พรมมิ vs แปะก๊วย ต่างกันยังไง? ตัวไหนช่วยความจำ ตัวไหนเรื่องการไหลเวียน งานวิจัยพบอะไร กินคู่กันได้ไหม กินตอนไหน และโทษที่ต้องรู้

พรมมิ (Bacopa monnieri) กับแปะก๊วย (Ginkgo biloba) เป็นสมุนไพรบำรุงสมองที่ถูกพูดถึงคู่กันบ่อยที่สุด แต่กลไกและหลักฐานต่างกันมาก — พรมมิ เป็นพืชน้ำในตำรับอายุรเวท มีสารกลุ่มบาโคไซด์ที่เกี่ยวกับการส่งสัญญาณของเซลล์ประสาท งานรวมผลการทดลองพบว่า เมื่อกินสารสกัดมาตรฐานราว 300 มก. ต่อวันนาน 12 สัปดาห์ ความจำและความเร็วในการประมวลผลดีขึ้นเล็กน้อยในบางแบบทดสอบ · แปะก๊วย มาจากใบของต้นแปะก๊วย มีฟลาโวนอยด์และเทอร์พีนแลกโทนที่เกี่ยวกับการไหลเวียนเลือดขนาดเล็ก แต่ งานใหญ่ในคนสุขภาพดีไม่พบว่าช่วยความจำ และงาน GEM ที่ติดตามผู้สูงอายุ 3,069 คนนานราว 6 ปีไม่พบว่าลดการเกิดภาวะสมองเสื่อม · กินคู่กันได้ในคนทั่วไป แต่ทั้งคู่ไม่ใช่ยา และแปะก๊วยต้องระวังมากในผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด

300 มก.
พรมมิ
สารสกัดมาตรฐานต่อวันที่ใช้บ่อย
120–240 มก.
แปะก๊วย
สารสกัด EGb 761 ต่อวัน
12 สัปดาห์
พรมมิ
ระยะก่อนประเมินผล

บทความนี้ไม่ได้อธิบายแต่ละตัวซ้ำ (อ่านได้ที่ พรมมิ คืออะไร และ แปะก๊วย คืออะไร) แต่จะตอบคำถามที่คนเทียบสองตัวนี้สงสัยที่สุด · เรื่องแรกคือตารางเทียบ · เรื่องที่สองคือกลไกต่างกันตรงไหน · เรื่องที่สามคืองานวิจัยพบอะไร และไม่พบอะไร · เรื่องที่สี่คือเลือกตามโจทย์ · เรื่องสุดท้ายคือกินคู่กัน วิธีกิน และข้อควรระวัง · ถ้าอยากเห็นภาพรวมสารบำรุงสมองทุกตัว อ่าน สารบำรุงสมอง ช่วยได้จริงไหม

1 ตารางเทียบตรง ๆ: พรมมิ vs แปะก๊วย

ประเด็น พรมมิ (Bacopa) แปะก๊วย (Ginkgo)
ส่วนที่ใช้ ทั้งต้นของพืชน้ำ Bacopa monnieri ใบของต้นแปะก๊วย (ไม่ใช่เมล็ดที่ใช้ทำอาหาร)
สารสำคัญ บาโคไซด์ (bacosides) กลุ่มซาโปนิน ฟลาโวนอยด์ไกลโคไซด์ราว 24% และเทอร์พีนแลกโทนราว 6% (สารสกัดมาตรฐาน)
แนวคิดหลัก สนับสนุนการส่งสัญญาณและการปรับตัวของเซลล์ประสาท ต้านอนุมูลอิสระ เกี่ยวกับการไหลเวียนเลือดขนาดเล็กและการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด
ขนาดที่งานวิจัยใช้บ่อย สารสกัดมาตรฐาน 300 มก. ต่อวัน สารสกัด EGb 761 วันละ 120–240 มก. แบ่งมื้อ
ระยะเวลาก่อนประเมิน อย่างน้อย 8–12 สัปดาห์ งานส่วนใหญ่ 6 สัปดาห์ถึงหลายปี
หลักฐานในคนสุขภาพดี งานรวมผลพบดีขึ้นเล็กน้อยในบางแบบทดสอบความจำ งานขนาดใหญ่ไม่พบว่าความจำดีขึ้น
ผลข้างเคียงเด่น คลื่นไส้ ปวดท้อง ท้องเสีย โดยเฉพาะตอนท้องว่าง ปวดหัว ปวดท้อง และเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกเมื่อกินคู่ยาต้านการแข็งตัวของเลือด

สรุปสั้น ๆ คือ ถ้าโจทย์คือความจำในคนสุขภาพดี พรมมิมีหลักฐานเอนเอียงไปทางบวกมากกว่า แม้ผลจะเล็ก · ส่วน แปะก๊วยมีภาพลักษณ์เรื่องความจำที่ใหญ่กว่าหลักฐานจริง และมีประเด็นความปลอดภัยเรื่องเลือดออกที่ต้องรู้

2 กลไกต่างกันตรงไหน

  • พรมมิ — ทำงานช้า สะสมผล การศึกษาในห้องทดลองพบว่าบาโคไซด์เกี่ยวกับการสร้างแขนงของเซลล์ประสาท การทำงานของสารสื่อประสาทกลุ่มอะเซทิลโคลีนและเซโรโทนิน และการต้านอนุมูลอิสระในสมอง ผลในคนจึงไม่ได้เกิดภายในวันเดียว งานที่ประเมินที่ 4–5 สัปดาห์มักยังไม่พบผล ต่างจากงานที่ประเมินที่ 12 สัปดาห์
  • แปะก๊วย — เน้นหลอดเลือด สารในใบแปะก๊วยเกี่ยวกับการขยายหลอดเลือดขนาดเล็กและยับยั้งสารกระตุ้นเกล็ดเลือด (PAF) แนวคิดเดิมคือถ้าเลือดไปเลี้ยงสมองดีขึ้น ความจำน่าจะดีขึ้น แต่งานในคนสุขภาพดีไม่ได้ยืนยันแนวคิดนี้ และฤทธิ์ต่อเกล็ดเลือดคือที่มาของข้อควรระวังเรื่องเลือดออก

สิ่งที่ทั้งสองตัวไม่ใช่คือ สารกระตุ้นแบบคาเฟอีน — ไม่ได้ทำให้ตื่นตัวทันทีหลังกิน คนที่กินแล้ว “รู้สึกโฟกัสขึ้นทันที” มักเป็นผลจากคาเฟอีนหรือสารอื่นในสูตรเดียวกัน · สารที่เกี่ยวกับสมองในแง่วัตถุดิบสร้างสารสื่อประสาท เช่น โคลีน เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อ่านที่ โคลีนกับสมอง

3 งานวิจัยพบอะไร และไม่พบอะไร

หัวข้อ พรมมิ แปะก๊วย
ความจำในผู้ใหญ่สุขภาพดี งานรวมผล 9 การทดลองของ Kongkeaw และคณะ (2014) พบดีขึ้นในการทดสอบความเร็วของความสนใจและการระลึกคำ แต่ขนาดผลเล็ก การทดลองของ Solomon และคณะ (2002) ในผู้สูงอายุสุขภาพดี กิน 6 สัปดาห์ ไม่พบความแตกต่างจากยาหลอก
ระยะเวลาที่เห็นผล งานของ Stough และคณะ (2001) พบผลที่ 12 สัปดาห์ ไม่ใช่ที่ 5 สัปดาห์ ไม่มีระยะที่ชัด เพราะผลในคนสุขภาพดีไม่สม่ำเสมอ
การป้องกันภาวะสมองเสื่อม ไม่มีงานระยะยาวขนาดใหญ่ งาน GEM (DeKosky 2008) วันละ 240 มก. ราว 6 ปี ไม่ลดการเกิดสมองเสื่อม
ผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมแล้ว ข้อมูลน้อย Cochrane (2009) สรุปว่าหลักฐานไม่สม่ำเสมอและไม่น่าเชื่อถือพอ
ความเครียด ความกังวล มีงานขนาดเล็กบางชิ้น ผลไม่สม่ำเสมอ ไม่มีหลักฐานชัด

ข้อที่ควรรู้คือ งานของพรมมิส่วนใหญ่เป็นงานขนาดเล็ก ใช้สารสกัดต่างยี่ห้อ และวัดด้วยแบบทดสอบหลายแบบ ผลบวกจึงยังไม่หนักแน่นเท่ายา · ส่วนแปะก๊วยเป็นสมุนไพรไม่กี่ตัวที่มีงานระยะยาวขนาดใหญ่ และผลออกมาชัดว่า ไม่ได้ป้องกันสมองเสื่อม ข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทษของแปะก๊วย

4 เลือกตามโจทย์: ตัวไหนเหมาะกับใคร

สถานการณ์ ตัวที่มักถูกพิจารณา เหตุผล
นักศึกษา คนทำงานที่อยากดูแลความจำระยะยาว พรมมิ (ถ้ากินต่อเนื่องได้ 12 สัปดาห์) หลักฐานเรื่องความจำเอนไปทางบวกมากกว่า แต่ผลเล็ก การนอนให้พอยังสำคัญกว่า
อยากโฟกัสทันทีก่อนประชุมหรือสอบ ไม่ใช่โจทย์ของทั้งสองตัว ทั้งคู่ไม่ใช่สารกระตุ้น ผลทันทีมักมาจากคาเฟอีน
ผู้สูงอายุที่กลัวสมองเสื่อม ตรวจสุขภาพ คุมความดัน น้ำตาล และออกกำลังกาย แปะก๊วยไม่ลดการเกิดสมองเสื่อมในงานใหญ่ ปัจจัยเสี่ยงหลอดเลือดคือสิ่งที่ปรับได้จริง
กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด หลีกเลี่ยงแปะก๊วย ปรึกษาแพทย์ก่อนเสริมทุกตัว แปะก๊วยเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก
ท้องไส้ไวต่อสมุนไพร ถ้าใช้พรมมิ ให้กินพร้อมอาหาร พรมมิทำให้คลื่นไส้ ปวดท้องได้ถ้ากินตอนท้องว่าง

ถ้าความจำแย่ลงเร็วผิดปกติ ไม่ควรเริ่มที่สมุนไพร ควรเริ่มที่การหาสาเหตุ เพราะการขาดวิตามินบี 12 ไทรอยด์ต่ำ ภาวะซึมเศร้า การนอนไม่พอ หรือยาบางตัว ทำให้หลงลืมได้และแก้ได้

BLB K เป็นกาแฟเพื่อสุขภาพที่ใส่สารดูแลสมองและพลังงานไว้ในซองเดียว — วิตามินบีรวม PANMOL® 400 มก. โคลีนไบทาร์เทรต 350 มก. แอล-ฟีนิลอะลานีน 350 มก. ชาเขียว 350 มก. เจียวกู่หลาน 450 มก. ดี-ไรโบส 217 มก. พร้อมแอล-ไทโรซีน แปะก๊วย โคเอนไซม์คิวเท็น และใยอาหารโพลีเดกซ์โทรส 2,750 มก. · มีเลข อย. 26-1-10867-5-0053 และผ่านการรับรองฮาลาล · BLB K มีแปะก๊วยในสูตร แต่ไม่มีพรมมิ · แปะก๊วยในซองกาแฟอยู่ร่วมกับวิตามินบีรวม โคลีน แอล-ไทโรซีน และชาเขียว เพื่อโจทย์เรื่องความสดชื่นและโฟกัสระหว่างวัน ปริมาณให้ดูตามฉลาก ซึ่งไม่ใช่ขนาดสารสกัดมาตรฐาน 120–240 มก. ที่งานวิจัยแบบสารเดี่ยวใช้ จึงไม่ควรคาดหวังผลเท่างานวิจัย · BLB K เป็นกาแฟที่มีคาเฟอีน ผู้ที่ไวต่อคาเฟอีนควรดื่มช่วงเช้า · ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือมีประวัติชัก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน · ชงวันละ 1 ซองตามที่ฉลากระบุ

5 กินคู่กันได้ไหม และกินตอนไหน

ในผู้ใหญ่สุขภาพดีที่ไม่ได้กินยาประจำ กินคู่กันได้ และบางสูตรรวมสองตัวไว้ด้วยกัน แต่ยังไม่มีงานที่ยืนยันว่าการรวมกันได้ผลมากกว่าตัวเดียว หลักการกินคือ

  • พรมมิกินพร้อมอาหาร — ลดอาการคลื่นไส้ ปวดท้อง และสารบาโคไซด์ละลายได้ดีขึ้นเมื่อมีไขมันในมื้อ กินเวลาเดิมทุกวัน รายละเอียดที่ พรมมิ กินตอนไหน
  • ให้เวลาพรมมิ 8–12 สัปดาห์ — ถ้าประเมินที่ 2–3 สัปดาห์แล้วบอกว่าไม่ได้ผล ยังเร็วเกินไป
  • แปะก๊วยแบ่งกินเช้า-เย็นพร้อมอาหาร — ตามขนาดในงานวิจัยที่แบ่ง 2 มื้อ รายละเอียดที่ แปะก๊วย กินตอนไหน
  • หยุดแปะก๊วยก่อนผ่าตัดหรือทำฟัน — แจ้งแพทย์และทันตแพทย์ทุกครั้ง ระยะที่ต้องหยุดให้แพทย์กำหนด
  • อย่ากินเมล็ดแปะก๊วยดิบหรือจำนวนมาก — เมล็ดมีสารที่ทำให้ชักได้ ต่างจากสารสกัดจากใบ

6 ข้อควรระวังและใครควรปรึกษาแพทย์

กลุ่ม ข้อกังวล ควรทำอย่างไร
กินยาวาร์ฟาริน ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ประจำ แปะก๊วยเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก ปรึกษาแพทย์ ไม่เริ่มเอง
มีประวัติชัก หรือกินยากันชัก มีรายงานชักที่เกี่ยวกับแปะก๊วย หลีกเลี่ยงแปะก๊วย ปรึกษาแพทย์
ใจเต้นช้า หรือกินยาที่ทำให้หัวใจเต้นช้า พรมมิอาจทำให้หัวใจเต้นช้าลงในบางราย ปรึกษาแพทย์ก่อน
มีโรคไทรอยด์ หรือกินยาไทรอยด์ งานในสัตว์พบว่าพรมมิอาจมีผลต่อฮอร์โมนไทรอยด์ แจ้งแพทย์ และตรวจตามนัด
กินยาจิตเวช ยานอนหลับ หรือยาสมองเสื่อม อาจมีผลเสริมกันกับยา ปรึกษาแพทย์ ห้ามหยุดยาเอง
ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร เด็ก ข้อมูลความปลอดภัยจำกัด ไม่แนะนำให้ใช้เอง

อ่านผลข้างเคียงแต่ละตัวเพิ่มเติมที่ โทษของพรมมิ และ โทษของแปะก๊วย

7 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

พรมมิกับแปะก๊วยต่างกันยังไง?

พรมมิเป็นพืชน้ำที่มีสารบาโคไซด์ งานรวมผลพบว่าความจำดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อกิน 12 สัปดาห์ ส่วนแปะก๊วยเป็นสารสกัดจากใบที่เกี่ยวกับการไหลเวียนเลือดขนาดเล็ก งานใหญ่ไม่พบว่าช่วยความจำของคนสุขภาพดีหรือป้องกันสมองเสื่อม

พรมมิ คือ อะไร?

คือพืชน้ำ Bacopa monnieri ที่ใช้ในตำรับอายุรเวท มีสารกลุ่มบาโคไซด์ งานวิจัยมักใช้สารสกัดมาตรฐานราว 300 มก. ต่อวัน และประเมินผลที่ 12 สัปดาห์

ตัวไหนช่วยความจำได้ดีกว่า?

ในผู้ใหญ่สุขภาพดี หลักฐานของพรมมิเอนไปทางบวกมากกว่า แต่ผลที่พบเล็กและงานยังมีขนาดเล็ก ส่วนแปะก๊วยไม่พบผลต่อความจำในการทดลองขนาดใหญ่ การนอนให้พอและการออกกำลังกายยังเป็นปัจจัยที่มีผลมากกว่า

พรมมิกับแปะก๊วยกินคู่กันได้ไหม?

ในผู้ใหญ่สุขภาพดีที่ไม่ได้กินยาประจำกินคู่กันได้ แต่ยังไม่มีงานยืนยันว่าได้ผลมากกว่าตัวเดียว ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยากันชัก หรือยาจิตเวช ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน

พรมมิและแปะก๊วยกินตอนไหนดี?

พรมมิกินพร้อมอาหารเวลาเดิมทุกวัน เพื่อลดอาการคลื่นไส้ ส่วนแปะก๊วยแบ่งกินเช้า-เย็นพร้อมอาหารตามขนาดในงานวิจัย และต้องหยุดก่อนผ่าตัดหรือทำฟันตามที่แพทย์แนะนำ

แปะก๊วยป้องกันอัลไซเมอร์ได้ไหม?

งาน GEM ที่ให้ผู้สูงอายุ 3,069 คนกินแปะก๊วยวันละ 240 มก. ราว 6 ปี ไม่พบว่าลดการเกิดภาวะสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ แปะก๊วยจึงไม่ใช่สิ่งที่ใช้ป้องกันโรคนี้

โทษของพรมมิและแปะก๊วยมีอะไรบ้าง?

พรมมิอาจทำให้คลื่นไส้ ปวดท้อง ท้องเสีย และใจเต้นช้าในบางราย ส่วนแปะก๊วยอาจทำให้ปวดหัว ปวดท้อง และเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกเมื่อกินคู่ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ผู้ที่มีประวัติชักควรหลีกเลี่ยง

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • พรมมิและแปะก๊วยเป็นสมุนไพรในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ยา ไม่ได้รักษาหรือป้องกันภาวะสมองเสื่อม โรคอัลไซเมอร์ หรือสมาธิสั้น · ผลที่กล่าวถึงในบทความมาจากงานวิจัยของสารสกัดมาตรฐานในขนาดและระยะเวลาเฉพาะ ส่วนใหญ่ทำในผู้ใหญ่สุขภาพดี ขนาดกลุ่มตัวอย่างไม่ใหญ่ และผลที่พบเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในแบบทดสอบ ไม่ใช่ผลของผลิตภัณฑ์ใด
  • แปะก๊วยไม่ใช่สิ่งที่ป้องกันภาวะสมองเสื่อม และไม่มีหลักฐานหนักแน่นว่าทำให้ความจำของคนสุขภาพดีดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ — งานวิจัยขนาดใหญ่ที่ติดตามหลายปีไม่พบว่าลดการเกิดภาวะสมองเสื่อม · ความจำที่แย่ลงเร็วผิดปกติต้องพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ ไม่ใช่เรื่องที่หาแปะก๊วยมากินเองแล้วรอ
  • ใจเต้นช้าผิดปกติ หน้ามืด เป็นลม หรือคลื่นไส้ปวดท้องมากหลังเริ่มพรมมิ ให้หยุดและพบแพทย์ · ความจำแย่ลงเร็วภายในไม่กี่เดือน หลงลืมจนทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้ หลงทางในที่คุ้นเคย หรือบุคลิกเปลี่ยน ต้องพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ เพราะบางสาเหตุแก้ได้ เช่น ขาดวิตามินบี 12 ไทรอยด์ต่ำ ซึมเศร้า หรือผลจากยา
  • เลือดกำเดาไหลไม่หยุด ช้ำเขียวง่ายผิดปกติ อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ ปวดหัวรุนแรงเฉียบพลัน อ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด หรือตามัวข้างเดียวทันที ในผู้ที่กินแปะก๊วย ต้องหยุดและไปโรงพยาบาลทันที · และผู้ที่มีประวัติชักหรือโรคลมชักไม่ควรใช้แปะก๊วยโดยไม่ปรึกษาแพทย์
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยากันชัก ยาไทรอยด์ หรือยาจิตเวช ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มพรมมิหรือแปะก๊วย
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Kongkeaw C, et al. Meta-analysis of randomized controlled trials on cognitive effects of Bacopa monnieri extract. J Ethnopharmacol. 2014;151(1):528-535
  2. Stough C, et al. The chronic effects of an extract of Bacopa monniera (Brahmi) on cognitive function in healthy human subjects. Psychopharmacology. 2001
  3. Solomon PR, et al. Ginkgo for memory enhancement: a randomized controlled trial. JAMA. 2002;288(7):835-840
  4. DeKosky ST, et al. Ginkgo biloba for prevention of dementia: a randomized controlled trial (GEM Study). JAMA. 2008;300(19):2253-2262
  5. Birks J, Grimley Evans J. Ginkgo biloba for cognitive impairment and dementia. Cochrane Database Syst Rev. 2009
  6. National Center for Complementary and Integrative Health (NCCIH). Ginkgo — fact sheet
  7. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →