กีวีทอง vs กีวีเขียว ต่างกันยังไง? วิตามินซี แอคตินิดิน และใยอาหาร งานวิจัยเรื่องการขับถ่ายพบอะไร กินตอนไหน และโทษที่ต้องรู้

กีวีทอง (Gold Kiwi) กับกีวีเขียว (Green Kiwi) เป็นผลไม้สองสายพันธุ์ที่ใกล้กันมาก แต่ไม่ใช่ตัวเดียวกันที่สุกต่างกัน — กีวีทอง มีเนื้อสีเหลือง รสหวานกว่า มีวิตามินซีมากกว่ากีวีเขียวโดยทั่วไป · กีวีเขียว มีเนื้อสีเขียวอ่อน รสเปรี้ยวอมหวาน เป็นสายพันธุ์ที่ปลูกแพร่หลายที่สุด · ข้อเท็จจริงสำคัญ: กีวีไม่ใช่ยาระบาย งานที่พบว่าช่วยการขับถ่ายเป็นงานขนาดเล็กที่ใช้ผลกีวีสดปริมาณมาก ไม่ใช่สารสกัดในสูตรผสม · ผู้ที่แพ้กีวีต้องระวังมาก เพราะอาการแพ้รุนแรงได้ · เรื่องเวลากิน อ่าน กีวีทอง กินตอนไหน

วิตามินซี
กีวีทอง
มากกว่ากีวีเขียวโดยทั่วไป
แอคตินิดิน
เอนไซม์ย่อยโปรตีน
พบทั้งสองสายพันธุ์
ใยอาหาร
ทั้งสองมีใยอาหาร
ช่วยการขับถ่ายในงานขนาดเล็ก

บทความนี้ไม่ได้อธิบายแต่ละตัวซ้ำ (อ่านได้ที่ กีวีทองกับแอคตินิดิน) แต่จะตอบคำถามที่คนเทียบสองสายพันธุ์นี้สงสัยที่สุด · เรื่องแรกคือตารางเทียบ · เรื่องที่สองคือสารสำคัญต่างกันตรงไหน · เรื่องที่สามคืองานวิจัยการขับถ่ายพบอะไร · เรื่องที่สี่คือเลือกอย่างไรและกินตอนไหน · เรื่องสุดท้ายคือโทษและใครควรระวัง

1 ตารางเทียบตรง ๆ: กีวีทอง vs กีวีเขียว

ประเด็น กีวีทอง กีวีเขียว
สายพันธุ์ Actinidia chinensis (สายพันธุ์ทอง) Actinidia deliciosa (สายพันธุ์ที่ปลูกแพร่หลาย)
สีและรส เนื้อเหลือง รสหวานกว่า กลิ่นหอมอ่อน เนื้อเขียวอ่อน รสเปรี้ยวอมหวาน
วิตามินซี สูงกว่าโดยทั่วไป (ค่ารายงานต่างกันตามแหล่งที่มา) สูงเช่นกัน แต่โดยทั่วไปต่ำกว่ากีวีทอง
ใยอาหาร ใกล้เคียงกันต่อ 100 กรัม ใกล้เคียงกันต่อ 100 กรัม
สารเด่นอื่น มีแคโรทีนอยด์บางชนิดมากกว่า มีโพแทสเซียมและแอคตินิดินเช่นกัน
งานในคนที่เกี่ยวกับการขับถ่าย มีงานขนาดเล็กที่ใช้ผลกีวีสดทั้งสองสายพันธุ์ มีงานขนาดเล็กในผู้ที่ท้องผูกเล็กน้อย
ข้อควรระวังเด่น แพ้กีวีได้ เช่นเดียวกับกีวีเขียว แพ้กีวีได้ · อาจระคายปากในคนที่แพ้แอคตินิดิน

สรุปสั้น ๆ คือ กีวีทองให้วิตามินซีและรสหวานมากกว่า ส่วนกีวีเขียวหาซื้อง่ายและราคาต่างกันมาก แต่ทั้งสองให้ใยอาหารและสารที่ใกล้เคียงกันในปริมาณที่กินทั่วไป

2 สารสำคัญและกลไกต่างกันตรงไหน

  • วิตามินซี กีวีทองมีวิตามินซีสูงกว่ากีวีเขียวตามรายงานของฐานข้อมูลอาหารในหลายแหล่ง แต่ค่าที่ระบุขึ้นกับพันธุ์ ฤดูกาล และวิธีวัด · วิตามินซีจากผลไม้ทั่วไปไม่ควรเกินที่ร่างกายต้องการมาก เรื่องวิตามินซีกับหวัด อ่านที่ วิตามินซี กินตอนไหน
  • แอคตินิดิน เป็นเอนไซม์โปรตีเอสที่พบในกีวีทั้งสองสายพันธุ์ มีบทบาทย่อยโปรตีนในทางเดินอาหาร และเป็นสารก่อภูมิแพ้ในคนบางคน · งานในคนที่ศึกษาแอคตินิดินยังน้อยและเน้นการย่อยโปรตีน อ่านที่ กีวีทองกับแอคตินิดิน
  • ใยอาหาร กีวีทั้งสองมีทั้งใยที่ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ ซึ่งช่วยเพิ่มมวลอุจจาระ ผลต่อการขับถ่ายขึ้นกับปริมาณที่กินและน้ำที่ดื่มด้วย

ดังนั้น ความต่างหลักของสองสายพันธุ์คือรสชาติและวิตามินซี ไม่ได้ต่างกันมากในเรื่องใยอาหาร และไม่มีหลักฐานว่าตัวไหนรักษาโรคได้

3 งานวิจัยพบอะไร และไม่พบอะไร

หัวข้อ ผลที่พบ ข้อจำกัด
การขับถ่ายในผู้ที่ท้องผูก งานทดลองในไต้หวัดพบว่าการกินกีวีสดวันละสองผลช่วยให้ถ่ายบ่อยขึ้นและอุจจาระนิ่มขึ้นในผู้ที่ท้องผูกเล็กน้อย งานขนาดเล็กระยะสั้น และเป็นกีวีสดไม่ใช่สารสกัด
การย่อยโปรตีน มีงานในหลอดทดลองและงานเล็กในคนว่าแอคตินิดินช่วยย่อยโปรตีนได้ ยังไม่มีงานยืนยันว่าช่วยอาการท้องอืดในวงกว้าง
คอเลสเตอรอลและความดัน มีงานเล็กบางชิ้นที่พบการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ยังไม่ใช่การรักษา
เปรียบเทียบกีวีทองกับกีวีเขียวในคน แทบไม่มีงานที่เทียบตรงกัน ต้องใช้ข้อมูลของแต่ละสายพันธุ์แยกกัน

ข้อที่ควรรู้คือ งานขับถ่ายส่วนใหญ่ใช้กีวีสดหลายผล ไม่ได้ใช้ผงกีวีในปริมาณเล็ก ผลของงานนี้จึงใช้กับผงในสูตรผสมไม่ได้ทั้งหมด

4 เลือกอย่างไร และกินตอนไหน

สถานการณ์ ตัวที่มักถูกเลือก เหตุผล
อยากได้วิตามินซีจากผลไม้มากขึ้น กีวีทอง มีวิตามินซีสูงกว่าโดยทั่วไป
ซื้อกินทั่วไปและต้องการราคาประหยัด กีวีเขียว หาซื้อง่ายและมีให้เลือกหลายแหล่ง
อยากได้ใยอาหารจากผลไม้ในสูตรผง อ่านปริมาณใยอาหารต่อซองบนฉลาก ผงกีวีในสูตรผสมมีปริมาณน้อย ใยอาหารส่วนใหญ่อาจมาจากส่วนผสมอื่น
แพ้กีวี ไม่กินทั้งสองสายพันธุ์ อาการแพ้รุนแรงได้ ต้องพบแพทย์เมื่อมีอาการ

กินตอนไหน — กีวีสดกินได้ทั้งวัน แต่ไม่ควรกินตอนท้องว่างในปริมาณมากเพราะอาจทำให้ท้องไม่สบาย · ผู้ที่กินกีวีผงผสมตามฉลากให้ทำตามที่ระบุ รายละเอียดเรื่องเวลาที่ กีวีทอง กินตอนไหน

BLB F เป็นผงชงที่ให้ใยอาหารรวม 7,023.9 มก. ต่อซอง จากฟรุกโตโอลิโกแซ็กคาไรด์ 3,023.9 มก. ไซเลียมฮัสค์ 2,500 มก. บุก 1,600 มก. ใยอาหารจากชิโครี 1,500 มก. กัวร์กัม 1,500 มก. และไซโลโอลิโกแซ็กคาไรด์ 500 มก. ร่วมกับ Bacillus Coagulans 67 มก. สารเมแทบอไลต์จากการหมัก 300 มก. แอล-กลูตามีน 450 มก. กีวีทอง อัมลา อัลฟัลฟา และแอปเปิลไซเดอร์เวเนการ์ อย่างละ 500 มก. · ครบทั้งพรีไบโอติก โพรไบโอติก และโพสต์ไบโอติก · มีเลข อย. 26-1-10867-5-0051 และผ่านการรับรองฮาลาล · BLB F มีหญ้าข้าวสาลีอยู่ในสูตรด้วย (ปริมาณให้ดูบนฉลาก ไม่ได้ระบุแยก) และ มีอัลฟัลฟาและกีวีทองอย่างละ 500 มก. ร่วมกับไซเลียมและโพลีเดกซ์โทรสตามฉลาก · ไม่ได้ใส่เมล็ดเชียหรือเมล็ดแฟลกซ์ในสูตรนี้ · BLB F ไม่ใช่ยาระบาย และให้ชงกับน้ำเต็มแก้วตามที่ฉลากระบุ

5 โทษและข้อควรระวัง

  • แพ้กีวี — อาการเริ่มจากคันปากหรือคอ จนถึงบวม หายใจลำบาก ถ้ามีอาการหายใจลำบากต้องพบแพทย์ทันที
  • ท้องเสียหรือท้องอืด — พบได้ในคนที่กินใยอาหารปริมาณมากในครั้งเดียว
  • ระคายปากหรือลิ้น — จากแอคตินิดินในคนบางคน
  • ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด — ควรปรึกษาแพทย์ก่อนกินผลิตภัณฑ์ที่มีผงผลไม้ทุกชนิดเป็นประจำ

อ่านข้อควรระวังเพิ่มเติมที่ โทษของวิตามินซี

6 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กีวีทองกับกีวีเขียวต่างกันยังไง?

กีวีทองมีเนื้อเหลือง รสหวานกว่า และมีวิตามินซีสูงกว่ากีวีเขียวโดยทั่วไป ส่วนกีวีเขียวหาซื้อง่ายและเป็นสายพันธุ์ที่ปลูกแพร่หลาย ทั้งสองให้ใยอาหารใกล้เคียงกัน

กีวีทอง คืออะไร?

คือกีวีสายพันธุ์ Actinidia chinensis เนื้อสีเหลือง รสหวาน มีวิตามินซีและแอคตินิดิน ในสูตร BLB F มีกีวีทอง 500 มก. ตามที่ฉลากระบุ

กีวีทองกับกีวีเขียว ตัวไหนดีกว่า?

ไม่มีงานที่เทียบตรงกันในคน กีวีทองเหมาะกับคนที่อยากได้วิตามินซีสูงกว่า ส่วนกีวีเขียวเหมาะกับคนที่ต้องการราคาประหยัดและหาซื้อง่าย

กีวีทองกับกีวีเขียวกินคู่กันได้ไหม?

กินคู่กันได้ในผู้ใหญ่สุขภาพดีทั่วไป แต่ควรนับปริมาณวิตามินซีและใยอาหารรวมทั้งวัน และผู้ที่แพ้กีวีต้องหลีกเลี่ยงทั้งสองสายพันธุ์

กีวีทอง กินตอนไหนดี?

กินสดได้ทั้งวัน แต่ไม่ควรกินตอนท้องว่างในปริมาณมาก ส่วนผงกีวีในสูตรผสมให้กินตามที่ฉลากระบุ

กีวีทองช่วยเรื่องขับถ่ายได้จริงไหม?

มีงานทดลองขนาดเล็กที่พบว่ากีวีสดช่วยให้ถ่ายบ่อยขึ้นในผู้ที่ท้องผูกเล็กน้อย แต่งานเหล่านี้ใช้กีวีสดหลายผล และไม่ใช่ยาระบาย ท้องผูกเรื้อรังควรพบแพทย์

กีวีทองมีโทษอะไรไหม?

อาการแพ้ที่รุนแรงได้ ท้องเสียหรือท้องอืดเมื่อกินใยอาหารปริมาณมาก และระคายปากในบางคนจากแอคตินิดิน

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • กีวีทองและกีวีเขียวไม่ใช่ยาระบาย ไม่ได้รักษาอาการท้องผูกหรือโรคลำไส้ · งานที่พบว่ากีวีช่วยการขับถ่ายเป็นงานขนาดเล็กระยะสั้น ใช้กีวีสดปริมาณมาก ไม่ใช่สารสกัดในสูตรผสม · ท้องผูกเรื้อรัง ปวดท้องรุนแรง ถ่ายเป็นเลือด หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ต้องพบแพทย์
  • ท้องเสียรุนแรง ถ่ายเป็นเลือด ปวดท้องมาก หรือท้องอืดแน่นนานผิดปกติ หลังเริ่มใยอาหารผงเพิ่ม ให้หยุดและพบแพทย์ · ไซเลียมที่กินโดยดื่มน้ำน้อยหรือกลืนลำบากมีรายงานการอุดตันทางเดินอาหารและสำลัก ต้องหยุดและพบแพทย์ทันที
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Chang CK, et al. Kiwifruit improves bowel function in subjects with constipation. Asia Pac J Clin Nutr. 2010 (ไม่แน่ใจเลขเล่มและหน้า)
  2. U.S. Department of Agriculture. FoodData Central — Kiwifruit, green, raw; Kiwifruit, gold, raw
  3. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →