กินเมทฟอร์มินมานาน ชาปลายมือปลายเท้า เพลีย กินอะไรดี? เรื่องวิตามินบี 12 ที่คนเบาหวานควรรู้

เมทฟอร์มินเป็นยาตัวแรกที่แพทย์เลือกใช้ในเบาหวานชนิดที่ 2 มาหลายสิบปี ด้วยประวัติความปลอดภัยที่ดีและราคาที่เข้าถึงได้ · แต่มีข้อเท็จจริงหนึ่งที่ผู้ใช้ระยะยาวควรรู้ คือเมทฟอร์มินสัมพันธ์กับการดูดซึมวิตามินบี 12 ที่ลดลง และการใช้ต่อเนื่องหลายปีสัมพันธ์กับระดับบี 12 ในเลือดที่ต่ำลง · ประเด็นที่สำคัญคืออาการของภาวะบี 12 ต่ำ — ชาปลายมือปลายเท้า เหน็บ อ่อนเพลีย ความจำแย่ลง — หน้าตาเหมือนอาการปลายประสาทจากเบาหวานเอง จึงมักถูกเหมารวมและไม่ได้ตรวจ · บทความนี้บอกว่าควรตรวจอะไร สังเกตอะไร สารอาหารอะไรเกี่ยวข้อง และสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด คือการหยุดหรือปรับยาเอง

อาการซ้อนทับกันได้
ชาจากบี 12 ต่ำ
กับชาจากเบาหวาน แยกด้วยตาไม่ได้
ตรวจเลือดคือคำตอบ
ระดับบี 12 เป็นค่าที่
ขอตรวจเพิ่มได้ในการตรวจประจำปี
ยาสำคัญกว่าอาหารเสริม
ห้ามหยุดหรือลดเมทฟอร์มินเอง
ในทุกกรณี

กลไกที่อธิบายเรื่องนี้คือเมทฟอร์มินรบกวนขั้นตอนการดูดซึมวิตามินบี 12 ที่ปลายลำไส้เล็กส่วนไอลีอัม ซึ่งเป็นขั้นที่ต้องอาศัยแคลเซียมและโปรตีนตัวพา · ผลนี้ขึ้นกับทั้งขนาดยาและระยะเวลาที่ใช้ งานวิจัยติดตามระยะยาวจึงเห็นความแตกต่างชัดขึ้นในผู้ที่ใช้ต่อเนื่องหลายปี · สมาคมโรคเบาหวานแห่งสหรัฐอเมริกาจึงระบุในแนวทางการดูแลว่าควรพิจารณาตรวจวัดระดับวิตามินบี 12 เป็นระยะในผู้ที่ใช้เมทฟอร์มินระยะยาว โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการปลายประสาทหรือภาวะซีด · เรื่องที่ต้องระวังในทางปฏิบัติคือ ถ้าผู้ป่วยได้รับกรดโฟลิกสูงพร้อมกัน ค่าความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดอาจดูปกติทั้งที่บี 12 ต่ำ ทำให้พลาดการวินิจฉัยและปล่อยให้เส้นประสาทเสียหายต่อไป · และเรื่องสำคัญที่สุดคือ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เหตุผลให้หยุดเมทฟอร์มิน — ยานี้มีประโยชน์ชัดเจนและภาวะบี 12 ต่ำเป็นเรื่องที่ตรวจและแก้ได้ · นอกจากบี 12 ผู้ใช้เมทฟอร์มินระยะยาวยังควรดูเรื่องแมกนีเซียมและการกินอาหารให้พอ เพราะอาการทางเดินอาหารจากยาทำให้หลายคนกินได้น้อยลง

1 สังเกตอาการที่บอกว่าควรไปตรวจ

  • ชาหรือเหน็บปลายมือปลายเท้าที่ค่อย ๆ ลามขึ้น — โดยเฉพาะถ้าเป็นแบบสมมาตรสองข้างและเป็นมากขึ้นในช่วงหลายเดือน
  • เดินเซ ทรงตัวไม่ดี หรือรู้สึกเหมือนเหยียบไม่ถึงพื้น — เป็นลักษณะที่ต้องรีบตรวจ เพราะเกี่ยวกับเส้นประสาทไขสันหลัง
  • อ่อนเพลียมากผิดปกติ ใจสั่น หรือหน้าซีด — อาจมาจากภาวะซีดร่วมด้วย
  • ลิ้นแดงเลี่ยน แสบลิ้น หรือแผลที่มุมปากเป็นซ้ำ — เป็นสัญญาณทางช่องปากที่พบในภาวะบี 12 ต่ำ
  • ความจำแย่ลงหรืออารมณ์เปลี่ยนชัดเจน — ซึ่งมักถูกเหมาว่าเป็นเรื่องอายุ
  • สิ่งที่ควรทำ — เขียนอาการและระยะเวลาไปบอกแพทย์ในนัดถัดไป และขอให้พิจารณาตรวจระดับวิตามินบี 12 ร่วมกับความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด

2 สิ่งที่ควรคุยกับแพทย์และขอตรวจ

  • ระดับวิตามินบี 12 ในเลือด — เป็นการตรวจพื้นฐานที่ขอเพิ่มในการตรวจประจำปีได้
  • ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) — ดูขนาดเม็ดเลือดแดงและภาวะซีด
  • ถ้าค่าบี 12 อยู่ในช่วงก้ำกึ่ง — แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น เมทิลมาโลนิกแอซิด หรือ โฮโมซิสเทอีน
  • แจ้งอาหารเสริมทุกตัวที่กินอยู่ — โดยเฉพาะกรดโฟลิกและวิตามินบีรวม เพราะอาจทำให้ภาพเลือดดูปกติทั้งที่บี 12 ต่ำ
  • ถามเรื่องความถี่ในการติดตาม — สำหรับผู้ที่ใช้เมทฟอร์มินหลายปี การตรวจเป็นระยะมีเหตุผลรองรับ
  • สิ่งที่ห้ามทำ — ห้ามหยุด ลด หรือปรับขนาดเมทฟอร์มินเองเพราะอ่านบทความนี้ · การเปลี่ยนยาทุกอย่างต้องผ่านแพทย์

3 อาหารที่ให้วิตามินบี 12 และเรื่องที่คนกินเจต้องรู้

  • แหล่งหลักคืออาหารจากสัตว์ — ตับ เนื้อสัตว์ ปลา หอย ไข่ และนม
  • หอยและปลาซาร์ดีนให้ปริมาณสูงมากต่อหนึ่งหน่วยบริโภค — เป็นตัวเลือกที่คุ้มสำหรับผู้สูงอายุที่กินได้น้อย
  • พืชไม่ใช่แหล่งของบี 12 ที่เชื่อถือได้ — สาหร่ายและอาหารหมักบางชนิดมีในรูปที่ร่างกายใช้ไม่ได้เต็มที่
  • ผู้กินมังสวิรัติหรือวีแกนที่ใช้เมทฟอร์มินอยู่คือกลุ่มเสี่ยงซ้อน — ควรได้รับการตรวจและวางแผนร่วมกับแพทย์
  • ผู้สูงอายุที่กินยาลดกรดกลุ่ม PPI ร่วมด้วยยิ่งเสี่ยง — เพราะกรดในกระเพาะจำเป็นต่อการปลดปล่อยบี 12 จากโปรตีนในอาหาร
  • สิ่งที่ควรทำ — ถ้าอาหารไม่มีแหล่งบี 12 สัปดาห์ละหลายครั้ง ให้ยกเรื่องนี้ขึ้นคุยกับแพทย์ ไม่ใช่รอให้มีอาการ

4 สารอาหารอื่นที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้เมทฟอร์มินระยะยาว

  • วิตามินบีรวม — เกี่ยวข้องกับกระบวนการเปลี่ยนอาหารเป็นพลังงานและการทำงานของระบบประสาทตามปกติ · แต่ต้องระวังว่ากรดโฟลิกในสูตรอาจบดบังภาพเลือดของภาวะบี 12 ต่ำ จึงควรตรวจก่อนเสริม
  • แมกนีเซียม — เกี่ยวข้องกับการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาทตามปกติ · ผู้มีโรคไตห้ามเสริมเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
  • โปรตีนให้พอในแต่ละมื้อ — เพราะอาการทางเดินอาหารจากยาทำให้หลายคนกินได้น้อยลงและเสียมวลกล้ามเนื้อ
  • ใยอาหาร — ช่วยเรื่องการขับถ่ายและความอยู่ท้อง แต่ต้องดื่มน้ำให้พอและเว้นระยะจากยาประจำ 1-2 ชั่วโมง
  • วิตามินดี — ควรให้แพทย์ประเมินก่อนใช้ขนาดสูง
  • สิ่งที่ควรจำ — ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ได้ลดน้ำตาลในเลือดและไม่ใช้แทนยาเบาหวาน · เป้าหมายคือดูแลสารอาหารที่อาจตกหล่น ไม่ใช่แทนที่การรักษา
BLB K เป็นกาแฟเพื่อสุขภาพที่ใส่สารดูแลสมองและพลังงานไว้ในซองเดียว — วิตามินบีรวม PANMOL® 400 มก. โคลีนไบทาร์เทรต 350 มก. แอล-ฟีนิลอะลานีน 350 มก. ชาเขียว 350 มก. เจียวกู่หลาน 450 มก. ดี-ไรโบส 217 มก. พร้อมแอล-ไทโรซีน แปะก๊วย โคเอนไซม์คิวเท็น และใยอาหารโพลีเดกซ์โทรส 2,750 มก. · มีเลข อย. 26-1-10867-5-0053 และผ่านการรับรองฮาลาล

5 เมื่อไรควรพบแพทย์ทันที

  • ชาหรืออ่อนแรงที่ลามเร็ว เดินเซมากขึ้น หรือทรงตัวไม่ได้ — ต้องพบแพทย์โดยไม่รอนัด
  • แผลที่เท้าที่ไม่รู้ตัวว่าเกิดขึ้น — เพราะปลายประสาทเสื่อมทำให้ไม่เจ็บ และแผลเบาหวานลุกลามเร็ว
  • หายใจหอบลึก คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้องรุนแรง อ่อนเพลียผิดปกติมาก — ต้องไปโรงพยาบาลทันที เพราะเป็นลักษณะที่ต้องแยกภาวะเลือดเป็นกรดจากแลคเตท ซึ่งพบน้อยมากแต่รุนแรง
  • ใจสั่น เหงื่อแตก มือสั่น หน้ามืด — ให้สงสัยน้ำตาลต่ำ กินของที่มีน้ำตาลทันทีและปรึกษาแพทย์เรื่องยา
  • ซีดลงชัดเจน เหนื่อยง่ายมาก หรือใจเต้นเร็วผิดปกติ — ต้องตรวจเลือด
  • สิ่งที่ควรทำ — พาญาติหรือถ่ายรูปยาและอาหารเสริมทุกตัวไปด้วยทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาลฉุกเฉิน

6 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กินเมทฟอร์มินต้องเสริมบี 12 ทุกคนไหม

ไม่ใช่ทุกคน · สิ่งที่แนวทางการดูแลแนะนำคือพิจารณาตรวจระดับวิตามินบี 12 เป็นระยะในผู้ที่ใช้ระยะยาว โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการปลายประสาทหรือภาวะซีด · การเสริมควรเป็นไปตามผลตรวจและคำแนะนำของแพทย์ ไม่ใช่เสริมเผื่อไว้ทุกคน

ชาปลายมือปลายเท้า เป็นจากเบาหวานหรือจากบี 12 ต่ำ

แยกด้วยอาการอย่างเดียวไม่ได้ เพราะหน้าตาคล้ายกันมาก · วิธีแยกคือตรวจระดับวิตามินบี 12 ร่วมกับความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด · นี่เป็นเหตุผลที่ผู้ใช้เมทฟอร์มินระยะยาวซึ่งมีอาการชาควรได้รับการตรวจ ไม่ใช่เหมาว่าเป็นเบาหวานอย่างเดียว

หยุดเมทฟอร์มินแล้วบี 12 จะกลับมาเองไหม

ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด · เมทฟอร์มินมีประโยชน์ชัดเจนในการควบคุมน้ำตาล และภาวะบี 12 ต่ำเป็นเรื่องที่ตรวจและแก้ได้โดยไม่ต้องหยุดยา · การเปลี่ยนแปลงยาทุกอย่างต้องผ่านแพทย์เท่านั้น

กินวิตามินบีรวมเองได้ไหม ถ้ายังไม่ได้ตรวจ

ควรตรวจก่อน · เพราะกรดโฟลิกในวิตามินบีรวมอาจทำให้ภาพเลือดดูปกติทั้งที่บี 12 ต่ำ ซึ่งทำให้พลาดการวินิจฉัยและปล่อยให้เส้นประสาทเสียหายต่อไป · ถ้าตรวจแล้วและแพทย์เห็นควร การเสริมจะตรงจุดกว่ามาก

อาหารเสริมช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ไหม

ไม่ได้ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค และไม่ใช้แทนยาเบาหวาน · สิ่งที่มีหลักฐานแข็งคือการกินตามแผนที่นักโภชนาการวางไว้ การออกกำลังกาย การนอนพอ และการกินยาตามแพทย์สั่ง

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ห้ามหยุด ลด หรือปรับขนาดเมทฟอร์มินหรือยาเบาหวานตัวใดเองในทุกกรณี — บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำให้เปลี่ยนแผนการรักษา
  • ผู้ใช้เมทฟอร์มินระยะยาวควรคุยกับแพทย์เรื่องการตรวจระดับวิตามินบี 12 เป็นระยะ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการชาปลายมือปลายเท้าหรือภาวะซีด
  • กรดโฟลิกในวิตามินบีรวมอาจบดบังภาพเลือดของภาวะบี 12 ต่ำ — ควรตรวจก่อนเริ่มเสริมและแจ้งแพทย์ทุกครั้ง
  • ผู้มีโรคไตห้ามเสริมแมกนีเซียมเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ได้ลดน้ำตาลในเลือดและไม่ใช้แทนยาเบาหวาน
  • ชาปลายมือปลายเท้าที่ลามขึ้นเรื่อย ๆ เดินเซ ทรงตัวไม่ดี ลิ้นแดงเลี่ยน ความจำหรืออารมณ์เปลี่ยนชัดเจน หรือซีดร่วมกับเหนื่อยง่ายมาก ต้องพบแพทย์เพื่อตรวจระดับวิตามินบี 12 และความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด เพราะความเสียหายของเส้นประสาทที่ปล่อยไว้นานอาจไม่กลับคืนเต็มที่
  • ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้มีปลายประสาทเสื่อม หรือผู้มีปัญหาการไหลเวียนเลือดที่เท้า ห้ามตัด แคะ หรือดูแลแผลที่เท้าเอง — ต้องให้แพทย์หรือพยาบาลเฉพาะทางดูแล เพราะแผลเล็ก ๆ ลุกลามได้เร็ว
  • ผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้ยาหรืออินซูลิน ห้ามปรับยาเองจากการเปลี่ยนสารให้ความหวาน และหากมีอาการใจสั่น เหงื่อแตก มือสั่น หรือหน้ามืด ให้สงสัยภาวะน้ำตาลต่ำและปรึกษาแพทย์
  • ค่าผิดปกติจากการตรวจเลือดต้องให้แพทย์เป็นผู้แปลผลร่วมกับอาการและประวัติ ไม่ควรเริ่มหรือหยุดผลิตภัณฑ์ใดเองจากตัวเลขเพียงค่าเดียว
  • ต้องแจ้งแพทย์และเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการทุกครั้งว่ากินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอะไรอยู่บ้าง เพราะผลตรวจที่คลาดเคลื่อนนำไปสู่การวินิจฉัยและการรักษาที่ผิดพลาดได้
  • ห้ามหยุด ลด หรือปรับขนาดยาที่แพทย์สั่งเองเพราะเริ่มกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างต้องผ่านแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น
  • ห้ามคำนวณขนาดวิตามินหรือแร่ธาตุขนาดสูงให้ตัวเองจากบทความหรือคลิปในอินเทอร์เน็ต ขนาดที่เหมาะสมต้องมาจากผลตรวจและการประเมินของแพทย์หรือเภสัชกร
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี
  • หากอาการไม่ดีขึ้นใน 2 สัปดาห์ เป็นซ้ำบ่อย หรือรุนแรงขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง

อ้างอิง

  1. American Diabetes Association — Standards of Care in Diabetes: pharmacologic approaches (metformin and vitamin B12 monitoring).
  2. Aroda VR, et al. Long-term Metformin Use and Vitamin B12 Deficiency in the Diabetes Prevention Program Outcomes Study. Journal of Clinical Endocrinology & Metabolism.
  3. NIH Office of Dietary Supplements — Vitamin B12: Fact Sheet for Health Professionals.
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →