คีเฟอร์ vs โยเกิร์ต ต่างกันยังไง? จุลินทรีย์ตัวไหนหลากหลายกว่า คนแพ้แลคโตสกินได้ไหม มีแอลกอฮอล์จริงไหม กินตอนไหน และโทษที่ต้องรู้

คีเฟอร์ (Kefir) คือนมหมักที่ได้จากการใส่ “เมล็ดคีเฟอร์” ซึ่งเป็นก้อนวุ้นที่มีแบคทีเรียกรดแลคติกและยีสต์อาศัยอยู่ร่วมกัน ลงในนม ส่วนโยเกิร์ต (Yogurt) คือนมที่หมักด้วยแบคทีเรีย Streptococcus thermophilus และ Lactobacillus delbrueckii subsp. bulgaricus เป็นหลัก · คำตอบสั้น ๆ ของคำถาม “คีเฟอร์กับโยเกิร์ตต่างกันยังไง” คือ คีเฟอร์มีจุลินทรีย์หลากหลายชนิดกว่า รวมทั้งยีสต์ เป็นเครื่องดื่มเหลว รสเปรี้ยวซ่าเล็กน้อย และอาจมีแอลกอฮอล์ปริมาณน้อยมากจากการหมัก ส่วนโยเกิร์ตมีเชื้อหลักน้อยชนิดกว่า เนื้อข้น และมีงานวิจัยในคนมากกว่า · ทั้งคู่มีแลคโตสน้อยกว่านมสด และเป็นอาหารหมักที่ดีได้ แต่ “หลากหลายกว่า” ไม่ได้แปลว่า “ดีกว่าหลายเท่า” เสมอไป · ความต่างที่มีผลต่อสุขภาพจริงมักอยู่ที่น้ำตาลที่เติม การผ่านความร้อนหลังหมัก และความสม่ำเสมอในการกิน

คีเฟอร์
แบคทีเรีย + ยีสต์
หลายสิบชนิด
โยเกิร์ต
เชื้อหลัก 2 ชนิด
เนื้อข้น
แลคโตสลดลง
ทั้งคู่ย่อยง่าย
กว่านมสด

เรื่องแรกคือ “เชื้อ” ที่ใช้หมัก — โยเกิร์ตใช้หัวเชื้อที่ควบคุมได้ ส่วนคีเฟอร์แบบดั้งเดิมใช้เมล็ดคีเฟอร์ที่มีชุมชนจุลินทรีย์ซับซ้อนและต่างกันไปในแต่ละแหล่ง ขณะที่คีเฟอร์ขายในร้านมักใช้หัวเชื้อผสมที่กำหนดชนิดไว้ · เรื่องที่สองคือคำว่าโพรไบโอติก — จุลินทรีย์ในอาหารหมักไม่ใช่ทุกตัวที่ผ่านการศึกษาแบบโพรไบโอติก คำว่าโพรไบโอติกหมายถึงสายพันธุ์ที่ระบุได้และมีงานในคนรองรับ · เรื่องที่สามคือสิ่งที่เติมมา — โยเกิร์ตหรือคีเฟอร์รสผลไม้หลายยี่ห้อมีน้ำตาลสูง · อ่านความต่างของจุลินทรีย์ดีแต่ละกลุ่มได้ที่ โพรไบโอติก พรีไบโอติก โพสต์ไบโอติก ต่างกันยังไง และ สายพันธุ์โพรไบโอติกต่างกันยังไง

1 ตารางเทียบ: คีเฟอร์ vs โยเกิร์ต

หัวข้อ คีเฟอร์ (Kefir) โยเกิร์ต (Yogurt)
เชื้อที่ใช้หมัก เมล็ดคีเฟอร์หรือหัวเชื้อผสม — แบคทีเรียกรดแลคติก แบคทีเรียกรดอะซิติก และยีสต์ Streptococcus thermophilus และ Lactobacillus delbrueckii subsp. bulgaricus บางยี่ห้อเติมโพรไบโอติกเพิ่ม
ความหลากหลายของจุลินทรีย์ สูงกว่า มีทั้งแบคทีเรียและยีสต์หลายชนิด น้อยชนิดกว่า แต่ควบคุมได้แน่นอนกว่า
เนื้อสัมผัสและรส เหลว ดื่มได้ เปรี้ยว ซ่าเล็กน้อย ข้นถึงข้นมาก เปรี้ยวนุ่ม
แอลกอฮอล์ อาจมีปริมาณน้อยมากจากยีสต์ โดยเฉพาะแบบหมักนาน แทบไม่มี
แลคโตส ลดลงจากการหมัก ลดลงจากการหมัก และเชื้อช่วยย่อยแลคโตสในลำไส้
สารเด่นอื่น คีฟีแรน (โพลีแซ็กคาไรด์จากเมล็ดคีเฟอร์) และสารจากการหมัก โปรตีนสูงโดยเฉพาะแบบกรีกที่กรองน้ำออก
งานวิจัยในคน น้อยกว่า งานขนาดเล็ก มากกว่า มีข้อความกล่าวอ้างที่ EFSA ยอมรับเรื่องการย่อยแลคโตส
ความเสี่ยงหลัก ทำเองที่บ้านเสี่ยงการปนเปื้อน · มีแอลกอฮอล์เล็กน้อย น้ำตาลที่เติมในแบบรสผลไม้

ชนิดและจำนวนจุลินทรีย์ต่างกันมากตามยี่ห้อ วิธีผลิต และการเก็บรักษา ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านความร้อนหลังหมักจะไม่มีเชื้อมีชีวิตเหลือ

2 โยเกิร์ต: เชื้อน้อยชนิดกว่า แต่หลักฐานชัดกว่า

  • การย่อยแลคโตส — EFSA (2010) ยอมรับว่าเชื้อโยเกิร์ตที่มีชีวิตช่วยการย่อยแลคโตสในผู้ที่ย่อยแลคโตสได้ไม่ดี เพราะตัวเชื้อมีเอนไซม์แลคเตสที่ทำงานต่อในทางเดินอาหาร
  • โปรตีนและแคลเซียม — โยเกิร์ตเป็นแหล่งโปรตีนและแคลเซียม โดยเฉพาะแบบกรีกที่กรองน้ำออกแล้ว โปรตีนต่อถ้วยจะสูงขึ้น
  • แบบเติมโพรไบโอติก — บางยี่ห้อเติมสายพันธุ์อย่าง Lactobacillus หรือ Bifidobacterium ที่ระบุชื่อ ซึ่งมีงานในคนของสายพันธุ์นั้น ๆ
  • กับดักน้ำตาล — โยเกิร์ตรสผลไม้หรือแบบดื่มหลายยี่ห้อมีน้ำตาลเติมสูง ควรเลือกแบบรสธรรมชาติแล้วเติมผลไม้เอง

3 คีเฟอร์: ชุมชนจุลินทรีย์ที่ซับซ้อนกว่า

  • ทั้งแบคทีเรียและยีสต์ — เมล็ดคีเฟอร์มีแบคทีเรียกลุ่ม Lactobacillus (รวมถึง L. kefiranofaciens) Lactococcus Leuconostoc แบคทีเรียกรดอะซิติก และยีสต์อย่าง Kluyveromyces และ Saccharomyces ซึ่งทำให้เกิดความซ่าและแอลกอฮอล์เล็กน้อย
  • การย่อยแลคโตส — งานของ Hertzler และ Clancy (2003) ในผู้ที่ย่อยแลคโตสได้ไม่ดี พบว่าคีเฟอร์ช่วยลดอาการท้องอืดและแก๊สเมื่อเทียบกับนม ใกล้เคียงกับโยเกิร์ต
  • หลักฐานส่วนใหญ่ยังเล็ก — งานเรื่องอื่น ๆ ของคีเฟอร์ เช่น ไขมันหรือน้ำตาลในเลือด ส่วนใหญ่เป็นงานในห้องทดลอง ในสัตว์ หรือในคนขนาดเล็ก
  • แบบทำเองที่บ้าน — ได้จุลินทรีย์หลากหลายกว่า แต่ควบคุมความสะอาดและชนิดเชื้อได้ยาก ต้องใช้ภาชนะสะอาดและนมพาสเจอไรส์

ถ้าสนใจเครื่องดื่มหมักอีกแบบที่ไม่ใช่นม อ่านต่อที่ คอมบูชาคืออะไร

4 อาหารหมักกับลำไส้: งานวิจัยบอกอะไร

  • นิยามอาหารหมัก — คณะผู้เชี่ยวชาญของสมาคมวิทยาศาสตร์โพรไบโอติกและพรีไบโอติกนานาชาติ (ISAPP) นิยามอาหารหมักว่าเป็นอาหารที่ผลิตด้วยการเจริญของจุลินทรีย์และการเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบอาหารโดยเอนไซม์ ซึ่งไม่ใช่ทุกตัวจะมีเชื้อมีชีวิตหรือเป็นโพรไบโอติก
  • งานที่ถูกพูดถึงมาก — งานของ Wastyk และคณะ (2021) ในผู้ใหญ่สุขภาพดี พบว่ากลุ่มที่เพิ่มอาหารหมักหลายชนิด รวมทั้งโยเกิร์ตและคีเฟอร์ เป็นเวลา 10 สัปดาห์ มีความหลากหลายของจุลินทรีย์ในลำไส้เพิ่มขึ้นและสารบ่งชี้การอักเสบบางตัวลดลง · แต่เป็นงานขนาดเล็กและเป็นผลของอาหารหมักหลายชนิดรวมกัน
  • จุลินทรีย์ต้องการอาหาร — ใยอาหารจากผัก ผลไม้ ธัญพืช และพรีไบโอติกเป็นอาหารของจุลินทรีย์ในลำไส้ การกินอาหารหมักโดยที่ใยอาหารน้อยจึงได้ประโยชน์ไม่เต็มที่
  • โพรไบโอติกแบบสร้างสปอร์ — ต่างจากเชื้อในนมหมัก สายพันธุ์อย่าง Bacillus coagulans ทนกรดและความร้อนได้ดีกว่า อ่านต่อที่ Bacillus coagulans คืออะไร

5 เลือกแบบไหนดี ตามสถานการณ์

สถานการณ์ ตัวที่ตรงกว่า เหตุผล
ย่อยแลคโตสได้ไม่ดี แต่อยากกินนม ได้ทั้งคู่ ลองทีละน้อย ทั้งคู่ช่วยเรื่องการย่อยแลคโตส ดูเพิ่มที่ ภาวะแพ้แลคโตส ดูแลอย่างไร
อยากได้โปรตีนสูง อิ่มนาน โยเกิร์ตกรีก โปรตีนต่อถ้วยสูงกว่า
อยากได้จุลินทรีย์หลากหลาย คีเฟอร์ มีทั้งแบคทีเรียและยีสต์หลายชนิด
ต้องเลี่ยงแอลกอฮอล์ทุกปริมาณ โยเกิร์ต คีเฟอร์อาจมีแอลกอฮอล์เล็กน้อยจากการหมัก
แพ้โปรตีนนมวัว ไม่ใช่ทั้งคู่ การหมักไม่ได้กำจัดโปรตีนนม ต้องเลี่ยงและปรึกษาแพทย์
ภูมิคุ้มกันต่ำมาก กำลังให้เคมีบำบัด ปรึกษาแพทย์ก่อน อาหารที่มีเชื้อมีชีวิตอาจไม่เหมาะในบางช่วง

สรุปคือทั้งสองตัวเป็นอาหารหมักที่ดีได้ทั้งคู่ ตัวที่ “ดีกว่า” คือตัวที่น้ำตาลต่ำ มีเชื้อมีชีวิต และเรากินได้สม่ำเสมอ

6 กินคู่กันได้ไหม กินตอนไหน และเลือกซื้ออย่างไร

  • กินคู่กันได้ — เป็นอาหารหมักจากนมทั้งคู่ กินสลับหรือร่วมกันได้ เพียงนับรวมพลังงานและน้ำตาล
  • กินตอนไหน — กินพร้อมหรือหลังมื้ออาหารได้ อาหารช่วยลดความเป็นกรดในกระเพาะ ซึ่งช่วยให้เชื้อผ่านไปได้มากขึ้น · เริ่มทีละน้อย เช่น ครึ่งแก้ว เพื่อดูอาการท้องอืด
  • อ่านฉลาก — ดูคำว่ามีจุลินทรีย์มีชีวิต ชื่อสายพันธุ์ ปริมาณน้ำตาล วันหมดอายุ และเลข อย. · หลีกเลี่ยงแบบที่ผ่านความร้อนหลังหมักถ้าต้องการเชื้อมีชีวิต
  • เก็บในตู้เย็น — จุลินทรีย์ลดลงเมื่อเก็บนานหรือโดนความร้อน
  • ใช้ร่วมกับใยอาหาร — อาหารหมักกับพรีไบโอติกและใยอาหารทำงานคนละแบบ ใช้ร่วมกันได้
BLB F เป็นผงชงที่ให้ใยอาหารรวม 7,023.9 มก. ต่อซอง จากฟรุกโตโอลิโกแซ็กคาไรด์ 3,023.9 มก. ไซเลียมฮัสค์ 2,500 มก. บุก 1,600 มก. ใยอาหารจากชิโครี 1,500 มก. กัวร์กัม 1,500 มก. และไซโลโอลิโกแซ็กคาไรด์ 500 มก. ร่วมกับ Bacillus Coagulans 67 มก. สารเมแทบอไลต์จากการหมัก 300 มก. แอล-กลูตามีน 450 มก. กีวีทอง อัมลา อัลฟัลฟา และแอปเปิลไซเดอร์เวเนการ์ อย่างละ 500 มก. · ครบทั้งพรีไบโอติก โพรไบโอติก และโพสต์ไบโอติก · มีเลข อย. 26-1-10867-5-0051 และผ่านการรับรองฮาลาล · BLB F ไม่ใช่คีเฟอร์หรือโยเกิร์ต และไม่มีส่วนผสมจากนม ตามที่ระบุบนฉลาก — เป็นผงชงที่รวมใยอาหาร (พรีไบโอติก) โพรไบโอติก Bacillus Coagulans 67 มก. ซึ่งเป็นสายพันธุ์สร้างสปอร์ และสารเมแทบอไลต์จากการหมักด้วยแลคติก 300 มก. (โพสต์ไบโอติก) · จึงใช้คู่กับอาหารหมักในมื้อปกติได้ ไม่ได้ใช้แทนกัน · ชงกับน้ำให้พอ ห้ามกินผงแห้ง · ฉลากระบุสารก่อภูมิแพ้ ปลา ถั่วขาว ถั่วเหลือง และสัตว์น้ำเปลือกแข็ง · ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำมากหรือมีลำไส้ตีบควรปรึกษาแพทย์ก่อน · ชงวันละ 1 ซองตามที่ฉลากระบุ

7 ใครควรระวัง และเมื่อไรต้องพบแพทย์

ใครควรปรึกษาแพทย์ก่อน

  • ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำมาก เช่น กำลังให้เคมีบำบัด หลังปลูกถ่ายอวัยวะ หรือมีสายสวนหลอดเลือดดำ
  • ผู้ที่แพ้โปรตีนนมวัว — ไม่ใช่เรื่องเดียวกับแพ้แลคโตส การหมักไม่ช่วย
  • หญิงตั้งครรภ์ — ควรเลือกแบบทำจากนมพาสเจอไรส์และผลิตอย่างได้มาตรฐาน เลี่ยงแบบทำเองที่ไม่แน่ใจความสะอาด
  • ผู้ที่ต้องเลี่ยงแอลกอฮอล์ — คีเฟอร์อาจมีแอลกอฮอล์ปริมาณน้อย

เมื่อไรต้องพบแพทย์

  • ถ่ายเป็นเลือด ถ่ายดำ หรือน้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ
  • ท้องเสียรุนแรง มีไข้ หรือมีอาการขาดน้ำ
  • ผื่น ปากบวม หรือหายใจลำบากหลังกินผลิตภัณฑ์นม

8 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คีเฟอร์กับโยเกิร์ตต่างกันยังไง?

คีเฟอร์หมักด้วยเมล็ดคีเฟอร์ที่มีทั้งแบคทีเรียและยีสต์หลายชนิด เป็นเครื่องดื่มเปรี้ยวซ่า ส่วนโยเกิร์ตหมักด้วยแบคทีเรียหลัก 2 ชนิด เนื้อข้น · คีเฟอร์หลากหลายกว่า ส่วนโยเกิร์ตมีงานวิจัยมากกว่า

คีเฟอร์คืออะไร?

คือนมหมักที่ใช้เมล็ดคีเฟอร์ ซึ่งเป็นก้อนวุ้นที่มีแบคทีเรียกรดแลคติก แบคทีเรียกรดอะซิติก และยีสต์อาศัยร่วมกัน ได้เครื่องดื่มรสเปรี้ยว ซ่าเล็กน้อย และแลคโตสลดลง

คีเฟอร์มีแอลกอฮอล์ไหม?

อาจมีปริมาณน้อยมากจากยีสต์ระหว่างการหมัก โดยเฉพาะแบบหมักนานหรือทำเองที่บ้าน ผู้ที่ต้องเลี่ยงแอลกอฮอล์ทุกปริมาณควรเลือกโยเกิร์ตแทน

คนแพ้แลคโตสกินคีเฟอร์หรือโยเกิร์ตได้ไหม?

หลายคนกินได้ดีกว่านมสด เพราะแลคโตสลดลงจากการหมักและเชื้อช่วยย่อย · แต่ถ้าแพ้โปรตีนนมวัวซึ่งเป็นคนละเรื่องกับแพ้แลคโตส ต้องเลี่ยงทั้งคู่

กินคีเฟอร์กับโยเกิร์ตคู่กันได้ไหม?

ได้ เป็นอาหารหมักจากนมทั้งคู่ กินสลับหรือร่วมกันได้ เพียงนับรวมพลังงานและน้ำตาลที่เติม

กินคีเฟอร์หรือโยเกิร์ตตอนไหนดี?

กินพร้อมหรือหลังมื้ออาหารได้ เริ่มทีละน้อยเพื่อดูอาการท้องอืด และกินสม่ำเสมอมากกว่ากินทีละมาก ๆ

โทษของคีเฟอร์และโยเกิร์ตมีอะไรบ้าง?

ท้องอืดหรือมีแก๊สช่วงแรก · น้ำตาลสูงในแบบรสผลไม้ · คีเฟอร์ทำเองเสี่ยงการปนเปื้อนและมีแอลกอฮอล์เล็กน้อย · ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำมากหรือแพ้โปรตีนนมต้องปรึกษาแพทย์

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • คีเฟอร์และโยเกิร์ตเป็นอาหารหมัก ไม่ใช่ยา ไม่ได้รักษาโรคลำไส้ ลำไส้แปรปรวน ภาวะแพ้แลคโตส หรือโรคภูมิแพ้ · จุลินทรีย์ในอาหารหมักต่างกันมากตามสูตร การผลิต และการเก็บรักษา และไม่ใช่ทุกสายพันธุ์ที่ผ่านการศึกษาแบบโพรไบโอติก · ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำมากควรปรึกษาแพทย์ก่อนกินอาหารหรือผลิตภัณฑ์ที่มีจุลินทรีย์มีชีวิต
  • ถ่ายเป็นเลือด ถ่ายดำ น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ หรือการขับถ่ายเปลี่ยนไปต่อเนื่องเกิน 2–3 สัปดาห์ ต้องพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ · ท้องเสียรุนแรง มีไข้ อาเจียนมาก หรือขาดน้ำ (ปากแห้ง ปัสสาวะน้อย หน้ามืด) ต้องพบแพทย์ · ผื่นลมพิษ ปากหรือคอบวม หายใจลำบาก หลังดื่มนมหรือผลิตภัณฑ์นม อาจเป็นการแพ้โปรตีนนม ต้องโทร 1669 ทันที · อาหารหมักที่บ้านมีกลิ่นเน่า มีราสีต่าง ๆ ขึ้น หรือขวดบวมผิดปกติ ไม่ควรกิน
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Marco ML, Sanders ME, Gänzle M, et al. The International Scientific Association for Probiotics and Prebiotics (ISAPP) consensus statement on fermented foods. Nat Rev Gastroenterol Hepatol. 2021
  2. Wastyk HC, Fragiadakis GK, Perelman D, et al. Gut-microbiota-targeted diets modulate human immune status. Cell. 2021
  3. EFSA Panel on Dietetic Products, Nutrition and Allergies (NDA). Scientific Opinion on the substantiation of health claims related to live yoghurt cultures and improved lactose digestion. EFSA Journal. 2010
  4. Hertzler SR, Clancy SM. Kefir improves lactose digestion and tolerance in adults with lactose maldigestion. J Am Diet Assoc. 2003
  5. Rosa DD, Dias MMS, Grześkowiak ŁM, et al. Milk kefir: nutritional, microbiological and health benefits. Nutr Res Rev. 2017
  6. Codex Alimentarius. Standard for Fermented Milks (CXS 243-2003)
  7. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →