มังคุด vs อะเซโรลา (เชอร์รีวิตามินซี) ต่างกันยังไง? แซนโทนกับวิตามินซี ตัวไหนมีวิตามินซีมากกว่า งานวิจัยพบอะไร กินคู่กันได้ไหม กินตอนไหน และโทษ

มังคุด (Mangosteen, Garcinia mangostana) กับอะเซโรลา (Acerola, Malpighia emarginata) ถูกใช้ในอาหารเสริมด้วยเหตุผลคนละแบบ — มังคุด ที่ใช้ในอาหารเสริมส่วนใหญ่คือ สารสกัดเปลือก ซึ่งมีสารกลุ่ม แซนโทน โดยเฉพาะแอลฟา-แมงโกสติน ส่วนเนื้อขาวที่เรากินมี วิตามินซีเพียงราว 3 มก. ต่อ 100 กรัม · อะเซโรลา เป็นเชอร์รีจากอเมริกาใต้ที่มี วิตามินซีราว 1,600 มก. ต่อ 100 กรัม (ข้อมูล USDA) จึงถูกใช้เป็นแหล่งวิตามินซีจากธรรมชาติ · หลักฐานในคนของวิตามินซีมีมากกว่าแซนโทนมาก ส่วนแซนโทนยังเป็นงานในห้องทดลองเป็นหลัก · กินคู่กันได้ในผู้ใหญ่ทั่วไป ข้อระวังคือสารสกัดเปลือกมังคุดกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด และวิตามินซีขนาดสูงกับนิ่วในไต · เรื่องเวลากิน อ่าน สารสกัดเปลือกมังคุด กินตอนไหน

แซนโทน
มังคุด
สารเด่นอยู่ที่เปลือก
วิตามินซี
อะเซโรลา
ผลไม้วิตามินซีสูงระดับต้น
2,000 มก.
วิตามินซี
ระดับสูงสุดที่รับได้ต่อวัน (ผู้ใหญ่)

บทความนี้ไม่ได้อธิบายแต่ละตัวซ้ำ (อ่านได้ที่ เปลือกมังคุดกับแซนโทน และ อะเซโรลาเชอร์รี่ คืออะไร) แต่จะตอบคำถามที่คนเทียบสองผลไม้นี้สงสัยที่สุด · เรื่องแรกคือตารางเทียบ · เรื่องที่สองคือสารสำคัญต่างกันตรงไหน · เรื่องที่สามคืองานวิจัยพบอะไร และไม่พบอะไร · เรื่องที่สี่คือเลือกอย่างไรและอ่านฉลากอย่างไร · เรื่องสุดท้ายคือกินคู่กัน วิธีกิน และข้อควรระวัง · ถ้ากำลังเทียบอะเซโรลากับผลไม้วิตามินซีตัวอื่น อ่าน คามูคามู vs อะเซโรลา และ โรสฮิป vs อะเซโรลา

1 ตารางเทียบตรง ๆ: มังคุด vs อะเซโรลา

ประเด็น มังคุด อะเซโรลา
ส่วนที่ใช้ในอาหารเสริม เปลือกผล (สีม่วงเข้ม) สกัดเอาแซนโทน ผลสุกหรือผลดิบ ทำเป็นผงหรือสารสกัด
สารเด่น แซนโทน (แอลฟา-แมงโกสติน แกมมา-แมงโกสติน) แทนนิน วิตามินซี (กรดแอสคอร์บิก) แอนโทไซยานิน ฟลาโวนอยด์
วิตามินซี เนื้อมีน้อยมาก ราว 3 มก./100 ก. สูงมาก ราว 1,600 มก./100 ก. (ผลดิบสูงกว่าผลสุก)
ละลายในน้ำหรือไขมัน แซนโทนละลายในไขมัน ดูดซึมดีขึ้นเมื่อกินกับมื้อที่มีไขมัน วิตามินซีละลายในน้ำ ส่วนเกินขับออกทางปัสสาวะ
หลักฐานในคน น้อย งานเล็กไม่กี่ชิ้นที่วัดค่าในเลือด หลักฐานของวิตามินซีมีมาก แต่หลักฐานของ “อะเซโรลา” โดยตรงมีน้อย
ข้อควรระวังเด่น อาจเสริมฤทธิ์ยาต้านการแข็งตัวของเลือด มีรายงานภาวะกรดแลคติกคั่งจากน้ำมังคุดเข้มข้น วิตามินซีขนาดสูง ท้องเสีย นิ่วออกซาเลตในผู้เสี่ยง เพิ่มการดูดซึมเหล็ก

สรุปสั้น ๆ คือ ถ้าต้องการวิตามินซี มังคุดไม่ใช่แหล่งที่ดี ส่วน อะเซโรลาคือแหล่งวิตามินซีจากผลไม้ — สองตัวนี้จึงไม่ได้แทนกัน แต่ถูกใส่คู่กันเพราะมีสารคนละกลุ่ม

2 สารสำคัญต่างกันตรงไหน

  • มังคุด — แซนโทนจากเปลือก แซนโทนเป็นสารโพลีฟีนอลกลุ่มหนึ่งที่พบมากในเปลือกมังคุด งานในหลอดทดลองศึกษาเรื่องการต้านอนุมูลอิสระ การอักเสบ และเชื้อแบคทีเรียบางชนิด · ปัญหาคือแอลฟา-แมงโกสตินดูดซึมเมื่อกินได้น้อยและถูกเปลี่ยนรูปเร็ว ผลในหลอดทดลองจึงไม่ได้แปลว่าจะเกิดในคน · น้ำมังคุดสำเร็จรูปบางยี่ห้อบดทั้งเปลือก ปริมาณแซนโทนจึงต่างกันมาก
  • อะเซโรลา — วิตามินซีพร้อมสารจากผลไม้ วิตามินซีเป็นวิตามินจำเป็นที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ใช้สร้างคอลลาเจน ช่วยการดูดซึมเหล็กจากพืช และทำงานในระบบภูมิคุ้มกัน · อะเซโรลายังมีแอนโทไซยานินและฟลาโวนอยด์ แต่ยังไม่มีงานยืนยันชัดว่าวิตามินซีจากอะเซโรลาดูดซึมหรือได้ผลดีกว่าวิตามินซีสังเคราะห์ในคน · วิตามินซีในผงผลไม้สลายได้ตามความร้อน แสง และเวลา

ดังนั้น มังคุดคือเรื่องของแซนโทนที่หลักฐานยังเบื้องต้น ส่วนอะเซโรลาคือเรื่องของวิตามินซีที่หลักฐานแน่นกว่า · การเทียบด้วยค่าต้านอนุมูลอิสระในห้องทดลองไม่ได้บอกผลในร่างกาย อ่าน ค่า ORAC คืออะไร

3 งานวิจัยพบอะไร และไม่พบอะไร

หัวข้อ มังคุด (แซนโทน) อะเซโรลา (วิตามินซี)
สารต้านอนุมูลอิสระในเลือด งานในผู้ใหญ่สุขภาพดีขนาดเล็ก (Xie และคณะ 2015) พบค่าต้านอนุมูลอิสระในเลือดเพิ่มขึ้นหลังดื่มเครื่องดื่มมังคุด 30 วัน วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระหลักในน้ำเลือดอยู่แล้ว
หวัด ไม่มีงานในคนที่ชัด Cochrane (Hemilä และ Chalker 2013) พบว่าวิตามินซีประจำไม่ได้ป้องกันหวัดในคนทั่วไป แต่ระยะเวลาเป็นหวัดสั้นลงเล็กน้อย
ผิว คอลลาเจน มีงานในผลิตภัณฑ์ทาภายนอก ข้อมูลการกินน้อย วิตามินซีจำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจนตามกลไกปกติ
ความปลอดภัย เนื้อมังคุดในฐานะผลไม้ปลอดภัย · มีรายงานกรดแลคติกคั่งรุนแรงจากน้ำมังคุดเข้มข้นต่อเนื่อง (Wong และ Klemmer 2008) ระดับสูงสุดที่รับได้ 2,000 มก./วัน ในผู้ใหญ่ เกินกว่านี้ท้องเสีย และเพิ่มความเสี่ยงนิ่วในผู้เสี่ยง

ข้อที่ควรรู้คือ ผู้ใหญ่ต้องการวิตามินซีราว 75–90 มก./วัน (NIH ODS) ซึ่งได้จากผลไม้ไทยอย่างฝรั่ง มะขามป้อม ส้ม และมะละกอได้ไม่ยาก · ผลไม้วิตามินซีอีกตัวที่คนไทยรู้จักคือมะขามป้อม อ่านข้อควรระวังที่ โทษของมะขามป้อม

4 เลือกอย่างไร และอ่านฉลากอย่างไร

สถานการณ์ ตัวที่มักถูกพิจารณา เหตุผล
ต้องการวิตามินซีให้ถึงปริมาณที่ต้องการ อะเซโรลา หรือวิตามินซีที่ระบุปริมาณแน่นอน มังคุดมีวิตามินซีน้อยมาก
สนใจสารโพลีฟีนอลจากเปลือกผลไม้ สารสกัดเปลือกมังคุด มีแซนโทนที่ผลไม้อื่นไม่ค่อยมี แต่หลักฐานยังเบื้องต้น
กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด ปรึกษาแพทย์ก่อนสารสกัดเปลือกมังคุด อาจเสริมฤทธิ์ยา
เคยเป็นนิ่วในไต หรือมีโรคไต ระวังวิตามินซีขนาดสูงทุกรูปแบบ วิตามินซีส่วนหนึ่งเปลี่ยนเป็นออกซาเลต
มีภาวะเหล็กเกิน (ธาลัสซีเมียบางชนิด) ปรึกษาแพทย์ก่อนวิตามินซีขนาดสูง วิตามินซีเพิ่มการดูดซึมเหล็ก

หลักอ่านฉลาก — อะเซโรลาให้ดูว่าระบุวิตามินซีกี่มิลลิกรัมต่อเม็ด ไม่ใช่แค่น้ำหนักผงอะเซโรลา (ผงอะเซโรลา 100 มก. อาจให้วิตามินซีเพียง 17–25 มก. ขึ้นกับความเข้มข้น) · มังคุดให้ดูว่าเป็นสารสกัดเปลือกที่ระบุแซนโทนเป็นเปอร์เซ็นต์หรือแค่ผงผลไม้ · ทั้งหมดต้องมีเลข อย.

Lipo C ใช้วิตามินซีรูปแบบลิโพโซม Lipo-Max™ 500 มก. ร่วมกับซิงค์ 37.5 มก. และน้ำมันรำข้าว 25.5 มก. · เทคโนโลยีลิโพโซมถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับข้อจำกัดเรื่องการดูดซึม ของวิตามินซีปริมาณสูงที่รูปแบบเม็ดธรรมดามักถูกตั้งคำถาม · มีเลข อย. 26-1-10867-5-0046 และผ่านการรับรองฮาลาล · Lipo C ไม่มีเปลือกมังคุดและไม่มีอะเซโรลาในสูตร ตามที่ระบุบนฉลาก — เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการรู้ปริมาณวิตามินซีที่แน่นอนต่อเม็ด ซึ่งผงผลไม้มักแปรปรวนตามล็อตและการเก็บรักษา · ถ้าอยากได้ทั้งสองผลไม้ในสูตรเดียว BLB C มีทั้งอะเซโรลาและมังคุดอยู่ในส่วนผสม ร่วมกับคอลลาเจนและวิตามินซี (เป็นส่วนประกอบย่อยของสูตร ไม่ใช่ขนาดสารสกัดแบบงานวิจัย) · ผู้ที่เคยเป็นนิ่วในไต มีโรคไต หรือมีภาวะเหล็กเกิน ควรปรึกษาแพทย์ก่อน · กินตามขนาดที่ฉลากระบุ และนับรวมวิตามินซีจากผลิตภัณฑ์อื่นด้วย

5 กินคู่กันได้ไหม และกินตอนไหน

ในผู้ใหญ่สุขภาพดีที่ไม่ได้กินยาประจำ กินคู่กันได้ เพราะเป็นสารคนละกลุ่ม แต่ยังไม่มีงานยืนยันว่ารวมกันแล้วได้ผลมากกว่า หลักการคือ

  • สารสกัดเปลือกมังคุดกินพร้อมมื้อที่มีไขมัน — แซนโทนละลายในไขมัน รายละเอียดที่ สารสกัดเปลือกมังคุด กินตอนไหน
  • วิตามินซีแบ่งกินพร้อมอาหาร — ลดการระคายกระเพาะ และช่วยดูดซึมเหล็กจากผักในมื้อนั้น อ่าน วิตามินซี กินตอนไหน
  • นับวิตามินซีรวมทุกผลิตภัณฑ์ — รวมวิตามินรวม เครื่องดื่มวิตามินซี และผงผลไม้ ไม่ให้เกิน 2,000 มก./วัน
  • หยุดสารสกัดเปลือกมังคุดก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ — แจ้งแพทย์ทุกครั้งที่กินสมุนไพร
  • ไม่ใช้น้ำมังคุดเข้มข้นแทนยา — โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคไตหรือโรคประจำตัว

6 ข้อควรระวังและใครควรปรึกษาแพทย์

กลุ่ม ข้อกังวล ควรทำอย่างไร
กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาต้านเกล็ดเลือด แซนโทนจากเปลือกมังคุดอาจเสริมฤทธิ์ ห้ามเริ่มเองโดยไม่บอกแพทย์
เคยเป็นนิ่วในไต มีโรคไต วิตามินซีขนาดสูงเพิ่มออกซาเลต · น้ำมังคุดเข้มข้นมีรายงานกรดแลคติกคั่ง ปรึกษาแพทย์ก่อน
มีภาวะเหล็กเกิน หรือภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD วิตามินซีขนาดสูงมาก ปรึกษาแพทย์ก่อน
กำลังรักษามะเร็ง สารต้านอนุมูลอิสระขนาดสูงอาจขัดกับการรักษาบางแบบ ปรึกษาแพทย์ผู้รักษา
ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร เด็ก ข้อมูลความปลอดภัยของสารสกัดเปลือกมังคุดจำกัด ปรึกษาแพทย์ก่อน

อ่านผลข้างเคียงเพิ่มเติมที่ โทษของสารสกัดเปลือกมังคุด และ โทษของวิตามินซี · พื้นฐานเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ อ่าน สารต้านอนุมูลอิสระ คืออะไร

7 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

มังคุดกับอะเซโรลาต่างกันยังไง?

มังคุดที่ใช้ในอาหารเสริมคือสารสกัดเปลือกซึ่งมีแซนโทน ส่วนเนื้อมีวิตามินซีน้อยมาก ราว 3 มก.ต่อ 100 กรัม อะเซโรลาเป็นเชอร์รีที่มีวิตามินซีราว 1,600 มก.ต่อ 100 กรัม หลักฐานในคนของวิตามินซีมีมากกว่าแซนโทน

อะเซโรลา คือ อะไร?

คือเชอร์รีจากอเมริกาใต้ (Malpighia emarginata) ที่มีวิตามินซีสูงระดับต้นของผลไม้ทั้งหมด จึงถูกใช้เป็นแหล่งวิตามินซีจากธรรมชาติในอาหารเสริม

มังคุดมีวิตามินซีเยอะไหม?

ไม่เยอะ เนื้อมังคุดมีวิตามินซีราว 3 มก.ต่อ 100 กรัม จุดเด่นของมังคุดคือแซนโทนในเปลือก ไม่ใช่วิตามินซี ถ้าต้องการวิตามินซีควรเลือกฝรั่ง มะขามป้อม ส้ม หรืออะเซโรลา

มังคุดกับอะเซโรลากินคู่กันได้ไหม?

ผู้ใหญ่สุขภาพดีกินคู่กันได้เพราะเป็นสารคนละกลุ่ม แต่ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด เคยเป็นนิ่วในไต มีโรคไต หรือภาวะเหล็กเกิน ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

สารสกัดเปลือกมังคุด กินตอนไหนดี?

กินพร้อมมื้อที่มีไขมันเพราะแซนโทนละลายในไขมัน ส่วนวิตามินซีกินพร้อมอาหารเพื่อลดการระคายกระเพาะ และนับรวมทุกผลิตภัณฑ์ไม่ให้เกิน 2,000 มก.ต่อวัน

โทษของมังคุดและอะเซโรลามีอะไรบ้าง?

สารสกัดเปลือกมังคุดอาจเสริมฤทธิ์ยาต้านการแข็งตัวของเลือด และมีรายงานกรดแลคติกคั่งจากน้ำมังคุดเข้มข้น วิตามินซีขนาดสูงจากอะเซโรลาอาจทำให้ท้องเสีย และเพิ่มความเสี่ยงนิ่วในผู้เสี่ยง

วิตามินซีจากอะเซโรลาดีกว่าวิตามินซีสังเคราะห์ไหม?

โมเลกุลวิตามินซีเหมือนกัน ยังไม่มีงานในคนยืนยันชัดว่าแบบไหนดูดซึมหรือได้ผลดีกว่า ข้อดีของแบบสังเคราะห์หรือแบบระบุปริมาณคือรู้ขนาดแน่นอน ส่วนผงผลไม้มีสารอื่นติดมาด้วยแต่ปริมาณแปรปรวน

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • เปลือกมังคุดและอะเซโรลาไม่ใช่ยา ไม่ได้รักษาหรือป้องกันมะเร็ง เบาหวาน ข้ออักเสบ โรคติดเชื้อ หรือไข้หวัด · งานของแซนโทนจากเปลือกมังคุดส่วนใหญ่เป็นงานในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง งานในคนเป็นงานเล็กที่วัดค่าสารต้านอนุมูลอิสระในเลือด · งานของวิตามินซีกับหวัดพบเพียงว่าระยะเวลาเป็นหวัดสั้นลงเล็กน้อยในผู้ที่กินประจำ ไม่ได้ป้องกันการเป็นหวัดในคนทั่วไป
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ต้องบวกปริมาณสารตัวเดียวกันจากทุกผลิตภัณฑ์ที่กินอยู่ รวมทั้งวิตามินรวม นมผง และเครื่องดื่มเสริมสารอาหาร เพราะคนส่วนใหญ่ที่ได้รับเกินไม่ได้ตั้งใจ แต่เกิดจากการกินซ้อนโดยไม่รู้ตัว
  • ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด เคยเป็นนิ่วในไต มีโรคไต ภาวะเหล็กเกิน หรือกำลังรักษามะเร็ง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนกินสารสกัดเปลือกมังคุดหรือวิตามินซีขนาดสูง
  • ปวดหลังร้าวลงขาหนีบรุนแรง ปัสสาวะเป็นเลือด หรือหายใจหอบเร็ว อ่อนเพลียมาก คลื่นไส้อาเจียน ในผู้ที่กินวิตามินซีขนาดสูงหรือดื่มน้ำมังคุดเข้มข้นต่อเนื่อง ต้องหยุดและไปโรงพยาบาลทันที
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Office of Dietary Supplements, NIH. Vitamin C — Fact Sheet for Health Professionals
  2. Hemilä H, Chalker E. Vitamin C for preventing and treating the common cold. Cochrane Database Syst Rev. 2013
  3. Xie Z, et al. Daily consumption of a mangosteen-based drink improves in vivo antioxidant and anti-inflammatory biomarkers in healthy adults: a randomized, double-blind, placebo-controlled clinical trial. Food Sci Nutr. 2015
  4. Wong LP, Klemmer PJ. Severe lactic acidosis associated with juice of the mangosteen fruit Garcinia mangostana. Am J Kidney Dis. 2008
  5. U.S. Department of Agriculture. FoodData Central — Acerola, raw; Mangosteen
  6. Institute of Medicine. Dietary Reference Intakes for Vitamin C, Vitamin E, Selenium, and Carotenoids. National Academies Press; 2000
  7. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →