แอสตาแซนธิน vs เบต้าแคโรทีน ต่างกันยังไง? แคโรทีนอยด์คนละหน้าที่ ร่างกายใช้ต่างกันอย่างไร งานวิจัยพบอะไร กินตอนไหน และโทษที่ควรรู้

แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) และเบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่ให้สีส้มถึงแดง แต่ หน้าที่ในร่างกายต่างกันมาก — เบต้าแคโรทีน เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ ร่างกายแปลงเป็นวิตามินเอได้ตามความจำเป็น · แอสตาแซนธิน เป็นแคโรทีนอยด์ในกลุ่มแซนโทฟิลล์ที่ ไม่ถูกแปลงเป็นวิตามินเอ และถูกศึกษาในฐานะสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในไขมัน · งานวิจัยในคนของทั้งสองตัวยังเป็นงานขนาดเล็กถึงปานกลาง และมีข้อควรระวังเรื่องเบต้าแคโรทีนขนาดสูงในผู้สูบบุหรี่ชัดเจน · BLB C มีแอสตาแซนธินเป็นส่วนผสม แต่ไม่มีเบต้าแคโรทีนแยกในสูตร · ถ้ากำลังดูเรื่องเวลากิน อ่าน แอสตาแซนธิน กินตอนไหนดี

ไม่ใช่
แอสตาแซนธินไม่ถูกแปลง
เป็นวิตามินเอ
ละลายไขมัน
ทั้งสองตัวดูดซึมดีขึ้น
เมื่อกินพร้อมมื้อที่มีไขมัน
ATBC · CARET
งานใหญ่ที่พบความเสี่ยง
ของเบต้าแคโรทีนในผู้สูบบุหรี่

บทความนี้ไม่ได้อธิบายแต่ละตัวซ้ำ (อ่านได้ที่ แอสตาแซนธิน คืออะไร และ เบต้าแคโรทีน คืออะไร) แต่ตอบคำถามที่คนเทียบสองตัวนี้สงสัยที่สุด · เรื่องแรกคือตารางเทียบ · เรื่องที่สองคือร่างกายใช้สองตัวนี้ต่างกันอย่างไร · เรื่องที่สามคืองานวิจัยในคนพบอะไร · เรื่องที่สี่คือเลือกอย่างไร · เรื่องสุดท้ายคือกินตอนไหนและข้อควรระวัง

1 ตารางเทียบตรง ๆ: แอสตาแซนธิน vs เบต้าแคโรทีน

ประเด็น แอสตาแซนธิน เบต้าแคโรทีน
กลุ่มทางเคมี แซนโทฟิลล์ (แคโรทีนอยด์ที่มีออกซิเจน) แคโรทีน (แคโรทีนอยด์ที่มีแต่ไฮโดรคาร์บอน)
แหล่งที่พบมาก สาหร่ายขนาดเล็กบางชนิด รวมถึงที่ใช้ทำผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร · ปลาและกุ้งที่กินสาหร่ายนั้น ผักและผลไม้สีเหลืองส้มเข้ม เช่น แครอท ฟักทอง มะม่วงสุก
เปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ไม่ ได้ ตามความจำเป็นของร่างกาย
บทบาทที่ถูกศึกษามาก สารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายไขมัน ศึกษาเรื่องผิวและความล้าของดวงตา ตัวตั้งต้นวิตามินเอ การมองเห็นในที่แสงน้อย และสีผิว
หลักฐานในคน งานขนาดเล็กหลายงาน คุณภาพปานกลาง ผลไม่ซ้ำกันทุกงาน มีงานใหญ่ แต่ขนาดโดสสูงในผู้สูบบุหรี่พบผลเสีย
ข้อควรระวังเด่น ผู้ที่แพ้อาหารทะเลหรือแพ้สาหร่ายควรอ่านฉลาก ผู้สูบบุหรี่ไม่ควรกินขนาดสูงเป็นอาหารเสริม · ผิวเหลืองจากแคโรทีนไม่อันตราย แต่ต้องแยกจากดีซ่าน

สรุปสั้น ๆ คือ เบต้าแคโรทีนเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ ส่วนแอสตาแซนธินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกกลุ่ม สองตัวนี้จึงไม่ได้มาแทนกันได้

2 ร่างกายใช้สองตัวนี้ต่างกันตรงไหน

  • เบต้าแคโรทีน — ปรับตามความต้องการวิตามินเอ เมื่อร่างกายขาดวิตามินเอ ตับและลำไส้จะแปลงเบต้าแคโรทีนเป็นเรตินอล ส่วนที่เหลือก็สะสมหรือขับออก ข้อดีคือร่างกายควบคุมการแปลงได้เอง แต่ถ้ากินเป็นแคปซูลขนาดสูงต่อเนื่อง ผลระยะยาวก็ยังไม่ชัด อ่านพื้นฐานที่ เบต้าแคโรทีน คืออะไร
  • แอสตาแซนธิน — สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในเยื่อหุ้มเซลล์ โมเลกุลมีปลายทั้งสองข้างที่ชอบน้ำและไขมัน จึงถูกศึกษาว่าอยู่ในเยื่อหุ้มเซลล์ได้ดีกว่าสารต้านอนุมูลอิสระบางชนิด ข้อมูลนี้มาจากงานในห้องทดลองเป็นหลัก ยังไม่ได้แปลว่าจะเห็นผลชัดในร่างกายทุกคน

ดังนั้นการเทียบสองตัวนี้จึงเป็นการเลือก ตัวตั้งต้นวิตามินเอ หรือ สารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายไขมัน ถ้าอยากเทียบกับสารต้านอนุมูลอิสระอีกตัวที่มักถูกพูดถึงในเรื่องผิว อ่าน แอสตาแซนธิน vs กลูตาไธโอน

3 งานวิจัยในคนพบอะไร และไม่พบอะไร

หัวข้อ แอสตาแซนธิน เบต้าแคโรทีน
ผิวและความชุ่มชื้น มีงานขนาดเล็กที่รายงานความยืดหยุ่นหรือความชุ่มชื้นผิวดีขึ้นเล็กน้อย แต่ผลไม่สม่ำเสมอระหว่างงาน ศึกษาเรื่องสีผิวและการป้องกันผิวไหม้จากแดง ไม่ได้เป็นตัวแทนของการกันแดด
ดวงตาและความล้า มีงานขนาดเล็กที่รายงานความล้าของดวงตาลดลงบ้าง ยังไม่ใช่หลักฐานระดับที่ใช้แทนการตรวจตา เกี่ยวกับการมองเห็นผ่านวิตามินเอ ซึ่งเป็นกลไกต่างจากแอสตาแซนธิน
มะเร็งและโรคหัวใจ ไม่มีหลักฐานในคนที่ชัด งาน ATBC และ CARET ในผู้สูบบุหรี่และคนที่สัมผัสแร่ใยหินพบว่าเบต้าแคโรทีนขนาดสูงเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอด

ข้อสำคัญคือ ผลในสัตว์ทดลองหรือห้องทดลองไม่ได้แปลว่าจะเกิดกับคน และงานในคนที่พบผลดีส่วนใหญ่ใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะตัวกับระยะเวลาที่กำหนด งานของเบต้าแคโรทีนที่พบความเสี่ยงก็เป็นงานของขนาดสูงในกลุ่มเฉพาะ ไม่ได้บอกว่าอาหารที่มีเบต้าแคโรทีนตามธรรมชาติจะอันตราย

BLB C เป็นผงชงที่รวมคอลลาเจนจากปลา 3 โมเลกุล (ได/ไตร/เปปไทด์ 5,000 / 3,000 / 2,000 มก.) กับแอล-กลูตามีน 1,480 มก. วิตามินบีรวม PANMOL® 375 มก. แอสตาแซนธิน 300 มก. แอล-กลูตาไธโอน 250 มก. Telosir™ จากอาสตรากาลัส 200 มก. บลัดออเรนจ์ 100 มก. ซิงค์ 70 มก. พร้อมวิตามินซี วิตามินบี 12 และสารสกัดอะเซโรลาเชอร์รีกับคามูคามู · ระบุปริมาณรายตัวบนฉลาก มีเลข อย. 26-1-10867-5-0032 และผ่านการรับรองฮาลาล · BLB C มีแอสตาแซนธินเป็นหนึ่งในส่วนผสม และไม่มีเบต้าแคโรทีนแยกในสูตร · ฉลากระบุน้ำหนักรวมของสารสกัดแอสตาแซนธินไว้ จึงควรดูความเข้มข้นของแอสตาแซนธินบนฉลากประกอบ ไม่ควรสรุปเองจากตัวเลขรวม · ผลที่งานวิจัยพบเรื่องแอสตาแซนธินในคนเป็นงานกับผลิตภัณฑ์เฉพาะตัว ไม่ได้แปลว่า BLB C จะให้ผลเดียวกันทุกประการ · ชงวันละ 1 ซองตามที่ฉลากระบุ และผู้ที่แพ้อาหารทะเลควรอ่านฉลากสารก่อภูมิแพ้ก่อนใช้

4 เลือกอย่างไร และอ่านฉลากอย่างไร

สถานการณ์ ตัวที่มักถูกพิจารณา เหตุผล
ขาดวิตามินเอหรือต้องการวิตามินเอ เบต้าแคโรทีนจากอาหาร หรือวิตามินเอตามคำแนะนำแพทย์ ควรให้แพทย์ประเมินก่อน ไม่ควรเดาจากสีของอาหาร
สนใจสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายไขมัน แอสตาแซนธิน อยู่ในกลุ่มที่ศึกษาเรื่องเยื่อหุ้มเซลล์และผิว
ผู้สูบบุหรี่ ไม่ควรกินเบต้าแคโรทีนขนาดสูงเป็นอาหารเสริม มีงานใหญ่ที่พบความเสี่ยงมะเร็งปอด
แพ้อาหารทะเลหรือสาหร่าย ตรวจฉลากก่อนทุกครั้ง แอสตาแซนธินบางแหล่งมาจากสัตว์ทะเลหรือสาหร่าย

หลักอ่านฉลาก — ดูว่าระบุน้ำหนักรวมของสารสกัดหรือความเข้มข้นของแอสตาแซนธินเป็นตัวเลข · ดูว่ามีแคโรทีนอยด์อื่นปนหรือไม่ · และดูเลข อย. ที่กล่าวถึงกลุ่มสินค้าเสริมอาหาร ถ้าฉลากระบุแต่ปริมาณของทุกสารเป็นน้ำหนักรวมโดยไม่บอกความเข้มข้น ให้ถามผู้ขายก่อนซื้อ

5 กินตอนไหน และกินคู่กันได้ไหม

ทั้งสองตัวละลายในไขมัน ควรกินพร้อมมื้อที่มีไขมัน เพื่อให้ดูดซึมได้ดีขึ้น รายละเอียดเรื่องเวลาอ่านที่ แอสตาแซนธิน กินตอนไหนดี

  • กินพร้อมอาหารที่มีไขมันดี เช่น ไข่ ปลา ถั่ว หรือน้ำมันพืช ช่วยให้ดูดซึมได้ดีขึ้น
  • ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าเวลา งานในคนส่วนใหญ่ใช้ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
  • กินคู่กันได้ไหม — ในผู้ใหญ่สุขภาพดีที่ไม่ได้กินยาประจำ การกินอาหารที่มีทั้งสองตัวตามธรรมชาติไม่เป็นปัญหา แต่การซ้อนอาหารเสริมแคโรทีนอยด์หลายตัวพร้อมกันทำให้ไม่รู้ว่าได้รับปริมาณเท่าไร
  • เบต้าแคโรทีนกับวิตามินเอ ไม่ควรกินซ้อนขนาดสูงโดยไม่รู้ปริมาณรวม เพราะวิตามินเอสะสมในร่างกายได้

6 โทษและข้อควรระวัง

กลุ่ม ข้อกังวล ควรทำอย่างไร
ผู้สูบบุหรี่หรือผู้ที่สัมผัสควันบุหรี่เป็นประจำ เบต้าแคโรทีนขนาดสูงเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอดในงานใหญ่ หลีกเลี่ยงเบต้าแคโรทีนขนาดสูงเป็นอาหารเสริม
ผิวเหลืองจากแคโรทีน ไม่อันตราย แต่คล้ายดีซ่าน ดูจากตาที่ไม่เหลือง ถ้าตาเหลืองหรือปัสสาวะสีเข้มร่วมด้วย ให้พบแพทย์
แพ้อาหารทะเลหรือสาหร่าย แอสตาแซนธินบางแหล่งมาจากสัตว์ทะเลหรือสาหร่าย อ่านฉลากสารก่อภูมิแพ้ก่อนใช้
กินยาประจำ หรือตั้งครรภ์ ข้อมูลความปลอดภัยในกลุ่มนี้จำกัด ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่ม

ดูผลข้างเคียงรายตัวเพิ่มที่ โทษของแอสตาแซนธิน และ โทษของวิตามินเอ

7 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

แอสตาแซนธินกับเบต้าแคโรทีนต่างกันยังไง?

เบต้าแคโรทีนเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอที่ร่างกายแปลงได้ตามความจำเป็น ส่วนแอสตาแซนธินเป็นแซนโทฟิลล์ที่ไม่ถูกแปลงเป็นวิตามินเอ และถูกศึกษาในฐานะสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในไขมัน

แอสตาแซนธิน คือ อะไร?

เป็นแคโรทีนอยด์สีแดงที่พบมากในสาหร่ายขนาดเล็กบางชนิด ซึ่งสัตว์ทะเลบางชนิดกินเข้าไปจึงมีสีแดง งานในคนส่วนใหญ่เป็นงานขนาดเล็กเกี่ยวกับผิวและความล้าของดวงตา

เบต้าแคโรทีนกับวิตามินเอ เหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกัน เบต้าแคโรทีนคือสารตั้งต้น ร่างกายแปลงเป็นวิตามินเอเมื่อจำเป็น ส่วนวิตามินเอคือสารที่พร้อมใช้งานแล้ว การกินวิตามินเอขนาดสูงต่อเนื่องต่างจากการกินเบต้าแคโรทีนจากอาหาร

แอสตาแซนธินกินตอนไหนดี?

กินพร้อมมื้อที่มีไขมัน เพราะละลายในไขมันและดูดซึมได้ดีขึ้น สำคัญที่กินได้สม่ำเสมอ รายละเอียดอ่านที่บทความเรื่องเวลากิน

ผู้สูบบุหรี่กินเบต้าแคโรทีนได้ไหม?

ไม่ควรกินเบต้าแคโรทีนขนาดสูงเป็นอาหารเสริม เพราะงานใหญ่ ATBC และ CARET พบว่าเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอดในกลุ่มนี้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ

กินแอสตาแซนธินกับเบต้าแคโรทีนพร้อมกันได้ไหม?

ในผู้ใหญ่สุขภาพดีที่ไม่ได้กินยาประจำ การกินอาหารที่มีทั้งสองตัวตามธรรมชาติไม่เป็นปัญหา แต่การซ้อนอาหารเสริมหลายตัวทำให้ไม่รู้ปริมาณรวม ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรช่วยดู

แอสตาแซนธินมีโทษไหม?

ส่วนใหญ่ผลข้างเคียงไม่รุนแรงและพบไม่บ่อย แต่ผู้ที่แพ้อาหารทะเลหรือสาหร่ายต้องอ่านฉลาก และหากมีผื่น บวม หรือหายใจลำบาก ให้หยุดและพบแพทย์ทันที

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ผิวเหลืองทั่วตัวหรือตาเหลือง ปัสสาวะสีผิดปกติ หรือปวดท้องรุนแรง หลังกินแคโรทีนอยด์ขนาดสูงต่อเนื่อง ให้หยุดและพบแพทย์ · ผื่นลมพิษ ปากบวม หายใจลำบาก หลังกินผลิตภัณฑ์ที่มีแอสตาแซนธินที่สกัดจากสาหร่ายหรือแพ้อาหารทะเล ต้องไปโรงพยาบาลทันที (โทร 1669)
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี
  • ผู้สูบบุหรี่และผู้ที่สัมผัสควันบุหรี่เป็นประจำ ไม่ควรกินเบต้าแคโรทีนขนาดสูงเป็นอาหารเสริม
  • งานวิจัยแอสตาแซนธินส่วนใหญ่เป็นงานขนาดเล็กและใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะ ไม่ได้ยืนยันว่าจะเกิดผลเดียวกันกับทุกผลิตภัณฑ์

อ้างอิง

  1. Omenn GS, et al. Effects of a combination of beta carotene and vitamin A on lung cancer and cardiovascular disease. N Engl J Med. 1996;334(18):1150-1155
  2. The Alpha-Tocopherol, Beta-Carotene Cancer Prevention Study Group. The effect of vitamin E and beta carotene on the incidence of lung cancer and other cancers in male smokers. N Engl J Med. 1994;330(15):1029-1035
  3. National Institutes of Health, Office of Dietary Supplements. Beta-Carotene: Fact Sheet for Health Professionals
  4. Ambati RR, et al. Astaxanthin: sources, extraction, stability, biological activities and its commercial applications—a review. Mar Drugs. 2014;12(1):128-152
  5. Stahl W, Sies H. Antioxidant activity of carotenoids. Mol Aspects Med. 2003;24(6):345-351
  6. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →