โทษของถั่งเช่า (Cordyceps) มีอะไรบ้าง? ผลข้างเคียงที่พบจริง ใครห้ามกิน และยาที่ต้องระวัง

ถั่งเช่า (Cordyceps) คือเห็ดราที่ถูกใช้ในตำรับจีนมานาน และปัจจุบันเกือบทั้งหมดที่ขายเป็นสายพันธุ์เพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ ไม่ใช่ถั่งเช่าทิเบตจากธรรมชาติ · คำตอบสั้น ๆ ของคำถาม “ถั่งเช่ามีโทษไหม” คือ ถั่งเช่าเพาะเลี้ยงในขนาดที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารถือว่าคนทั่วไปใช้ได้ แต่มีกลุ่มคนที่ห้ามใช้ชัดเจน คือผู้ใช้ยากดภูมิและผู้มีโรคภูมิต้านตนเอง · บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรคือผลข้างเคียงที่มีรายงาน ใครห้ามใช้ ยาอะไรที่ต้องระวัง และสัญญาณที่ต้องหยุดแล้วไปพบแพทย์

สารกลุ่มคอร์ไดเซปินและโพลีแซ็กคาไรด์
คือเหตุผลที่ถั่งเช่าถูกจัด
อยู่ในกลุ่มปรับภูมิคุ้มกัน
ปรับภูมิ ≠ ปลอดภัยกับทุกคน
กลุ่มที่ต้องกดภูมิไว้
คือกลุ่มที่ห้ามใช้
ถั่งเช่าไม่ใช่ยาบำรุงไต
และไม่ได้ใช้แทน
การรักษาโรคไตของแพทย์

สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือถั่งเช่าถูกจัดอยู่ในกลุ่มสารปรับภูมิคุ้มกัน (immunomodulator) ไม่ใช่สารบำรุงทั่วไป · สารที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือคอร์ไดเซปินและโพลีแซ็กคาไรด์กลุ่มเบต้ากลูแคน ซึ่งมีข้อมูลในหลอดทดลองและสัตว์ทดลองว่ามีผลต่อการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน · นี่คือเหตุผลที่คำเตือนที่สำคัญที่สุดของถั่งเช่าไม่ได้อยู่ที่ท้องเสียหรือปวดหัว แต่อยู่ที่กลุ่มคนที่ร่างกายต้องถูกกดภูมิไว้เป็นการรักษา เช่น ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะหรือผู้ที่มีโรคภูมิต้านตนเอง · เรื่องที่สองคือการแข็งตัวของเลือด — มีข้อมูลว่าถั่งเช่าอาจมีผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือด จึงต้องระวังในผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและก่อนการผ่าตัด · เรื่องที่สามคือน้ำตาลในเลือด — มีรายงานว่าถั่งเช่าอาจมีผลลดระดับน้ำตาล ผู้ที่ใช้ยาเบาหวานจึงควรติดตามค่าน้ำตาลใกล้ชิดขึ้นเมื่อเริ่มใช้ · เรื่องสุดท้ายซึ่งเป็นความเสี่ยงที่จับต้องได้มากที่สุดในไทยคือคุณภาพของแหล่งผลิต — ผลิตภัณฑ์สมุนไพรบำรุงกำลังเป็นกลุ่มที่ อย. เคยตรวจพบการปนปลอมยาแผนปัจจุบันมาแล้วหลายครั้ง

1 ผลข้างเคียงที่มีรายงานจริง

  • ทางเดินอาหาร — คลื่นไส้ ปากแห้ง แน่นท้อง หรือถ่ายเหลว เป็นกลุ่มที่พบบ่อยที่สุดและมักดีขึ้นเมื่อกินพร้อมอาหารหรือลดขนาด
  • นอนไม่หลับหรือใจสั่นเล็กน้อย — พบในบางรายที่กินตอนเย็นหรือกินร่วมกับโสมและกาแฟในวันเดียวกัน
  • ปวดหัว เวียนหัว — พบได้ในช่วงแรกของการใช้
  • ผื่นหรืออาการแพ้ — พบไม่บ่อย แต่ผู้ที่แพ้เห็ดราหรือยีสต์มีโอกาสสูงกว่าคนทั่วไป และต้องหยุดทันทีเมื่อมีผื่นลมพิษหรือบวม
  • น้ำตาลในเลือดต่ำกว่าปกติ — ในผู้ที่ใช้ยาเบาหวานร่วมด้วย ต้องสังเกตอาการใจสั่น เหงื่อแตก มือสั่น
  • สิ่งที่ควรจำ — ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและกลับคืนได้ ประเด็นที่ต้องจริงจังคือ “ใครไม่ควรใช้” มากกว่า “กินแล้วเป็นอะไร”

2 ใครไม่ควรใช้ถั่งเช่าเลย — ส่วนที่สำคัญที่สุด

  • ผู้ที่ปลูกถ่ายอวัยวะและใช้ยากดภูมิ — เป็นข้อห้ามที่ชัดเจนที่สุด เพราะการกระตุ้นภูมิสวนทางกับเป้าหมายของการรักษาโดยตรง
  • ผู้ที่มีโรคภูมิต้านตนเอง — เช่น SLE รูมาตอยด์ โรคสะเก็ดเงินที่คุมด้วยยากดภูมิ · ต้องให้แพทย์เจ้าของไข้เป็นผู้ตัดสิน ไม่ใช่ตัดสินจากบทความ
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร — ข้อมูลความปลอดภัยไม่เพียงพอ จึงไม่แนะนำ
  • เด็ก — ไม่มีข้อมูลรองรับ และไม่ควรแบ่งขนาดผู้ใหญ่ให้เด็ก
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ หรือกำลังจะผ่าตัด — ควรหยุดล่วงหน้าราว 2 สัปดาห์และแจ้งทีมผู้รักษา
  • ผู้ที่แพ้เห็ด รา หรือยีสต์
  • สิ่งที่ควรจำ — “สมุนไพรจึงปลอดภัยกว่ายา” เป็นความเข้าใจผิดที่ทำให้กลุ่มนี้พลาดบ่อยที่สุด

3 ยาที่ต้องระวังเมื่อใช้ร่วมกับถั่งเช่า

  • ยากดภูมิคุ้มกัน — ไซโคลสปอริน ทาโครลิมัส ไมโคฟีโนเลต และสเตียรอยด์ขนาดสูง · เป็นคู่ที่ต้องปรึกษาแพทย์เท่านั้น
  • ยาเบาหวาน — เมทฟอร์มิน ซัลโฟนิลยูเรีย และอินซูลิน · เพราะถั่งเช่าอาจเสริมผลลดน้ำตาล ต้องเจาะน้ำตาลถี่ขึ้นในช่วงเริ่มใช้
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด — วาร์ฟาริน แอสไพริน โคลพิโดเกรล · เพิ่มความเสี่ยงเลือดออก
  • สมุนไพรกลุ่มกระตุ้นอื่น ๆ — โสม กาแฟ กัวรานา · การกินซ้อนหลายตัวในวันเดียวเป็นเหตุผลที่พบบ่อยของอาการใจสั่นและนอนไม่หลับ
  • ยาที่ต้องเฝ้าระดับในเลือด — ต้องแจ้งแพทย์และเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการทุกครั้ง เพราะผลตรวจที่คลาดเคลื่อนนำไปสู่การปรับยาที่ผิด
  • สิ่งที่ควรทำ — เอาฉลากทุกกล่องไปให้เภสัชกรดูครั้งเดียว เร็วและแม่นกว่าค้นเอง

4 ความเสี่ยงเรื่องคุณภาพ — เรื่องที่คนไทยเจอจริงมากกว่าผลข้างเคียง

  • การปนปลอมยาแผนปัจจุบัน — ผลิตภัณฑ์กลุ่มบำรุงกำลังและเสริมสมรรถภาพเป็นกลุ่มที่เคยตรวจพบสเตียรอยด์และยาแผนปัจจุบันปนมาแล้ว ซึ่งอันตรายกว่าตัวสมุนไพรเองมาก
  • ปริมาณสารสำคัญไม่ตรงฉลาก — สูตรที่เขียนแค่ “สารสกัดสมุนไพรรวม” ทำให้คุณไม่รู้ว่าได้ถั่งเช่ากี่มิลลิกรัม และคำนวณการซ้อนกับผลิตภัณฑ์อื่นไม่ได้
  • โลหะหนัก — เห็ดราดูดซับแร่ธาตุจากวัสดุเพาะได้ดี แหล่งผลิตที่ควบคุมไม่ได้จึงมีความเสี่ยงเรื่องการปนเปื้อน
  • คำโฆษณาเกินจริง — คำว่า “รักษา” “หายขาด” หรือ “แทนยา” เป็นสัญญาณอันตรายทั้งทางกฎหมายและทางสุขภาพ
  • สิ่งที่ควรทำ — เลือกของที่มีเลข อย. ไทย มีฉลากภาษาไทย ระบุปริมาณรายตัว และตรวจสอบเลขที่ อย. ได้จากเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
BLB U เป็นซอฟต์เจลที่รวมสารสกัด 13 ชนิดไว้ในเม็ดเดียว — โสมเกาหลี 80 มก. ถั่งเช่า 80 มก. เห็ด 4 ชนิด (ชิตาเกะ ยามาบูชิทาเกะ ไมตาเกะ อย่างละ 80 มก. หลินจือ 50 มก.) ขิง 50 มก. พลูคาว 50 มก. เบต้ากลูแคนจากยีสต์ 90% 25 มก. และโคเอนไซม์คิวเท็น 25 มก. บนฐานน้ำมันจมูกข้าว 200 มก. น้ำมันงา 100 มก. และน้ำมันเพอริลลา 100 มก. · ระบุปริมาณสารสำคัญรายตัวบนฉลาก มีเลข อย. 26-1-10867-5-0049 และผ่านการรับรองฮาลาล

5 ถ้าจะใช้ ใช้อย่างไรให้ความเสี่ยงต่ำที่สุด

  • เริ่มจากขนาดต่ำสุดที่ฉลากระบุ และสังเกตตัวเอง 2 สัปดาห์ก่อนตัดสินว่าเหมาะกับตัวเองไหม
  • กินช่วงเช้าหรือกลางวัน — ลดโอกาสรบกวนการนอนในคนที่ไวต่อสมุนไพรกลุ่มกระตุ้น
  • กินพร้อมหรือหลังอาหาร — ลดอาการแน่นท้องในคนที่กระเพาะไว
  • ไม่กินซ้อนหลายสูตรที่มีถั่งเช่า และไม่รวมกับสมุนไพรกระตุ้นตัวอื่นในวันเดียว
  • จดวันที่เริ่มและอาการที่เปลี่ยนไป เวลาไปพบแพทย์จะตอบได้ตรงและเร็ว
  • ทบทวนทุก 2-3 เดือน — ไม่ใช่กินยาวโดยไม่ประเมินว่าได้อะไรจริงบ้าง

6 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถั่งเช่ากินนาน ๆ มีโทษไหม

ข้อมูลความปลอดภัยของการใช้ต่อเนื่องระยะยาวมากยังจำกัด · แนวทางที่สมเหตุสมผลคือใช้เป็นช่วง ประเมินเป็นระยะ และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถ้าจะใช้ต่อเนื่องหลายเดือน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ

คนเป็นโรคไตกินถั่งเช่าได้ไหม

ต้องให้แพทย์เจ้าของไข้เป็นผู้ตัดสินเท่านั้น · ความเชื่อว่าถั่งเช่า “บำรุงไต” มาจากตำราโบราณ ไม่ใช่ข้อสรุปทางการแพทย์ปัจจุบัน · ผู้ที่มีโรคไตต้องระวังผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิดเป็นพิเศษ เพราะการขับสารออกทำได้น้อยกว่าคนทั่วไป และห้ามใช้แทนการรักษาเด็ดขาด

ถั่งเช่ากับโสม กินพร้อมกันได้ไหม

ทั้งสองอยู่ในกลุ่มอะแดปโตเจนที่มีฤทธิ์กระตุ้น การกินพร้อมกันจึงเพิ่มโอกาสใจสั่นและนอนไม่หลับในคนที่ไว · ถ้าจะลอง ควรเริ่มทีละตัวเพื่อให้รู้ว่าตัวไหนเหมาะกับตัวเอง และผู้ที่กินยาประจำควรปรึกษาเภสัชกรก่อน

ถั่งเช่าทำให้ความดันสูงขึ้นไหม

ไม่ใช่ผลที่พบเป็นประจำ แต่ผู้ที่ไวต่อสมุนไพรกลุ่มกระตุ้นอาจรู้สึกใจสั่นได้ · ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงหรือใช้ยาความดันอยู่ ควรวัดความดันที่บ้านเป็นระยะหลังเริ่มใช้ และปรึกษาแพทย์ถ้าค่าเปลี่ยนชัดเจน

ถั่งเช่าแท้กับเพาะเลี้ยง ต่างกันเรื่องความปลอดภัยไหม

ถั่งเช่าทิเบตจากธรรมชาติมีราคาสูงมากและของปลอมเยอะ ส่วนสายพันธุ์เพาะเลี้ยงควบคุมคุณภาพได้ดีกว่าและเป็นสิ่งที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ · สิ่งที่ตัดสินความปลอดภัยจริง ๆ ไม่ใช่คำว่าแท้หรือเพาะ แต่คือมีเลข อย. ไทย ระบุปริมาณรายตัว และตรวจสอบแหล่งผลิตได้หรือไม่

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • ผู้ที่ปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน และผู้ที่มีโรคภูมิต้านตนเอง ไม่ควรใช้ถั่งเช่าเองโดยไม่ผ่านแพทย์เจ้าของไข้
  • ผู้ที่ใช้ยาเบาหวานหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด ต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่ม
  • ควรหยุดก่อนผ่าตัดหรือทำหัตถการประมาณ 2 สัปดาห์ และแจ้งทีมผู้รักษาทุกครั้ง
  • ผู้ที่แพ้เห็ด รา หรือยีสต์ ควรเลี่ยง และสตรีมีครรภ์/ให้นมบุตรไม่แนะนำเพราะข้อมูลไม่เพียงพอ
  • ผู้ที่มีโรคภูมิต้านตนเอง ผู้ที่ปลูกถ่ายอวัยวะและใช้ยากดภูมิ หรือผู้ที่มีไข้ร่วมกับผื่นและหอบเหนื่อย หลังเริ่มผลิตภัณฑ์กลุ่มเห็ด-ถั่งเช่า ต้องหยุดและพบแพทย์ เพราะสารกลุ่มกระตุ้นภูมิอาจไม่เหมาะกับสภาวะเหล่านี้
  • สมุนไพรบางชนิดเร่งการทำงานของเอนไซม์ตับ ทำให้ยาที่กินอยู่มีระดับในเลือดลดลงจนไม่ได้ผล ผู้ที่ใช้ยาต้านไวรัส ยากดภูมิ ยาคุมกำเนิด ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาโรคหัวใจ ต้องแจ้งแพทย์และเภสัชกรก่อนเริ่มเสมอ
  • ผื่นลมพิษขึ้นเร็วทั้งตัว ปากหรือตาบวม แน่นหน้าอก หายใจลำบาก เสียงแหบ หรือหน้ามืด หลังกินอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เป็นภาวะแพ้รุนแรง ต้องโทร 1669 ทันที ไม่ใช่อาการที่รอดูหรือกินยาแก้แพ้เองแล้วนอนรอได้
  • ต้องบวกปริมาณสารตัวเดียวกันจากทุกผลิตภัณฑ์ที่กินอยู่ รวมทั้งวิตามินรวม นมผง และเครื่องดื่มเสริมสารอาหาร เพราะคนส่วนใหญ่ที่ได้รับเกินไม่ได้ตั้งใจ แต่เกิดจากการกินซ้อนโดยไม่รู้ตัว
  • ห้ามหยุด ลด หรือปรับขนาดยาที่แพทย์สั่งเองเพราะเริ่มกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างต้องผ่านแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น
  • ห้ามแบ่งหรือลดขนาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้ใหญ่ให้เด็กกินเอง เพราะเด็กมีขีดจำกัดการรับวิตามินที่ละลายในไขมันและแร่ธาตุต่ำกว่าผู้ใหญ่มาก และควรให้กุมารแพทย์หรือเภสัชกรเป็นผู้แนะนำ
  • ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีเลข อย. ไทย ไม่มีฉลากภาษาไทย หรือซื้อจากผู้ขายที่ตรวจสอบไม่ได้ คือของที่ไม่มีใครรับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา และเคยพบการปนปลอมยาแผนปัจจุบันในสินค้ากลุ่มนี้มาแล้ว
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี
  • หากอาการไม่ดีขึ้นใน 2 สัปดาห์ เป็นซ้ำบ่อย หรือรุนแรงขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง

อ้างอิง

  1. Memorial Sloan Kettering Cancer Center, About Herbs — Cordyceps.
  2. NIH National Center for Complementary and Integrative Health — Cordyceps.
  3. Izzo AA, Ernst E. Interactions between herbal medicines and prescribed drugs: an updated systematic review. Drugs.
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ข่าวเตือนภัยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ตรวจพบการปนปลอมยาแผนปัจจุบัน
  5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →