บิลเบอร์รี่ vs บลูเบอร์รี่ ต่างกันยังไง? แอนโทไซยานินตัวเดียวกันแต่แหล่งต่างกัน งานวิจัยด้านสายตาพบอะไร และกินทั้งสองพร้อมกันได้ไหม

บิลเบอร์รี่ (Bilberry) และบลูเบอร์รี่ (Blueberry) เป็นผลไม้ในกลุ่มเดียวกันที่มีแอนโทไซยานินเป็นสารให้สี แต่เป็นพืชคนละสายพันธุ์ — บิลเบอร์รี่เป็นพืชป่าของยุโรปที่มีผลเล็กกว่า ส่วนบลูเบอร์รี่เป็นพืชที่ปลูกแพร่หลายในอเมริกาเหนือ · งานวิจัยด้านสายตาของบิลเบอร์รี่ส่วนใหญ่เป็นงานขนาดเล็กและให้ผลไม่สม่ำเสมอ และ ยังไม่มีหลักฐานว่าช่วยป้องกันหรือรักษาโรคตาใด · BLE ใช้บิลเบอร์รี่เป็นหนึ่งในส่วนผสม แต่ปริมาณเป็นส่วนน้อยของสูตร จึงไม่ควรเทียบกับงานวิจัยที่ใช้บิลเบอร์รี่สกัดความเข้มข้นสูง

ยุโรป
แหล่งกำเนิดของบิลเบอร์รี่
พืชป่าผลเล็กกว่า
อเมริกาเหนือ
แหล่งกำเนิดของบลูเบอร์รี่
ที่ปลูกแพร่หลายทั่วโลก
หลักฐานจำกัด
งานสายตาของทั้งคู่ส่วนใหญ่
เป็นงานขนาดเล็กและระยะสั้น

บทความนี้ไม่ได้อธิบายบิลเบอร์รี่ซ้ำ (อ่านได้ที่ บิลเบอร์รี่ คืออะไร) แต่ตอบคำถามที่คนเทียบสองผลไม้นี้สงสัยที่สุด · เรื่องแรกคือตารางเทียบ · เรื่องที่สองคือแอนโทไซยานินต่างกันตรงไหน · เรื่องที่สามคืองานวิจัยด้านสายตาพบอะไร · เรื่องที่สี่คือเลือกอย่างไรและอ่านฉลาก · เรื่องสุดท้ายคือกินคู่กันได้ไหมและข้อควรระวัง

1 ตารางเทียบตรง ๆ: บิลเบอร์รี่ vs บลูเบอร์รี่

ประเด็น บิลเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่
ชื่อวิทยาศาสตร์ Vaccinium myrtillus Vaccinium corymbosum (และสายพันธุ์ลูกผสมอื่น)
แหล่งกำเนิด ยุโรป และเอเชียเหนือ เติบโตตามธรรมชาติ อเมริกาเหนือ ปลูกเชิงพาณิชย์ทั่วโลก
ลักษณะผล เล็ก เข้มมาก เนื้อสีม่วงเข้ม ใหญ่กว่า เนื้อส่วนใหญ่สีอ่อนกว่า
สารที่ถูกศึกษา แอนโทไซยานินและการมองเห็น แอนโทไซยานินและสุขภาพหัวใจ สมอง และการอักเสบ
หลักฐานด้านสายตาในคน งานขนาดเล็กหลายงาน บางงานพบการปรับตัวในที่แสงน้อย แต่ไม่สม่ำเสมอ งานด้านสายตาเกือบไม่มี ที่มีมักเป็นงานอาหาร
ข้อควรระวัง ผลิตภัณฑ์สกัดอาจมีปริมาณแอนโทไซยานินต่างกันมาก ในรูปผลไม้ปลอดภัย ผู้แพ้ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ต้องระวัง

สรุปสั้น ๆ คือ ทั้งสองเป็นแหล่งแอนโทไซยานินที่ดี แต่หลักฐานด้านสายตาของบิลเบอร์รี่มีมากกว่า และการเลือกควรดูจากความต้องการของตัวเองมากกว่าคำโฆษณา

2 แอนโทไซยานินต่างกันตรงไหน

  • สารกลุ่มเดียวกัน แต่สัดส่วนต่างกัน ทั้งสองพืชมีแอนโทไซยานินที่เป็นสารให้สีม่วงน้ำเงิน แต่ชนิดและสัดส่วนแตกต่างกันตามสายพันธุ์ ฤดูกาล และวิธีวิเคราะห์ ผลที่ตีพิมพ์จึงไม่ค่อยเทียบกันตรง ๆ
  • การกินเป็นผลไม้กับการสกัดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างกัน ผลสดมีใยอาหาร วิตามินซี และสารอื่น ส่วนสารสกัดแอนโทไซยานินเป็นสารที่ถูกคัดมาเฉพาะ อ่านพื้นฐานของบิลเบอร์รี่ที่ บิลเบอร์รี่ กินตอนไหนดี

ดังนั้นคำถามว่า “ตัวไหนดีกว่า” ต้องถามต่อว่า ดีกว่าสำหรับอะไร และอยู่ในรูปแบบไหน ถ้ากินเป็นอาหารบลูเบอร์รี่ก็เป็นทางเลือกที่สะดวกและมีงานด้านสุขภาพทั่วไปรองรับ

3 งานวิจัยด้านสายตาพบอะไร และไม่พบอะไร

หัวข้อ สิ่งที่งานพบ ข้อจำกัด
การมองเห็นในที่แสงน้อย งาน Muth และคณะ (2000) รายงานผลบางอย่างในผู้ใช้บิลเบอร์รี่สกัด แต่ผลไม่ได้สม่ำเสมอในทุกงาน งานเล็ก ระยะสั้น และใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะ
ความล้าของดวงตา มีงานบางชิ้นรายงานว่ารู้สึกสบายตาขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่การวัดทางการแพทย์ที่แข็งแรง
โรคตาเสื่อมหรือต้อ ไม่มีหลักฐานที่ชัดว่าป้องกันหรือรักษาได้ ต้องพบจักษุแพทย์ตามปกติ

งานทบทวนของ Kalt และคณะ (2020) เรื่องบลูเบอร์รี่และบิลเบอร์รี่สรุปว่าหลักฐานด้านสุขภาพมีศักยภาพ แต่ยังต้องการงานใหญ่และระยะยาวกว่านี้ · ภาพรวมของสารที่มีในอาหารเสริมบำรุงสายตา อ่านที่ อาหารเสริมบำรุงสายตา ยี่ห้อไหนดี เลือกอย่างไร

BLE (Balance E) เป็นผงชงก่อนนอนที่รวมฟรุกโตโอลิโกแซ็กคาไรด์ 300 มก. กาบา (GABA) 100 มก. น้ำพีช 100 มก. ทาร์ตเชอร์รี 20 มก. แอล-ธีอะนีน 20 มก. พร้อมสารสกัดบิลเบอร์รี องุ่น และเสาวรส · ออกแบบมาสำหรับคนที่ใช้สายตาหนักทั้งวันแล้วอยากให้ช่วงพักผ่อนมีคุณภาพ · มีเลข อย. 10-3-05764-5-0001 และผ่านการรับรองฮาลาล · BLE มีบิลเบอร์รีในสูตรเพียงปริมาณเล็กน้อย ร่วมกับ FOS, GABA, แอล-ธีอะนีน และสารสกัดอื่นที่รวมเป็นผงชงก่อนนอน · ดังนั้นผลของบิลเบอร์รีในงานวิจัยไม่ได้เป็นผลที่ BLE จะให้เทียบเท่า · ตัวเลขปริมาณรายตัวดูได้บนฉลาก · ชงวันละ 1 ซองก่อนนอนตามที่ฉลากระบุ · ผู้ที่มีโรคตาหรือกินยาประจำควรปรึกษาจักษุแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้

4 เลือกอย่างไร และอ่านฉลากอย่างไร

สถานการณ์ ตัวที่มักถูกพิจารณา เหตุผล
อยากได้ผลไม้เพื่อสุขภาพทั่วไป บลูเบอร์รี่หรือเบอร์รี่รวม กินเป็นอาหารได้ สะดวก และมีงานด้านสุขภาพทั่วไปรองรับ
สนใจแอนโทไซยานินในรูปสารสกัด บิลเบอร์รี่สกัด มีงานด้านสายตาที่ศึกษาอยู่ แต่ผลยังไม่ชัด
มีโรคตาอยู่แล้ว ตรวจกับจักษุแพทย์ก่อนเสมอ อาหารเสริมไม่ได้แทนการรักษาโรคตา

หลักอ่านฉลาก — ดูว่าระบุเป็นบิลเบอร์รี่หรือบลูเบอร์รี่ · ดูว่าเป็นผลสดหรือสารสกัด · และดูปริมาณรายตัวบนฉลาก ไม่ใช่แค่ชื่อ ถ้าสูตรรวมหลายสารและบิลเบอร์รี่อยู่ในปริมาณน้อย ผลที่คาดหวังต่อสายตาจากบิลเบอร์รี่ก็ไม่ควรคาดหวังสูงตาม

5 กินคู่กันได้ไหม และกินตอนไหน

  • กินพร้อมกันได้ในผู้ใหญ่สุขภาพดี ทั้งสองเป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่และไม่มีปฏิกิริยาที่ชัดกับอาหารทั่วไป
  • ความสม่ำเสมอสำคัญ งานด้านสายตาส่วนใหญ่ใช้ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ไม่ได้หวังผลทันที
  • ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนกินสารสกัดเบอร์รี่ปริมาณมาก เพราะมีรายงานเกี่ยวกับการเลือดออกในสารสกัดบางชนิด
  • กินตอนไหน อ่านรายละเอียดเพิ่มที่ บิลเบอร์รี่ กินตอนไหนดี และสูตรที่มีน้ำพีชหรือทาร์ตเชอร์รีให้ดูที่ ทาร์ตเชอร์รี กินตอนไหนดี

6 ข้อควรระวังและใครควรปรึกษาแพทย์

กลุ่ม ข้อกังวล ควรทำอย่างไร
มีโรคตา หรือกินยาหยอดตาอยู่ อาหารเสริมไม่ได้แทนการรักษา และอาจไม่ช่วยในโรคที่ต้องใช้ยา พบจักษุแพทย์ก่อนเสมอ
กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด มีรายงานเลือดออกง่ายในสารสกัดเบอร์รี่บางชนิด ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่ม
แพ้ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ อาจมีอาการแพ้ได้ หยุดเมื่อมีอาการ
ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือเด็ก ข้อมูลความปลอดภัยของสารสกัดในกลุ่มนี้จำกัด ปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ

ดูผลข้างเคียงของบิลเบอร์รี่เพิ่มที่ โทษของบิลเบอร์รี่ ส่วนสารที่ใช้คู่กันในสูตรบำรุงสายตาอ่านที่ ลูทีน และซีแซนทีน คืออะไร

7 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

บิลเบอร์รี่กับบลูเบอร์รี่ต่างกันยังไง?

เป็นพืชคนละสายพันธุ์ บิลเบอร์รี่เป็นพืชยุโรปที่ผลเล็กและมีงานด้านสายตามากกว่า ส่วนบลูเบอร์รี่เป็นพืชอเมริกาเหนือที่ปลูกแพร่หลาย ทั้งสองมีแอนโทไซยานินเป็นสารให้สี

บิลเบอร์รี่ คือ อะไร?

เป็นผลไม้ป่าขนาดเล็กของยุโรป มีแอนโทไซยานินสูง ถูกใช้เป็นสมุนไพรและศึกษาเรื่องการมองเห็นมาก่อนหลายสิบปี แต่หลักฐานในคนยังจำกัด

บิลเบอร์รี่กับบลูเบอร์รี่ ตัวไหนดีกว่าสำหรับสายตา?

ไม่มีงานที่เทียบตรงและชัดเจน บิลเบอร์รี่มีงานด้านสายตามากกว่า แต่ผลไม่สม่ำเสมอ บลูเบอร์รี่กินเป็นอาหารได้สะดวกและมีงานด้านสุขภาพทั่วไปรองรับ

บิลเบอร์รี่กินตอนไหนดี?

กินพร้อมอาหารเพื่อลดอาการไม่สบายท้อง และต้องกินสม่ำเสมอ งานด้านสายตาส่วนใหญ่ใช้ต่อเนื่องหลายสัปดาห์

กินบิลเบอร์รี่กับบลูเบอร์รี่พร้อมกันได้ไหม?

ในผู้ใหญ่สุขภาพดีกินได้ไม่มีปฏิกิริยาที่ชัด แต่ควรนับรวมปริมาณและดูฉลากของทุกผลิตภัณฑ์ที่มีเบอร์รี่

บิลเบอร์รี่ช่วยรักษาโรคตาได้ไหม?

ไม่ได้ ไม่มีหลักฐานที่ชัดว่าป้องกันหรือรักษาโรคตาเสื่อมหรือต้อ ผู้ที่มีอาการตาควรพบจักษุแพทย์

บิลเบอร์รี่มีโทษไหม?

ผลไม้ปกติปลอดภัยในปริมาณอาหาร แต่สารสกัดขนาดสูงอาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือดในบางคน ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวหรือแพ้เบอร์รี่ต้องปรึกษาแพทย์

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ตาแดง ปวดตา ตามัวลงอย่างรวดเร็ว หรือเห็นแสงวาบ ต้องพบจักษุแพทย์ทันที ไม่ใช่รอให้อาหารเสริมช่วย · ผู้ที่มีอาการแพ้ผลไม้ เช่น บวม คัน หรือหายใจลำบาก หลังกินผงชงที่มีน้ำพีช ต้องหยุดและไปโรงพยาบาลทันที
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี
  • ผู้ที่มีโรคตา หรือกินยาหยอดตาอยู่ ต้องพบจักษุแพทย์ก่อนพึ่งอาหารเสริมบำรุงสายตา
  • งานวิจัยบิลเบอร์รี่ด้านสายตาส่วนใหญ่เป็นงานขนาดเล็ก ผลที่พบไม่ได้แปลว่าทุกผลิตภัณฑ์จะให้ผลเดียวกัน

อ้างอิง

  1. Kalt W, et al. Recent research on the health benefits of blueberries and their anthocyanins. Adv Nutr. 2020;11(2):224-236
  2. Muth ER, Laurent JM, Jasper P. The effect of bilberry nutritional supplementation on night visual acuity and contrast sensitivity. Altern Ther Health Med. 2000
  3. National Institutes of Health, Office of Dietary Supplements. Dietary Supplements: What You Need to Know
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →