โทษของตังกุย (Dong Quai) มีอะไรบ้าง? ผลข้างเคียงที่พบจริง ยาที่ห้ามกินคู่ และใครไม่ควรใช้เลย

ตังกุย (Dong Quai · Angelica sinensis) คือรากสมุนไพรจีนที่ถูกใช้ดูแลสุขภาพผู้หญิงมานาน และปัจจุบันอยู่ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายสูตร · คำตอบสั้น ๆ ของคำถาม “ตังกุยมีโทษไหม” คือ ตังกุยในขนาดที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารถือว่าคนทั่วไปใช้ได้ แต่มีกลุ่มคนที่ห้ามใช้ชัดเจน และมีปฏิกิริยากับยาบางกลุ่มที่อันตรายจริง · บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรคือผลข้างเคียงที่มีรายงาน อะไรคือความเสี่ยงจากการกินคู่กับยา ใครห้ามใช้ และสัญญาณที่ต้องหยุดแล้วไปพบแพทย์

สารกลุ่มคูมารินคือหัวใจของเรื่อง
เป็นเหตุผลที่ตังกุยถูกเตือน
เรื่องเลือดออกง่ายเสมอ
ฟูราโนคูมารินทำให้ผิวไวแสง
ผิวไหม้แดดง่ายขึ้น
ทั้งที่แดดเท่าเดิม
ตังกุยไม่ใช่ฮอร์โมนทดแทน
และไม่ได้ใช้แทน HRT
ที่แพทย์สั่ง

ตังกุยไม่ใช่สมุนไพรที่ “ไม่มีอะไรเลย” และก็ไม่ใช่สมุนไพรอันตราย — ความจริงอยู่ตรงกลาง คือปลอดภัยพอสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่มีข้อห้ามที่ชัดเจนซึ่งต้องรู้ก่อนเริ่ม · เรื่องที่ต้องเข้าใจก่อนอย่างอื่นคือองค์ประกอบของมัน · รากตังกุยมีสารกลุ่มคูมาริน (coumarins) เช่น ออสทอล และเฟอรูลิกแอซิด ซึ่งเป็นกลุ่มสารที่ในทางเภสัชวิทยาเกี่ยวข้องกับการทำงานของเกล็ดเลือดและการแข็งตัวของเลือด · นี่คือเหตุผลที่ตำราสมุนไพรทุกเล่มเตือนเรื่องเลือดออกง่ายเมื่อใช้ร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด ไม่ใช่เพราะตังกุยเป็นยาละลายลิ่มเลือด แต่เพราะมันอาจเสริมฤทธิ์ของยาที่กินอยู่ · อีกกลุ่มคือฟูราโนคูมาริน (furanocoumarins) ซึ่งทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น จึงมีรายงานผิวไหม้แดดหรือผื่นจากแสงในผู้ที่กินติดต่อกันแล้วออกแดดจัด · เรื่องที่สามคือฤทธิ์ต่อมดลูก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์โดยเด็ดขาด · สุดท้ายคือประเด็นคุณภาพ เพราะสมุนไพรที่ซื้อจากแหล่งที่ตรวจสอบไม่ได้มีความเสี่ยงเรื่องการปนปลอมและปริมาณสารสำคัญที่ไม่ตรงฉลาก

1 ผลข้างเคียงที่มีรายงานจริง — และระดับความถี่

  • ระบบทางเดินอาหาร — ท้องอืด แน่นท้อง เบื่ออาหาร หรือถ่ายเหลว เป็นกลุ่มอาการที่พบบ่อยที่สุดและมักหายเมื่อลดขนาดหรือกินพร้อมอาหาร
  • ผิวไวแสง — ผิวแดงหรือไหม้แดดง่ายกว่าปกติ บางรายมีผื่นคันบริเวณที่โดนแดด ซึ่งเป็นผลจากฟูราโนคูมาริน ไม่ใช่อาการแพ้ทั่วไป
  • เลือดออกง่ายขึ้น — เลือดกำเดาไหล เหงือกมีเลือดซึมเวลาแปรงฟัน ช้ำง่าย หรือประจำเดือนมามากกว่าเดิม เป็นสัญญาณที่ต้องหยุดและปรึกษาแพทย์ ไม่ใช่เรื่องที่รอดูต่อ
  • ปวดหัวหรือเวียนหัว — พบได้ในบางราย โดยเฉพาะเมื่อเริ่มในขนาดสูงทันที
  • อาการแพ้ — ผื่นลมพิษ คัน หรือบวม เป็นอาการที่ต้องหยุดทันที และถ้ามีอาการทางการหายใจร่วมด้วยถือเป็นภาวะฉุกเฉิน
  • สิ่งที่ควรจำ — ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ของตังกุยไม่รุนแรงและกลับคืนได้ แต่กลุ่ม “เลือดออกง่าย” คือกลุ่มที่ต้องจริงจังที่สุด

2 ยาที่ห้ามกินคู่โดยไม่ปรึกษาแพทย์ — ส่วนที่อันตรายที่สุด

  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด — วาร์ฟาริน และยากลุ่มใหม่ (DOACs) เช่น ไรวาโรซาแบน อะพิซาแบน · การกินตังกุยร่วมด้วยอาจเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก และมีรายงานค่า INR สูงขึ้นในผู้ใช้วาร์ฟาริน
  • ยาต้านเกล็ดเลือด — แอสไพริน โคลพิโดเกรล · ทำงานคนละกลไกกับวาร์ฟารินแต่ให้ผลรวมไปทางเดียวกัน คือเลือดหยุดยากขึ้น
  • ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs — ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค นาพรอกเซน · ระคายกระเพาะและมีผลต่อเกล็ดเลือดอยู่แล้ว การซ้อนตังกุยจึงเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในทางเดินอาหาร
  • สมุนไพรและอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดอื่น ๆ — น้ำมันปลาขนาดสูง แปะก๊วย กระเทียมสกัด ขิงสกัดขนาดสูง วิตามินอีขนาดสูง · หลายคนกินซ้อนกันโดยไม่รู้ว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน
  • ยาฮอร์โมนและยาที่ไวต่อฮอร์โมน — ผู้ที่ใช้ยาคุมกำเนิด ฮอร์โมนทดแทน หรือยารักษาที่เกี่ยวกับฮอร์โมน ต้องแจ้งแพทย์ก่อนเริ่ม เพราะข้อมูลเรื่องฤทธิ์คล้ายเอสโตรเจนของตังกุยยังขัดแย้งกันและยังไม่สรุป
  • สิ่งที่ควรทำ — ถ่ายรูปฉลากผลิตภัณฑ์ทุกตัวที่กินอยู่ไปให้เภสัชกรดูครั้งเดียว จะได้คำตอบที่ตรงกว่าการเดาเอง

3 ใครไม่ควรใช้ตังกุยเลย

  • สตรีมีครรภ์ — เป็นข้อห้ามที่ชัดเจนที่สุด เพราะมีความกังวลเรื่องฤทธิ์กระตุ้นมดลูก · ผู้ที่วางแผนตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • สตรีให้นมบุตร — ข้อมูลความปลอดภัยไม่เพียงพอ จึงไม่แนะนำ
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ หรือมีเกล็ดเลือดต่ำ
  • ผู้ที่กำลังจะผ่าตัด ทำหัตถการ หรือถอนฟัน — ควรหยุดล่วงหน้าราว 2 สัปดาห์ และต้องแจ้งแพทย์/ทันตแพทย์ทุกครั้ง
  • เด็ก — ไม่มีข้อมูลรองรับการใช้และไม่ควรแบ่งขนาดผู้ใหญ่ให้เด็ก
  • ผู้ที่มีภาวะซึ่งแพทย์สั่งให้เลี่ยงสารที่อาจมีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมน — ต้องให้แพทย์เจ้าของไข้เป็นผู้ตัดสิน ไม่ใช่ตัดสินจากบทความ
  • สิ่งที่ควรจำ — “สมุนไพรจึงปลอดภัยกว่ายา” เป็นความเข้าใจผิดที่ทำให้คนกลุ่มนี้พลาดบ่อยที่สุด

4 ผิวไวแสง — ข้อควรระวังที่คนไทยเจอง่ายที่สุด

  • ทำไมต้องระวังในไทยเป็นพิเศษ — ความเข้มของแสงแดดสูงเกือบทั้งปี คนที่กินตังกุยแล้วออกแดดจัดจึงมีโอกาสเจอผลนี้มากกว่าประเทศเขตหนาว
  • อาการที่สังเกตได้ — ผิวแดงหรือแสบเร็วกว่าเดิมในเวลาแดดเท่าเดิม ผื่นคันเฉพาะบริเวณที่โดนแดด หรือรอยคล้ำที่เกิดง่ายขึ้น
  • สิ่งที่ทำได้จริง — ทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกวันและทาซ้ำ สวมเสื้อแขนยาว หมวกปีกกว้าง และเลี่ยงแดดช่วง 10.00-15.00 น.
  • ถ้าเคยมีประวัติผื่นจากแสง — ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารกลุ่มนี้
  • สิ่งที่ควรจำ — ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่โฆษณาว่าช่วยเรื่องผิว ไม่ได้แปลว่ากันแดดแทนครีมกันแดดได้
BLB Y เป็นสูตรดูแลผู้หญิงที่ระบุปริมาณสารสำคัญรายตัวบนฉลาก — ตังกุย 114.8 มก. สารสกัดกุหลาบ 100 มก. สารสกัดผลพลับ PANCIL 100 มก. โพรไบโอติก Lactobacillus acidophilus และ rhamnosus อย่างละ 40 มก. ซีบัคธอร์น 33.55 มก. ซิงค์ 15 มก. พร้อมวิตามินบี 6 บี 12 วิตามินดี 3 และกรดโฟลิก · ไม่มีส่วนผสมของกวาวเครือขาว และไม่ใช่ฮอร์โมนทดแทน · มีเลข อย. 26-1-10867-5-0034 และผ่านการรับรองฮาลาล

5 อ่านฉลากให้เป็น และกินอย่างไรให้ความเสี่ยงต่ำที่สุด

  • ดูปริมาณตังกุยรายตัวบนฉลาก — สูตรที่เขียนแค่ว่า “สารสกัดสมุนไพรรวม” ทำให้คุณไม่รู้ว่าได้ตังกุยเท่าไร และคำนวณการซ้อนกับผลิตภัณฑ์อื่นไม่ได้
  • เช็กเลข อย. และฉลากภาษาไทย — ของที่ไม่มีเลข อย. ไทยคือของที่ไม่มีใครรับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา
  • เริ่มจากขนาดต่ำสุดที่ฉลากระบุ — และสังเกตตัวเอง 2 สัปดาห์ก่อนตัดสินว่าเหมาะกับตัวเองไหม
  • กินพร้อมหรือหลังอาหาร — ลดอาการแน่นท้องได้ในคนที่กระเพาะไว
  • ไม่กินซ้อนหลายสูตรที่มีตังกุย — และไม่กินคู่กับสมุนไพรกลุ่มเลือดออกง่ายอื่น ๆ พร้อมกัน
  • สิ่งที่ควรทำ — จดวันที่เริ่มและอาการที่เปลี่ยนไปไว้ในโน้ตโทรศัพท์ เวลาไปพบแพทย์จะตอบได้ตรง

6 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ตังกุยกินนาน ๆ มีโทษไหม

ข้อมูลความปลอดภัยของการใช้ต่อเนื่องระยะยาวมากยังจำกัด · แนวทางที่สมเหตุสมผลคือใช้เป็นช่วง ประเมินตัวเองเป็นระยะ และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถ้าจะใช้ต่อเนื่องหลายเดือน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ

กินตังกุยแล้วประจำเดือนมามากขึ้น ปกติไหม

เป็นอาการที่มีรายงานและควรใส่ใจ เพราะเกี่ยวกับเรื่องการแข็งตัวของเลือด · ถ้าประจำเดือนมามากผิดปกติ นานกว่าเดิมชัดเจน หรือมีลิ่มเลือดก้อนใหญ่ ควรหยุดและพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ ไม่ควรปรับขนาดเอง

ตังกุยเป็นฮอร์โมนหรือเปล่า

ไม่ใช่ · ตังกุยไม่ใช่ฮอร์โมนและไม่ใช่ฮอร์โมนทดแทน (HRT) · ข้อมูลเรื่องฤทธิ์คล้ายเอสโตรเจนในงานวิจัยยังขัดแย้งกันและยังไม่สรุป จึงไม่ควรใช้แทนการรักษาที่แพทย์สั่ง และผู้ที่มีภาวะซึ่งไวต่อฮอร์โมนต้องปรึกษาแพทย์ก่อน

กินตังกุยคู่กับวาร์ฟารินได้ไหม

ไม่ควรกินเองเด็ดขาด · เป็นคู่ที่มีรายงานเรื่องค่า INR สูงขึ้นและความเสี่ยงเลือดออก · ถ้าคุณใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่ ต้องให้แพทย์หรือเภสัชกรเป็นผู้พิจารณาเท่านั้น

ตังกุยในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกับยาต้มมีความเสี่ยงต่างกันไหม

ต่างกันที่ปริมาณและความแน่นอน · ผลิตภัณฑ์ที่ระบุปริมาณรายตัวบนฉลากทำให้คำนวณได้ว่าได้รับเท่าไร ขณะที่ยาต้มหรือสมุนไพรชั่งขายมักไม่รู้ปริมาณจริงและตรวจสอบแหล่งที่มาได้ยากกว่า · ไม่ว่ารูปแบบใดก็ต้องแจ้งแพทย์เหมือนกัน

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ และไม่แนะนำในสตรีให้นมบุตร เพราะมีความกังวลเรื่องฤทธิ์ต่อมดลูกและข้อมูลความปลอดภัยไม่เพียงพอ
  • ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ห้ามเริ่มตังกุยเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
  • ต้องหยุดก่อนผ่าตัด ทำหัตถการ หรือถอนฟันประมาณ 2 สัปดาห์ และแจ้งทีมผู้รักษาทุกครั้ง
  • ตังกุยทำให้ผิวไวต่อแสงแดด — ต้องใช้ครีมกันแดดและเลี่ยงแดดจัดร่วมด้วย
  • ครีมกันแดด เสื้อผ้าคลุม และการเลี่ยงแดดช่วง 10.00–15.00 น. คือสิ่งที่ได้ผลจริง อาหารเสริมไม่ได้ใช้แทนสิ่งเหล่านี้
  • BLB Y ไม่ใช่ฮอร์โมนทดแทน และไม่ได้ใช้แทนการรักษาของแพทย์ในผู้ที่ได้รับ HRT อยู่
  • สมุนไพรบางชนิดเร่งการทำงานของเอนไซม์ตับ ทำให้ยาที่กินอยู่มีระดับในเลือดลดลงจนไม่ได้ผล ผู้ที่ใช้ยาต้านไวรัส ยากดภูมิ ยาคุมกำเนิด ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาโรคหัวใจ ต้องแจ้งแพทย์และเภสัชกรก่อนเริ่มเสมอ
  • ผื่นลมพิษขึ้นเร็วทั้งตัว ปากหรือตาบวม แน่นหน้าอก หายใจลำบาก เสียงแหบ หรือหน้ามืด หลังกินอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เป็นภาวะแพ้รุนแรง ต้องโทร 1669 ทันที ไม่ใช่อาการที่รอดูหรือกินยาแก้แพ้เองแล้วนอนรอได้
  • ต้องบวกปริมาณสารตัวเดียวกันจากทุกผลิตภัณฑ์ที่กินอยู่ รวมทั้งวิตามินรวม นมผง และเครื่องดื่มเสริมสารอาหาร เพราะคนส่วนใหญ่ที่ได้รับเกินไม่ได้ตั้งใจ แต่เกิดจากการกินซ้อนโดยไม่รู้ตัว
  • ห้ามหยุด ลด หรือปรับขนาดยาที่แพทย์สั่งเองเพราะเริ่มกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างต้องผ่านแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น
  • ห้ามแบ่งหรือลดขนาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้ใหญ่ให้เด็กกินเอง เพราะเด็กมีขีดจำกัดการรับวิตามินที่ละลายในไขมันและแร่ธาตุต่ำกว่าผู้ใหญ่มาก และควรให้กุมารแพทย์หรือเภสัชกรเป็นผู้แนะนำ
  • ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีเลข อย. ไทย ไม่มีฉลากภาษาไทย หรือซื้อจากผู้ขายที่ตรวจสอบไม่ได้ คือของที่ไม่มีใครรับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา และเคยพบการปนปลอมยาแผนปัจจุบันในสินค้ากลุ่มนี้มาแล้ว
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี
  • หากอาการไม่ดีขึ้นใน 2 สัปดาห์ เป็นซ้ำบ่อย หรือรุนแรงขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง

อ้างอิง

  1. NIH National Center for Complementary and Integrative Health — Dong Quai.
  2. Memorial Sloan Kettering Cancer Center, About Herbs — Dong Quai (Angelica sinensis): interactions and adverse effects.
  3. Izzo AA, Ernst E. Interactions between herbal medicines and prescribed drugs: an updated systematic review. Drugs.
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และการแสดงฉลาก
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →