ต้อหิน ดูแลตัวเองยังไง? อาการที่มักไม่มีจนสายเกินไป ใครเสี่ยง และทำไมห้ามหยุดยาหยอดตาเอง

ต้อหิน (Glaucoma) คือกลุ่มโรคที่เส้นประสาทตาถูกทำลายอย่างค่อยเป็นค่อยไป และเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ของการตาบอดถาวรทั่วโลก · คำตอบสั้น ๆ คือ ต้อหินชนิดที่พบบ่อยที่สุดไม่มีอาการเตือนเลยในช่วงแรก คนส่วนใหญ่จึงรู้ตัวเมื่อลานสายตาเสียไปมากแล้ว และสิ่งเดียวที่ชะลอโรคได้คือการลดความดันลูกตาด้วยการรักษาที่จักษุแพทย์กำหนด ซึ่งห้ามหยุดเองเด็ดขาด · บทความนี้อธิบายว่าต้อหินคืออะไร ใครเสี่ยง อาการแบบไหนคือฉุกเฉิน สิ่งที่ผู้ป่วยทำได้เองในชีวิตประจำวัน และข้อเท็จจริงเรื่องอาหารเสริมกับดวงตา

ส่วนใหญ่ไม่มีอาการช่วงแรก
เพราะสมองเติมเต็มภาพ
จากตาอีกข้างให้โดยอัตโนมัติ
ลานสายตาเสียจากขอบเข้าใน
การมองตรงจึงยังชัด
จนกระทั่งสายเกินไป
ยาหยอดตาคือการรักษาหลัก
และห้ามหยุด ลด
หรือเว้นเองเด็ดขาด

ภายในลูกตามีการสร้างและระบายน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา เมื่อการระบายมีปัญหา ความดันในลูกตาจะสูงขึ้นและกดทับเส้นประสาทตา · เส้นประสาทตาคือสายเคเบิลที่ส่งภาพจากจอตาไปสมอง และใยประสาทที่ตายไปแล้วไม่สร้างใหม่ · สิ่งที่ทำให้ต้อหินอันตรายเป็นพิเศษคือแบบแผนของการสูญเสีย — ลานสายตาเสียจากด้านข้างเข้ามาสู่ตรงกลาง คนจึงยังอ่านหนังสือและดูโทรทัศน์ได้ตามปกติ ทั้งที่ลานสายตารอบข้างหายไปแล้วมาก · ยิ่งกว่านั้น สมองยังเติมเต็มส่วนที่หายไปด้วยข้อมูลจากตาอีกข้าง ทำให้แทบไม่มีใครสังเกตได้เอง · ต้อหินมีสองกลุ่มใหญ่ · กลุ่มแรกคือต้อหินมุมเปิด ซึ่งพบบ่อยที่สุด ค่อยเป็นค่อยไป และไม่มีอาการ · กลุ่มที่สองคือต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน ซึ่งพบน้อยกว่าแต่เป็นภาวะฉุกเฉินจริง มีอาการปวดตารุนแรง ตาแดง ตามัว เห็นแสงสีรุ้งรอบดวงไฟ ร่วมกับปวดหัวและคลื่นไส้ · และเรื่องสำคัญที่สุดที่ต้องเข้าใจคือ ไม่มีอาหาร วิตามิน หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดที่รักษาต้อหินหรือทดแทนยาหยอดตาได้

1 ใครเสี่ยง — และเมื่อไรควรเริ่มตรวจ

  • อายุ 40 ปีขึ้นไป — ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามอายุอย่างชัดเจน
  • มีญาติสายตรงเป็นต้อหิน — เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญมาก และเป็นเหตุผลที่ควรบอกคนในครอบครัวเมื่อมีคนได้รับการวินิจฉัย
  • สายตาสั้นมากหรือสายตายาวมาก
  • ผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นยาหยอดตา ยาพ่นจมูก ยากิน หรือยาทา · เป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการตรวจความดันลูกตาเป็นระยะ
  • ผู้ที่มีเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือเคยได้รับอุบัติเหตุที่ดวงตา
  • สิ่งที่ควรทำ — ตรวจตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์เมื่ออายุ 40 ปี และตรวจตามรอบที่แพทย์กำหนด · การตรวจต้อหินไม่ใช่แค่วัดความดันลูกตา แต่รวมถึงการดูขั้วประสาทตา ตรวจลานสายตา และวัดความหนาของชั้นใยประสาท

2 อาการ — และอาการแบบไหนคือภาวะฉุกเฉิน

  • ต้อหินมุมเปิด (พบบ่อยที่สุด) — ไม่มีอาการเลยในช่วงแรก · ระยะหลังอาจรู้สึกว่ามองข้างไม่เห็น เดินชนของบ่อยขึ้น ขับรถลำบากขึ้นในที่แคบ หรือปรับตัวในที่มืดช้าลง
  • ต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน (ภาวะฉุกเฉิน) — ปวดตารุนแรงเฉียบพลัน ตาแดงจัด ตามัวลงเร็ว เห็นแสงสีรุ้งรอบดวงไฟ ปวดหัวข้างเดียว คลื่นไส้อาเจียน · ต้องไปห้องฉุกเฉินตาทันทีภายในไม่กี่ชั่วโมง
  • ข้อควรระวัง — อาการปวดหัวและอาเจียนของต้อหินมุมปิดมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นไมเกรนหรืออาหารเป็นพิษ ทำให้มาถึงโรงพยาบาลช้า
  • ต้อหินในเด็ก — พบได้แม้จะไม่บ่อย · อาการคือตาดำโตผิดปกติ น้ำตาไหลมาก กลัวแสง และหรี่ตาบ่อย · ต้องพบจักษุแพทย์ทันที
  • สิ่งที่ควรจำ — การไม่มีอาการไม่ได้แปลว่าไม่มีโรค · นี่คือเหตุผลเดียวที่การตรวจคัดกรองมีความหมาย

3 การรักษาและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

  • ยาหยอดตาลดความดันลูกตาคือการรักษาหลัก — ต้องหยอดตรงเวลาทุกวันไม่ขาด แม้จะรู้สึกว่ามองเห็นปกติดี
  • ห้ามหยุด ลด หรือเว้นยาเอง — เพราะต้อหินไม่มีอาการ ผู้ป่วยจำนวนมากจึงหยุดยาเองโดยคิดว่าหายแล้ว · ความเสียหายที่เกิดระหว่างนั้นไม่กลับคืน
  • เทคนิคหยอดตาที่ถูกต้อง — ล้างมือ เงยหน้า ดึงเปลือกตาล่างเป็นกระพุ้ง หยอด 1 หยด แล้วหลับตาเบา ๆ 1-2 นาที พร้อมกดที่หัวตาเบา ๆ · การกดหัวตาลดการดูดซึมยาเข้าสู่ร่างกายและลดผลข้างเคียง
  • ถ้าใช้ยาหยอดหลายชนิด — ต้องเว้นระหว่างแต่ละชนิดอย่างน้อย 5 นาที มิฉะนั้นยาตัวหลังจะชะตัวแรกออกไป
  • เลเซอร์และการผ่าตัด — เป็นทางเลือกเมื่อยาไม่พอหรือผู้ป่วยใช้ยาไม่ได้ · จักษุแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาตามชนิดและระยะของโรค
  • ไปตามนัดทุกครั้ง — เพราะการติดตามลานสายตาเป็นสิ่งเดียวที่บอกว่าการรักษาได้ผลพอหรือยัง

4 สิ่งที่ผู้ป่วยต้อหินทำได้เองในชีวิตประจำวัน

  • ตั้งเตือนเวลาหยอดยา — ความสม่ำเสมอของยาคือปัจจัยที่ผู้ป่วยควบคุมได้มากที่สุดและมีผลต่อผลลัพธ์มากที่สุด
  • ออกกำลังกายแบบแอโรบิกสม่ำเสมอ — เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน · มีข้อมูลว่าสัมพันธ์กับความดันลูกตาที่ต่ำลง
  • เลี่ยงท่าที่ศีรษะต่ำกว่าหัวใจนาน ๆ — เช่น โยคะท่าหัวลง หรือยกน้ำหนักหนักมากพร้อมกลั้นหายใจ · ควรปรึกษาจักษุแพทย์ว่าท่าไหนเหมาะกับคุณ
  • ไม่ดื่มน้ำปริมาณมากรวดเดียว — การดื่มน้ำมาก ๆ ในครั้งเดียวอาจทำให้ความดันลูกตาสูงขึ้นชั่วคราว · ให้จิบกระจายตลอดวันแทน
  • คุมความดันโลหิตและเบาหวาน — เพราะการไหลเวียนเลือดที่เส้นประสาทตาสำคัญต่อการดำเนินโรค
  • เลิกบุหรี่ ใส่แว่นกันแดด และนอนให้พอ — ทั้งหมดเป็นพื้นฐานที่ดีต่อสุขภาพดวงตาโดยรวม
BLE (Balance E) เป็นผงชงก่อนนอนที่รวมฟรุกโตโอลิโกแซ็กคาไรด์ 300 มก. กาบา (GABA) 100 มก. น้ำพีช 100 มก. ทาร์ตเชอร์รี 20 มก. แอล-ธีอะนีน 20 มก. พร้อมสารสกัดบิลเบอร์รี องุ่น และเสาวรส · ออกแบบมาสำหรับคนที่ใช้สายตาหนักทั้งวันแล้วอยากให้ช่วงพักผ่อนมีคุณภาพ · มีเลข อย. 10-3-05764-5-0001 และผ่านการรับรองฮาลาล

5 ข้อเท็จจริงเรื่องอาหาร วิตามิน และดวงตา

  • ไม่มีอาหารเสริมใดที่รักษาต้อหินหรือทดแทนยาหยอดตาได้ — นี่คือข้อความที่สำคัญที่สุดของหัวข้อนี้
  • อาหารเสริมบำรุงตาที่ขายทั่วไปออกแบบมาเพื่อดูแลจอตาและความล้าของตา เช่น ลูทีน ซีแซนทีน และแอนโทไซยานิน · ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับเส้นประสาทตาที่เสียหายจากต้อหิน
  • อาหารที่มีหลักฐานว่าดีต่อสุขภาพดวงตาโดยรวม — ผักใบเขียวเข้ม ผลไม้หลากสี ปลาที่มีโอเมก้า-3 และถั่ว · เป็นการดูแลพื้นฐาน ไม่ใช่การรักษา
  • ระวังคำโฆษณา — ผลิตภัณฑ์ใดที่อ้างว่ารักษาต้อหิน ลดความดันลูกตา หรือทำให้เลิกยาหยอดได้ ถือเป็นการโฆษณาที่ผิดกฎหมายและเป็นอันตราย
  • แจ้งจักษุแพทย์ทุกครั้งว่ากินอะไรอยู่ — รวมถึงสมุนไพร เพราะบางตัวมีผลต่อความดันโลหิตหรือการแข็งตัวของเลือด ซึ่งเกี่ยวข้องกับการผ่าตัดตา
  • ระวังยาที่ทำให้ต้อหินมุมปิดกำเริบ — ยาบางกลุ่ม เช่น ยาแก้แพ้บางชนิด ยาแก้คัดจมูก และยาคลายกล้ามเนื้อบางตัว มีคำเตือนสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต้อหินมุมปิด · ต้องแจ้งเภสัชกรทุกครั้งว่าเป็นต้อหิน

6 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ต้อหินรักษาหายขาดไหม

ต้อหินยังรักษาให้หายขาดไม่ได้ และลานสายตาที่เสียไปแล้วไม่กลับคืน · แต่การรักษาด้วยยาหยอดตา เลเซอร์ หรือการผ่าตัดตามที่จักษุแพทย์กำหนด สามารถชะลอการดำเนินโรคได้อย่างมีนัยสำคัญ · ผู้ป่วยจำนวนมากที่ได้รับการวินิจฉัยเร็วและใช้ยาสม่ำเสมอ สามารถรักษาการมองเห็นที่ใช้งานได้ไปตลอดชีวิต

ตาไม่มีอาการอะไรเลย จำเป็นต้องหยอดยาไหม

จำเป็นอย่างยิ่ง · ต้อหินชนิดที่พบบ่อยที่สุดไม่มีอาการจนกว่าลานสายตาจะเสียไปมากแล้ว การที่คุณยังเห็นปกติจึงไม่ได้แปลว่าโรคหยุด · การหยุดยาเองเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการสูญเสียการมองเห็นในผู้ป่วยต้อหิน และความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่กลับคืน

กินอาหารเสริมบำรุงตาช่วยต้อหินได้ไหม

ไม่มีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดที่รักษาต้อหินหรือใช้แทนยาหยอดตาได้ · อาหารเสริมบำรุงตาทั่วไปอย่างลูทีนและซีแซนทีนออกแบบมาเพื่อดูแลจอตาและความล้าของสายตา ซึ่งเป็นคนละส่วนกับเส้นประสาทตาที่เสียหายจากต้อหิน · ถ้าจะกิน ควรแจ้งจักษุแพทย์และไม่ใช้เป็นเหตุผลในการลดยา

ปวดตารุนแรงพร้อมเห็นแสงรุ้งรอบไฟ ต้องทำอย่างไร

ต้องไปห้องฉุกเฉินทันที · อาการปวดตารุนแรงเฉียบพลัน ตาแดงจัด ตามัวลงเร็ว เห็นแสงสีรุ้งรอบดวงไฟ ร่วมกับปวดหัวและคลื่นไส้อาเจียน เป็นลักษณะของต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน ซึ่งทำให้สูญเสียการมองเห็นถาวรได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงหนึ่งวัน · อย่ารอดูอาการและอย่าเข้าใจผิดว่าเป็นไมเกรน

พ่อแม่เป็นต้อหิน ลูกต้องตรวจตอนไหน

การมีญาติสายตรงเป็นต้อหินเพิ่มความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ · ควรแจ้งจักษุแพทย์ถึงประวัติครอบครัวและเริ่มตรวจคัดกรองเร็วกว่าคนทั่วไป โดยทั่วไปแนะนำให้เริ่มตรวจตั้งแต่อายุราว 40 ปีหรือเร็วกว่านั้นตามที่แพทย์ประเมิน และตรวจตามรอบที่กำหนดอย่างสม่ำเสมอ

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • ปวดตารุนแรงเฉียบพลัน ตาแดงจัด ตามัวลงเร็ว เห็นแสงสีรุ้งรอบดวงไฟ ร่วมกับปวดหัวข้างเดียวและคลื่นไส้อาเจียน ต้องไปห้องฉุกเฉินตาทันทีภายในไม่กี่ชั่วโมง เพราะเป็นลักษณะของต้อหินมุมปิดเฉียบพลันซึ่งทำให้สูญเสียการมองเห็นถาวรได้ภายในวันเดียว
  • ยาหยอดตาลดความดันลูกตาคือการรักษาหลักของต้อหิน — ห้ามหยุด ลด หรือเว้นเองเด็ดขาด แม้จะรู้สึกว่ามองเห็นปกติดี เพราะต้อหินส่วนใหญ่ไม่มีอาการจนกว่าลานสายตาจะเสียไปมากแล้ว และการมองเห็นที่เสียไปจากต้อหินไม่กลับคืน
  • ไม่มีอาหาร วิตามิน หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดที่รักษาต้อหิน ลดความดันลูกตา หรือใช้แทนยาหยอดตาได้ — ผลิตภัณฑ์ที่อ้างเช่นนั้นถือเป็นการโฆษณาที่ผิดกฎหมาย
  • ผู้ที่เป็นต้อหินต้องแจ้งแพทย์และเภสัชกรทุกครั้งก่อนรับยาใหม่ เพราะยาบางกลุ่ม เช่น ยาแก้แพ้ ยาแก้คัดจมูก และยาคลายกล้ามเนื้อบางชนิด มีคำเตือนสำหรับผู้มีความเสี่ยงต้อหินมุมปิด
  • ผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์ต่อเนื่องทุกรูปแบบ ควรได้รับการตรวจความดันลูกตาเป็นระยะ
  • ห้ามซื้อครีมสเตียรอยด์มาทาหน้าเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะมักทำให้ดูดีขึ้นช่วงแรกแล้วกลับมาแย่กว่าเดิมเมื่อหยุดใช้
  • ตาแดง ปวดตา มองเห็นพร่ามัว หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ในตาหลังทำงาน ต้องพบจักษุแพทย์ ไม่ควรขยี้ตาหรือหยอดยาเองโดยไม่ปรึกษา
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี
  • ห้ามหยุด ลด หรือปรับขนาดยาที่แพทย์สั่งเองเพราะเริ่มกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างต้องผ่านแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น
  • การวินิจฉัยด้วยตัวเองจากรูปในอินเทอร์เน็ตมักผิด เพราะหลายภาวะมีลักษณะคล้ายกัน การตรวจกับแพทย์คือสิ่งเดียวที่ทำให้ได้คำตอบที่ถูกต้อง
  • ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีเลข อย. ไทย ไม่มีฉลากภาษาไทย หรือซื้อจากผู้ขายที่ตรวจสอบไม่ได้ คือของที่ไม่มีใครรับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา และเคยพบการปนปลอมยาแผนปัจจุบันในสินค้ากลุ่มนี้มาแล้ว
  • หากอาการไม่ดีขึ้นใน 2 สัปดาห์ เป็นซ้ำบ่อย หรือรุนแรงขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง

อ้างอิง

  1. American Academy of Ophthalmology — Primary Open-Angle Glaucoma Preferred Practice Pattern.
  2. World Health Organization — World report on vision: glaucoma.
  3. Weinreb RN, Aung T, Medeiros FA. The pathophysiology and treatment of glaucoma: a review. JAMA.
  4. Zhou Y, et al. Physical activity and intraocular pressure: a systematic review.
  5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →