ใส่คอนแทคเลนส์ทุกวัน ตาแห้ง แสบตาตอนบ่าย กินอะไรดี? ดูแลฟิล์มน้ำตาอย่างเข้าใจ

ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ทุกวันจำนวนมากเริ่มมีอาการตาแห้ง แสบ และตาแดงในช่วงบ่าย โดยเฉพาะเมื่อทำงานหน้าจอร่วมด้วย · บทความนี้อธิบายว่าคอนแทคเลนส์รบกวนฟิล์มน้ำตาอย่างไร วิธีปรับที่ทำได้จริง ตัวช่วยกลุ่มไหนที่มีข้อมูลรองรับ และอาการแบบใดที่ต้องหยุดใส่แล้วไปพบจักษุแพทย์ทันที

เลนส์แบ่งฟิล์มน้ำตา
ทำให้ชั้นน้ำตา
บางลงทั้งหน้าและหลังเลนส์
กะพริบน้อยลง
หน้าจอทำให้อัตราการ
กะพริบลดลงชัดเจน
ต่อมไมโบเมียน
ต่อมไขมันที่ขอบตา
ซึ่งมักอุดตันร่วมด้วย

ตาแห้งจากคอนแทคเลนส์ไม่ใช่เรื่อง “น้ำตาน้อย” อย่างเดียว · ฟิล์มน้ำตาที่ปกคลุมกระจกตามีสามชั้น คือชั้นเมือกที่ยึดกับผิวกระจกตา ชั้นน้ำตรงกลาง และชั้นไขมันด้านนอกที่ทำหน้าที่ชะลอการระเหย · เมื่อวางเลนส์ลงไป ฟิล์มน้ำตาถูกแบ่งเป็นสองส่วนหน้าและหลังเลนส์ ทำให้แต่ละส่วนบางลงและระเหยเร็วขึ้น · เมื่อบวกกับการจ้องหน้าจอซึ่งทำให้กะพริบตาน้อยลง และแอร์ที่ความชื้นต่ำ อาการจึงมาชัดในช่วงบ่ายของวันทำงาน · การแก้ที่ได้ผลต้องดูทั้งเลนส์ พฤติกรรม และสุขภาพของต่อมไขมันที่ขอบตา

1 คอนแทคเลนส์ทำอะไรกับฟิล์มน้ำตา

  • แบ่งฟิล์มน้ำตาออกเป็นสองส่วน ทำให้ชั้นน้ำตาบางลงและแตกตัวเร็วกว่าปกติ
  • เลนส์บางชนิดดูดน้ำจากผิวตา โดยเฉพาะเลนส์ที่มีปริมาณน้ำสูงเมื่อใส่ในที่อากาศแห้ง
  • รบกวนการทำงานของชั้นไขมัน ทำให้การระเหยเร็วขึ้น
  • คราบโปรตีนและไขมันสะสมบนเลนส์ เมื่อใส่นานหรือดูแลไม่ดี ทำให้ระคายและมองไม่ชัด
  • ปัจจัยร่วมที่ทำให้แย่ลง — แอร์เป่าตรงหน้า พัดลม การจ้องหน้าจอ การนอนน้อย และควันบุหรี่

2 ปรับที่การใส่เลนส์และสภาพแวดล้อม

  • ลดจำนวนชั่วโมงที่ใส่ต่อวัน และมีวันที่ใส่แว่นสลับบ้าง เป็นสิ่งที่ช่วยได้ชัดที่สุด
  • ห้ามใส่นอน เว้นแต่เป็นเลนส์ชนิดที่จักษุแพทย์อนุญาตโดยเฉพาะ เพราะเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อกระจกตาอย่างมาก
  • เปลี่ยนน้ำยาและตลับตามกำหนด ห้ามเติมน้ำยาเก่าทับ และห้ามล้างเลนส์ด้วยน้ำประปาหรือน้ำเปล่า
  • ปรับทิศทางแอร์และพัดลม ไม่ให้เป่าตรงหน้า และใช้เครื่องเพิ่มความชื้นถ้าห้องแห้งมาก
  • ใช้กติกา 20-20-20 — ทุก 20 นาที มองไกลราว 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที และตั้งใจกะพริบให้ครบ

3 ดูแลต่อมไขมันที่ขอบตา ซึ่งมักถูกลืม

  • ประคบอุ่นที่เปลือกตา วันละครั้ง ครั้งละไม่กี่นาที ช่วยให้ไขมันในต่อมไหลได้ดีขึ้น
  • ทำความสะอาดขอบตาอย่างอ่อนโยน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับเปลือกตา
  • ล้างเครื่องสำอางตาให้หมดก่อนนอน โดยเฉพาะอายไลเนอร์ที่เขียนใกล้ขอบตา ซึ่งอุดรูเปิดของต่อมได้
  • อย่าขยี้ตา เพราะทำให้กระจกตาบอบช้ำและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • ถ้ามีขอบตาแดงเป็นสะเก็ดเรื้อรัง ควรให้จักษุแพทย์ประเมิน เพราะการดูแลต่างจากตาแห้งทั่วไป

4 ตัวช่วยจากภายในที่คนมักถามถึง

  • โอเมก้า 3 — เป็นกลุ่มที่ถูกศึกษามากที่สุดในบริบทของฟิล์มน้ำตาและต่อมไขมันที่ขอบตา แม้ผลจากงานวิจัยขนาดใหญ่จะยังไม่สอดคล้องกันทั้งหมด
  • ลูทีนและซีแซนทีน — เป็นแคโรทีนอยด์ที่สะสมในจุดรับภาพ · เกี่ยวกับการดูแลดวงตาโดยรวม ไม่ใช่การแก้ตาแห้งโดยตรง
  • บิลเบอร์รี — ถูกใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลสายตาอย่างแพร่หลาย · พูดได้ในฐานะแหล่งของสารกลุ่มแอนโทไซยานิน
  • วิตามินเอ — จำเป็นต่อการทำงานปกติของเยื่อบุตา แต่ไม่ควรเสริมปริมาณสูงเองเพราะสะสมและเป็นพิษได้
  • 4 เกณฑ์ที่ใช้เทียบได้จริง — (1) สารสกัดที่มีเครื่องหมายการค้า ™/® (2) ปริมาณเต็มโดสตามงานวิจัยอ้างอิง (3) มีเลข อย. (4) ผ่านการรับรองฮาลาล
BLE เป็นผลิตภัณฑ์ชนิดผงชงดื่มก่อนนอน ระบุส่วนประกอบชัดเจน — ฟรุกโตโอลิโกแซ็กคาไรด์ 300 มก. กาบา 100 มก. น้ำพีช 100 มก. ทาร์ตเชอร์รี 20 มก. แอล-ธีอะนีน 20 มก. พร้อมสารสกัดเสาวรส บิลเบอร์รี และองุ่น มีเลข อย. 10-3-05764-5-0001 และผ่านการรับรองฮาลาล · เป็นตัวช่วยดูแลดวงตาและการพักผ่อน ไม่ใช่ยารักษาโรคตา

5 สัญญาณที่ต้องหยุดใส่เลนส์และพบจักษุแพทย์ทันที

  • ปวดตารุนแรง ตาแดงมากข้างเดียว ต้องถอดเลนส์และพบแพทย์ทันที
  • ตามัวลงเฉียบพลัน ไม่ว่าจะมีอาการปวดหรือไม่
  • สู้แสงไม่ได้ น้ำตาไหลมาก มีขี้ตาเป็นหนอง เป็นกลุ่มอาการที่ต้องแยกภาวะติดเชื้อกระจกตา
  • รู้สึกเหมือนมีอะไรติดในตาตลอดเวลาหลังถอดเลนส์ อาจมีแผลถลอกที่กระจกตา
  • อย่ารอดูอาการหรือหยอดยาที่มีสเตียรอยด์เอง เพราะอาจทำให้การติดเชื้อลุกลามเร็วขึ้น

6 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

น้ำตาเทียมใช้บ่อยแค่ไหนถึงพอดี

ควรใช้ตามที่จักษุแพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ · ผู้ที่ต้องใช้บ่อยมากในแต่ละวันควรเลือกสูตรที่ไม่มีสารกันเสีย และควรได้รับการตรวจหาสาเหตุ เพราะการต้องหยอดตลอดเวลาเป็นสัญญาณว่ายังแก้ไม่ตรงจุด

เปลี่ยนไปใช้เลนส์รายวันช่วยได้ไหม

หลายคนอาการดีขึ้นเพราะไม่มีคราบสะสมและไม่ต้องใช้น้ำยา · แต่ไม่ได้ช่วยทุกคน เพราะยังมีปัจจัยเรื่องชั่วโมงที่ใส่ ความชื้นในห้อง และสุขภาพต่อมไขมันที่ขอบตาร่วมด้วย · ควรปรึกษาจักษุแพทย์หรือนักทัศนมาตร

หยอดน้ำตาเทียมทั้งที่ใส่เลนส์อยู่ได้ไหม

ต้องเลือกสูตรที่ระบุว่าใช้ร่วมกับคอนแทคเลนส์ได้ เพราะบางสูตรมีส่วนประกอบที่สะสมในเลนส์ · อ่านฉลากทุกครั้งและถามเภสัชกรถ้าไม่แน่ใจ

กินโอเมก้า 3 แล้วตาแห้งจะหายไหม

ไม่ควรคาดหวังว่าจะหายสนิท · งานวิจัยให้ผลไม่สอดคล้องกันทั้งหมด และตาแห้งมักมีหลายสาเหตุร่วมกัน · ควรมองเป็นตัวช่วยเสริมที่ใช้ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมและการดูแลขอบตา ไม่ใช่ทางแก้เดี่ยว ๆ

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ห้ามล้างคอนแทคเลนส์ด้วยน้ำประปาหรือน้ำเปล่า และห้ามใส่นอนเว้นแต่จักษุแพทย์อนุญาต เพราะเสี่ยงติดเชื้อกระจกตา
  • หากปวดตารุนแรง ตาแดงมาก ตามัวลงเฉียบพลัน สู้แสงไม่ได้ หรือมีขี้ตาเป็นหนอง ให้ถอดเลนส์และพบจักษุแพทย์ทันที
  • ห้ามใช้ยาหยอดตาที่มีสเตียรอยด์เอง เพราะอาจทำให้การติดเชื้อลุกลาม
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Craig JP, et al. — TFOS DEWS II Definition and Classification Report. The Ocular Surface.
  2. Nichols JJ, Sinnott LT — Tear film, contact lens, and patient-related factors associated with contact lens-related dry eye. Investigative Ophthalmology & Visual Science.
  3. Downie LE, et al. — Omega-3 and omega-6 polyunsaturated fatty acids for dry eye disease. Cochrane Database of Systematic Reviews.
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →