คนทำงานจำนวนมากต้องทำ OT ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ในช่วงปิดยอด ปิดงบ หรือเร่งออร์เดอร์ จนรู้สึกเหนื่อยสะสม ตื่นมาไม่สดชื่น ป่วยบ่อย และค้นหาว่าทำโอทีหนักควรกินอะไรดี · คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่มีอาหารเสริมตัวใดทำให้ทำงานเกินกำลังได้โดยไม่เหนื่อย สิ่งที่ช่วยให้ฟื้นได้จริงคือการจำกัดชั่วโมงโอทีไม่ให้ลากยาว มีวันพักเต็มวันอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง นอนให้ได้ 7 ชั่วโมงในคืนที่ทำได้ กินมื้อหลักที่มีโปรตีนและผัก และไม่ใช้กาแฟหรือเครื่องดื่มชูกำลังแทนการนอน · สารสกัดอย่างโสม ถั่งเช่า โคเอนไซม์คิวเท็น และเบต้ากลูแคน มีงานวิจัยเรื่องความอ่อนล้าและการดูแลร่างกายอยู่บ้าง จึงเป็นได้แค่ตัวช่วยเสริมในภาพรวม ไม่ใช่ตัวแทนการพัก · บทความนี้อธิบายว่าทำไมโอทีทำให้ร่างกายทรุด วิธีดูแลตัวเองระหว่างช่วงงานหนัก อาหาร สารที่มีข้อมูล เกณฑ์เลือกผลิตภัณฑ์ และอาการที่ต้องหยุดฝืนแล้วพบแพทย์
ของความล้าสะสม
ฟื้นตัวเต็มรอบ
แต่ทำให้หลับยาก
ประเด็นแรกคือเข้าใจว่าโอทีทำให้ร่างกายล้าผ่านกลไกอะไรบ้าง — ชั่วโมงงานเป็นแค่ส่วนหนึ่ง · ประเด็นที่สองคือวิธีดูแลตัวเองที่ทำได้จริงในช่วงที่ยังต้องทำโอที โดยไม่ต้องรอให้งานซา · ประเด็นที่สามคืออาหาร สารที่มีข้อมูล และเกณฑ์เลือกผลิตภัณฑ์ · ประเด็นสุดท้ายคือสัญญาณที่บอกว่าไม่ใช่แค่เหนื่อยจากงาน และต้องหยุดฝืน
1 ทำไมทำโอทีติดกันหลายสัปดาห์แล้วร่างกายทรุด
- หนี้การนอนสะสม — เลิกงานดึก กลับถึงบ้านยังต้องอาบน้ำ กินข้าว และใช้เวลาให้สมองหยุดคิดเรื่องงาน กว่าจะหลับก็ดึก แต่ต้องตื่นเช้าเท่าเดิม การนอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงหลายคืนติดกันทำให้สมาธิ อารมณ์ และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันแย่ลงได้
- ไม่มีวันพักเต็มวัน — คนที่ทำงานวันหยุดด้วยจะไม่มีช่วงที่ร่างกายและจิตใจได้ฟื้นตัวเต็มรอบ ความเหนื่อยจึงต่อยอดจากสัปดาห์ก่อนไปเรื่อย ๆ
- กินไม่เป็นเวลาและกินแต่ของสะดวก — มื้อเย็นเลื่อนไปสามสี่ทุ่ม หรือฝากท้องกับขนมและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูประหว่างทำงาน ได้พลังงานแต่ขาดโปรตีน ผัก และวิตามินแร่ธาตุ
- คาเฟอีนเกินและเครื่องดื่มชูกำลัง — ช่วยให้ฝืนต่อได้ในช่วงสั้น แต่ถ้าดื่มหลังบ่ายสามโมงจะทำให้หลับยากและหลับไม่ลึก ความเหนื่อยของวันถัดไปจึงมากขึ้นอีก
- นั่งนานและไม่ได้ขยับ — งานออฟฟิศหรืองานยืนประจำจุดเป็นเวลานาน ทำให้ปวดเมื่อย ไหล่ตึง และรู้สึกล้ามากกว่าที่ใช้แรงจริง
- ความเครียดต่อเนื่อง — เป้าหมายที่ต้องส่งให้ทัน ความกดดันจากหัวหน้า และการไม่มีเวลาให้ครอบครัว ทำให้ร่างกายอยู่ในโหมดตื่นตัวตลอดเวลา
องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ประเมินไว้ในปี 2021 ว่า การทำงานตั้งแต่ 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ขึ้นไป เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจขาดเลือดที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับการทำงาน 35-40 ชั่วโมง · ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าทำโอทีแล้วจะป่วยทุกคน แต่บอกว่าชั่วโมงงานที่ยาวต่อเนื่องเป็นเรื่องสุขภาพจริง ไม่ใช่แค่เรื่องความอดทน
2 อาการที่พบบ่อยของคนทำโอทีหนัก และต้นเหตุ
| อาการ | ต้นเหตุที่พบบ่อย | ดูแลเบื้องต้น |
|---|---|---|
| ตื่นมาไม่สดชื่น ง่วงทั้งวัน | นอนน้อยติดกันหลายคืน และนอนไม่เป็นเวลา | ตั้งเวลานอนขั้นต่ำ ใช้วันพักนอนชดเชย ไม่ดื่มคาเฟอีนหลังบ่ายสามโมง |
| เป็นหวัด เจ็บคอบ่อยช่วงงานหนัก | นอนน้อย เครียด และอยู่ในห้องแอร์กับคนจำนวนมาก | นอนให้พอ ล้างมือบ่อย ใส่หน้ากากเมื่อมีอาการ ไม่ฝืนทำงานตอนมีไข้ |
| ปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง | นั่งหรือยืนท่าเดิมนานหลายชั่วโมง | ลุกเดินทุก 45-60 นาที ยืดเหยียด จัดโต๊ะและจอให้อยู่ระดับสายตา |
| สมองตื้อ ลืมง่าย ทำผิดบ่อย | หนี้การนอนและความล้าสะสม | แบ่งงานยากไว้ช่วงที่สมองสดที่สุด พักสั้น ๆ ระหว่างงาน ลดการทำหลายอย่างพร้อมกัน |
| ท้องผูก ท้องอืด กรดไหลย้อน | กินดึก กินเร็ว กินแต่ของมันและแป้ง ดื่มน้ำน้อย | กินมื้อเย็นก่อนเริ่มโอที เพิ่มผักผลไม้ ดื่มน้ำเป็นระยะ ไม่นอนทันทีหลังกิน |
| หงุดหงิดง่าย ไม่อยากคุยกับใคร | ความเครียดต่อเนื่องและไม่มีเวลาพักใจ | กันเวลาเล็ก ๆ ทุกวันที่ไม่แตะงาน คุยกับคนที่ไว้ใจ และบอกหัวหน้าเมื่องานเกินกำลัง |
อาการในตารางส่วนใหญ่ดีขึ้นเมื่อได้พักจริงสองสามวัน ถ้าพักแล้วยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการที่ผิดไปจากความเหนื่อยทั่วไป ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุอื่น เช่น โลหิตจาง ไทรอยด์ หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
3 วิธีดูแลตัวเองระหว่างช่วงทำโอที ที่ได้ผลมากกว่าอาหารเสริม
- ตั้งเพดานโอทีของตัวเอง — กฎหมายแรงงานไทยกำหนดให้ชั่วโมงโอทีรวมกับการทำงานในวันหยุดไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้างานเกินจากนี้เป็นประจำ ควรคุยกับหัวหน้าหรือฝ่ายบุคคลเรื่องการแบ่งงานหรือเพิ่มคน
- รักษาวันพักเต็มวันอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน — วันนั้นไม่เปิดอีเมลงาน นอนให้เต็มที่ และทำอะไรที่ไม่เกี่ยวกับงาน ร่างกายต้องการช่วงพักยาวเพื่อฟื้นตัว ไม่ใช่แค่พักกลางวัน
- ตั้งเวลานอนขั้นต่ำ — ถ้าเลิกงานดึก ให้ตัดกิจกรรมอื่นก่อนนอน เช่น เลื่อนโซเชียล แล้วเข้านอนให้เร็วที่สุด ปิดไฟให้มืด และวางโทรศัพท์ห่างเตียง
- กินมื้อเย็นก่อนเริ่มโอที — ดีกว่าการรอกินตอนสี่ทุ่ม เพราะไม่ต้องทำงานด้วยท้องว่าง และไม่ต้องนอนทั้งที่ท้องยังอิ่มแน่น
- ใช้คาเฟอีนอย่างมีแผน — กาแฟ 1-2 แก้วช่วงเช้าถึงบ่ายต้น ๆ และงดหลังบ่ายสามโมง ถ้าต้องอยู่ดึกจริง ๆ ให้ใช้การลุกเดิน ล้างหน้า และเปิดไฟสว่างช่วยแทน
- ขยับร่างกายทุกชั่วโมง — ลุกเดิน ยืดคอ บ่า หลัง 2-3 นาที และเดินเร็ว 15-20 นาทีในวันที่ทำได้ การออกกำลังกายเบา ๆ ช่วยเรื่องความเหนื่อยล้าได้มากกว่าการนั่งพักเฉย ๆ
- กลับบ้านอย่างปลอดภัย — ถ้าง่วงมากหลังเลิกงานดึก อย่าขับรถหรือขี่มอเตอร์ไซค์ ให้เรียกรถหรือนอนพักก่อน อุบัติเหตุจากความง่วงเกิดได้แม้ทางใกล้บ้าน
ข้อเหล่านี้ฟังดูธรรมดา แต่เป็นสิ่งที่ตรงกับต้นเหตุของความเหนื่อยมากที่สุด อาหารเสริมควรมาหลังจากทำพื้นฐานเหล่านี้ได้แล้ว ไม่ใช่ใช้แทน
4 มื้ออาหารของคนทำโอที — ปรับจากสิ่งที่กินอยู่
| ช่วง | สิ่งที่มักกิน | ปรับเป็น |
|---|---|---|
| มื้อเช้า | ข้าม หรือกาแฟเย็นแก้วเดียว | ข้าวกับไข่ โจ๊กใส่ไข่ หรือนมกับขนมปังโฮลวีต ให้มีโปรตีนตั้งแต่เช้า |
| มื้อกลางวัน | กินเร็ว ๆ หน้าจอ อาหารจานเดียวผักน้อย | เลือกเมนูที่มีผักและเนื้อสัตว์ เช่น ข้าวกับแกงจืด ผัดผัก ปลา และลุกจากโต๊ะไปกินอย่างน้อย 15 นาที |
| บ่ายแก่ | ขนมหวาน ชานม เครื่องดื่มชูกำลัง | ผลไม้ ถั่ว นมจืด หรือโยเกิร์ต เพื่อให้มีแรงต่อโดยไม่ต้องพึ่งน้ำตาลและคาเฟอีน |
| ก่อนเริ่มโอที | ไม่กิน รอกินตอนเลิก | มื้อเย็นปริมาณพอดีที่มีข้าว โปรตีน และผัก |
| หลังเลิกงานดึก | บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของทอด | ถ้าหิวจริงให้กินเบา ๆ เช่น นมอุ่น กล้วย หรือข้าวต้ม แล้วเว้นระยะก่อนนอน |
การเตรียมของว่างที่มีประโยชน์ไว้ที่โต๊ะทำงาน เช่น ถั่วอบไม่ปรุงรส ผลไม้ และนมกล่อง ช่วยลดการพึ่งขนมจากตู้กดได้มาก และควรมีขวดน้ำวางไว้ใกล้ตัวตลอดเวลา เพราะคนที่ทำงานติดพันมักดื่มน้ำน้อยโดยไม่รู้ตัว
5 สารที่มีข้อมูลเรื่องความอ่อนล้าและการฟื้นตัว เทียบตามหลักฐาน
| สาร | สิ่งที่มีข้อมูล | ข้อจำกัดและข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| โสม (Panax ginseng) | มีงานวิจัยขนาดเล็กหลายชิ้นเรื่องความอ่อนล้าและความรู้สึกมีแรง บางชิ้นพบผลดีเล็กน้อย | ผลไม่สม่ำเสมอระหว่างการศึกษา · อาจทำให้นอนไม่หลับถ้ากินตอนเย็น · มีปฏิกิริยากับยาละลายลิ่มเลือดและยาเบาหวาน (NCCIH) |
| ถั่งเช่า (Cordyceps) | มีการศึกษาเรื่องสมรรถภาพทางกายและการใช้ออกซิเจนในบางกลุ่ม | หลักฐานในคนยังจำกัดและหลายชิ้นมีขนาดเล็ก · ไม่ใช่สารกระตุ้นแบบคาเฟอีน |
| โคเอนไซม์คิวเท็น | เกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงานในไมโทคอนเดรีย งานทบทวนบางชิ้นพบว่าช่วยลดความรู้สึกเหนื่อยล้าได้เล็กน้อย | ผลขึ้นกับกลุ่มคนที่ศึกษา · อาจลดผลของวาร์ฟาริน |
| เบต้ากลูแคนจากยีสต์ | มีการศึกษาในคนที่ร่างกายหักโหมหรือเครียด เรื่องอาการทางเดินหายใจส่วนบน | ผลแตกต่างตามชนิดและขนาด ไม่ใช่เกราะกันป่วย |
| คาเฟอีน | ช่วยความตื่นตัวได้ชัดในระยะสั้น | ไม่ได้ลดความล้าสะสม ดื่มช่วงบ่ายเย็นทำให้หลับยาก · ไม่ควรเกินประมาณ 400 มก./วันในผู้ใหญ่ทั่วไป |
สรุปคือ สารเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ร่างกายทนงานได้มากขึ้นแบบไม่จำกัด แต่บางตัวมีข้อมูลเรื่องความรู้สึกอ่อนล้าและการดูแลร่างกายในช่วงที่หักโหม อ่านรายละเอียดรายตัวได้ที่ โสมคืออะไร · ถั่งเช่าคืออะไร · โคเอนไซม์คิวเท็นคืออะไร
6 เกณฑ์เลือกอาหารเสริมสำหรับคนทำงานหนัก
| เกณฑ์ | ดูอะไรบนฉลาก/ข้อมูล | ทำไมสำคัญ |
|---|---|---|
| เลข อย. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร | เลข 13 หลักบนกล่อง ตรวจสอบได้ในระบบของ อย. | ยืนยันว่าขึ้นทะเบียนถูกต้องและสถานที่ผลิตได้รับอนุญาต |
| ระบุส่วนผสมและปริมาณรายตัว | ชื่อสาร + มิลลิกรัมต่อหน่วยบริโภคครบทุกตัว | สูตรที่เขียนแค่ “สารสกัดรวม” เทียบกับข้อมูลงานวิจัยไม่ได้ และเช็กการกินซ้อนกับผลิตภัณฑ์อื่นไม่ได้ |
| สารสำคัญและความเข้มข้น | มีสารสกัดที่มีข้อมูลเรื่องความอ่อนล้าและการฟื้นตัว เช่น โสม ถั่งเช่า โคเอนไซม์คิวเท็น เบต้ากลูแคน ระบุมิลลิกรัมรายตัวหรือไม่ มีคาเฟอีนหรือน้ำตาลแฝงไหม | คนทำโอทีต้องการตัวช่วยดูแลร่างกายระยะยาว ไม่ใช่สารกระตุ้นที่ทำให้ฝืนต่อได้อีกไม่กี่ชั่วโมงแล้วหลับยากตอนกลางคืน |
| มาตรฐานการผลิต | GMP ของโรงงาน และการรับรองอื่น เช่น ฮาลาล | ลดความเสี่ยงเรื่องการปนเปื้อนและปริมาณไม่ตรงฉลาก |
| รีวิวจากผู้ใช้จริง | รีวิวที่เล่าบริบทการใช้และระยะเวลา ไม่ใช่คำชมสั้น ๆ | ช่วยดูความสะดวกในการกินและความสม่ำเสมอ แต่ไม่ใช่หลักฐานทางการแพทย์ |
| คำโฆษณา | ไม่มีคำว่ารักษา หายขาด เห็นผลทันที หรือการันตีผล | ผลิตภัณฑ์ที่อ้างเกินจริงเป็นสัญญาณเตือนเรื่องความน่าเชื่อถือ และผิดกฎหมายโฆษณา |
ทำไม BLB U เข้ากับโจทย์นี้ — รวมโสมเกาหลี ถั่งเช่า เห็ด 4 ชนิด ขิง พลูคาว เบต้ากลูแคนจากยีสต์ 90% และโคเอนไซม์คิวเท็นไว้ในซอฟต์เจลเดียว ระบุมิลลิกรัมรายตัวบนฉลาก ไม่มีคาเฟอีน มีเลข อย. 26-1-10867-5-0049 และผ่านการรับรองฮาลาล กินวันละครั้ง จึงไม่เพิ่มภาระให้คนที่ตารางชีวิตแน่นอยู่แล้ว · พูดตรง ๆ คือ BLB U ไม่ได้ทำให้ทำโอทีได้โดยไม่เหนื่อย ไม่ได้ป้องกันการป่วย และไม่ใช้แทนการนอน วันพัก หรือการพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ · BLB U ไม่มีวิตามินบีรวม ถ้ากินวิตามินรวมอยู่แล้วก็กินร่วมกันได้ตามฉลาก แต่ควรแจ้งเภสัชกรถ้ากินยาประจำ
7 แผนดูแลตัวเอง 7 วัน สำหรับสัปดาห์ที่ต้องทำโอที
- วันอาทิตย์ก่อนเริ่ม — นอนให้เต็มที่ เตรียมของว่างที่มีประโยชน์และขวดน้ำไว้ที่ทำงาน วางแผนว่าวันไหนจะเลิกตรงเวลาได้บ้าง
- จันทร์–อังคาร — กินมื้อเช้าทุกวัน กินมื้อเย็นก่อนเริ่มโอที งดกาแฟหลังบ่ายสามโมง เข้านอนทันทีที่ถึงบ้าน
- พุธ — สังเกตตัวเอง ถ้าเริ่มเจ็บคอ ปวดหัว หรือทำงานผิดบ่อย ให้เลิกให้ตรงเวลาสักวัน แม้งานจะยังไม่เสร็จ
- พฤหัส–ศุกร์ — เดินเร็ว 15 นาทีช่วงพักกลางวัน ยืดเหยียดทุกชั่วโมง ไม่ใช้เครื่องดื่มชูกำลังแทนข้าว
- เสาร์ — ถ้าต้องเข้างาน ให้ตั้งเวลาเลิกที่ชัดเจน และใช้ช่วงเย็นพักจริง
- อาทิตย์ — วันพักเต็มวัน ไม่เปิดงาน นอนชดเชย และทำกิจกรรมที่ทำให้ใจได้พัก
- ถ้าเลือกใช้อาหารเสริม — กินตามที่ฉลากระบุหลังอาหารเช้าหรือกลางวัน ต่อเนื่องเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลภาพรวม และแจ้งเภสัชกรถ้ากินยาประจำ
8 เมื่อไรควรหยุดฝืนแล้วพบแพทย์
- เจ็บแน่นหน้าอก ร้าวไปแขนหรือกราม หายใจไม่อิ่ม ใจสั่นผิดจังหวะ — โทร 1669 ทันที ไม่ควรขับรถไปโรงพยาบาลเอง
- ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงข้างเดียว พูดไม่ชัด หรือปวดหัวรุนแรงแบบไม่เคยเป็น — อาจเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ทุกนาทีมีความหมาย โทร 1669
- อ่อนเพลียต่อเนื่องเกิน 2-3 สัปดาห์แม้ได้พักแล้ว — ร่วมกับซีด เหนื่อยง่ายเวลาขึ้นบันได น้ำหนักลด หรือไข้ต่ำ ๆ ควรตรวจเลือดหาสาเหตุ
- ป่วยบ่อยผิดปกติ เช่น เป็นหวัดเกือบทุกเดือน แผลหายช้า หรือติดเชื้อซ้ำ ๆ
- นอนกรนดัง หยุดหายใจขณะหลับ หรือง่วงจนวูบหลับระหว่างวัน — ควรตรวจการนอน โดยเฉพาะคนที่ต้องขับรถ
- รู้สึกหมดไฟ ไม่อยากตื่นไปทำงาน ร้องไห้ง่าย หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง — โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือพบแพทย์
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือโรคหัวใจ และต้องทำงานหนักต่อเนื่อง ควรตรวจติดตามกับแพทย์ตามนัด และไม่ขาดยา
9 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ทำโอทีทุกวัน เหนื่อยมาก ควรกินอะไรดี?
เริ่มจากมื้อหลักที่มีโปรตีนและผักให้ครบ โดยเฉพาะมื้อเช้าและมื้อเย็นก่อนเริ่มโอที ของว่างควรเป็นผลไม้ ถั่ว หรือนมแทนขนมหวาน · อาหารเสริมอย่างโสม ถั่งเช่า หรือโคเอนไซม์คิวเท็นเป็นตัวช่วยเสริมได้ แต่สิ่งที่ช่วยมากที่สุดคือการนอนให้พอและมีวันพักจริง
ทำโอทีแล้วป่วยบ่อย เป็นเพราะอะไร?
มักมาจากการนอนน้อยติดกันหลายคืน ความเครียดต่อเนื่อง และการกินไม่ครบ ร่วมกับการอยู่ในห้องแอร์กับคนจำนวนมาก · ถ้าป่วยบ่อยผิดปกติแม้ได้พักแล้ว หรือมีไข้เรื้อรัง ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
ดื่มเครื่องดื่มชูกำลังช่วงโอทีได้ไหม?
ดื่มได้นาน ๆ ครั้ง แต่ไม่ควรใช้แทนการนอนหรือมื้ออาหาร เพราะมีทั้งคาเฟอีนและน้ำตาลสูง ทำให้หลับยากและเหนื่อยมากขึ้นในวันถัดไป · ผู้ที่มีโรคหัวใจ ความดันสูง หรือใจสั่นง่าย ควรเลี่ยง
กินกี่วันถึงจะเห็นผล?
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา จึงไม่มีจำนวนวันที่แน่นอน · ถ้าเลือกใช้ ควรกินต่อเนื่องตามฉลากเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลภาพรวมร่วมกับการนอนและอาหาร · ถ้ายังเหนื่อยมากแม้ได้พักแล้ว ควรพบแพทย์มากกว่าการเพิ่มอาหารเสริม
BLB U กินพร้อมกาแฟได้ไหม?
ไม่มีข้อห้ามโดยตรง แต่บางคนรู้สึกตื่นตัวจากโสม ถ้ากินคู่กับกาแฟหลายแก้วอาจใจสั่นหรือหลับยาก จึงควรกินหลังอาหารเช้าหรือกลางวัน และจำกัดกาแฟไม่ให้เกินวันละ 2-3 แก้ว
BLB U ราคาเท่าไร ซื้อที่ไหน?
สอบถามราคาและรายละเอียดล่าสุดได้ทาง LINE @blb.co.th หรือโทร 062-353-9895 ทีมงานช่วยดูได้ว่าเหมาะกับโจทย์ของเราหรือไม่ และช่วยดูว่าส่วนผสมในสูตรเหมาะกับยาหรืออาหารเสริมอื่นที่กินอยู่หรือไม่ · ควรซื้อจากช่องทางทางการของแบรนด์ เพื่อให้ได้สินค้าที่มีเลข อย. และล็อตผลิตตรวจสอบได้
ใครไม่ควรกิน BLB U?
ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด ยาเบาหวาน หรือยากดภูมิคุ้มกัน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีโสมและโคเอนไซม์คิวเท็น · ผู้ที่มีนัดผ่าตัด ผู้ที่เป็นโรคภูมิต้านทานตนเอง สตรีมีครรภ์ ให้นมบุตร และเด็ก ควรปรึกษาแพทย์ · ผู้ที่แพ้ส่วนผสมใดในสูตรไม่ควรกิน
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
- ไม่มีอาหารเสริมตัวใดที่ทำให้ทำงานหนักต่อเนื่องได้โดยไม่เหนื่อย ชดเชยการนอนที่ขาด หรือป้องกันโรคจากการทำงานหนักเกินไปได้ — สิ่งที่ช่วยได้จริงคือการจำกัดชั่วโมงทำงาน ได้พักติดต่อกันอย่างน้อย 1 วันต่อสัปดาห์ นอนให้พอ กินมื้อหลักให้ครบ และขยับร่างกายทุกวัน · สารสกัดอย่างโสม ถั่งเช่า และโคเอนไซม์คิวเท็นเป็นเพียงตัวช่วยเสริมในภาพรวม ไม่ใช่ตัวแทนการพักผ่อน
- เจ็บแน่นหน้าอก ร้าวไปแขนหรือกราม เหงื่อแตก หายใจไม่อิ่ม หรือใจสั่นผิดจังหวะ ต้องโทร 1669 ทันที · ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงข้างเดียว พูดไม่ชัด หรือปวดหัวรุนแรงเฉียบพลัน โทร 1669 ทันที · อ่อนเพลียต่อเนื่องเกิน 2-3 สัปดาห์แม้ได้พักแล้ว ร่วมกับน้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ ไข้ต่ำ ๆ เรื้อรัง ซีด หรือหอบเหนื่อยง่าย ต้องพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ · รู้สึกหมดหวัง ไม่อยากทำอะไรเลย หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
- สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- BLB U มีโสมเกาหลีและโคเอนไซม์คิวเท็น — ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ยาเบาหวาน หรือยากดภูมิคุ้มกัน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน · บางคนรู้สึกตื่นตัวหลังกินโสม จึงควรกินช่วงเช้าหรือกลางวันตามที่ฉลากระบุ ไม่ใช่ก่อนนอน · ผู้ที่มีนัดผ่าตัดหรือทำฟันควรแจ้งแพทย์และหยุดตามคำแนะนำ
- ผู้ที่แพ้อาหาร เช่น ปลา ถั่วเหลือง หรือสารก่อภูมิแพ้อื่น ควรอ่านส่วนประกอบและคำเตือนบนฉลากก่อนทุกครั้ง
- ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี
อ้างอิง
- World Health Organization & International Labour Organization (2021) — Long working hours increasing deaths from heart disease and stroke
- Pega F, et al. Global, regional, and national burdens of ischemic heart disease and stroke attributable to exposure to long working hours. Environment International 2021
- NCCIH (National Center for Complementary and Integrative Health) — Asian Ginseng
- Mehrabani S, et al. Effects of coenzyme Q10 supplementation on fatigue: A systematic review and meta-analysis. Clinical Nutrition ESPEN 2019
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 — ชั่วโมงทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
💡 กำลังมองหาตัวช่วยดูแล? อ่านต่อ: อาหารเสริมเพิ่มภูมิคุ้มกัน ยี่ห้อไหนดี เลือกอย่างไร 👉
