ไบโอเพอรีน (BioPerine) จากพริกไทยดำคืออะไร? ตัวช่วยดูดซึมที่ต้องอ่านฉลากให้เป็น

ถ้าพลิกดูฉลากอาหารเสริมที่มีขมิ้นชัน เคอร์คูมิน หรือสารสกัดสมุนไพรหลายตัว มักเจอชื่อ BioPerine หรือ “สารสกัดพริกไทยดำ” ต่อท้ายด้วยตัวเลขน้อย ๆ · บทความนี้อธิบายว่ามันคืออะไร ทำงานอย่างไร ตัวเลขบนฉลากแบบไหนมีความหมาย และทำไมบางคนถึงไม่ควรใช้

ไพเพอรีน 95%
ความเข้มข้นมาตรฐาน
ของสารสกัดเกรดวิจัย
ตัวช่วย ไม่ใช่ตัวเอก
หน้าที่คือเพิ่มการดูดซึม
ของสารอื่น
ปฏิกิริยากับยา
จุดที่ต้องระวังมากที่สุด
ก่อนกิน

สารสำคัญที่ร่างกายดูดซึมไม่ได้ ก็เท่ากับไม่ได้กิน · นี่คือปัญหาคลาสสิกของสารกลุ่มพอลิฟีนอลอย่างเคอร์คูมินในขมิ้นชัน ที่ละลายน้ำได้แย่และถูกตับเปลี่ยนรูปทิ้งอย่างรวดเร็ว · อุตสาหกรรมอาหารเสริมจึงหาทางแก้หลายแบบ ทั้งทำเป็นฟอสโฟลิพิดคอมเพล็กซ์ ทำเป็นอนุภาคเล็ก หรือใส่ตัวช่วยดูดซึมเข้าไปด้วย · ไพเพอรีนจากพริกไทยดำคือตัวช่วยแบบหลังสุด และเป็นตัวที่ถูกใช้มากที่สุดเพราะต้นทุนต่ำและมีงานวิจัยรองรับพอสมควร

1 ไพเพอรีนคืออะไร และไบโอเพอรีนต่างกันตรงไหน

  • ไพเพอรีน (Piperine) คือสารอัลคาลอยด์ที่ทำให้พริกไทยดำมีรสเผ็ดร้อน พบในผลของ Piper nigrum ราวไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักแห้ง
  • BioPerine® คือชื่อทางการค้า ของสารสกัดพริกไทยดำที่ปรับให้มีไพเพอรีนไม่ต่ำกว่า 95% และมีเอกสารการทดสอบกำกับ · ไม่ใช่สารคนละตัวกับไพเพอรีน แต่เป็นเกรดที่ระบุความเข้มข้นได้
  • ต่างจากผงพริกไทยป่นทั่วไป ตรงที่ผงพริกไทยในครัวมีไพเพอรีนไม่แน่นอนและปนสารอื่นมาก จึงใช้เทียบปริมาณกับงานวิจัยไม่ได้
  • ทำไมเครื่องหมายการค้าถึงมีความหมาย — เพราะบอกได้ว่าใช้วัตถุดิบตัวเดียวกับที่ใช้ในงานวิจัยอ้างอิง ไม่ใช่ผงพริกไทยที่ไม่ทราบความเข้มข้น

2 กลไก: ไม่ได้เพิ่มฤทธิ์ แต่ลดการถูกกำจัดทิ้ง

  • ชะลอเอนไซม์เปลี่ยนรูปในลำไส้และตับ โดยเฉพาะกลุ่มที่จับสารเข้ากับกรดกลูคูโรนิกเพื่อขับออก · เมื่อขั้นตอนนี้ช้าลง สารสำคัญจึงอยู่ในกระแสเลือดนานขึ้น
  • รบกวนตัวขนส่งที่ผลักสารกลับออกจากเซลล์ลำไส้ ทำให้สารผ่านเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้นแทนที่จะถูกดันกลับ
  • เพิ่มการไหลเวียนเลือดบริเวณทางเดินอาหารเล็กน้อย ซึ่งอาจมีส่วนช่วยการดูดซึม
  • จุดที่เข้าใจผิดบ่อย — ไพเพอรีนไม่ได้ทำให้สารสำคัญแรงขึ้นในตัวมันเอง แต่ทำให้สารเดิมถูกกำจัดช้าลง · สิ่งที่งานวิจัยวัดได้คือระดับสารในเลือด ไม่ใช่ผลการรักษาโรค

3 ตัวเลขบนฉลาก: อ่านอย่างไรให้รู้ว่าใส่มาจริงหรือใส่มาโชว์

  • ดูปริมาณเป็นมิลลิกรัม — ถ้าไม่ระบุปริมาณเลย ก็บอกไม่ได้ว่ามีความหมายแค่ไหน
  • ดูว่าระบุเปอร์เซ็นต์ไพเพอรีนไหม เช่น “สารสกัดพริกไทยดำ (ไพเพอรีน 95%)” · ถ้าเขียนแค่ผงพริกไทยดำ ความเข้มข้นอาจต่ำกว่าหลายเท่า
  • ดูว่าจับคู่กับสารอะไร — ไพเพอรีนมีเหตุผลเมื่ออยู่กับสารที่ดูดซึมยาก เช่น เคอร์คูมิน · ถ้าอยู่กับสารที่ดูดซึมได้ดีอยู่แล้ว เหตุผลก็น้อยลง
  • มากไม่ได้แปลว่าดี — ปริมาณเกินจำเป็นเพิ่มโอกาสระคายกระเพาะและเพิ่มโอกาสรบกวนยา
  • 4 เกณฑ์ที่ใช้เทียบได้จริง — (1) สารสกัดที่มีเครื่องหมายการค้า ™/® (2) ปริมาณเต็มโดสตามงานวิจัยอ้างอิง (3) มีเลข อย. (4) ผ่านการรับรองฮาลาล

4 ทางเลือกอื่นที่ใช้แก้ปัญหาการดูดซึม

  • ฟอสโฟลิพิดคอมเพล็กซ์ (ไฟโตโซม) — จับสารสกัดกับฟอสโฟลิพิดเพื่อให้ผ่านผนังลำไส้ได้ดีขึ้น
  • ลิโพโซม — ห่อสารไว้ในถุงไขมันสองชั้น ใช้มากกับวิตามินซี กลูตาไธโอน และแร่ธาตุบางตัว
  • ฐานน้ำมันในซอฟต์เจล — สำหรับสารที่ละลายในไขมัน การอยู่ในน้ำมันตั้งแต่ต้นช่วยได้มากกว่าการเป็นผงแห้ง
  • กินพร้อมมื้อที่มีไขมัน — วิธีที่ง่ายและไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้ได้กับวิตามิน A D E K และสารสกัดที่ละลายในไขมัน
  • สรุปคือมีหลายทาง ไพเพอรีนเป็นหนึ่งในนั้น ไม่ใช่ทางเดียวและไม่ใช่ทางที่ดีที่สุดเสมอไป
BLB U เลือกอีกแนวทางหนึ่งคือใช้ฐานน้ำมันในซอฟต์เจลแทนการพึ่งตัวช่วยดูดซึมจากภายนอก — มีน้ำมันรำข้าว น้ำมันงา และน้ำมันเพอริลลาเป็นฐานให้สารสกัดรวม 13 ชนิด ทั้งเบต้ากลูแคนจากยีสต์ 90% เห็ด 4 ชนิด ถั่งเช่า โสมเกาหลี ขิง พลูคาว และโคเอนไซม์คิวเท็น ระบุปริมาณสารสำคัญรายตัวบนฉลาก มีเลข อย. 26-1-10867-5-0049 และผ่านการรับรองฮาลาล

5 ใครควรเลี่ยง และคำถามที่ควรถามเภสัชกร

  • ผู้ที่กินยาประจำหลายชนิด — กลไกเดียวกับที่ทำให้ดูดซึมสารสกัดดีขึ้น ก็ทำให้ระดับยาบางตัวในเลือดเปลี่ยนได้ ต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
  • ผู้ที่มีแผลในกระเพาะ กรดไหลย้อน หรือกระเพาะไว — ความเผ็ดร้อนอาจทำให้แสบท้องมากขึ้น ควรกินพร้อมอาหาร
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร — ข้อมูลความปลอดภัยที่ปริมาณเข้มข้นยังจำกัด ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่กำลังจะผ่าตัด — ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้าว่ากินอาหารเสริมอะไรอยู่บ้าง
  • คำถามที่ควรถาม — ในสูตรนี้ใส่ไพเพอรีนกี่มิลลิกรัม ระบุเปอร์เซ็นต์หรือไม่ ใส่มาเพื่อสารตัวไหน และชนกับยาที่กินอยู่หรือเปล่า

6 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กินพริกไทยป่นในครัวแทนได้ไหม

ในแง่ของอาหารกินได้ตามปกติ แต่ใช้แทนสารสกัดที่ระบุความเข้มข้นไม่ได้ · พริกไทยป่นทั่วไปมีไพเพอรีนไม่แน่นอน และต้องกินปริมาณมากจนระคายกระเพาะก่อนจะถึงระดับที่งานวิจัยใช้

ไบโอเพอรีนช่วยให้ผอมลงไหม

ไม่ใช่หน้าที่ของมัน · ไพเพอรีนถูกใส่มาเพื่อช่วยการดูดซึมของสารอื่นเป็นหลัก · การอ้างว่าช่วยลดน้ำหนักเป็นคำโฆษณาที่เกินขอบเขตของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตามกฎหมายไทย

กินตอนไหนดี

ตามที่ฉลากของแต่ละผลิตภัณฑ์ระบุ · โดยทั่วไปแนะนำให้กินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที เพื่อลดการระคายเคืองกระเพาะ และเพราะสารสกัดที่มันไปช่วยดูดซึมมักละลายในไขมันอยู่แล้ว

ถ้าผลิตภัณฑ์ไม่มีไพเพอรีน แปลว่าคุณภาพแย่กว่าไหม

ไม่จำเป็น · หลายสูตรใช้วิธีอื่นแก้ปัญหาการดูดซึม เช่น ลิโพโซม ไฟโตโซม หรือฐานน้ำมัน · สิ่งที่ควรดูคือสูตรนั้นระบุปริมาณสารสำคัญชัดเจนหรือไม่ มากกว่าดูว่ามีไพเพอรีนหรือเปล่า

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ไพเพอรีนอาจรบกวนระดับยาบางชนิดในเลือด · ผู้ที่กินยาประจำต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้เสมอ
  • ผู้ที่มีแผลในกระเพาะอาหารหรือกรดไหลย้อน ควรระวังเพราะอาจระคายเคืองเพิ่มขึ้น
  • แจ้งแพทย์ทุกครั้งก่อนผ่าตัดว่ากำลังใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดใดอยู่
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Atal N, Bedi KL — Bioenhancers: Revolutionary concept to market. Journal of Ayurveda and Integrative Medicine.
  2. Shoba G, et al. — Influence of piperine on the pharmacokinetics of curcumin in animals and human volunteers. Planta Medica.
  3. Bhardwaj RK, et al. — Piperine, a major constituent of black pepper, inhibits human P-glycoprotein and CYP3A4. Journal of Pharmacology and Experimental Therapeutics.
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →