ข้อเท้าแพลง ข้อเท้าพลิก ดูแลตัวเองยังไง? ระดับความรุนแรง ประคบเย็นหรือร้อน เมื่อไรต้องเอกซเรย์ และท่าฟื้นฟูกันแพลงซ้ำ

ข้อเท้าแพลงหรือข้อเท้าพลิก (Ankle Sprain) คือการบาดเจ็บของเอ็นยึดข้อ (ligament) รอบข้อเท้า มักเกิดเมื่อเท้าพลิกบิดเข้าด้านในจนเอ็นด้านนอกตาตุ่มถูกยืดเกินหรือฉีกขาด · คำตอบสั้น ๆ ของคำถาม “ดูแลตัวเองยังไง” คือ ช่วง 2-3 วันแรกให้ปกป้องข้อเท้า ยกเท้าสูงกว่าระดับหัวใจ พันผ้ายืดให้กระชับ ประคบเย็นเพื่อบรรเทาปวด และงดประคบร้อน จากนั้นค่อย ๆ ลงน้ำหนักเท่าที่ทนได้ ขยับข้อเท้า และฝึกทรงตัวต่อเนื่อง เพื่อลดโอกาสแพลงซ้ำ · ถ้าลงน้ำหนักเดินไม่ได้แม้ 4 ก้าว หรือกดแล้วเจ็บที่ขอบหลังหรือปลายกระดูกตาตุ่ม ควรพบแพทย์เพื่อเอกซเรย์ดูว่ากระดูกหักหรือไม่ · แพลงเล็กน้อยมักดีขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ แต่แพลงรุนแรงอาจใช้เวลาหลายเดือน · ไม่มีอาหารเสริมที่รักษาข้อเท้าแพลง สารอาหารมีบทบาทเชิงเสริมเท่านั้น

ด้านนอกตาตุ่ม
ตำแหน่งที่แพลงบ่อยที่สุด
จากเท้าพลิกเข้าใน
ไม่ประคบร้อนช่วงแรก
2-3 วันแรกใช้เย็น
ความร้อนอาจทำให้บวมเพิ่ม
ฝึกทรงตัว
สิ่งที่มีหลักฐานชัด
ว่าลดการแพลงซ้ำ

เรื่องแรกคือข้อเท้าแพลงคืออะไรและรุนแรงแค่ไหน — ข้อเท้ามีเอ็นหลายเส้นยึดกระดูกขาเข้ากับกระดูกเท้า เมื่อเท้าพลิกเร็วเกินกว่าที่กล้ามเนื้อจะตั้งรับทัน เอ็นจะรับแรงแทนจนยืดหรือขาด ความรุนแรงแบ่งได้ 3 ระดับ ซึ่งกำหนดระยะเวลาฟื้นตัวและวิธีดูแล · เรื่องที่สองคือการแยกจากกระดูกหัก — แพลงกับกระดูกหักอาจบวมเหมือนกัน แพทย์ใช้เกณฑ์ Ottawa ankle rules ช่วยตัดสินว่าใครควรเอกซเรย์ · เรื่องที่สามคือการดูแลตามระยะ — จากช่วงปกป้องในวันแรก ไปสู่การลงน้ำหนัก การขยับข้อ และการสร้างความแข็งแรง · เรื่องสุดท้ายคือการป้องกันแพลงซ้ำ — คนที่เคยแพลงมีโอกาสแพลงอีกสูง และบางคนกลายเป็นข้อเท้าหลวมเรื้อรัง การฝึกทรงตัวคือหัวใจของการป้องกัน

1 อาการของข้อเท้าแพลงและระดับความรุนแรง

  • เจ็บทันทีหลังเท้าพลิก — บางคนรู้สึกหรือได้ยินเสียงดัง “ป๊อก” ตอนพลิก
  • บวมที่ด้านนอกตาตุ่ม — มักบวมเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง และอาจลามไปทั้งหลังเท้า
  • ฟกช้ำเป็นสีม่วงเขียว — มักเห็นชัดในวันที่ 1-3 และอาจไหลลงไปที่ส้นเท้าหรือนิ้วเท้าตามแรงโน้มถ่วง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
  • กดเจ็บที่เนื้อเยื่อด้านหน้าและใต้ตาตุ่มด้านนอก — ตรงกับตำแหน่งของเอ็นที่บาดเจ็บ
  • ลงน้ำหนักแล้วเจ็บ เดินกะเผลก — ยิ่งแพลงรุนแรง ยิ่งลงน้ำหนักได้น้อย
  • ข้อเท้ารู้สึกหลวมหรือไม่มั่นคง — พบได้ในแพลงระดับรุนแรง หรือในคนที่แพลงซ้ำหลายครั้ง
ระดับ สิ่งที่เกิดกับเอ็น อาการที่มักพบ ระยะฟื้นตัวโดยประมาณ
ระดับ 1 (เล็กน้อย) เอ็นถูกยืด มีการฉีกขาดระดับจุลภาค บวมและเจ็บเล็กน้อย ยังเดินลงน้ำหนักได้ ข้อเท้ามั่นคง มักดีขึ้นในราว 1-3 สัปดาห์
ระดับ 2 (ปานกลาง) เอ็นฉีกขาดบางส่วน บวม ช้ำชัด เดินเจ็บ อาจรู้สึกข้อเท้าหลวมเล็กน้อย มักใช้เวลาหลายสัปดาห์
ระดับ 3 (รุนแรง) เอ็นฉีกขาดทั้งเส้น บวมและช้ำมาก ลงน้ำหนักแทบไม่ได้ ข้อเท้าไม่มั่นคง อาจใช้เวลาหลายเดือน ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์

ช่วงเวลาในตารางเป็นเพียงค่าประมาณ ขึ้นกับอายุ ความแข็งแรงเดิม และการฟื้นฟู ในวันแรกที่บวมมาก บางครั้งแม้แต่แพทย์ก็ประเมินระดับได้ยาก จึงมักนัดตรวจซ้ำหลังอาการบวมลดลงในไม่กี่วัน

2 สาเหตุ กลไก และปัจจัยเสี่ยง

ข้อเท้าแพลงส่วนใหญ่เกิดจากเท้าพลิกบิดเข้าด้านใน (inversion) ขณะปลายเท้าชี้ลง แรงจึงตกที่เอ็นด้านนอกตาตุ่ม โดยเฉพาะเอ็นเส้นหน้าที่ยึดกระดูกน่องกับกระดูกข้อเท้า (anterior talofibular ligament) ซึ่งเป็นเอ็นที่บาดเจ็บบ่อยที่สุด ถ้าแรงมากขึ้น เอ็นเส้นถัดไปที่อยู่ใต้ตาตุ่มก็บาดเจ็บตามได้

  • กีฬาที่ต้องกระโดด ลงพื้น และเปลี่ยนทิศเร็ว — บาสเกตบอล วอลเลย์บอล ฟุตบอล แบดมินตัน พิกเคิลบอล และวิ่งเทรล
  • พื้นไม่เรียบ — ขอบฟุตบาท ทางเดินมีหลุม บันได หรือพื้นสนามขรุขระ
  • รองเท้าไม่เหมาะ — ส้นสูง พื้นรองเท้านิ่มสูงเกินไป หรือรองเท้าที่สึกเอียง
  • เคยแพลงมาก่อน — เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุด เพราะเอ็นที่ฟื้นไม่เต็มที่และระบบรับรู้ตำแหน่งข้อ (proprioception) ที่เสียไป ทำให้ข้อเท้าตั้งรับช้าลง
  • กล้ามเนื้อรอบข้อเท้าและสะโพกไม่แข็งแรง การทรงตัวไม่ดี — ข้อเท้าต้องพึ่งเอ็นมากขึ้น
  • ความเหนื่อยล้า — ช่วงท้ายเกมหรือท้ายวัน การควบคุมการลงเท้าแย่ลง

มีข้อเท้าแพลงอีกชนิดที่ควรรู้จัก คือ แพลงเอ็นเหนือข้อเท้า (high ankle sprain) ที่เอ็นยึดระหว่างกระดูกหน้าแข้งและกระดูกน่องบาดเจ็บ มักเกิดจากเท้าบิดออกด้านนอกขณะขาหมุน เจ็บสูงกว่าตาตุ่มขึ้นไปทางหน้าแข้ง และมักใช้เวลาฟื้นนานกว่าแพลงทั่วไป ควรให้แพทย์ประเมิน

3 แพลง กระดูกหัก หรือเอ็นร้อยหวาย: แยกอย่างไร และเมื่อไรต้องเอกซเรย์

แพทย์ทั่วโลกใช้ Ottawa ankle rules เป็นเกณฑ์ช่วยตัดสินว่าใครที่ข้อเท้าเจ็บหลังบาดเจ็บควรเอกซเรย์ เกณฑ์นี้มีงานวิจัยรองรับว่าไวในการไม่พลาดกระดูกหัก และช่วยลดการเอกซเรย์ที่ไม่จำเป็น หลักการโดยสรุปคือ ถ้าเจ็บบริเวณข้อเท้าร่วมกับข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ควรเอกซเรย์

  • กดเจ็บที่ขอบด้านหลังหรือปลายของกระดูกตาตุ่มด้านนอก (ช่วงล่างราว 6 เซนติเมตร)
  • กดเจ็บที่ขอบด้านหลังหรือปลายของกระดูกตาตุ่มด้านใน
  • ลงน้ำหนักเดินไม่ได้ 4 ก้าว ทั้งทันทีหลังบาดเจ็บและตอนที่มาตรวจ (เดินกะเผลกได้ยังนับว่าเดินได้)
  • สำหรับเท้า: กดเจ็บที่ฐานกระดูกฝ่าเท้านิ้วก้อย (ปุ่มกระดูกกลางขอบเท้าด้านนอก) หรือกระดูกด้านในกลางเท้า
ภาวะ ลักษณะเด่น สิ่งที่ควรทำ
ข้อเท้าแพลงทั่วไป เจ็บและบวมที่เนื้อนุ่มหน้า-ใต้ตาตุ่มด้านนอก ยังพอลงน้ำหนักได้ กดตัวกระดูกไม่เจ็บ ดูแลตัวเองตามระยะ ถ้าไม่ดีขึ้นพบแพทย์
กระดูกข้อเท้าหรือเท้าหัก กดเจ็บที่ตัวกระดูกตามเกณฑ์ข้างต้น เดิน 4 ก้าวไม่ได้ ข้อผิดรูป พบแพทย์เพื่อเอกซเรย์
แพลงเอ็นเหนือข้อเท้า เจ็บสูงกว่าตาตุ่ม บีบหน้าแข้งกับน่องแล้วเจ็บที่ข้อเท้า พบแพทย์ มักต้องพักนานกว่า
เอ็นร้อยหวายฉีกขาด รู้สึกเหมือนถูกเตะที่ส้นเท้า ได้ยินเสียงดัง เขย่งเท้าข้างนั้นไม่ได้ พบแพทย์ทันที ดูบทความ เอ็นร้อยหวายอักเสบ
ข้อเท้าหลวมเรื้อรัง แพลงซ้ำบ่อย ข้อเท้าพลิกง่ายแม้เดินพื้นเรียบ รู้สึกไม่มั่นคง พบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อวางโปรแกรมฟื้นฟู

ตารางนี้ช่วยสังเกตเบื้องต้นเท่านั้น เด็กที่กระดูกยังเจริญเติบโตและผู้สูงอายุที่กระดูกบางมีโอกาสกระดูกหักจากแรงไม่มาก จึงควรมีเกณฑ์ไปพบแพทย์ที่ต่ำกว่า

4 ข้อมูลทางการแพทย์บอกอะไรเกี่ยวกับการดูแลข้อเท้าแพลง

  • ขยับเร็วดีกว่าตรึงนาน — สำหรับแพลงระดับ 1-2 การทบทวนงานวิจัยพบว่าการใช้อุปกรณ์พยุงข้อเท้า (brace หรือผ้าพัน) ร่วมกับการกลับไปลงน้ำหนักและขยับเร็ว ให้ผลการกลับไปใช้งานดีกว่าการใส่เฝือกนาน ส่วนแพลงรุนแรงบางรายแพทย์อาจให้ใส่อุปกรณ์ตรึงช่วงสั้น ๆ
  • หลัก RICE ถูกปรับเป็น PEACE & LOVE — แนวคิดใหม่ในการดูแลเนื้อเยื่ออ่อนที่บาดเจ็บ เน้นการปกป้องช่วงแรก (Protect) ยกสูง (Elevate) เลี่ยงยาต้านการอักเสบช่วงแรก (Avoid anti-inflammatories) พันกระชับ (Compress) และให้ความรู้ (Educate) จากนั้นค่อยเพิ่มภาระ (Load) มองบวก (Optimism) ออกกำลังแบบแอโรบิกที่ไม่เจ็บ (Vascularisation) และออกกำลังกายฟื้นฟู (Exercise)
  • น้ำแข็งช่วยบรรเทาปวด แต่หลักฐานเรื่องเร่งการหายยังจำกัด — การประคบเย็นใช้ได้เพื่อลดปวดในช่วงแรก แต่ไม่ควรถือว่าเป็นตัวเร่งการซ่อมเอ็น และไม่ควรประคบนานเกิน
  • ยาแก้ปวด — ยาต้านการอักเสบช่วยลดปวดระยะสั้นได้ แต่แนวคิดใหม่ตั้งคำถามว่าการกดการอักเสบในช่วงแรกอาจรบกวนกระบวนการซ่อมแซม การเลือกยาควรถามเภสัชกรหรือแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคกระเพาะ โรคไต หรือกินยาอื่นอยู่
  • การฝึกทรงตัวลดการแพลงซ้ำ — เป็นข้อสรุปที่ค่อนข้างสม่ำเสมอในงานวิจัยด้านการป้องกัน โดยเฉพาะในคนที่เคยแพลงมาแล้ว
  • ข้อเท้าหลวมเรื้อรังไม่ใช่เรื่องหายาก — คนที่แพลงแล้วจำนวนไม่น้อยยังมีอาการเจ็บหรือรู้สึกข้อเท้าไม่มั่นคงต่อเนื่อง ซึ่งมักสัมพันธ์กับการฟื้นฟูที่ไม่ครบ
  • ไม่มีหลักฐานว่าสารอาหารหรืออาหารเสริมใดรักษาข้อเท้าแพลง

5 การดูแลตัวเองและท่าฟื้นฟูเป็นขั้นตอน

ระยะ เป้าหมาย สิ่งที่ทำ หลักการ
วันที่ 0-3 (ปกป้อง) ลดปวดและบวม ไม่ซ้ำเติม ยกเท้าสูงกว่าระดับหัวใจเมื่อนั่งหรือนอน · พันผ้ายืดจากปลายเท้าขึ้นมาให้กระชับแต่ไม่แน่นจนชา · ประคบเย็นห่อผ้าครั้งละ 10-15 นาที เว้นช่วงหลายชั่วโมง · ใช้ไม้ค้ำถ้าเดินเจ็บมาก ไม่ประคบร้อน ไม่นวดแรง และเลี่ยงแอลกอฮอล์ช่วงแรก เพราะอาจทำให้บวมเพิ่ม
วันที่ 3-14 (ขยับและลงน้ำหนัก) คืนการเคลื่อนไหวของข้อ เขียนตัวอักษร A-Z ในอากาศด้วยปลายเท้า · กระดกข้อเท้าขึ้นลงช้า ๆ · ลงน้ำหนักเดินเพิ่มขึ้นตามที่ทนได้ · ยืดน่องเบา ๆ เจ็บเล็กน้อยยอมรับได้ ถ้าบวมมากขึ้นในวันถัดไปให้ลดลง
สัปดาห์ที่ 2-6 (ความแข็งแรง) เพิ่มแรงกล้ามเนื้อรอบข้อเท้า ยางยืดออกแรงดันเท้าเข้า-ออก-ขึ้น-ลง · เขย่งปลายเท้าสองข้างแล้วค่อยเป็นข้างเดียว · ยืนขาเดียวบนพื้นเรียบ เพิ่มจำนวนครั้งทีละน้อย ทำสม่ำเสมอทุกวัน
สัปดาห์ที่ 4 ขึ้นไป (ทรงตัวและกลับกีฬา) ฝึกระบบรับรู้ตำแหน่งข้อ ป้องกันแพลงซ้ำ ยืนขาเดียวหลับตา · ยืนขาเดียวบนหมอนหรือพื้นนุ่ม · กระโดดเบา ๆ ลงพื้นให้นิ่ง · วิ่งเปลี่ยนทิศช้า ๆ ก่อนเพิ่มความเร็ว กลับไปเล่นกีฬาเมื่อเดิน วิ่ง กระโดด และเปลี่ยนทิศได้โดยไม่เจ็บและไม่รู้สึกหลวม
  • ฝึกทรงตัวต่อเนื่องแม้หายเจ็บแล้ว — ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือหยุดฝึกทันทีที่เดินได้ปกติ ทั้งที่ระบบทรงตัวยังไม่กลับมาเต็มที่ งานวิจัยด้านการป้องกันมักใช้โปรแกรมฝึกต่อเนื่องหลายสัปดาห์
  • ใช้อุปกรณ์พยุงหรือเทปช่วงกลับไปเล่นกีฬา — มีหลักฐานว่าช่วยลดการแพลงซ้ำในนักกีฬาที่เคยแพลง ใช้ร่วมกับการฝึก ไม่ใช่แทนการฝึก
  • เลือกรองเท้าให้เหมาะกับกีฬา — รองเท้าคอร์ตสำหรับกีฬาที่เปลี่ยนทิศ และเปลี่ยนรองเท้าที่สึกเอียง
  • วอร์มอัพก่อนเล่น — โดยเฉพาะท่าที่กระตุ้นการทรงตัวและการลงเท้า
  • คงการออกกำลังส่วนอื่น — ปั่นจักรยานแบบไม่เจ็บ ว่ายน้ำ หรือฝึกแขนและลำตัว ช่วยให้ร่างกายไม่เสียความฟิต

ท่าเหล่านี้เป็นหลักการทั่วไป ถ้าแพลงซ้ำบ่อย หรือฟื้นช้ากว่าที่คาด นักกายภาพบำบัดช่วยประเมินและปรับโปรแกรมให้เหมาะกับกีฬาและงานของแต่ละคนได้

6 ประคบเย็นหรือร้อน และสิ่งที่ไม่ควรทำ

วิธี ช่วงเวลาที่เหมาะ ข้อดี ข้อควรระวัง
ประคบเย็น 2-3 วันแรกหลังบาดเจ็บ บรรเทาปวด ทำให้สบายขึ้น ห่อผ้าทุกครั้ง ครั้งละ 10-15 นาที ไม่วางน้ำแข็งบนผิวตรง ๆ ระวังในคนที่มีปัญหาการไหลเวียนหรือชาที่เท้า เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน
ประคบร้อน หลังพ้นช่วงบวมเฉียบพลันไปแล้ว ถ้าข้อตึง ช่วยให้ข้อและกล้ามเนื้อคลายก่อนฝึกขยับ ไม่ใช้ช่วงแรกที่ยังบวม ร้อน และไม่นอนหลับทับแผ่นร้อน
พันผ้ายืด ช่วงแรกจนบวมลด ช่วยคุมบวมและให้ความรู้สึกมั่นคง ถ้านิ้วเท้าซีด ชา เย็น หรือปวดตุบ ๆ ให้คลายออกทันที ถอดก่อนนอนถ้าไม่ได้รับคำแนะนำอื่น
ยกเท้าสูง ช่วงที่ยังบวม ช่วยให้ของเหลวไหลกลับ ลดบวม ยกให้สูงกว่าระดับหัวใจจึงได้ผลดี
นวดแรงหรือบีบ ไม่แนะนำช่วงแรก — อาจทำให้เลือดออกและบวมเพิ่มในเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บ

อีกเรื่องที่พบบ่อยคือการฝืนเล่นต่อหลังแพลง หรือกลับไปเล่นเร็วเกินเพราะเจ็บน้อยลงแล้ว ความเจ็บที่ลดลงไม่ได้แปลว่าเอ็นแข็งแรงเท่าเดิม การกลับไปใช้งานควรดูจากความสามารถในการทรงตัว วิ่ง และกระโดด ไม่ใช่ดูแค่ความเจ็บ

7 โภชนาการ วิตามินดี และสารอาหารเพื่อกระดูก: บทบาทเชิงเสริมเท่านั้น

ต้องบอกให้ชัดก่อนว่า ไม่มีอาหารหรือสารอาหารใดที่ทำให้เอ็นข้อเท้าหายเร็วขึ้นอย่างมีหลักฐานชัดเจน สิ่งที่พูดถึงได้คือการดูแลพื้นฐานของกระดูก กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ซึ่งร่างกายต้องใช้ในช่วงฟื้นตัวและกลับไปเล่นกีฬา

  • วิตามินดี — เกี่ยวกับการดูดซึมแคลเซียม สุขภาพกระดูก และการทำงานของกล้ามเนื้อ คนที่ทำงานในอาคารทั้งวันหรือหลบแดดตลอดมีโอกาสได้รับไม่พอ · ยังไม่มีหลักฐานว่าวิตามินดีช่วยให้ข้อเท้าแพลงหายเร็วขึ้น ประโยชน์ที่ชัดกว่าคือในคนที่ขาด และในเรื่องสุขภาพกระดูกระยะยาว
  • วิตามินซี — ร่างกายใช้ในการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนหลักของเอ็น · ได้จากผลไม้และผักสด · งานวิจัยเรื่องการเสริมเพื่อเร่งการซ่อมเอ็นในคนยังอยู่ในระยะต้นและสรุปไม่ได้
  • แมกนีเซียม — เกี่ยวกับการทำงานของกล้ามเนื้อและกระดูก พบในถั่ว เมล็ดพืช ธัญพืชไม่ขัดสี และผักใบเขียว
  • วิตามินเค 2 — เกี่ยวกับโปรตีนในกระดูก · ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดอย่างวาร์ฟาริน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินเค
  • โปรตีนและพลังงานให้พอ — ช่วงที่ขยับน้อยลง กล้ามเนื้อน่องและขาเล็กลงได้เร็ว การกินโปรตีนพอร่วมกับการฝึกช่วยคงกล้ามเนื้อไว้
  • ข้อควรระวัง — แมกนีเซียมชนิดเสริมอาจทำให้ถ่ายเหลว ผู้ที่เป็นโรคไตต้องปรึกษาแพทย์ก่อน และไม่ควรกินวิตามินดีขนาดสูงเองโดยไม่ตรวจระดับ

สรุปคือสารอาหารเป็นฐานรองรับ ส่วนตัวกำหนดผลลัพธ์ของการฟื้นตัวจริง ๆ คือการดูแลในช่วงแรก และการฝึกทรงตัวกับความแข็งแรงอย่างต่อเนื่อง

Lipo D3 ให้วิตามินดี 3 ในรูปลิโพโซม 100 มก. พร้อมสารที่ทำงานร่วมกันเรื่องกระดูก — แมกนีเซียมซิเตรต 175 มก. แมกนีเซียมออกไซด์ 50 มก. วิตามินซี 100 มก. ไฟโตสเตอรอล 20 มก. และวิตามินเค 2 · ระบุปริมาณสารสำคัญรายตัวบนฉลาก มีเลข อย. 26-1-10867-5-0048 และผ่านการรับรองฮาลาล · ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ เพราะมีวิตามินเค 2

8 เมื่อไรต้องพบแพทย์

  • ลงน้ำหนักเดินไม่ได้แม้ 4 ก้าว — ทั้งทันทีหลังบาดเจ็บหรือตอนที่จะไปตรวจ ควรเอกซเรย์
  • กดเจ็บที่ตัวกระดูก — ขอบหลังหรือปลายตาตุ่มด้านนอกหรือด้านใน ฐานกระดูกฝ่าเท้านิ้วก้อย หรือกระดูกกลางเท้าด้านใน
  • ข้อเท้าผิดรูป หรือได้ยินเสียงกระดูกขณะบาดเจ็บ — พบแพทย์ทันที
  • เท้าซีด เย็น ชา หรือขยับนิ้วเท้าไม่ได้ — อาจมีปัญหาเส้นเลือดหรือเส้นประสาท ต้องพบแพทย์ทันที
  • ได้ยินเสียงดังที่ส้นเท้าแล้วเขย่งเท้าไม่ได้ — อาจเป็นเอ็นร้อยหวายขาด
  • บวม แดง ร้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ร่วมกับไข้ — อาจมีการติดเชื้อ
  • น่องบวม ปวดตึง ข้างเดียว — โดยเฉพาะหลังต้องใส่เฝือกหรือไม่ได้ขยับขานาน ควรพบแพทย์เพื่อแยกลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ
  • เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีกระดูกพรุน หรือผู้ป่วยเบาหวานที่มีอาการชาเท้า — ควรให้แพทย์ประเมินแม้อาการดูไม่รุนแรง
  • ไม่ดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ หรือแพลงซ้ำบ่อย ข้อเท้าหลวม — ควรพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด เพื่อตรวจเอ็นและวางแผนฟื้นฟู

9 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ข้อเท้าแพลงคืออะไร อาการเป็นอย่างไร?

คือการบาดเจ็บของเอ็นยึดข้อเท้าจากการที่เท้าพลิกบิด ส่วนใหญ่พลิกเข้าด้านในทำให้เอ็นด้านนอกตาตุ่มบาดเจ็บ · อาการคือเจ็บทันที บวมที่ตาตุ่มด้านนอก ฟกช้ำ กดเจ็บที่เนื้อเยื่อหน้าและใต้ตาตุ่ม และลงน้ำหนักแล้วเจ็บ · ความรุนแรงแบ่งเป็น 3 ระดับตั้งแต่เอ็นยืดจนถึงฉีกขาดทั้งเส้น

ข้อเท้าพลิก ควรประคบเย็นหรือร้อน?

ช่วง 2-3 วันแรกใช้ประคบเย็นห่อผ้าครั้งละ 10-15 นาที เพื่อบรรเทาปวด ร่วมกับยกเท้าสูงและพันผ้ายืดให้กระชับ · งดประคบร้อน งดนวดแรง และเลี่ยงแอลกอฮอล์ในช่วงแรก เพราะอาจทำให้บวมเพิ่ม · หลังพ้นช่วงบวมแล้ว ถ้าข้อตึงสามารถใช้ความอุ่นช่วยคลายก่อนฝึกขยับได้

ข้อเท้าแพลงกี่วันหาย?

ขึ้นกับระดับความรุนแรง · แพลงเล็กน้อยมักดีขึ้นในราว 1-3 สัปดาห์ แพลงปานกลางมักใช้เวลาหลายสัปดาห์ ส่วนแพลงรุนแรงอาจใช้เวลาหลายเดือน · ความเจ็บที่หายไปไม่ได้แปลว่าข้อเท้าพร้อมเล่นกีฬา ควรฝึกทรงตัวและความแข็งแรงต่อจนวิ่งและกระโดดได้มั่นคง

ข้อเท้าพลิกแบบไหนต้องไปเอกซเรย์?

ใช้หลักการของ Ottawa ankle rules คือ ถ้าลงน้ำหนักเดินไม่ได้ 4 ก้าว หรือกดเจ็บที่ขอบหลังหรือปลายของกระดูกตาตุ่มด้านนอกหรือด้านใน หรือกดเจ็บที่ฐานกระดูกฝ่าเท้านิ้วก้อยหรือกระดูกกลางเท้าด้านใน ควรพบแพทย์เพื่อเอกซเรย์ · ข้อเท้าผิดรูป เท้าซีดเย็นชา ต้องไปโรงพยาบาลทันที

ข้อเท้าแพลงควรเดินไหม หรือต้องพักนิ่ง ๆ?

ช่วง 1-3 วันแรกให้ปกป้องข้อเท้า ใช้ไม้ค้ำถ้าเดินเจ็บมาก จากนั้นค่อย ๆ ลงน้ำหนักและขยับข้อเท้าเท่าที่ทนได้ · สำหรับแพลงระดับ 1-2 งานวิจัยพบว่าการขยับเร็วร่วมกับอุปกรณ์พยุงให้ผลดีกว่าการตรึงนาน · ถ้าแพลงรุนแรงหรือสงสัยกระดูกหัก ให้ทำตามคำแนะนำของแพทย์

ทำยังไงไม่ให้ข้อเท้าแพลงซ้ำ?

สิ่งที่มีหลักฐานชัดที่สุดคือการฝึกทรงตัวต่อเนื่อง เช่น ยืนขาเดียว ยืนขาเดียวบนพื้นนุ่ม และฝึกกระโดดลงพื้นให้นิ่ง ร่วมกับการเพิ่มแรงกล้ามเนื้อรอบข้อเท้า · ช่วงกลับไปเล่นกีฬา การใช้อุปกรณ์พยุงหรือเทปช่วยลดการแพลงซ้ำได้ · เลือกรองเท้าให้เหมาะกับกีฬาและวอร์มอัพก่อนเล่น

Lipo D3 ราคาเท่าไร ซื้อได้ที่ไหน?

สอบถามราคาและรายละเอียดล่าสุดได้ทาง LINE @blb.co.th หรือโทร 062-353-9895 ทีมงานช่วยดูได้ว่าเหมาะกับโจทย์ของเราหรือไม่ และแนะนำวิธีกินตามฉลากที่เหมาะกับโจทย์ดูแลกระดูกและกล้ามเนื้อ · ควรซื้อจากช่องทางทางการของแบรนด์ เพื่อให้ได้สินค้าที่มีเลข อย. และล็อตผลิตตรวจสอบได้

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ไม่มีอาหารเสริมตัวใดที่รักษาข้อเท้าแพลงหรือทำให้เอ็นข้อเท้าหายเร็วขึ้น — สิ่งที่มีหลักฐานว่าช่วยได้คือการปกป้องข้อเท้าช่วงแรก การยกสูงและพันกระชับ การค่อย ๆ ลงน้ำหนักตามที่ทนได้ และการฝึกทรงตัวเพื่อลดโอกาสแพลงซ้ำ ตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด วิตามินดีและสารอาหารเพื่อกระดูกเป็นเพียงการดูแลพื้นฐานของกระดูกและกล้ามเนื้อโดยรวม
  • ลงน้ำหนักเดินไม่ได้แม้ 4 ก้าว กดเจ็บที่ขอบหรือปลายกระดูกตาตุ่ม ข้อเท้าผิดรูป เท้าซีด เย็น หรือชา ต้องพบแพทย์เพื่อเอกซเรย์โดยเร็ว · ได้ยินเสียงดังที่ส้นเท้าแล้วเขย่งเท้าไม่ได้ อาจเป็นเอ็นร้อยหวายขาด ต้องพบแพทย์ทันที · บวม แดง ร้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ร่วมกับไข้ หรือน่องบวมปวดตึงข้างเดียวหลังต้องใส่เฝือกหรือไม่ได้ขยับนาน ควรพบแพทย์โดยไม่รอ
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินเค 2 อาจมีผลต่อยาต้านการแข็งตัวของเลือดอย่างวาร์ฟาริน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ · ผู้ที่เป็นโรคไตต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้แมกนีเซียมชนิดเสริม · ยาแก้ปวดและยาต้านการอักเสบควรใช้ตามคำแนะนำของเภสัชกรหรือแพทย์
  • ผู้ป่วยเบาหวานที่มีอาการชาเท้า ควรระวังการประคบเย็นหรือร้อนเพราะอาจรับรู้อุณหภูมิได้ไม่ดี · ท่าฟื้นฟูในบทความเป็นหลักการทั่วไป ถ้าทำแล้วบวมหรือเจ็บมากขึ้นให้หยุดและปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Mayo Clinic — Sprained Ankle: Symptoms, Causes, Diagnosis and Treatment
  2. American Academy of Orthopaedic Surgeons (OrthoInfo) — Sprained Ankle
  3. NIH Office of Dietary Supplements — Vitamin D / Magnesium: Fact Sheets for Health Professionals
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →