นักข่าว–ผู้สื่อข่าวภาคสนาม ตามข่าวทั้งวัน กินข้าวไม่เป็นเวลา อดนอนปิดข่าวดึก ร่างกายโทรม ป่วยง่าย กินอะไรดี? ดูแลพลังงานและภูมิคุ้มกันของคนทำงานข่าว

นักข่าว ผู้สื่อข่าวภาคสนาม ช่างภาพข่าว และทีมโปรดักชันข่าว มักทำงานไม่เป็นเวลา ตามข่าวตั้งแต่เช้าจนปิดข่าวดึก กินข้าวตามจังหวะงาน ตากแดดตากฝน และต้องเจอผู้คนจำนวนมาก จึงรู้สึกโทรม อ่อนเพลีย และป่วยง่ายกว่าช่วงที่งานปกติ · คำตอบสั้น ๆ คือ สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือนอนให้ได้ใกล้ 7 ชั่วโมงขึ้นไปให้บ่อยที่สุด กินให้ครบมื้อแม้จะเป็นมื้อเล็ก ดื่มน้ำ ล้างมือ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามคำแนะนำแพทย์ และจัดการความเครียดจากข่าวหนัก ส่วนอาหารเสริมเป็นเพียงตัวช่วยดูแลในภาพรวม ไม่ได้ป้องกันการป่วย · บทความนี้อธิบายสาเหตุ วิธีปรับวันทำงานแบบที่คนทำข่าวทำได้จริง สารอาหารที่มีข้อมูล และอาการที่ต้องพบแพทย์

นอนน้อย
ปัจจัยที่สัมพันธ์
กับการป่วยง่าย
20 วินาที
ล้างมือด้วยสบู่
ให้ทั่วทุกครั้ง
1323
สายด่วนสุขภาพจิต
ปรึกษาได้ 24 ชม.

ประเด็นแรกคือการนอน — คืนที่ปิดข่าวดึกแล้วต้องตื่นเช้าไปทำข่าวต่อ ทำให้นอนไม่พอสะสม ซึ่งสัมพันธ์กับความอ่อนเพลียและการติดเชื้อทางเดินหายใจง่ายขึ้น · ประเด็นที่สองคืออาหาร — การข้ามมื้อแล้วไปกินหนักตอนดึก หรือกินแต่ขนมกับกาแฟ ทำให้ได้โปรตีน ผัก และผลไม้ไม่พอ · ประเด็นที่สามคือความเครียด — ทั้งเส้นตาย (deadline) และการทำข่าวเหตุการณ์สะเทือนใจ ซึ่งสะสมได้โดยไม่รู้ตัว · ประเด็นสุดท้ายคืออาหารเสริม — มีที่ทางในฐานะตัวช่วยดูแลภาพรวม แต่ไม่ใช้แทนการนอน การกิน และวัคซีน

1 อาการที่คนทำข่าวภาคสนามเจอบ่อย

  • อ่อนเพลียสะสม — ตื่นมาแล้วไม่สดชื่น ต้องพึ่งกาแฟหลายแก้วกว่าจะเริ่มงานได้
  • เป็นหวัดบ่อย เจ็บคอ ไอเรื้อรัง — โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนฤดู หรือหลังลงพื้นที่ที่มีคนแออัด
  • ปวดศีรษะ ตาล้า — จากการตากแดด ดื่มน้ำน้อย และจ้องจอเขียนข่าวต่อจนดึก
  • ท้องอืด กรดไหลย้อน — จากการข้ามมื้อ กินเร็ว และกินมื้อใหญ่ก่อนนอน
  • ปวดคอ บ่า หลัง — จากการแบกกล้อง ขาตั้ง ไมโครโฟน และนั่งรถไปพื้นที่ทีละหลายชั่วโมง
  • นอนไม่หลับทั้งที่เหนื่อย — สมองยังคิดเรื่องข่าว หรือดื่มคาเฟอีนช่วงค่ำเพื่อให้ทันปิดข่าว
  • หงุดหงิด ใจหดหู่ หรือรู้สึกชา — หลังทำข่าวอุบัติเหตุ ภัยพิบัติ หรือความรุนแรงติดต่อกันหลายวัน

อาการเหล่านี้พบบ่อยในช่วงข่าวใหญ่และมักดีขึ้นเมื่อได้พัก แต่ถ้าอ่อนเพลียต่อเนื่องหลายสัปดาห์แม้ได้นอนแล้ว น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ หรือป่วยติดเชื้อบ่อยผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุอื่น เช่น ภาวะโลหิตจาง โรคไทรอยด์ หรือเบาหวาน

2 ทำไมคนทำงานข่าวถึงโทรมและป่วยง่าย

  • นอนไม่พอและนอนไม่เป็นเวลา — การนอนเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าคนที่นอนน้อยเป็นประจำมีแนวโน้มติดเชื้อทางเดินหายใจง่ายกว่าคนที่นอนพอ
  • เจอคนจำนวนมากทุกวัน — งานแถลงข่าว การชุมนุม โรงพยาบาล สนามบิน และพื้นที่ภัยพิบัติ ล้วนเป็นที่ที่เชื้อทางเดินหายใจแพร่ได้ง่าย
  • กินไม่ครบ — มื้อที่กินในรถหรือระหว่างรอแหล่งข่าวมักเป็นแป้งและของทอด ได้ผัก ผลไม้ และโปรตีนน้อย
  • ตากแดดตากฝนสลับห้องแอร์ — ร่างกายเสียน้ำมากโดยไม่รู้ตัว และหลายคนดื่มน้ำน้อยเพราะหาห้องน้ำยาก
  • คาเฟอีนและเครื่องดื่มชูกำลัง — ช่วยให้ตื่นในระยะสั้น แต่ถ้าดื่มช่วงค่ำจะทำให้นอนหลับยากและคุณภาพการนอนแย่ลง
  • ความเครียดทุติยภูมิ (secondary traumatic stress) — การได้เห็น ได้ฟัง หรือได้ตัดต่อภาพเหตุการณ์สะเทือนใจซ้ำ ๆ ส่งผลต่ออารมณ์และการนอนได้ แม้ตัวเราจะไม่ได้เป็นผู้ประสบเหตุโดยตรง
  • ไม่มีวันหยุดจริง — โทรศัพท์และกลุ่มแชตข่าวทำให้สมองไม่ได้พักแม้ในวันหยุด

3 สิ่งที่ช่วยได้จริงก่อนพึ่งอาหารเสริม

สถานการณ์ สิ่งที่มักทำ ปรับเป็น
ปิดข่าวดึก ต้องตื่นเช้า นอนดึกแล้วเลื่อนมือถือต่อ วางมือถือห่างเตียง จดงานค้างไว้ แล้วนอนทันที · ชดเชยด้วยการงีบ 15-20 นาทีช่วงบ่ายถ้าทำได้
ลงพื้นที่ทั้งวัน ไม่ได้กินข้าวจนบ่าย พกอาหารว่างที่มีโปรตีน เช่น นมกล่อง ถั่ว ไข่ต้ม และผลไม้ที่ปอกง่าย
ยืนรอกลางแดด ดื่มน้ำเมื่อกระหาย จิบน้ำสม่ำเสมอทุกชั่วโมง สวมหมวก พักในร่มเมื่อทำได้ · เหงื่อออกมากใช้เกลือแร่ตามความเหมาะสม
พื้นที่คนแออัด จับหน้า ขยี้ตา จับอุปกรณ์ร่วมกัน ล้างมือหรือใช้เจลแอลกอฮอล์ เช็ดไมโครโฟนและอุปกรณ์ที่ใช้ร่วม และใส่หน้ากากเมื่อเป็นหวัดหรือช่วงระบาด
ช่วงเปลี่ยนฤดู รอให้ป่วยก่อนแล้วค่อยพัก ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปีตามคำแนะนำแพทย์ และลาพักเมื่อเริ่มป่วย ไม่ฝืนทำงานจนแพร่เชื้อให้ทีม
เขียนข่าวตอนค่ำ กาแฟหรือเครื่องดื่มชูกำลังแก้วที่สี่ ดื่มคาเฟอีนช่วงเช้าถึงก่อนบ่าย ช่วงค่ำเปลี่ยนเป็นน้ำเปล่าหรือชาไม่มีคาเฟอีน
หลังทำข่าวสะเทือนใจ เก็บไว้คนเดียว คุยกับเพื่อนร่วมทีมหรือหัวหน้า หาเวลาออกกำลังกาย และขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเมื่อรู้สึกว่าไม่ไหว

สำหรับคนที่ต้องเข้ากะเช้าสลับกะดึก การพยายามให้เวลาตื่นใกล้เคียงกันในวันที่ทำได้ และการรับแสงแดดตอนเช้า ช่วยให้นาฬิกาชีวิตไม่แกว่งมาก การออกกำลังกายระดับปานกลางสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็วหรือปั่นจักรยาน ยังช่วยทั้งเรื่องความเครียดและคุณภาพการนอน

4 สารอาหารที่เกี่ยวกับพลังงานและภูมิคุ้มกัน เทียบตามหลักฐาน

สารอาหาร สิ่งที่มีข้อมูล ข้อจำกัดและข้อควรระวัง
วิตามินซี จำเป็นต่อการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน · การทบทวนของ Cochrane พบว่ากินเป็นประจำอาจช่วยให้ระยะเวลาเป็นหวัดสั้นลงเล็กน้อย ในคนทั่วไปไม่ได้ลดจำนวนครั้งที่เป็นหวัดอย่างชัดเจน · ผู้ใหญ่ไม่ควรเกินราว 2,000 มก./วัน
ซิงค์ เกี่ยวกับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน · มีการศึกษาว่าซิงค์แบบอมเมื่อเริ่มมีอาการอาจช่วยให้หวัดสั้นลง กินเกินระยะยาวทำให้ขาดทองแดง · ผู้ใหญ่ไม่ควรเกินราว 40 มก./วัน รวมทุกแหล่ง
วิตามินดี เกี่ยวกับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน · คนที่ระดับต่ำอาจได้ประโยชน์จากการเสริม ผลในคนที่ระดับปกติยังไม่ชัด · ไม่ควรกินขนาดสูงเองโดยไม่ตรวจเลือด
เบต้ากลูแคน ใยอาหารจากยีสต์ เห็ด หรือข้าวโอ๊ต มีการศึกษาเรื่องการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน งานวิจัยส่วนใหญ่ขนาดเล็ก ผลต่างกันตามแหล่งและสูตร
โสม มีการศึกษาเรื่องความอ่อนเพลียและพลังงาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่ โสม (ginseng) กินตอนไหน หลักฐานยังไม่สม่ำเสมอ · อาจมีผลกับยาเบาหวาน ยาละลายลิ่มเลือด และความดัน · บางคนนอนไม่หลับถ้ากินช่วงค่ำ
โพรไบโอติก มีการศึกษาว่าบางสายพันธุ์อาจช่วยลดการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนได้เล็กน้อย ผลขึ้นกับสายพันธุ์ คุณภาพหลักฐานยังต่ำถึงปานกลาง
ธาตุเหล็กและวิตามินบี 12 การขาดทำให้อ่อนเพลีย หน้ามืด และสมาธิลดลง ไม่ควรกินเหล็กเสริมเองโดยไม่ตรวจเลือด เพราะเหล็กเกินมีอันตราย

ภาพรวมคือ ไม่มีสารอาหารตัวใดทำให้ไม่ป่วยหรือชดเชยการนอนน้อยได้ สิ่งที่หลักฐานชัดที่สุดยังเป็นการนอน การล้างมือ และวัคซีน สารอาหารข้างต้นควรได้จากอาหารเป็นหลัก เช่น ผลไม้รสเปรี้ยว ฝรั่ง ไข่ เนื้อสัตว์ ปลา ถั่ว และเห็ด ส่วนอาหารเสริมเหมาะเป็นตัวช่วยในช่วงที่กินไม่ครบจริง ๆ

5 เกณฑ์เลือกอาหารเสริมสำหรับคนทำงานข่าว

เกณฑ์ ดูอะไรบนฉลาก/ข้อมูล ทำไมสำคัญ
เลข อย. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลข 13 หลักบนกล่อง ตรวจสอบได้ในระบบของ อย. ยืนยันว่าขึ้นทะเบียนถูกต้องและสถานที่ผลิตได้รับอนุญาต
ระบุส่วนผสมและปริมาณรายตัว ชื่อสาร + มิลลิกรัมต่อหน่วยบริโภคครบทุกตัว สูตรที่เขียนแค่ “สารสกัดรวม” เทียบกับข้อมูลงานวิจัยไม่ได้ และเช็กการกินซ้อนกับผลิตภัณฑ์อื่นไม่ได้
รูปแบบและส่วนผสมสมุนไพร ซอฟต์เจล แคปซูล หรือผงชง มีโสม เห็ด หรือสมุนไพรอะไรบ้าง ปริมาณเท่าไร สมุนไพรบางตัวมีข้อควรระวังกับยาประจำ เช่น ยาละลายลิ่มเลือด ยาเบาหวาน ยากดภูมิ ต้องรู้ชื่อสารครบจึงถามเภสัชกรได้
มาตรฐานการผลิต GMP ของโรงงาน และการรับรองอื่น เช่น ฮาลาล ลดความเสี่ยงเรื่องการปนเปื้อนและปริมาณไม่ตรงฉลาก
รีวิวจากผู้ใช้จริง รีวิวที่เล่าบริบทการใช้และระยะเวลา ไม่ใช่คำชมสั้น ๆ ช่วยดูความสะดวกในการกินและความสม่ำเสมอ แต่ไม่ใช่หลักฐานทางการแพทย์
คำโฆษณา ไม่มีคำว่ารักษา หายขาด เห็นผลทันที กันป่วยได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ผลิตภัณฑ์ที่อ้างเกินจริงเป็นสัญญาณเตือนเรื่องความน่าเชื่อถือ และผิดกฎหมายโฆษณา

ทำไม BLB U เข้ากับโจทย์นี้ — เป็นซอฟต์เจลที่รวมโสมเกาหลี ถั่งเช่า เห็ดชิตาเกะ ยามาบูชิทาเกะ ไมตาเกะ หลินจือ ขิง พลูคาว เบต้ากลูแคนจากยีสต์ และโคเอนไซม์คิวเท็น ไว้ในเม็ดเดียว ระบุปริมาณสารสำคัญรายตัวบนฉลาก มีเลข อย. และผ่านการรับรองฮาลาล จึงเข้ากับคนทำข่าวที่กินอาหารไม่เป็นเวลาและอยากได้ตัวช่วยดูแลร่างกายในภาพรวมที่พกง่าย · พูดตรง ๆ คือ BLB U ไม่ได้ป้องกันหวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ไม่ใช่ยา และไม่ใช้แทนการนอน วัคซีน หรือการพบแพทย์ · กินตามที่ฉลากระบุ และผู้ที่กินยาประจำควรถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อน เพราะมีสมุนไพรหลายชนิดในสูตร

BLB U เป็นซอฟต์เจลที่รวมสารสกัด 13 ชนิดไว้ในเม็ดเดียว — โสมเกาหลี 80 มก. ถั่งเช่า 80 มก. เห็ด 4 ชนิด (ชิตาเกะ ยามาบูชิทาเกะ ไมตาเกะ อย่างละ 80 มก. หลินจือ 50 มก.) ขิง 50 มก. พลูคาว 50 มก. เบต้ากลูแคนจากยีสต์ 90% 25 มก. และโคเอนไซม์คิวเท็น 25 มก. บนฐานน้ำมันจมูกข้าว 200 มก. น้ำมันงา 100 มก. และน้ำมันเพอริลลา 100 มก. · ระบุปริมาณสารสำคัญรายตัวบนฉลาก มีเลข อย. 26-1-10867-5-0049 และผ่านการรับรองฮาลาล

6 แผนปฏิบัติ 4 สัปดาห์ สำหรับนักข่าวที่ร่างกายเริ่มโทรม

  • สัปดาห์ที่ 1 — สังเกตตัวเอง จดเวลานอน มื้อที่กินจริง จำนวนแก้วกาแฟ และวันที่รู้สึกแย่ที่สุด เพื่อหาจุดที่ต้องแก้ก่อน
  • สัปดาห์ที่ 1 — จัดกระเป๋าลงพื้นที่ ขวดน้ำ อาหารว่างที่มีโปรตีน เจลล้างมือ หมวก และหน้ากากอนามัยสำรอง
  • สัปดาห์ที่ 2 — ย้ายคาเฟอีน ดื่มกาแฟช่วงเช้าถึงก่อนบ่าย และเลิกดื่มเครื่องดื่มชูกำลังหลังเย็น
  • สัปดาห์ที่ 2 — กินให้ครบมื้อ ถ้ากินข้าวเป็นมื้อไม่ได้ ให้กินมื้อเล็กหลายครั้งที่มีโปรตีนและผักหรือผลไม้ทุกครั้ง
  • สัปดาห์ที่ 3 — ตั้งพิธีปิดข่าว หลังส่งข่าว ปิดแจ้งเตือนกลุ่มงานที่ไม่จำเป็น อาบน้ำ หรี่ไฟ แล้วเข้านอน
  • สัปดาห์ที่ 3 — คุยกับทีม หลังทำข่าวหนัก ให้มีช่วงพูดคุยสั้น ๆ ในทีม และสลับคนลงพื้นที่ข่าวสะเทือนใจเมื่อทำได้
  • สัปดาห์ที่ 4 — นัดวัคซีนและตรวจสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี และตรวจสุขภาพประจำปีถ้ายังไม่ได้ทำ
  • ถ้าเลือกใช้อาหารเสริม กินตามฉลาก เลือกตัวเดียวที่ตอบโจทย์ ไม่กินหลายตัวซ้อนกัน และแจ้งแพทย์ถ้ากินยาประจำ

7 เมื่อไรต้องพบแพทย์

  • ไข้สูงเกิน 3 วัน ไอมีเสมหะเขียวข้นร่วมกับหายใจเหนื่อย หรือเจ็บหน้าอก — ควรพบแพทย์ทันที
  • อ่อนเพลียต่อเนื่องหลายสัปดาห์แม้ได้นอนพอ ร่วมกับซีด ใจสั่น น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ หรือกระหายน้ำปัสสาวะบ่อย — ควรตรวจเลือดหาสาเหตุ
  • ป่วยติดเชื้อบ่อยผิดปกติ เช่น เป็นหวัดเกือบทุกเดือน แผลหายช้า มีเชื้อราในปากซ้ำ ๆ — ควรพบแพทย์
  • ตัวร้อนจัด สับสน หมดสติหลังทำข่าวกลางแดด — สงสัยโรคลมร้อน ต้องโทร 1669 ทันที
  • ภาพเหตุการณ์ที่ไปทำข่าวย้อนกลับมาซ้ำ ฝันร้าย ตกใจง่าย หลีกเลี่ยงสิ่งที่เตือนความจำ หรือรู้สึกชาไปหมด นานเกิน 2-4 สัปดาห์ — ควรพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา
  • เศร้า หมดไฟ หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง — โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ปวดคอร้าวลงแขน ชา หรืออ่อนแรง จากการแบกอุปกรณ์หนัก — ควรพบแพทย์

8 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

นักข่าวป่วยบ่อย ร่างกายโทรม ควรกินอะไร?

เริ่มจากอาหารที่ครบหมู่ เน้นโปรตีน เช่น ไข่ ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน นม ร่วมกับผักและผลไม้ที่มีวิตามินซี เช่น ฝรั่ง ส้ม มะละกอ และดื่มน้ำสม่ำเสมอ · สิ่งที่ช่วยมากกว่าอาหารเสริมคือการนอนให้พอ ล้างมือ และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามคำแนะนำแพทย์ · อาหารเสริมเป็นเพียงตัวช่วยดูแลในภาพรวม

กินวิตามินซีทุกวันแล้วจะไม่เป็นหวัดจริงไหม?

ข้อมูลจากการทบทวนงานวิจัยพบว่าในคนทั่วไป การกินวิตามินซีเป็นประจำไม่ได้ลดจำนวนครั้งที่เป็นหวัดอย่างชัดเจน แต่อาจทำให้ระยะเวลาป่วยสั้นลงเล็กน้อย · การนอนพอ การล้างมือ และการไม่จับหน้า ยังเป็นสิ่งที่ช่วยได้มากกว่า

อดนอนบ่อยทำให้ภูมิคุ้มกันลดลงจริงไหม?

การนอนเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และมีงานวิจัยพบว่าคนที่นอนน้อยเป็นประจำมีแนวโน้มติดเชื้อทางเดินหายใจง่ายกว่า · ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ต้องการการนอนราว 7-9 ชั่วโมงต่อคืน ถ้าคืนไหนนอนน้อย การงีบสั้น ๆ ช่วยลดความง่วงได้บางส่วน

BLB U กินตอนไหนดี กินคู่กับกาแฟได้ไหม?

กินตามที่ฉลากระบุ และกินให้สม่ำเสมอเป็นเวลาเดิมของวัน เช่น หลังมื้อเช้าก่อนออกไปทำข่าว · ส่วนใหญ่กินวันเดียวกับกาแฟได้ แต่ควรดื่มกาแฟช่วงเช้าถึงก่อนบ่าย และผู้ที่กินยาประจำควรถามเภสัชกรก่อน

กินกี่วันถึงจะเห็นผล?

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา จึงไม่ควรคาดหวังผลเป็นจำนวนวันที่แน่นอน ควรใช้ต่อเนื่องร่วมกับการนอนและการกินที่ดีขึ้น แล้วประเมินภาพรวมของร่างกายเป็นรายสัปดาห์ · ถ้าอ่อนเพลียหรือป่วยบ่อยต่อเนื่องหลายสัปดาห์ควรพบแพทย์

BLB U ราคาเท่าไร ซื้อได้ที่ไหน?

สอบถามราคาและรายละเอียดล่าสุดได้ทาง LINE @blb.co.th หรือโทร 062-353-9895 ทีมงานช่วยดูได้ว่าเหมาะกับโจทย์ของเราหรือไม่ และช่วยดูว่าเข้ากับยาประจำหรืออาหารเสริมอื่นที่กินอยู่หรือไม่ · ควรซื้อจากช่องทางทางการของแบรนด์ เพื่อให้ได้สินค้าที่มีเลข อย. และล็อตผลิตตรวจสอบได้

ใครไม่ควรกิน BLB U?

ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด ยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน ยาลดความดัน หรือยากดภูมิคุ้มกัน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน เพราะสูตรมีโสม เห็ดหลินจือ ขิง และสารสกัดเห็ดหลายชนิด · ผู้ที่มีโรคภูมิต้านตนเอง ผู้ที่เตรียมผ่าตัด สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร และเด็ก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน · ผู้ที่แพ้ส่วนผสมใดในสูตรไม่ควรกิน

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ไม่มีอาหารเสริมตัวใดป้องกันหวัด ป้องกันไข้หวัดใหญ่ หรือรักษาความเหนื่อยล้าเรื้อรังได้ — การป่วยบ่อยของคนทำข่าวดีขึ้นจากการนอนให้พอ กินให้เป็นมื้อ ล้างมือ และฉีดวัคซีนตามคำแนะนำแพทย์ อาหารเสริมเป็นเพียงตัวช่วยดูแลร่างกายในภาพรวม
  • เครียด นอนไม่หลับ ฝันร้ายหรือภาพเหตุการณ์ที่ไปทำข่าวย้อนกลับมาซ้ำ ๆ นานเกิน 2-4 สัปดาห์ หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง · ไข้สูงเกิน 3 วัน หายใจเหนื่อยหอบ เจ็บหน้าอก ต้องพบแพทย์ทันที · ตัวร้อนจัด สับสน หมดสติหลังลงพื้นที่กลางแดด ให้พาเข้าที่ร่มและโทร 1669
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • คนทำข่าวที่ขับรถกลับบ้านหลังปิดข่าวดึก ควรระวังการง่วงขณะขับ ถ้าง่วงมากควรจอดพักหรือใช้บริการเดินทางอื่น · ผู้ที่ลงพื้นที่ภัยพิบัติหรือพื้นที่เสี่ยงควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตามแนวทางขององค์กรทุกครั้ง
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. World Health Organization (WHO) — Influenza (Seasonal) Fact Sheet
  2. NIH Office of Dietary Supplements — Dietary Supplements for Immune Function and Infectious Diseases
  3. Cochrane — Vitamin C for Preventing and Treating the Common Cold
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →