คอลลาเจนไตรเปปไทด์ vs คอลลาเจนไฮโดรไลซ์ ต่างกันยังไง? ฉลากบอกขนาดโมเลกุลอย่างไร ทำไมบางสูตรมีหลายขนาด งานวิจัยในคนพบอะไร และเลือกอย่างไร

คอลลาเจนไฮโดรไลซ์ (Hydrolyzed collagen) คือคอลลาเจนที่ ผ่านการย่อยเป็นโมเลกุลเล็กลงจนดูดซึมได้ง่ายขึ้น ส่วนคำว่า ไตรเปปไทด์ หมายถึงชิ้นส่วนที่มี 3 กรดอะมิโนต่อกัน ซึ่งพบในเลือดหลังกินคอลลาเจนไฮโดรไลซ์บางงาน — ที่หลายคนสับสนคือ ฉลากส่วนใหญ่บอกขนาดโมเลกุลเป็นมิลลิกรัมของช่วงขนาดต่าง ๆ ไม่ได้บอกว่ามีไตรเปปไทด์แท้ ๆ เท่าไร · BLB C ใช้คอลลาเจนจากปลา 3 ขนาด ได้แก่ ไดเปปไทด์ ไตรเปปไทด์ และเปปไทด์ ในสูตรเดียวกัน · งานในคนที่พบผลต่อผิวส่วนใหญ่ใช้คอลลาเจนไฮโดรไลซ์ในปริมาณและระยะเวลาที่กำหนด ไม่ได้รับประกันผลกับทุกคน

ไฮโดรไลซ์
คอลลาเจนที่ย่อยให้โมเลกุล
เล็กลงแล้ว
3 ขนาด
BLB C ระบุได / ไตร / เปปไทด์
รายตัวบนฉลาก
16 สัปดาห์
ระยะเวลาที่งานในคนบางชิ้นใช้
วัดความชุ่มชื้นผิว

บทความนี้ไม่ได้อธิบายคอลลาเจนพื้นฐานซ้ำ (อ่านได้ที่ ชนิดของคอลลาเจนต่างกันยังไง) แต่ตอบคำถามเรื่องคำบนฉลากที่คนสงสัยที่สุด · เรื่องแรกคือตารางเทียบ · เรื่องที่สองคือโมเลกุลกับการดูดซึม · เรื่องที่สามคืองานวิจัยพบอะไร · เรื่องที่สี่คืออ่านฉลากอย่างไร · เรื่องสุดท้ายคือกินตอนไหนและข้อควรระวัง

1 ตารางเทียบตรง ๆ: ไตรเปปไทด์ vs ไฮโดรไลซ์

ประเด็น คอลลาเจนไฮโดรไลซ์ ไตรเปปไทด์ (ชิ้นส่วนเล็กสุดกลุ่ม)
ความหมาย ชื่อกระบวนการและผลิตภัณฑ์ คือคอลลาเจนที่ย่อยด้วยเอนไซม์เป็นเปปไทด์ ชิ้นส่วนที่มี 3 กรดอะมิโนต่อกัน เช่น กลุ่มกลัยซีน-โพรลีน-ไฮดรอกซีโพรลีน
ขนาดโมเลกุล หลายขนาดปนกันในผลิตภัณฑ์ทั่วไป เล็กที่สุดในกลุ่มเปปไทด์
ที่พบบนฉลาก มักบอกว่า “คอลลาเจนเปปไทด์” “ไฮโดรไลซ์” หรือช่วงน้ำหนักโมเลกุล บางยี่ห้อระบุว่าเป็นไตรเปปไทด์โดยตรง ควรดูว่าให้ปริมาณเท่าไร
หลักฐานในคน มีงานวิจัยหลายชิ้นเรื่องผิวและข้อ ใช้ปริมาณและระยะเวลาต่างกัน มีงานที่วัดการปรากฏในเลือดและงานทดลองในเซลล์ผิว
ข้อควรระวัง ผู้แพ้ปลาหรือคอลลาเจนจากแหล่งสัตว์ต้องดูฉลาก เช่นเดียวกัน และต้องดูปริมาณรวมของสูตร

สรุปสั้น ๆ คือ ไฮโดรไลซ์เป็นกระบวนการ ส่วนไตรเปปไทด์เป็นชิ้นส่วนที่เล็กที่สุดกลุ่มหนึ่ง สองคำนี้ไม่ได้แยกคุณภาพแบบขาวกับดำ และฉลากที่บอกปริมาณรายขนาดชัดจึงเทียบได้ดีกว่า

2 โมเลกุลเล็กกับการดูดซึมต่างกันอย่างไร

  • โมเลกุลเล็กลงช่วยให้ย่อยและดูดซึมได้ง่ายขึ้น คอลลาเจนดิบเป็นโมเลกุลใหญ่มาก ระบบย่อยต้องแยกเป็นเปปไทด์ก่อนดูดซึม งานศึกษาการปรากฏของชิ้นส่วนคอลลาเจนในเลือดหลังกินพบว่ามีชิ้นส่วนขนาดเล็กเข้าสู่เลือดได้ อ่านเพิ่มที่ การดูดซึมคอลลาเจนเปปไทด์
  • ขนาดหลายชั้นอาจทำงานต่างกัน ชิ้นส่วนขนาดกลางและเล็กอาจถูกดูดซึมได้เร็วกว่า ชิ้นส่วนขนาดใหญ่อาจค่อย ๆ ย่อยต่อในลำไส้ ผลที่ต่างกันยังไม่ชัดเจนในคน

การที่ BLB C ระบุได ไตร และเปปไทด์แยกเป็น 3 ขนาดบนฉลากจึงเป็นข้อมูลที่ช่วยให้เทียบกับสูตรอื่นได้ แต่ การดูดซึมจริงขึ้นกับร่างกายแต่ละคน และไม่ได้รับประกันผลที่ผิว

3 งานวิจัยในคนพบอะไร และไม่พบอะไร

หัวข้อ สิ่งที่งานพบ ข้อจำกัด
ความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นผิว งาน Proksch และคณะ (2014) และ Asserin และคณะ (2015) รายงานการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยถึงปานกลางหลังกินหลายสัปดาห์ งานขนาดเล็ก ระยะเวลาจำกัด และผลิตภัณฑ์เฉพาะที่ใช้ในงาน
ข้อและการเคลื่อนไหว งาน Clark และคณะ (2008) ในนักกีฬาที่มีอาการปวดข้อจากการออกกำลังกาย รายงานอาการดีขึ้นบ้าง กลุ่มเฉพาะ ไม่ใช่ผลต่อการป่วยทุกคน
การปรากฏของชิ้นส่วนในเลือด Iwai และคณะ (2005) พบชิ้นส่วนขนาดเล็กในเลือดหลังกินเจลาตินไฮโดรไลเซต วัดการปรากฏ ไม่ได้วัดผลทางสุขภาพ

ข้อสำคัญคือ งานส่วนใหญ่ใช้เวลาหลายสัปดาห์และให้ผลเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ไม่ควรคาดหวังให้เห็นผลเร็วหรือชัดเท่าที่โฆษณา ดูภาพรวมของคอลลาเจนที่ คอลลาเจนจากปลา vs วัว

4 อ่านฉลากอย่างไรให้เทียบได้จริง

สิ่งที่ต้องดู ทำไมสำคัญ
แหล่งคอลลาเจน เช่น ปลา วัว หรือไก่ มีผลต่อสารก่อภูมิแพ้และการใช้ตามศาสนา ฉลากต้องระบุชัด
ขนาดโมเลกุลหรือช่วงน้ำหนัก บอกว่าชิ้นส่วนส่วนใหญ่เล็กแค่ไหน ไม่ใช่แค่คำว่าไฮโดรไลซ์
ปริมาณต่อซองเป็นมิลลิกรัม เทียบกับงานวิจัยที่ใช้ปริมาณรายวันได้
สารก่อภูมิแพ้ เช่น ปลา และถั่วเหลือง ผู้แพ้ต้องหลีกเลี่ยงทุกครั้ง

สูตร BLB C ระบุแหล่งเป็นคอลลาเจนจากปลาและสารก่อภูมิแพ้ปลาบนฉลาก ผู้ที่แพ้ปลาจึงควรหลีกเลี่ยง ตัวเลขปริมาณรวมของทุกส่วนผสมดูได้บนฉลาก

BLB C เป็นผงชงที่รวมคอลลาเจนจากปลา 3 โมเลกุล (ได/ไตร/เปปไทด์ 5,000 / 3,000 / 2,000 มก.) กับแอล-กลูตามีน 1,480 มก. วิตามินบีรวม PANMOL® 375 มก. แอสตาแซนธิน 300 มก. แอล-กลูตาไธโอน 250 มก. Telosir™ จากอาสตรากาลัส 200 มก. บลัดออเรนจ์ 100 มก. ซิงค์ 70 มก. พร้อมวิตามินซี วิตามินบี 12 และสารสกัดอะเซโรลาเชอร์รีกับคามูคามู · ระบุปริมาณรายตัวบนฉลาก มีเลข อย. 26-1-10867-5-0032 และผ่านการรับรองฮาลาล · BLB C ใช้คอลลาเจนจากปลา 3 ขนาดโมเลกุลในสูตรเดียวกัน · การที่สูตรระบุขนาดโมเลกุลรายตัวบนฉลากเป็นข้อมูลที่ช่วยให้เทียบได้ แต่การดูดซึมจริงขึ้นกับร่างกายแต่ละคน · ผลที่งานวิจัยพบเรื่องผิวเป็นงานกับคอลลาเจนไฮโดรไลซ์ในปริมาณและระยะเวลาที่ระบุในงานนั้น ไม่ได้รับประกันผลที่ผิวของทุกคน · ฉลากระบุสารก่อภูมิแพ้ ปลา และถั่วเหลือง ผู้ที่แพ้ปลาควรหลีกเลี่ยง

5 กินตอนไหน กินคู่กันได้ไหม และข้อควรระวัง

  • กินตอนไหนก็ได้ที่กินสม่ำเสมอ งานส่วนใหญ่ไม่ได้บังคับเวลา บางงานกินพร้อมอาหารเพื่อให้ย่อยสะดวกขึ้น · อ่านเพิ่มที่ คอลลาเจน กินตอนไหนดี
  • กินคู่กับวิตามินซีได้ ร่างกายต้องใช้วิตามินซีในการสร้างคอลลาเจน การกินคู่กันเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลทางชีวเคมี แต่ยังไม่มีงานยืนยันผลเพิ่มในคน
  • ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ไม่รุนแรง เช่น ไม่สบายท้อง หรือรู้สึกอิ่ม ดูรายละเอียดที่ โทษของคอลลาเจน
  • ผู้ที่มีโรคไต หรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มโปรตีนหรือคอลลาเจนในปริมาณมาก

6 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คอลลาเจนไตรเปปไทด์กับคอลลาเจนไฮโดรไลซ์ต่างกันยังไง?

ไฮโดรไลซ์คือกระบวนการย่อยคอลลาเจนให้เป็นโมเลกุลเล็ก ส่วนไตรเปปไทด์คือชิ้นส่วนที่มี 3 กรดอะมิโนต่อกัน ซึ่งเป็นชิ้นส่วนเล็กสุดกลุ่มหนึ่ง ทั้งสองคำมักถูกใช้ปนกันบนฉลาก

ไตรเปปไทด์ คืออะไร?

เป็นสายกรดอะมิโนสั้นที่มี 3 หน่วยต่อกัน พบในเลือดหลังกินคอลลาเจนไฮโดรไลซ์บางงาน ควรดูฉลากว่าปริมาณที่ระบุคือปริมาณรวมหรือปริมาณเฉพาะ

คอลลาเจนกับไฮโดรไลซ์ อย่างไหนดูดซึมดีกว่า?

คอลลาเจนไฮโดรไลซ์ถูกออกแบบให้ดูดซึมได้ง่ายกว่าคอลลาเจนดิบ แต่ยังไม่มีงานเทียบตรงที่ยืนยันว่าอันไหนดีกว่าในคนอย่างชัดเจน

คอลลาเจนกินตอนไหนดี?

กินสม่ำเสมอทุกวันได้ทั้งตอนท้องว่างและพร้อมอาหาร งานส่วนใหญ่ใช้ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ จึงสำคัญที่ความสม่ำเสมอ

คอลลาเจนจากปลาต่างจากคอลลาเจนจากวัวยังไง?

ทั้งสองเป็นคอลลาเจนชนิดที่ 1 เหมือนกัน ต่างกันที่แหล่งและสารก่อภูมิแพ้ ผู้แพ้ปลาต้องเลือกจากแหล่งอื่น และผลในคนของแต่ละแหล่งยังมีงานไม่มาก

ผู้แพ้ปลากินคอลลาเจนจากปลาได้ไหม?

ไม่ควรกิน เพราะคอลลาเจนจากปลาอาจกระตุ้นอาการแพ้ได้ ผู้แพ้ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีปลาและอ่านฉลากทุกครั้ง

กินคอลลาเจนแล้วผิวจะขาวขึ้นไหม?

งานในคนบางชิ้นรายงานการเปลี่ยนแปลงความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นผิวเล็กน้อยหลังหลายสัปดาห์ แต่ไม่ควรคาดหวังผลเรื่องสีผิวหรือรับประกันผลกับทุกคน

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ปวดข้อ บวม หรือผื่นขึ้นตามข้อหลังกินคอลลาเจนแบบใหม่ ต้องพบแพทย์เพราะอาจไม่ใช่ผลจากคอลลาเจน · ปวดท้องรุนแรง ท้องเสียเรื้อรัง หรือถ่ายดำ ควรหยุดและพบแพทย์ · ผู้ที่กินแคลเซียม ยาอื่นพร้อมกันและรู้สึกผิดปกติควรปรึกษาเภสัชกร
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี
  • ผู้แพ้ปลาหรือสัตว์ทะเล ต้องอ่านฉลากสารก่อภูมิแพ้ก่อนใช้ทุกครั้ง
  • งานวิจัยคอลลาเจนในคนส่วนใหญ่เป็นงานขนาดเล็กที่ผลิตภัณฑ์เฉพาะตัว ผลที่พบไม่ได้แปลว่าทุกสูตรจะให้ผลเดียวกัน

อ้างอิง

  1. Iwai K, et al. Identification of food-derived collagen peptides in human blood after oral ingestion of gelatin hydrolysates. J Agric Food Chem. 2005;53(17):6531-6536
  2. Proksch E, et al. Oral supplementation of specific collagen peptides has beneficial effects on human skin physiology: a double-blind, placebo-controlled study. Skin Pharmacol Physiol. 2014;27(1):47-55
  3. Asserin J, et al. The effect of oral collagen peptide supplementation on skin moisture and the dermal collagen network: evaluation over a 16-week period. J Cosmet Dermatol. 2015;14(4):291-301
  4. Clark KL, et al. 24-Week study on the use of collagen hydrolysate as a dietary supplement in athletes with activity-related joint pain. Curr Med Res Opin. 2008;24(5):1485-1496
  5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →