คามูคามู vs มะขามป้อม (Amla) ต่างกันยังไง? ผลไม้วิตามินซีธรรมชาติคู่ไหนให้วิตามินซีมากกว่า มีสารอะไรมาด้วย กินคู่กันได้ไหม กินตอนไหน และโทษที่ต้องรู้

คามูคามู (Camu Camu, Myrciaria dubia) กับมะขามป้อม (Amla, Phyllanthus emblica) เป็นผลไม้เปรี้ยวที่ถูกขายในฐานะ “วิตามินซีธรรมชาติ” ทั้งคู่ แต่ต่างกันทั้งปริมาณวิตามินซีและสารที่มาด้วย — คามูคามู เป็นผลไม้จากลุ่มน้ำแอมะซอน เนื้อสดมีวิตามินซีราว 2 กรัมต่อ 100 กรัม จึงถูกใช้เป็นแหล่งวิตามินซีเข้มข้นในผงผลไม้ · มะขามป้อม เป็นผลไม้ในเอเชียที่มีวิตามินซีน้อยกว่าหลายเท่า (ราว 450–600 มก. ต่อ 100 กรัมเมื่อสด) แต่มี แทนนินและกรดแกลลิกสูง และมีงานวิจัยในคนเรื่องหลอดเลือดและน้ำตาลมากกว่า · กินคู่กันได้ในผู้ใหญ่ทั่วไป สิ่งที่ต้องดูจริงคือ ตัวเลขวิตามินซีบนฉลาก เพราะการอบแห้งทำให้วิตามินซีหายไปได้มาก

75 / 90 มก.
วิตามินซีที่ควรได้ต่อวัน
หญิง / ชาย ผู้ใหญ่ (NIH)
2,000 มก.
ระดับสูงสุดที่รับได้ต่อวัน
ของวิตามินซีในผู้ใหญ่
+35 มก.
วิตามินซีที่คนสูบบุหรี่
ควรได้เพิ่มต่อวัน

บทความนี้ไม่ได้อธิบายแต่ละตัวซ้ำ (อ่านได้ที่ คามูคามู คืออะไร และ มะขามป้อม (Amla) คืออะไร) แต่จะตอบคำถามที่คนเทียบสองตัวนี้สงสัยที่สุด · เรื่องแรกคือตารางเทียบ · เรื่องที่สองคือนอกจากวิตามินซีแล้วต่างกันตรงไหน · เรื่องที่สามคืองานวิจัยในคนพบอะไร · เรื่องที่สี่คือเลือกตามโจทย์ · เรื่องสุดท้ายคือกินคู่กัน วิธีกิน และโทษที่ต้องรู้ · ถ้าอยากเทียบคามูคามูกับผลไม้วิตามินซีอีกตัว อ่าน คามูคามู vs อะเซโรลา

1 ตารางเทียบตรง ๆ: คามูคามู vs มะขามป้อม

ประเด็น คามูคามู มะขามป้อม (Amla)
แหล่งที่มา ไม้พุ่มริมน้ำในเปรู บราซิล (แอมะซอน) ต้นไม้ในอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทย
วิตามินซีในผลสด (โดยประมาณ) ราว 1,800–2,800 มก. ต่อ 100 ก. (สูงมาก) ราว 450–600 มก. ต่อ 100 ก.
สารเด่นที่มาด้วย แอนโทไซยานินในเปลือก เอลลาจิกแอซิด ฟลาโวนอยด์ แทนนินกลุ่มเอลลาจิแทนนิน กรดแกลลิก ฟลาโวนอยด์
รสชาติ เปรี้ยวจัด ไม่นิยมกินสด เปรี้ยวฝาดแล้วหวานตาม คนไทยกินสดและดอง
รูปแบบที่ขาย ผงผลไม้ หรือสารสกัดในสูตรวิตามินซีธรรมชาติ ผลสด น้ำมะขามป้อม ผง สารสกัดแคปซูล ยาตำรับตรีผลา
งานวิจัยในคน น้อย มีงานเล็กเรื่องตัวบ่งชี้ภาวะออกซิเดชัน มากกว่า มีงานเล็กเรื่องหลอดเลือด น้ำตาล และไขมันในเลือด
ข้อกังวลเด่น วิตามินซีขนาดสูงทำให้ท้องเสีย นิ่วในไตในคนเสี่ยง ท้องเสีย แสบท้อง อาจเสริมฤทธิ์ยาต้านเกล็ดเลือดและยาเบาหวาน

สรุปสั้น ๆ คือ ถ้าดูเฉพาะวิตามินซี คามูคามูชนะ ส่วน ถ้าดูงานวิจัยในคนและสารกลุ่มแทนนิน มะขามป้อมมีมากกว่า · แต่ตัวเลขวิตามินซีของผลสดใช้กับผงแห้งไม่ได้ เพราะความร้อน แสง และออกซิเจนทำลายวิตามินซีระหว่างแปรรูปและเก็บรักษา

2 นอกจากวิตามินซีแล้ว ต่างกันตรงไหน

  • คามูคามู — “วิตามินซีเข้มข้น” เป็นจุดขายหลัก เพราะวิตามินซีสูงมาก ผงคามูคามูปริมาณน้อยก็ให้วิตามินซีได้ถึงระดับที่ควรได้ต่อวัน · นอกจากนั้นมีแอนโทไซยานินในเปลือกและโพลีฟีนอลอื่น แต่ข้อมูลในคนยังน้อย รายละเอียดวิธีกินอ่านที่ คามูคามู กินตอนไหน
  • มะขามป้อม — แทนนินและรสฝาดเป็นตัวตน รสฝาดมาจากแทนนินกลุ่มเอลลาจิแทนนินและกรดแกลลิก ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกกลุ่มที่ไม่ใช่วิตามินซี · มะขามป้อมเป็นผลไม้ในตำรับอายุรเวทและตำรับยาไทย เช่น ตรีผลา และมีการใช้เป็นใยอาหารร่วมด้วยเมื่อกินทั้งผล

อีกเรื่องที่สำคัญคือ ร่างกายใช้วิตามินซีจากผลไม้กับจากเม็ดสังเคราะห์ได้ใกล้เคียงกัน ข้อดีของผลไม้คือได้สารอื่นมาด้วย ไม่ใช่ว่าวิตามินซีจากผลไม้ “แรงกว่า” · วิตามินซียังเป็นสารที่ร่างกายต้องใช้สร้างคอลลาเจน ดูความเชื่อมโยงนี้ที่ คอลลาเจนกับวิตามินซี

3 งานวิจัยในคนพบอะไร และไม่พบอะไร

หัวข้อ คามูคามู มะขามป้อม
ภาวะออกซิเดชันและการอักเสบ งานของ Inoue และคณะ (2008) ในชายสูบบุหรี่ 20 คน ดื่มน้ำคามูคามู 70 มล. (วิตามินซีราว 1,050 มก.) 7 วัน พบตัวบ่งชี้ภาวะออกซิเดชันและการอักเสบลดลง ขณะที่กลุ่มเม็ดวิตามินซีขนาดเท่ากันไม่พบ งานขนาดเล็กหลายชิ้นพบตัวบ่งชี้ภาวะออกซิเดชันลดลง
การทำงานของหลอดเลือด ยังไม่มีงานที่ชัด งานของ Usharani และคณะ (2013) ในผู้ที่มีเบาหวานชนิดที่ 2 พบค่าการทำงานของผนังหลอดเลือดดีขึ้นหลังกินสารสกัด 12 สัปดาห์
น้ำตาลและไขมันในเลือด ยังไม่มีงานในคนที่ชัด งานขนาดเล็กพบค่าน้ำตาลและไขมันลดลงเล็กน้อย แต่ไม่ใช่การรักษา
ภูมิคุ้มกันและหวัด ไม่มีงานเฉพาะ ใช้หลักฐานของวิตามินซีโดยรวม ไม่มีงานเฉพาะ

ข้อที่ควรรู้คือ งานของทั้งสองตัวเป็นงานขนาดเล็ก ระยะสั้น และใช้รูปแบบเฉพาะ (น้ำผลไม้หรือสารสกัดมาตรฐาน) ผลจึงใช้กับผงผลไม้ทุกยี่ห้อไม่ได้ · ส่วนเรื่องหวัด งานรวมผลของวิตามินซีพบว่า การกินประจำไม่ได้ลดโอกาสเป็นหวัดในคนทั่วไป แต่อาจทำให้ระยะเวลาเป็นหวัดสั้นลงเล็กน้อย

4 เลือกตามโจทย์: ตัวไหนเหมาะกับใคร

สถานการณ์ ตัวที่มักถูกพิจารณา เหตุผล
อยากได้วิตามินซีจากธรรมชาติในปริมาณน้อย ๆ คามูคามู วิตามินซีต่อกรัมสูงมาก แต่ดูตัวเลขวิตามินซีบนฉลากเสมอ
กินผลไม้น้อย อยากได้โพลีฟีนอลด้วย มะขามป้อม ได้ทั้งวิตามินซีและแทนนิน หาได้ง่ายในไทย กินสดได้
สูบบุหรี่ เพิ่มวิตามินซีจากอาหาร ต้องการวิตามินซีมากกว่าคนทั่วไปวันละ 35 มก. แต่การเลิกบุหรี่สำคัญที่สุด
กรดไหลย้อน ท้องไส้ไว ระวังทั้งสองตัว รสเปรี้ยวและกรดอาจทำให้แสบท้อง กินหลังอาหาร
กินยาต้านเกล็ดเลือดหรือยาเบาหวาน ปรึกษาแพทย์ก่อนมะขามป้อมขนาดสูง อ่านรายละเอียดที่ โทษของมะขามป้อม

ถ้าโจทย์คือวิตามินซีอย่างเดียว ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ได้ครบจากผลไม้วันละ 2 ส่วน เช่น ฝรั่ง ส้ม มะละกอ · ปริมาณที่เหมาะดูได้ที่ วิตามินซีควรกินวันละเท่าไร

BLB C เป็นผงชงที่รวมคอลลาเจนจากปลา 3 โมเลกุล (ได/ไตร/เปปไทด์ 5,000 / 3,000 / 2,000 มก.) กับแอล-กลูตามีน 1,480 มก. วิตามินบีรวม PANMOL® 375 มก. แอสตาแซนธิน 300 มก. แอล-กลูตาไธโอน 250 มก. Telosir™ จากอาสตรากาลัส 200 มก. บลัดออเรนจ์ 100 มก. ซิงค์ 70 มก. พร้อมวิตามินซี วิตามินบี 12 และสารสกัดอะเซโรลาเชอร์รีกับคามูคามู · ระบุปริมาณรายตัวบนฉลาก มีเลข อย. 26-1-10867-5-0032 และผ่านการรับรองฮาลาล · BLB C มีสารสกัดคามูคามูและอะเซโรลาเชอร์รีร่วมกับวิตามินซี เป็นส่วนเสริมของสูตรคอลลาเจน เพราะร่างกายต้องใช้วิตามินซีในการสร้างคอลลาเจน · ปริมาณวิตามินซีรวมให้ดูตัวเลขบนฉลาก แล้วนับรวมกับวิตามินซีจากแหล่งอื่นไม่ให้เกิน 2,000 มก. ต่อวัน · ส่วนมะขามป้อมอยู่ในสูตร BLB F (500 มก. ร่วมกับใยอาหาร) ไม่ได้อยู่ใน BLB C · BLB C ไม่ใช่ยารักษาโรคผิว · ฉลากระบุสารก่อภูมิแพ้ ปลาและถั่วเหลือง · ชงวันละ 1 ซองตามที่ฉลากระบุ

5 กินคู่กันได้ไหม และกินตอนไหน

ในผู้ใหญ่สุขภาพดีกินคู่กันได้ เพราะเป็นผลไม้ทั้งคู่ และบางสูตรรวมผลไม้วิตามินซีหลายชนิดไว้ด้วยกัน หลักการกินคือ

  • นับวิตามินซีรวมจากทุกแหล่ง — ผงคามูคามู วิตามินซีเม็ด และเครื่องดื่มเสริมวิตามินรวมกันไม่ควรเกิน 2,000 มก. ต่อวัน
  • กินพร้อมหรือหลังอาหาร — ลดอาการแสบท้องจากความเปรี้ยว และวิตามินซีช่วยการดูดซึมธาตุเหล็กจากพืชในมื้อนั้น
  • แบ่งกินดีกว่ากินครั้งเดียวมาก ๆ — การดูดซึมวิตามินซีลดลงเมื่อกินครั้งละเกิน 1 กรัม
  • มะขามป้อมกินตอนไหนดี — ดูรายละเอียดเรื่องก่อนหรือหลังอาหาร และคนกรดไหลย้อนที่ มะขามป้อม กินตอนไหน
  • เก็บผงให้พ้นแสงและความชื้น — วิตามินซีสลายตัวเมื่อโดนอากาศ ปิดถุงหรือฝาให้สนิท

6 โทษของคามูคามูและมะขามป้อม และใครควรระวัง

ทั้งสองตัวเป็นผลไม้ที่กินเป็นอาหารได้ แต่ เมื่อกินเป็นสารสกัดหรือผงเข้มข้นขนาดสูง มีเรื่องที่ต้องรู้ ดังนี้ (รายละเอียดเต็มของ โทษของมะขามป้อม และ โทษของวิตามินซี)

กลุ่ม ข้อกังวล ควรทำอย่างไร
เคยเป็นนิ่วในไต หรือมีโรคไต วิตามินซีขนาดสูงเปลี่ยนเป็นออกซาเลตเพิ่มขึ้น เลี่ยงวิตามินซีขนาดสูง ปรึกษาแพทย์
ภาวะเหล็กเกิน ธาลัสซีเมียที่ต้องให้เลือด วิตามินซีเพิ่มการดูดซึมเหล็ก ไม่ควรเสริมขนาดสูงเอง
กินยาต้านเกล็ดเลือด ยาต้านการแข็งตัวของเลือด มะขามป้อมมีงานที่พบผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือด ปรึกษาแพทย์ก่อนกินสารสกัด
กินยาเบาหวาน มะขามป้อมอาจเสริมฤทธิ์ลดน้ำตาล เจาะน้ำตาลถี่ขึ้นช่วงแรก
กรดไหลย้อน แผลในกระเพาะ รสเปรี้ยวและกรดระคายเคือง กินหลังอาหาร หรือเลี่ยง
ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ข้อมูลของสารสกัดเข้มข้นจำกัด กินแบบผลไม้ได้ สารสกัดปรึกษาแพทย์

อาการที่พบบ่อยที่สุดของทั้งสองตัวเมื่อกินมากเกินคือ ท้องเสีย ท้องอืด และแสบท้อง ซึ่งมักหายเมื่อลดขนาด

7 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คามูคามูกับมะขามป้อมต่างกันยังไง?

คามูคามูมีวิตามินซีสูงกว่ามาก ราว 2 กรัมต่อเนื้อสด 100 กรัม ส่วนมะขามป้อมมีวิตามินซีราว 450–600 มก. แต่มีแทนนินและกรดแกลลิกสูง และมีงานวิจัยในคนเรื่องหลอดเลือดและน้ำตาลมากกว่า

คามูคามู คือ อะไร?

คือผลไม้จากลุ่มน้ำแอมะซอนที่มีวิตามินซีสูงที่สุดชนิดหนึ่งในโลก รสเปรี้ยวจัดจึงไม่นิยมกินสด ส่วนใหญ่ขายเป็นผงผลไม้หรือสารสกัดในสูตรวิตามินซีธรรมชาติ

มะขามป้อม คือ อะไร?

คือผลไม้ในเอเชียรวมถึงไทย ชื่ออังกฤษ Amla หรือ Indian gooseberry รสเปรี้ยวฝาดแล้วหวานตาม มีวิตามินซี แทนนิน และกรดแกลลิก ใช้ในตำรับยาไทยและอายุรเวท

คามูคามูกับมะขามป้อมกินคู่กันได้ไหม?

ในผู้ใหญ่สุขภาพดีกินคู่กันได้ แต่ต้องนับวิตามินซีรวมจากทุกแหล่งไม่ให้เกิน 2,000 มก. ต่อวัน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วในไต กินยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาเบาหวานควรปรึกษาแพทย์ก่อน

คามูคามูและมะขามป้อมกินตอนไหนดี?

กินพร้อมหรือหลังอาหารเพื่อลดอาการแสบท้อง และช่วยการดูดซึมธาตุเหล็กจากพืชในมื้อนั้น ถ้าขนาดสูงควรแบ่งกินมากกว่ากินครั้งเดียว

โทษของมะขามป้อมมีอะไรบ้าง?

เมื่อกินสารสกัดหรือผงขนาดสูงอาจทำให้ท้องเสีย แสบท้อง และกรดไหลย้อนแย่ลง อาจเสริมฤทธิ์ยาต้านเกล็ดเลือดและยาเบาหวาน ผู้ที่ใช้ยาเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

วิตามินซีจากผลไม้ดีกว่าวิตามินซีเม็ดไหม?

ร่างกายใช้วิตามินซีทั้งสองแบบได้ใกล้เคียงกัน ข้อดีของผลไม้คือได้โพลีฟีนอลและสารอื่นมาด้วย แต่ผงผลไม้ต้องดูตัวเลขวิตามินซีบนฉลาก เพราะการแปรรูปทำให้วิตามินซีลดลง

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • คามูคามูและมะขามป้อมเป็นผลไม้ที่ให้วิตามินซีตามธรรมชาติ ไม่ได้รักษาหรือป้องกันหวัด เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือโรคผิวหนัง · งานวิจัยในคนของทั้งสองตัวเป็นงานขนาดเล็กและระยะสั้น · ปริมาณวิตามินซีในผงผลไม้แต่ละยี่ห้อต่างกันมาก ต้องดูตัวเลขบนฉลาก
  • ปวดหลังหรือปวดบั้นเอวร้าวลงขาหนีบ ปัสสาวะเป็นเลือด ในผู้ที่กินวิตามินซีขนาดสูงต่อเนื่องหรือมีประวัตินิ่วในไต ต้องพบแพทย์ · ผู้ที่มีภาวะเหล็กเกิน (ฮีโมโครมาโตซิส) หรือธาลัสซีเมียที่ต้องให้เลือด ไม่ควรเสริมวิตามินซีขนาดสูงเอง เพราะเพิ่มการดูดซึมเหล็ก · เลือดออกผิดปกติ ช้ำง่าย ในผู้ที่กินยาต้านเกล็ดเลือดร่วมกับมะขามป้อมขนาดสูง ต้องหยุดและปรึกษาแพทย์
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่เคยเป็นนิ่วในไต มีโรคไต มีภาวะเหล็กเกิน หรือกินยาต้านเกล็ดเลือด-ยาเบาหวาน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มคามูคามูหรือมะขามป้อมขนาดสูง
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. National Institutes of Health, Office of Dietary Supplements. Vitamin C — Fact Sheet for Health Professionals
  2. Inoue T, et al. Tropical fruit camu-camu (Myrciaria dubia) has anti-oxidative and anti-inflammatory properties. J Cardiol. 2008;52(2):127-132
  3. Usharani P, Fatima N, Muralidhar N. Effects of Phyllanthus emblica extract on endothelial dysfunction and biomarkers of oxidative stress in patients with type 2 diabetes mellitus. Drugs R D. 2013
  4. Hemilä H, Chalker E. Vitamin C for preventing and treating the common cold. Cochrane Database Syst Rev. 2013
  5. Langley PC, et al. Antioxidant and associated capacities of Camu camu (Myrciaria dubia): a systematic review. J Altern Complement Med. 2015
  6. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →