ขึ้นที่สูงแล้วปวดหัว เหนื่อยง่าย นอนไม่หลับ เตรียมตัวยังไง กินอะไรดี? รู้ก่อนไปเที่ยวดอยและต่างประเทศ

คนที่ฟิตที่สุดในกลุ่มอาจเป็นคนที่แพ้ความสูงหนักที่สุด — เพราะการปรับตัวต่อออกซิเจนที่เบาบางไม่ได้ขึ้นกับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ · ทริปขึ้นดอยสูงหรือเที่ยวเมืองบนที่ราบสูงในต่างประเทศจึงทำให้หลายคนปวดหัว คลื่นไส้ และนอนไม่หลับตั้งแต่คืนแรก · บทความนี้อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นในร่างกาย ควรวางแผนขึ้นอย่างไร สัญญาณไหนที่ต้องลงจากที่สูงทันที และโภชนาการอะไรที่ช่วยดูแลพื้นฐาน

ไม่เกี่ยวกับความฟิต
นักกีฬาก็แพ้ความสูงได้
เท่ากับคนทั่วไป
ดื่มน้ำให้มากขึ้น
อากาศแห้งและหายใจเร็ว
ทำให้เสียน้ำมากกว่าปกติ
ลงคือทางแก้ที่ดีที่สุด
อาการรุนแรง = ลงจากที่สูง
ทันที ไม่ต้องรอดูอาการ

ที่ระดับความสูงมากขึ้น ความดันบรรยากาศลดลง ทำให้ออกซิเจนที่เข้าสู่กระแสเลือดในแต่ละลมหายใจน้อยลง · ร่างกายตอบสนองด้วยการหายใจเร็วขึ้นและหัวใจเต้นเร็วขึ้น จากนั้นจึงค่อย ๆ ปรับสมดุลกรด-ด่างและสร้างเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้นในระยะยาว · กระบวนการปรับตัวนี้ต้องใช้เวลาเป็นวัน ไม่ใช่ชั่วโมง · อาการแพ้ความสูงเฉียบพลัน (acute mountain sickness) จึงมักเกิดเมื่อเราขึ้นเร็วเกินกว่าที่ร่างกายจะปรับทัน โดยมีอาการหลักคือปวดศีรษะร่วมกับอาการอื่นอย่างคลื่นไส้ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย หรือนอนไม่หลับ

1 อาการแพ้ความสูงเป็นอย่างไร และแยกจากอะไร

  • อาการหลักคือปวดศีรษะ ที่เกิดหลังขึ้นที่สูงภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงหนึ่งวัน ร่วมกับอย่างน้อยหนึ่งอาการอื่น
  • อาการร่วมที่พบบ่อย — คลื่นไส้ เบื่ออาหาร อ่อนเพลียผิดปกติ เวียนศีรษะ และนอนไม่หลับ
  • ต้องแยกจากภาวะขาดน้ำและอ่อนเพลียจากการเดินทาง ซึ่งอาการคล้ายกัน · การดื่มน้ำให้พอช่วยตัดตัวแปรนี้ออก
  • อาการมักดีขึ้นเองภายใน 1-2 วัน ถ้าหยุดขึ้นต่อและพักที่ระดับเดิม
  • สิ่งที่ห้ามทำ — ขึ้นสูงต่อไปในขณะที่ยังมีอาการ · เป็นความผิดพลาดที่ทำให้อาการลุกลาม

2 ภาวะรุนแรงที่ต้องลงจากที่สูงทันที

  • สมองบวมจากที่สูง (HACE) — สัญญาณคือเดินเซ ทรงตัวไม่ได้ สับสน พฤติกรรมเปลี่ยน หรือซึมลง · ต้องลงจากที่สูงทันที ไม่ต้องรอดูอาการ
  • ปอดบวมน้ำจากที่สูง (HAPE) — เหนื่อยหอบขณะพัก ไอมีฟองปนเลือด แน่นหน้าอก ริมฝีปากเขียวคล้ำ · เป็นภาวะฉุกเฉิน
  • การลงจากที่สูงคือการรักษาที่ได้ผลที่สุด · ออกซิเจนและยาช่วยประคับประคองระหว่างรอลง แต่ไม่ทดแทนการลง
  • อย่าปล่อยให้ผู้มีอาการอยู่คนเดียว และอย่าให้เดินลงเองถ้ามีอาการทางสมอง
  • ตรวจสอบล่วงหน้าว่าจุดหมายมีบริการทางการแพทย์ไหม และเก็บเบอร์ฉุกเฉินไว้

3 วางแผนขึ้นอย่างปลอดภัย

  • เพิ่มระดับความสูงที่ใช้นอนอย่างช้า ๆ — แนวทางสากลแนะนำไม่เกินราว 300-500 เมตรต่อวันเมื่ออยู่เหนือ 3,000 เมตร
  • เดินขึ้นสูงตอนกลางวัน แต่กลับมานอนต่ำ — เป็นหลักที่ใช้กันในหมู่นักปีนเขา
  • ใส่วันพักปรับตัว ทุกการเพิ่มระดับราว 1,000 เมตร
  • เลี่ยงแอลกอฮอล์และยานอนหลับในคืนแรก ๆ — กดการหายใจและบดบังอาการเตือน
  • ถ้าเคยแพ้ความสูงมาก่อน หรือจะขึ้นเร็วโดยเลี่ยงไม่ได้ ควรปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์การเดินทางล่วงหน้า เพราะมียาที่แพทย์อาจพิจารณาสั่งเพื่อช่วยการปรับตัว

4 โภชนาการและการดูแลพื้นฐานระหว่างทริป

  • ดื่มน้ำมากกว่าปกติ — อากาศแห้งและการหายใจเร็วทำให้เสียน้ำทางลมหายใจมากกว่าที่รู้สึก
  • กินคาร์โบไฮเดรตให้พอ — เป็นเชื้อเพลิงที่ใช้ออกซิเจนต่อพลังงานน้อยกว่าไขมัน จึงเหมาะกับสภาวะที่ออกซิเจนจำกัด
  • อย่าอดอาหารเพราะเบื่ออาหาร — กินมื้อเล็กบ่อย ๆ ดีกว่าปล่อยให้พลังงานพร่อง
  • ตรวจภาวะซีดก่อนไปถ้ามีความเสี่ยง — เม็ดเลือดแดงคือตัวขนส่งออกซิเจน · ผู้มีภาวะพร่องเหล็กควรแก้ก่อนเดินทาง
  • ดูแลไขมันในเลือดและระบบไหลเวียนก่อนทริป — โอเมก้า-3 จากพืชและปลาเป็นการดูแลพื้นฐานระยะยาว ไม่ใช่มาตรการเฉพาะหน้าสำหรับที่สูง
  • สิ่งที่ไม่ควรคาดหวัง — ไม่มีอาหารเสริมชนิดใดป้องกันอาการแพ้ความสูงได้ · การขึ้นช้า ๆ คือมาตรการที่ได้ผลจริง
BLB P เป็นซอฟต์เจลที่รวมน้ำมันสกัดเย็นจากพืช 9 ชนิด — ถั่วดาวอินคา 100 มก. เมล็ดแฟลกซ์ 90 มก. ทานตะวันไฮโอเลอิก 90 มก. รำข้าว 80 มก. งา 50 มก. มะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิน 35 มก. กระเทียม 30 มก. เพอริลลา 20 มก. และโคเอนไซม์คิวเท็น 5 มก. · เป็นแหล่งโอเมก้า-3 สายสั้น (ALA) จากพืชสำหรับผู้ที่ไม่กินน้ำมันปลา · มีเลข อย. 26-1-10867-5-0050 และผ่านการรับรองฮาลาล

5 เมื่อไรควรพบแพทย์

  • ลงจากที่สูงและหาความช่วยเหลือทันที — เดินเซ สับสน ซึมลง หรือพฤติกรรมเปลี่ยน
  • ลงจากที่สูงและหาความช่วยเหลือทันที — เหนื่อยหอบขณะพัก ไอมีฟองปนเลือด หรือริมฝีปากเขียวคล้ำ
  • หยุดขึ้นต่อ — ปวดศีรษะที่ไม่ดีขึ้นหลังพักและดื่มน้ำ · อย่าขึ้นสูงต่อขณะยังมีอาการ
  • ปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทาง — ผู้มีโรคหัวใจ โรคปอด ความดันโลหิตสูงที่คุมไม่ได้ ภาวะซีด สตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่เคยมีอาการรุนแรงจากที่สูง
  • ปรึกษาเภสัชกร — เรื่องยาประจำตัวที่ต้องพกและปฏิกิริยากับยาที่ใช้บนที่สูง

6 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คนที่ออกกำลังกายประจำจะแพ้ความสูงน้อยกว่าไหม

ไม่จำเป็น · การปรับตัวต่อออกซิเจนที่เบาบางไม่ได้ขึ้นกับความฟิต · นักกีฬาบางคนกลับเสี่ยงมากกว่าเพราะเดินขึ้นเร็วกว่าคนอื่น ทำให้ร่างกายไม่มีเวลาปรับตัว

มีอาหารเสริมที่ป้องกันอาการแพ้ความสูงไหม

ไม่มีอาหารเสริมชนิดใดที่พิสูจน์ว่าป้องกันได้ · มาตรการที่ได้ผลจริงคือการขึ้นอย่างช้า ๆ การพักปรับตัว และการดื่มน้ำให้พอ · ถ้าจำเป็นต้องขึ้นเร็ว ควรปรึกษาแพทย์เรื่องยาล่วงหน้า

นอนไม่หลับบนที่สูง กินยานอนหลับได้ไหม

ไม่ควรใช้เองในคืนแรก ๆ · ยานอนหลับบางกลุ่มกดการหายใจและบดบังอาการเตือนของภาวะรุนแรง · ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทางถ้ามีปัญหาการนอน

อาการปวดหัวบนที่สูงกินยาแก้ปวดได้ไหม

ยาแก้ปวดทั่วไปช่วยบรรเทาได้ แต่สิ่งสำคัญคือห้ามขึ้นสูงต่อขณะยังมีอาการ · ถ้าปวดไม่ดีขึ้นหลังพักและดื่มน้ำ หรือมีอาการเดินเซหรือสับสนร่วมด้วย ต้องลงจากที่สูงทันที

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • 🚨 เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ สับสน หรือซึมลงบนที่สูง = ลงจากที่สูงทันทีและหาความช่วยเหลือทางการแพทย์
  • 🚨 เหนื่อยหอบขณะพัก ไอมีฟองปนเลือด หรือริมฝีปากเขียวคล้ำ = ภาวะฉุกเฉิน ต้องลงจากที่สูงทันที
  • ห้ามขึ้นสูงต่อขณะที่ยังมีอาการแพ้ความสูง แม้จะเป็นเพียงปวดศีรษะ
  • เลี่ยงแอลกอฮอล์และยานอนหลับในคืนแรก ๆ บนที่สูง เพราะกดการหายใจและบดบังอาการเตือน
  • ผู้มีโรคหัวใจ โรคปอด ภาวะซีด หรือสตรีมีครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทางขึ้นที่สูง
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Luks AM, et al. — Wilderness Medical Society clinical practice guidelines for the prevention and treatment of acute altitude illness. Wilderness and Environmental Medicine.
  2. Bartsch P, Swenson ER. — Acute high-altitude illnesses. New England Journal of Medicine.
  3. Hackett PH, Roach RC. — High-altitude illness. New England Journal of Medicine.
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →