โทษของกำยาน (Boswellia) มีอะไรบ้าง? ท้องไส้ปั่นป่วน กรดไหลย้อน ผื่น กินคู่ยาละลายลิ่มเลือด–ยาแก้ปวดได้ไหม ตั้งครรภ์กินได้หรือเปล่า และใครควรเลี่ยง

โทษของกำยาน (Boswellia serrata) ที่พบบ่อยคือ อาการทางเดินอาหาร ได้แก่ คลื่นไส้ แสบท้อง กรดไหลย้อน ท้องเสีย และปวดท้อง ส่วนผื่นแพ้พบได้น้อย และพบมากกว่าในผลิตภัณฑ์แบบทา · ในงานวิจัยระยะสั้นถึงปานกลาง ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ทนได้ดี ไม่พบปัญหาร้ายแรง · ข้อที่ต้องระวังจริงคือ การกินคู่ยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด และยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ซึ่งคนปวดข้อมักกินอยู่แล้ว · ส่วน หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรควรเลี่ยง เพราะข้อมูลความปลอดภัยไม่พอและมีข้อมูลดั้งเดิมเรื่องการกระตุ้นมดลูก

ท้องไส้
คลื่นไส้ แสบท้อง
กรดไหลย้อน
NSAIDs
ระวังเรื่องกระเพาะ
เมื่อกินคู่
AKBA
สารที่ใช้วัดมาตรฐาน
ดูบนฉลาก

เรื่องแรกคือผลข้างเคียงที่พบจริง และวิธีลดอาการ · เรื่องที่สองคือยาที่ต้องระวัง โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือดและยาแก้ปวด · เรื่องที่สามคือกลุ่มคนที่ควรเลี่ยง รวมถึงการตั้งครรภ์ · เรื่องสุดท้ายคือสารสกัดแต่ละแบบต่างกัน ทำให้ความเสี่ยงและผลไม่เท่ากัน · ถ้ายังไม่รู้จักสมุนไพรตัวนี้ อ่าน กำยาน (Boswellia) คืออะไร ก่อนได้

1 คำตอบตรง ๆ: โทษและผลข้างเคียงของกำยานมีอะไรบ้าง

กำยานที่ใช้เป็นอาหารเสริมคือยางไม้ (resin) จากต้น Boswellia serrata สารสำคัญคือกลุ่มกรดบอสเวลลิก (boswellic acids) ผลข้างเคียงที่มีรายงานในงานวิจัยส่วนใหญ่ไม่รุนแรง และกลุ่มที่พบบ่อยที่สุดคือทางเดินอาหาร

  • คลื่นไส้ แสบท้อง — พบบ่อยที่สุดในกลุ่มผลข้างเคียงทั้งหมด โดยเฉพาะเมื่อกินตอนท้องว่าง
  • กรดไหลย้อน เรอเปรี้ยว — บางคนรู้สึกแสบร้อนกลางอก ยิ่งชัดในคนที่มีกรดไหลย้อนอยู่เดิม
  • ท้องเสีย ท้องอืด ปวดท้อง — พบได้ประปราย
  • ผื่นแพ้ — แบบกินพบน้อย ส่วนแบบทา (ครีม น้ำมันหอมระเหยกำยาน) อาจทำให้เกิดผื่นแพ้สัมผัส (contact dermatitis) ได้
  • ปวดหัว เวียนหัว — มีรายงานบ้าง ไม่ชัดว่าเกี่ยวโดยตรง

สรุปคือ สำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดี กำยานไม่ใช่สมุนไพรที่อันตรายสูง แต่ความเสี่ยงเปลี่ยนไปมากเมื่อคนที่กินมียาประจำ มีโรคกระเพาะ หรือกำลังตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องอ่านหัวข้อถัดไปให้ละเอียด

2 ตาราง: ผลข้างเคียง → พบบ่อยแค่ไหน → ทำอย่างไร

อาการ พบบ่อยแค่ไหน (เชิงคุณภาพ) ควรทำอย่างไร
คลื่นไส้ แสบท้อง พบบ่อยที่สุดในกลุ่ม แต่โดยรวมยังไม่มาก กินพร้อมหรือหลังอาหาร ไม่กินตอนท้องว่าง
กรดไหลย้อน พบได้ โดยเฉพาะคนที่เป็นอยู่เดิม ไม่กินก่อนนอนทันที ถ้าแย่ลงให้หยุด
ท้องเสีย ท้องอืด พบประปราย ดื่มน้ำให้พอ ถ้าเป็นต่อเนื่องเกินไม่กี่วันให้หยุด
ผื่นผิวหนัง (แบบทา) พบน้อย ทดสอบที่ท้องแขนก่อนใช้ ถ้าแดงคันให้ล้างออกและหยุดใช้
ลมพิษ หน้าบวม หายใจลำบาก พบได้ยากมาก ภาวะแพ้รุนแรง ไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันที

อาการทางเดินอาหารส่วนใหญ่ลดลงได้เพียงแค่ย้ายเวลากินมาเป็นหลังอาหาร เรื่องเวลาและการแบ่งมื้ออ่านละเอียดได้ที่ กำยานกินตอนไหน ถ้าทำแล้วยังแสบท้องต่อเนื่อง ไม่ควรฝืนกิน เพราะอาจเป็นสัญญาณว่ากระเพาะไม่ทนสมุนไพรตัวนี้

3 กินคู่ยาละลายลิ่มเลือด ยาแก้ปวด และยาอื่นได้ไหม

ยาหรือภาวะ ความเสี่ยง ควรทำอย่างไร
ยาละลายลิ่มเลือด / ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น วาร์ฟาริน แอสไพริน โคลพิโดเกรล) เชิงทฤษฎี กำยานอาจมีผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือด ทำให้เลือดออกง่ายขึ้น ข้อมูลในคนยังน้อย ไม่ควรเริ่มเอง ต้องถามแพทย์ผู้สั่งยาก่อน
ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เช่น ไอบูโพรเฟน นาพรอกเซน ไดโคลฟีแนค) ทั้งคู่ระคายกระเพาะได้ กินรวมกันอาจเพิ่มอาการแสบท้อง แจ้งแพทย์หรือเภสัชกร สังเกตอาการปวดท้อง ถ่ายดำ
ยาที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงที่ตับ อาจมีผลต่อเอนไซม์ตับที่ใช้ทำลายยาบางตัว ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากห้องทดลอง ผู้ที่กินยาประจำหลายตัวควรนำฉลากไปถามเภสัชกร
ยากดภูมิคุ้มกัน กำยานถูกศึกษาเรื่องการปรับการอักเสบ อาจซ้อนกับยาได้เชิงทฤษฎี ปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อน
ผู้ที่จะผ่าตัดหรือถอนฟัน เกี่ยวกับเรื่องเลือดออก แจ้งแพทย์ล่วงหน้าและหยุดตามที่แพทย์แนะนำ

ปัญหาในชีวิตจริงคือ คนที่สนใจกำยานมักเป็นผู้สูงอายุที่ปวดเข่า ซึ่งหลายคนกินแอสไพรินหรือยาละลายลิ่มเลือดอยู่แล้ว และกินยาแก้ปวดเป็นระยะ อีกทั้งมักกินสมุนไพรต้านการอักเสบหลายตัวซ้อนกัน เช่น ขมิ้นชัน ขิง หรือน้ำมันปลา ซึ่งแต่ละตัวมีประเด็นเรื่องเลือดออกของตัวเอง ถ้ากินขมิ้นชันอยู่ด้วย อ่าน โทษของขมิ้นชัน ประกอบ และอย่าเริ่มหลายตัวพร้อมกัน

4 ตั้งครรภ์และให้นมบุตร กินกำยานได้หรือเปล่า

คำตอบสั้นคือ ควรเลี่ยง เหตุผลมี 2 ข้อ ข้อแรกคือยังไม่มีงานวิจัยด้านความปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์ที่เพียงพอ ข้อที่สองคือในตำราการแพทย์ดั้งเดิมบางแห่งมีการกล่าวถึงกำยานว่าอาจกระตุ้นการบีบตัวของมดลูกหรือเพิ่มการไหลเวียนเลือดในอุ้งเชิงกราน แม้ข้อมูลนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันด้วยงานวิจัยสมัยใหม่ แต่เมื่อไม่มีข้อมูลยืนยันความปลอดภัย การไม่ใช้ช่วงตั้งครรภ์จึงเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล

  • ตั้งครรภ์ — ไม่ควรกิน ถ้ามีอาการปวดข้อหรือปวดหลังระหว่างตั้งครรภ์ ให้ปรึกษาแพทย์ที่ฝากครรภ์
  • วางแผนตั้งครรภ์ — ควรหยุดก่อน และแจ้งแพทย์เรื่องสมุนไพรทั้งหมดที่ใช้อยู่
  • ให้นมบุตร — ข้อมูลไม่พอว่าผ่านน้ำนมหรือไม่ จึงควรเลี่ยง
  • น้ำมันหอมระเหยกำยาน — ใช้สูดดมหรือทาเจือจางเป็นคนละเรื่องกับการกินสารสกัด แต่ก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ช่วงตั้งครรภ์

5 ขนาด สารสกัดมาตรฐาน และระยะเวลาที่เพิ่มความเสี่ยง

กำยานในท้องตลาดต่างกันมาก บางผลิตภัณฑ์เป็นผงยางไม้ บางผลิตภัณฑ์เป็นสารสกัดมาตรฐานที่ระบุปริมาณกรดบอสเวลลิก และบางตัวเพิ่มความเข้มข้นของสาร AKBA (acetyl-11-keto-β-boswellic acid) ซึ่งเป็นสารที่ถูกศึกษามากที่สุดตัวหนึ่ง

  • ขนาดต่างกันตามชนิดสารสกัด — งานวิจัยใช้ตั้งแต่ราวร้อยกว่ามิลลิกรัมต่อวันสำหรับสารสกัดเข้มข้น ไปจนถึงหลายร้อยมิลลิกรัมต่อวันสำหรับสารสกัดทั่วไป จึงเทียบข้ามยี่ห้อไม่ได้ ต้องดูตามที่ฉลากระบุ
  • ระยะเวลาในงานวิจัย — ส่วนใหญ่ไม่กี่สัปดาห์ถึงราว 6 เดือน ข้อมูลการใช้ต่อเนื่องนานกว่านั้นยังจำกัด
  • ขนาดสูงขึ้น = ท้องไส้มากขึ้น — อาการทางเดินอาหารมักชัดขึ้นเมื่อเพิ่มขนาดเกินที่ฉลากแนะนำ
  • สูตรรวม — หลายผลิตภัณฑ์รวมกำยานกับขมิ้นชัน กลูโคซามีน หรือสารอื่น ข้อควรระวังต้องนับรวมทุกตัว

วิธีที่ใช้ได้จริงคือ เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเลข อย. ระบุชนิดสารสกัดและปริมาณชัด กินตามฉลาก จดอาการปวดก่อนเริ่มและหลังกินเป็นระยะ ถ้าราว 2–3 เดือนแล้วไม่ต่างจากเดิม ก็ไม่มีเหตุผลที่จะกินต่อ

6 ใครควรเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน

  • หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร — ควรเลี่ยง
  • ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด — ห้ามเริ่มเอง ต้องถามแพทย์
  • ผู้ที่มีแผลในกระเพาะ กรดไหลย้อนรุนแรง — อาการอาจแย่ลง
  • ผู้ที่กินยาแก้ปวด NSAIDs เป็นประจำ — ระวังเรื่องกระเพาะ
  • ผู้ที่มีโรคภูมิต้านตัวเองหรือกินยากดภูมิ — ปรึกษาแพทย์ผู้ดูแล
  • ผู้ที่แพ้พืชวงศ์ Burseraceae (วงศ์เดียวกับมดยอบ) หรือเคยแพ้น้ำมันหอมระเหยกำยาน
  • เด็ก — ไม่มีข้อมูลเพียงพอ
  • ผู้ที่จะผ่าตัด — แจ้งแพทย์ล่วงหน้า

สำหรับคนที่กำลังมองหาอาหารเสริมข้อตัวอื่น ทุกตัวมีข้อควรระวังของตัวเอง เช่น MSM คือสารกำมะถันอินทรีย์ที่ก็มีหลักฐานจำกัดเช่นกัน ไม่มีตัวไหนแทนการคุมน้ำหนัก การออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อต้นขา และการรักษาตามแพทย์ได้

Lipo D3 ให้วิตามินดี 3 ในรูปลิโพโซม 100 มก. พร้อมสารที่ทำงานร่วมกันเรื่องกระดูก — แมกนีเซียมซิเตรต 175 มก. แมกนีเซียมออกไซด์ 50 มก. วิตามินซี 100 มก. ไฟโตสเตอรอล 20 มก. และวิตามินเค 2 · ระบุปริมาณสารสำคัญรายตัวบนฉลาก มีเลข อย. 26-1-10867-5-0048 และผ่านการรับรองฮาลาล · ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ เพราะมีวิตามินเค 2 · Lipo D3 ไม่มีกำยานในสูตร เป็นการดูแลอีกด้าน คือกระดูกและกล้ามเนื้อที่พยุงข้อ ผ่านวิตามินดี แมกนีเซียม และวิตามินเค 2 · มีโปรตีนถั่วเหลือง ผู้ที่แพ้ถั่วเหลืองควรเลี่ยง · ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดต้องถามแพทย์ก่อน · กินตามที่ฉลากระบุ

7 เมื่อไรต้องหยุดและพบแพทย์

  • ไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 — ผื่นลมพิษ หน้าหรือปากบวม หายใจลำบาก
  • หยุดและพบแพทย์ทันที — ปวดแสบท้องมาก อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ โดยเฉพาะในผู้ที่กินยาแก้ปวดร่วมด้วย
  • พบแพทย์ผู้สั่งยา — จ้ำเลือดง่าย เลือดกำเดาไหลไม่หยุด เหงือกเลือดออก ในผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด
  • พบแพทย์ — ข้อบวมแดงร้อน มีไข้ ปวดข้อมากตอนกลางคืน หรือปวดข้อหลายข้อพร้อมกัน ซึ่งอาจเป็นข้ออักเสบที่ต้องได้รับการวินิจฉัย

อาการปวดข้อที่เป็นต่อเนื่องหลายสัปดาห์ควรได้รับการตรวจหาสาเหตุ ไม่ควรพึ่งสมุนไพรเพียงอย่างเดียว

8 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กำยานมีผลข้างเคียงไหม?

มีได้ ส่วนใหญ่เป็นอาการทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ แสบท้อง กรดไหลย้อน ท้องเสีย · มักลดลงเมื่อกินหลังอาหาร · ผื่นแพ้พบน้อยและพบมากกว่าในแบบทา

กำยานกินคู่ยาละลายลิ่มเลือดได้ไหม?

ไม่ควรเริ่มเอง เพราะเชิงทฤษฎีกำยานอาจมีผลต่อเกล็ดเลือดและเพิ่มโอกาสเลือดออก · ต้องถามแพทย์ผู้สั่งยาก่อนเสมอ

กำยานกินคู่ยาแก้ปวดได้ไหม?

ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ระคายกระเพาะอยู่แล้ว การกินร่วมกับกำยานอาจเพิ่มอาการแสบท้อง · ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกร และสังเกตอาการถ่ายดำหรือปวดท้องมาก

คนท้องกินกำยานได้ไหม?

ควรเลี่ยง เพราะข้อมูลความปลอดภัยไม่พอ และมีข้อมูลดั้งเดิมว่าอาจกระตุ้นมดลูก · ช่วงให้นมบุตรก็ควรเลี่ยงเช่นกัน

กำยานกินได้นานแค่ไหน?

งานวิจัยส่วนใหญ่ใช้ไม่กี่สัปดาห์ถึงราว 6 เดือน ข้อมูลระยะยาวกว่านั้นยังจำกัด · ควรกินตามที่ฉลากระบุและประเมินผลที่ราว 2–3 เดือน

กำยานกับขมิ้นชันกินพร้อมกันได้ไหม?

หลายผลิตภัณฑ์รวมสองตัวนี้ไว้ด้วยกัน แต่ทั้งคู่มีข้อควรระวังเรื่องกระเพาะและยาละลายลิ่มเลือด · ผู้ที่มียาประจำควรปรึกษาเภสัชกรก่อน และไม่ควรเริ่มพร้อมกัน

ใครไม่ควรกินกำยาน?

หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร เด็ก ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด ผู้ที่มีแผลในกระเพาะ และผู้ที่เคยแพ้กำยาน ควรเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • กำยาน (Boswellia) ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ยา ไม่ได้รักษาโรคข้อเข่าเสื่อม รูมาตอยด์ หรือโรคลำไส้อักเสบ หลักฐานในคนยังเป็นงานขนาดเล็กและสารสกัดแต่ละสูตรต่างกันมาก ห้ามใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง
  • ผื่นลมพิษ หน้าหรือปากบวม หายใจลำบาก หลังกินหรือทากำยาน ต้องไปโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ทันที · ปวดแสบท้องมาก อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ ระหว่างกินกำยานร่วมกับยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ต้องหยุดและพบแพทย์ทันที · จ้ำเลือดง่าย เลือดกำเดาไหลไม่หยุด ในผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด หรือข้อบวมแดงร้อนร่วมกับไข้ ต้องพบแพทย์
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด ห้ามเริ่มกำยานเอง และควรแจ้งแพทย์เรื่องผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินเคทุกชนิด
  • อย่าเริ่มสมุนไพรต้านการอักเสบหลายตัวพร้อมกัน เช่น กำยาน ขมิ้นชัน ขิง เพราะข้อควรระวังเรื่องกระเพาะและเลือดออกจะซ้อนกัน
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. NIH MedlinePlus — Indian Frankincense (Boswellia serrata)
  2. Cochrane — Herbal therapy for treating osteoarthritis
  3. Memorial Sloan Kettering Cancer Center — About Herbs: Boswellia
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →