น้ำมันเมล็ดฟักทอง (Pumpkin Seed Oil) คืออะไร? สังกะสี ไฟโตสเตอรอล และงานวิจัยที่มี

น้ำมันเมล็ดฟักทองเป็นน้ำมันสีเขียวเข้มที่ได้จากการสกัดเมล็ดฟักทอง มีกลิ่นเฉพาะตัวและถูกใช้เป็นน้ำมันปรุงรสในยุโรปตะวันออกมานาน · บทความนี้อธิบายว่าในเมล็ดและในน้ำมันมีสารอะไรบ้าง สองอย่างนี้ต่างกันตรงไหน งานวิจัยไปถึงระดับใด และคำโฆษณาแบบใดที่เกินขอบเขต

เมล็ดฟักทอง
แหล่งสังกะสีจากพืช
ที่ให้ปริมาณสูง
น้ำมันสกัด
เข้มข้นในไฟโตสเตอรอล
แต่ไม่ใช่แร่ธาตุ
สีเขียวเข้ม
มาจากคลอโรฟิลล์
และแคโรทีนอยด์

ประเด็นที่คนสับสนมากที่สุดเรื่องนี้คือ “เมล็ดฟักทอง” กับ “น้ำมันเมล็ดฟักทอง” ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน · เมล็ดฟักทองเป็นแหล่งสังกะสี แมกนีเซียม เหล็ก และโปรตีนจากพืชที่ดีมาก แต่เมื่อสกัดเอาเฉพาะน้ำมัน แร่ธาตุที่ไม่ละลายในไขมันจะเหลือติดมาน้อยมาก สิ่งที่ได้แทนคือกรดไขมันไม่อิ่มตัว ไฟโตสเตอรอล วิตามินอี และสารสี · การเลือกให้ตรงกับสิ่งที่ต้องการจึงเริ่มจากการเข้าใจข้อนี้ก่อน

1 ในเมล็ดฟักทองมีอะไร และในน้ำมันเหลืออะไร

  • เมล็ดฟักทองทั้งเมล็ด — ให้สังกะสี แมกนีเซียม เหล็ก โปรตีน ใยอาหาร และกรดไขมันไม่อิ่มตัว
  • น้ำมันที่สกัดออกมา — เข้มข้นในกรดลิโนเลอิกและโอเลอิก ไฟโตสเตอรอล วิตามินอีกลุ่มโทโคฟีรอล และสารสี
  • สังกะสีเหลือน้อยมากในน้ำมัน เพราะเป็นแร่ธาตุที่ไม่ละลายในไขมัน — ถ้าต้องการสังกะสีจึงควรกินเมล็ดหรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุสังกะสีโดยตรง
  • วิธีสกัดมีผลต่อคุณภาพ — น้ำมันสกัดเย็นจะรักษาสารที่ไวต่อความร้อนได้ดีกว่าน้ำมันที่ผ่านความร้อนสูง

2 งานวิจัยศึกษาเรื่องอะไรบ้าง

  • งานที่ถูกอ้างบ่อยที่สุดเกี่ยวกับสุขภาพต่อมลูกหมาก ในผู้ชายสูงวัย ส่วนใหญ่เป็นการศึกษาขนาดเล็ก ระยะเวลาจำกัด และใช้สารสกัดที่ต่างกันไป
  • มีงานเรื่องเส้นผมและสุขภาพผิว ที่ยังอยู่ในระดับเบื้องต้น กลุ่มตัวอย่างน้อย และต้องการการยืนยันเพิ่ม
  • ไฟโตสเตอรอลเป็นกลุ่มสารที่มีข้อมูลมากกว่า ในบริบทของอาหารที่เสริมสเตอรอลจากพืช ซึ่งเป็นคนละผลิตภัณฑ์กับน้ำมันเมล็ดฟักทองทั่วไป
  • ตามกฎหมายไทย ห้ามอ้างว่าน้ำมันเมล็ดฟักทองรักษาต่อมลูกหมากโต แก้ปัสสาวะบ่อย หรือแก้ผมร่วง

3 อ่านฉลากอย่างไร

  • ดูว่าเป็นน้ำมันสกัดเย็นหรือไม่ และมีการระบุปริมาณต่อหน่วยบริโภคเป็นมิลลิกรัมหรือมิลลิลิตร
  • ดูว่ามีการระบุไฟโตสเตอรอลหรือไม่ ถ้าจุดขายคือสารตัวนี้ ควรมีตัวเลขกำกับ
  • อย่าสับสนกับ “สารสกัดเมล็ดฟักทอง” แบบผง ซึ่งเป็นคนละอย่างและมีองค์ประกอบต่างกัน
  • ดูบรรจุภัณฑ์ — น้ำมันชนิดนี้ไวต่อแสงและความร้อน ควรอยู่ในขวดทึบแสงและมีวันหมดอายุชัดเจน
  • 4 เกณฑ์ที่ใช้เทียบได้จริง — (1) สารสกัดที่มีเครื่องหมายการค้า ™/® (2) ปริมาณเต็มโดสตามงานวิจัยอ้างอิง (3) มีเลข อย. (4) ผ่านการรับรองฮาลาล

4 ถ้าเป้าหมายคือสังกะสี ควรทำอย่างไร

  • กินเมล็ดฟักทองอบแห้งไม่ปรุงรส วันละกำมือเล็ก ๆ เป็นวิธีที่ได้ทั้งสังกะสี แมกนีเซียม และใยอาหาร
  • ระวังพลังงาน — เมล็ดพืชให้พลังงานสูง การกินเป็นของว่างเพลิน ๆ ทำให้ได้แคลอรีเกินง่าย
  • ถ้าเลือกอาหารเสริม ให้ดูปริมาณ “สังกะสีธาตุ (elemental zinc)” ไม่ใช่ปริมาณของเกลือสังกะสีทั้งหมด
  • อย่ากินสังกะสีสูงต่อเนื่องนาน โดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะรบกวนสมดุลของทองแดงในร่างกาย
Lipo Zn เลือกใช้ซิงค์ในรูปแบบลิโพโซม Liposovit®-Zn 187.5 มก. ร่วมกับวิตามินซี แอล-ซิสเทอีน เคอร์ซิทิน และซีลีเนียม ระบุปริมาณชัดเจนบนฉลากและมีเลข อย. 26-1-10867-5-0059 — เป็นตัวอย่างของการเลือกโดยดูปริมาณแร่ธาตุที่ระบุจริง

5 คำโฆษณาที่ควรระวัง

  • “รักษาต่อมลูกหมากโต” “แก้ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน” — เป็นคำเชิงรักษาโรคที่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพูดไม่ได้
  • “ปลูกผมใหม่” — เกินขอบเขต และอาจทำให้เลื่อนการตรวจหาสาเหตุผมร่วงที่แท้จริง
  • “มีสังกะสีสูง” บนขวดน้ำมัน — ต้องดูตัวเลขจริง เพราะสังกะสีส่วนใหญ่อยู่ในกากไม่ใช่ในน้ำมัน
  • ถามแทนว่า ต่อหนึ่งหน่วยบริโภคให้อะไรกี่มิลลิกรัม สกัดด้วยวิธีใด และมีเลข อย. หรือไม่

6 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

น้ำมันเมล็ดฟักทองใช้ทอดได้ไหม

ไม่เหมาะ · น้ำมันชนิดนี้มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงและมีสารที่ไวต่อความร้อน การใช้ทอดไฟแรงทำให้เสื่อมสภาพเร็ว · ควรใช้ราดสลัด ราดซุปหลังปรุงเสร็จ หรือคลุกอาหารเย็นแทน

กินเมล็ดฟักทองดิบได้ไหม

ได้ แต่ควรเลือกเมล็ดที่ผ่านการทำความสะอาดและบรรจุสำหรับบริโภค · เมล็ดอบแห้งไม่ปรุงรสเป็นตัวเลือกที่สะดวกและเก็บได้นานกว่า · ระวังชนิดที่ปรุงรสเค็มจัดซึ่งให้โซเดียมสูง

ผู้ชายอายุน้อยกินได้ไหม

ในฐานะอาหารกินได้ตามปกติ · แต่ไม่ควรกินเพราะคาดหวังผลเชิงรักษา · หากมีอาการปัสสาวะผิดปกติ ปัสสาวะไม่สุด หรือมีเลือดปน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ ไม่ใช้อาหารเสริมแทน

เก็บน้ำมันอย่างไรไม่ให้เสีย

เก็บในขวดทึบแสง ปิดสนิท ในที่เย็นและไม่โดนแดด · เมื่อเปิดใช้แล้วควรใช้ให้หมดภายในระยะเวลาที่ผู้ผลิตแนะนำ · ถ้ามีกลิ่นหืนหรือรสเปลี่ยน ให้ทิ้ง ไม่ควรฝืนใช้ต่อ

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่แพ้ฟักทองหรือแพ้เมล็ดพืช ควรหลีกเลี่ยง
  • การเสริมสังกะสีปริมาณสูงต่อเนื่องอาจรบกวนสมดุลทองแดง ควรใช้ตามปริมาณที่ระบุบนฉลาก
  • หากมีอาการปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะเป็นเลือด หรือปวดท้องน้อยเรื้อรัง ให้พบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Gossell-Williams M, et al. — Improvement in HDL cholesterol in postmenopausal women supplemented with pumpkin seed oil. Climacteric.
  2. Cho YH, et al. — Effect of pumpkin seed oil on hair growth in men with androgenetic alopecia. Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine.
  3. Ryan E, et al. — Phytosterol, squalene, tocopherol content of seeds and nuts. Plant Foods for Human Nutrition.
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →