับอักเสบหลายรายเกิดกับการกินสารสกัดตอนท้องว่าง อ่าน สารสกัดชาเขียว กินตอนไหน
  • นับคาเฟอีนรวมทั้งวัน — ผู้ใหญ่ทั่วไปไม่ควรเกิน 400 มก./วัน (EFSA) รวมกาแฟ ชา และเครื่องดื่มชูกำลัง
  • หยุดเจียวกู่หลานก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ — เพราะอาจมีผลต่อเกล็ดเลือดและน้ำตาล แจ้งแพทย์ทุกครั้ง

6 ข้อควรระวังและใครควรปรึกษาแพทย์

กลุ่ม ข้อกังวล ควรทำอย่างไร
กินยาเบาหวาน เจียวกู่หลานอาจทำให้น้ำตาลต่ำเกิน ปรึกษาแพทย์ และเจาะน้ำตาลบ่อยขึ้นช่วงแรก
กินยาต้านเกล็ดเลือด หรือวาร์ฟาริน เจียวกู่หลานอาจเสริมฤทธิ์ต้านเกล็ดเลือด · ชาเขียวปริมาณมากมีวิตามินเค ห้ามเริ่มเองโดยไม่บอกแพทย์
กินยากดภูมิคุ้มกัน หรือมีโรคภูมิต้านตนเอง เจียวกู่หลานอาจกระตุ้นภูมิคุ้มกันตามทฤษฎี ปรึกษาแพทย์ผู้รักษา
มีโรคตับ สารสกัดชาเขียวเข้มข้นมีรายงานตับอักเสบ เลี่ยงสารสกัดเข้มข้น หยุดทันทีถ้าตาเหลือง
ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร เด็ก ข้อมูลความปลอดภัยของเจียวกู่หลานไม่พอ · คาเฟอีนจากชาเขียว ปรึกษาแพทย์ก่อน

อ่านผลข้างเคียงเพิ่มเติมที่ โทษของเจียวกู่หลาน และ โทษของคาเฟอีน

7 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เจียวกู่หลานกับชาเขียวต่างกันยังไง?

เจียวกู่หลาน (ปัญจขันธ์) เป็นไม้เถาวงศ์แตง ไม่มีคาเฟอีน สารเด่นคือซาโปนินไจพีโนไซด์ ส่วนชาเขียวมาจากต้นชา มีคาเทชิน (EGCG) คาเฟอีนราว 30–50 มก.ต่อแก้ว และแอล-ธีอะนีน หลักฐานในคนของชาเขียวมีมากกว่า

เจียวกู่หลาน คือ อะไร มีคาเฟอีนไหม?

คือพืช Gynostemma pentaphyllum ที่ไทยเรียกว่าปัญจขันธ์ นำใบมาชงเป็นชาสมุนไพร ไม่มีคาเฟอีน สารที่ถูกศึกษาคือไจพีโนไซด์ซึ่งบางตัวมีโครงสร้างคล้ายสารในโสม

เจียวกู่หลานกับชาเขียว ตัวไหนดีกว่า?

ไม่มีงานที่เทียบตรง ๆ ชาเขียวเหมาะกับคนที่อยากได้ความตื่นตัวจากคาเฟอีนและมีงานวิจัยในคนมากกว่า ส่วนเจียวกู่หลานเหมาะกับคนที่อยากดื่มชาโดยไม่มีคาเฟอีน ทั้งคู่ไม่ใช่ยา

เจียวกู่หลานกับชาเขียวดื่มคู่กันได้ไหม?

ในผู้ใหญ่สุขภาพดีดื่มคู่กันได้ แต่ผู้ที่กินยาเบาหวาน ยาต้านเกล็ดเลือด ยาวาร์ฟาริน ยากดภูมิคุ้มกัน หรือตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน และนับคาเฟอีนรวมทั้งวัน

เจียวกู่หลาน ดื่มตอนไหนดี?

ดื่มหลังอาหารได้ทั้งวันเพราะไม่มีคาเฟอีน ส่วนชาเขียวควรดื่มช่วงเช้าถึงกลางวัน และสารสกัดชาเขียวเข้มข้นไม่ควรกินตอนท้องว่าง

โทษของเจียวกู่หลานและชาเขียวมีอะไรบ้าง?

เจียวกู่หลานอาจทำให้คลื่นไส้ ถ่ายบ่อย และเสริมฤทธิ์ยาเบาหวานหรือยาต้านเกล็ดเลือด ชาเขียวมีคาเฟอีนที่ทำให้ใจสั่นนอนยาก ลดการดูดซึมเหล็ก และสารสกัดเข้มข้น EGCG ขนาดสูงมีรายงานตับอักเสบ

เจียวกู่หลานช่วยลดน้ำตาลหรือลดไขมันได้จริงไหม?

มีงานในคนขนาดเล็กไม่กี่งานที่พบค่าน้ำตาลเปลี่ยนแปลงเมื่อดื่มร่วมกับการรักษาเดิม ยังไม่พอจะสรุป และไม่ใช่ยารักษาเบาหวานหรือไขมันสูง ห้ามลดยาเอง

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • เจียวกู่หลานและชาเขียวไม่ใช่ยา ไม่ได้รักษาหรือป้องกันเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือมะเร็ง · งานในคนของเจียวกู่หลานยังเป็นงานขนาดเล็กไม่กี่ชิ้น ส่วนงานของชาเขียวเป็นงานเชิงสังเกตและงานทดลองที่วัดค่าในเลือดระยะสั้น ผลที่พบเล็กน้อยและไม่ใช่ผลของผลิตภัณฑ์ใด · ห้ามลดหรือหยุดยาเบาหวาน ยาลดไขมัน หรือยาลดความดันเอง เพราะดื่มชาสมุนไพร
  • น้ำตาลต่ำ ใจสั่น เหงื่อแตก มือสั่น หน้ามืด ในผู้ที่กินยาเบาหวานแล้วเริ่มดื่มเจียวกู่หลานเป็นประจำ ให้กินน้ำหวานทันทีและพบแพทย์ · เลือดออกผิดปกติ ช้ำง่าย ถ่ายดำ ในผู้ที่กินยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดร่วมกับเจียวกู่หลาน ต้องหยุดและพบแพทย์
  • ตาเหลืองตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม คลื่นไส้อาเจียนต่อเนื่อง ปวดท้องด้านขวาบน หรืออ่อนเพลียมาก ในผู้ที่กินสารสกัดชาเขียวเข้มข้น (EGCG ขนาดสูง) โดยเฉพาะแบบกินตอนท้องว่าง ต้องหยุดทันทีและไปโรงพยาบาล เพราะเป็นกลุ่มอาการของตับอักเสบที่มีรายงานจริงและเคยรุนแรงถึงขั้นต้องปลูกถ่ายตับ
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่กินยาเบาหวาน ยาต้านเกล็ดเลือด ยาวาร์ฟาริน ยากดภูมิคุ้มกัน หรือมีโรคตับ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนดื่มเจียวกู่หลานเป็นประจำหรือกินสารสกัดชาเขียว
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Huyen VT, et al. Antidiabetic effect of Gynostemma pentaphyllum tea in randomly assigned type 2 diabetic patients. Horm Metab Res. 2010
  2. Razmovski-Naumovski V, et al. Chemistry and pharmacology of Gynostemma pentaphyllum. Phytochem Rev. 2005
  3. EFSA ANS Panel. Scientific opinion on the safety of green tea catechins. EFSA Journal. 2018
  4. Hartley L, et al. Green and black tea for the primary prevention of cardiovascular disease. Cochrane Database Syst Rev. 2013
  5. Owen GN, et al. The combined effects of L-theanine and caffeine on cognitive performance and mood. Nutr Neurosci. 2008
  6. National Center for Complementary and Integrative Health (NIH NCCIH). Green Tea
  7. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →