เอ็นข้อไหล่อักเสบ (Rotator Cuff Tendinitis) ดูแลตัวเองยังไง? อาการ สาเหตุ ท่าบริหาร ต่างจากไหล่ติดอย่างไร

เอ็นข้อไหล่อักเสบ (Rotator Cuff Tendinitis) คือภาวะที่เส้นเอ็นของกล้ามเนื้อกลุ่มโรเทเตอร์คัฟฟ์ซึ่งหุ้มรอบหัวไหล่เกิดการระคายเคืองและเจ็บจากการรับภาระเกิน เป็นสาเหตุของอาการปวดไหล่ที่พบบ่อยที่สุดสาเหตุหนึ่ง · คำตอบสั้น ๆ ของคำถาม “ดูแลตัวเองยังไง” คือ ลดกิจกรรมที่ยกแขนเหนือศีรษะซ้ำ ๆ ชั่วคราวโดยไม่หยุดขยับไหล่ไปเลย ประคบเย็นหรืออุ่นตามที่สบาย แล้วค่อย ๆ บริหารเพื่อคงการเคลื่อนไหวและเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่และสะบักแบบไม่ฝืนความเจ็บ · ความต่างจากไหล่ติดคือ เอ็นข้อไหล่อักเสบเจ็บตอนยกเอง แต่ถ้าให้คนอื่นช่วยยกยังไปได้เกือบสุด ส่วนไหล่ติดจะขยับไม่ไปทุกทิศแม้มีคนช่วย · ถ้าปวดหลังล้มแล้วยกแขนไม่ขึ้น มีไข้ร่วมกับไหล่บวมแดงร้อน หรือปวดแขนซ้ายร่วมกับแน่นหน้าอก ต้องพบแพทย์ทันที · ไม่มีอาหารเสริมที่รักษาอาการนี้ สารอาหารมีบทบาทเชิงเสริมเท่านั้น

เอ็น 4 เส้นรอบหัวไหล่
ทำหน้าที่ประคองและ
หมุนข้อไหล่
บริหารคือหลัก
การออกกำลังเฉพาะส่วน
เป็นการดูแลแนวแรก
ยกแขนไม่ขึ้นหลังล้ม
ต้องตรวจว่าเอ็นฉีกขาด
หรือไม่

เรื่องแรกคือกายวิภาค — โรเทเตอร์คัฟฟ์ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ 4 มัด ได้แก่ ซูพราสไปนาตัส อินฟราสไปนาตัส เทเรสไมเนอร์ และซับสแคปูลาริส เส้นเอ็นของทั้งสี่มัดรวมกันหุ้มหัวกระดูกต้นแขนไว้ในเบ้า ทำหน้าที่ประคองข้อและหมุนแขน เอ็นของซูพราสไปนาตัสลอดผ่านช่องแคบใต้ปุ่มกระดูกหัวไหล่ จึงเป็นเส้นที่มีปัญหาบ่อยที่สุด · เรื่องที่สองคือชื่อเรียก — แม้คนทั่วไปเรียกว่าเอ็นอักเสบ แต่ปัจจุบันแพทย์มักใช้คำกว้าง ๆ ว่าอาการปวดไหล่ที่เกี่ยวกับโรเทเตอร์คัฟฟ์ เพราะในหลายรายเป็นเรื่องของเอ็นที่เสื่อมและรับภาระเกินมากกว่าการอักเสบล้วน ๆ และมักเกิดร่วมกับถุงน้ำใต้ปุ่มกระดูกหัวไหล่อักเสบ · เรื่องที่สามคือการแยกโรค — ไหล่ติด เอ็นฉีกขาด หินปูนเกาะเอ็น และปวดร้าวจากคอ ให้อาการคล้ายกันแต่การดูแลต่างกัน · เรื่องสุดท้ายคือกรอบของการดูแล — หัวใจคือการจัดการภาระของเอ็นและการบริหาร ไม่ใช่การพักนิ่งและไม่ใช่การกินอะไร

1 อาการที่เป็นลักษณะเฉพาะของเอ็นข้อไหล่อักเสบ

  • ปวดด้านหน้าและด้านข้างของหัวไหล่ — มักร้าวลงมาที่ต้นแขนด้านนอก แต่ไม่เลยข้อศอก
  • เจ็บช่วงกลางของการกางแขน — เมื่อกางแขนออกด้านข้าง จะเจ็บในช่วงราว 60-120 องศา พอพ้นช่วงนั้นขึ้นไปกลับเบาลง เรียกว่า painful arc
  • เจ็บเมื่อใช้แขนเหนือศีรษะหรือเอื้อมไปด้านหลัง — หยิบของบนชั้น ตากผ้า สระผม สวมเสื้อ ติดตะขอชั้นใน เอื้อมหยิบของที่เบาะหลังรถ
  • ปวดตอนกลางคืน — โดยเฉพาะเมื่อนอนตะแคงทับไหล่ข้างที่เป็น จนต้องตื่นมาเปลี่ยนท่า
  • อ่อนแรงเพราะเจ็บ — ยกของได้น้อยลงเนื่องจากเจ็บ แต่เมื่อฝืนก็ยังพอมีแรง ต่างจากเอ็นฉีกขาดขนาดใหญ่ที่ยกไม่ขึ้นจริง ๆ
  • มีเสียงหรือความรู้สึกขัดในไหล่ — ขณะขยับ ซึ่งโดยตัวเองไม่ได้บอกความรุนแรง
  • เริ่มช้า ๆ ไม่มีอุบัติเหตุชัดเจน — ส่วนใหญ่ค่อย ๆ เป็นหลังช่วงที่ใช้งานแขนมากผิดปกติ เช่น ทาสีบ้าน ย้ายบ้าน เริ่มเล่นกีฬาใหม่

วิธีสังเกตง่าย ๆ ที่บ้านคือ ลองให้คนอื่นหรือใช้แขนข้างดีช่วยยกแขนข้างที่เจ็บขึ้นอย่างผ่อนคลาย ถ้ายกไปได้เกือบสุดแม้จะเจ็บบ้าง ภาพจะเข้ากับปัญหาที่เส้นเอ็นมากกว่าไหล่ติด อย่างไรก็ตามการทดสอบนี้เป็นเพียงการสังเกตเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัย

2 สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

  • การใช้แขนเหนือศีรษะซ้ำ ๆ — ช่างทาสี ช่างไฟ ช่างไม้ งานยกของขึ้นชั้น รวมถึงกีฬาอย่างว่ายน้ำ แบดมินตัน เทนนิส วอลเลย์บอล และการยกน้ำหนักเหนือศีรษะ
  • การเพิ่มภาระเร็วเกินไป — เริ่มออกกำลังกายหรือทำงานหนักขึ้นกะทันหันโดยที่เส้นเอ็นยังไม่ได้ปรับตัว
  • อายุ — เส้นเอ็นมีเลือดมาเลี้ยงน้อยลงและเสื่อมตามวัย จึงพบบ่อยขึ้นตั้งแต่วัย 40 เป็นต้นไป
  • ช่องใต้ปุ่มกระดูกหัวไหล่แคบ — จากรูปร่างของกระดูก กระดูกงอก หรือการเคลื่อนไหวของสะบักที่ไม่สัมพันธ์กัน ทำให้เอ็นถูกเบียดขณะยกแขน
  • ท่าทาง — ไหล่ห่อ หลังค่อม คอยื่น จากการนั่งทำงานหน้าจอนาน ทำให้สะบักอยู่ในตำแหน่งที่ช่องใต้ปุ่มกระดูกแคบลง
  • กล้ามเนื้อรอบสะบักและโรเทเตอร์คัฟฟ์อ่อนแรง — ทำให้หัวกระดูกต้นแขนเลื่อนขึ้นไปเบียดเอ็นขณะยกแขน
  • การบาดเจ็บ — ล้มเอามือยัน กระชากของหนัก หรือสะพายกระเป๋าหนักข้างเดียว
  • ปัจจัยด้านสุขภาพ — การสูบบุหรี่และเบาหวานสัมพันธ์กับปัญหาเส้นเอ็นและการฟื้นตัวที่ช้ากว่า

3 ต่างจากไหล่ติดและภาวะอื่นอย่างไร

ภาวะ ลักษณะเด่น การขยับเมื่อมีคนช่วย ควรทำอย่างไร
เอ็นข้อไหล่อักเสบ เจ็บตอนยกแขนเอง เจ็บช่วงกลางของการกางแขน ปวดกลางคืนเมื่อนอนทับ ยังไปได้เกือบสุดแม้จะเจ็บ ปรับการใช้งาน บริหาร ถ้าไม่ดีขึ้นพบแพทย์
ไหล่ติด (frozen shoulder) ฝืดและขยับไม่ไปทุกทิศ โดยเฉพาะการหมุนแขนออกด้านนอกและไขว้หลัง เป็นนานหลายเดือนถึงเป็นปี พบบ่อยในผู้ที่เป็นเบาหวาน ไปไม่ได้เช่นกัน เหมือนมีอะไรล็อก พบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อวางแผนระยะยาว
เอ็นโรเทเตอร์คัฟฟ์ฉีกขาด อ่อนแรงจริง ยกแขนไม่ขึ้นหรือยกแล้วแขนตก มักตามหลังการล้มหรือกระชาก หรือค่อย ๆ เป็นในผู้สูงอายุ ช่วยยกได้ แต่ค้างเองไม่ได้ พบแพทย์ เพื่อตรวจและถ่ายภาพ
หินปูนเกาะเส้นเอ็น ปวดรุนแรงเฉียบพลันจนขยับแทบไม่ได้ โดยไม่มีอุบัติเหตุ เจ็บมากจนไม่ยอมให้ขยับ พบแพทย์เพื่อวินิจฉัยด้วยภาพถ่ายรังสี
ปวดร้าวจากกระดูกคอ ปวดจากต้นคอและสะบักร้าวลงแขนเลยข้อศอก มีชาหรือเสียวซ่าที่มือ ขยับไหล่ได้ปกติ ขยับคอแล้วอาการเปลี่ยน พบแพทย์ประเมินเส้นประสาท
ข้อไหล่เสื่อม ปวดลึก ๆ ฝืด มีเสียงกรอบแกรบ มักในผู้สูงอายุ จำกัดบางทิศ พบแพทย์

ทั้งสองภาวะอาจเกิดต่อเนื่องกันได้ — คนที่เจ็บไหล่แล้วไม่ยอมขยับเลยเป็นเวลานานมีโอกาสที่ข้อจะฝืดตามมา จึงเป็นเหตุผลที่คำแนะนำหลักคือลดภาระแต่ยังคงขยับ ตารางนี้ช่วยให้สังเกตตัวเอง แต่การแยกโรคที่แน่ชัดต้องอาศัยการตรวจร่างกายของแพทย์ และบางครั้งต้องใช้อัลตราซาวนด์หรือเอ็มอาร์ไอ

4 สิ่งที่ข้อมูลทางการแพทย์บอกเกี่ยวกับการรักษา

  • การบริหารเป็นการดูแลแนวแรก — แนวทางของหลายประเทศและการทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบสนับสนุนให้เริ่มด้วยการออกกำลังเฉพาะส่วนและการปรับการใช้งาน ผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ระยะเวลา — เส้นเอ็นปรับตัวช้า โปรแกรมการบริหารมักประเมินผลกันที่ราว 6-12 สัปดาห์ และบางรายใช้เวลาหลายเดือน การคาดหวังผลในไม่กี่วันทำให้หลายคนเลิกทำก่อนเห็นผล
  • ยาบรรเทาปวด — ยากลุ่มต้านการอักเสบชนิดกินหรือทาช่วยลดปวดในระยะสั้นเพื่อให้บริหารได้ แต่ไม่ได้ซ่อมเส้นเอ็น ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
  • การฉีดสเตียรอยด์ — ลดปวดได้ในระยะสั้น แต่ประโยชน์ระยะยาวไม่ชัด และการฉีดซ้ำหลายครั้งมีข้อกังวลต่อคุณภาพของเส้นเอ็น จึงเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์
  • การผ่าตัดขยายช่องใต้ปุ่มกระดูก — งานวิจัยคุณภาพสูงในช่วงหลังพบว่าไม่ได้ให้ผลดีกว่าการผ่าตัดหลอกหรือการบริหารอย่างชัดเจนในกลุ่มที่ไม่มีเอ็นฉีกขาด จึงถูกใช้น้อยลง
  • ภาพถ่ายไม่ได้บอกทุกอย่าง — ความผิดปกติของเอ็นในอัลตราซาวนด์หรือเอ็มอาร์ไอพบได้ในคนที่ไม่มีอาการเลยจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ การตัดสินใจจึงดูจากอาการและการใช้งานร่วมด้วย
  • ไม่มีหลักฐานว่าสารอาหารหรืออาหารเสริมใดรักษาเอ็นข้อไหล่อักเสบ

5 การดูแลตัวเองและท่าบริหารเป็นขั้นตอน

ระยะ เป้าหมาย ท่าที่ใช้บ่อย หลักการ
ระยะปวดมาก ลดปวด คงการเคลื่อนไหว แกว่งแขนแบบลูกตุ้ม: โน้มตัว มือข้างดีเท้าโต๊ะ ปล่อยแขนข้างเจ็บห้อยแล้วแกว่งเป็นวงเล็ก ๆ · ไต่ผนังด้วยปลายนิ้วเท่าที่ไม่เจ็บมาก เคลื่อนไหวเบา ๆ วันละหลายรอบ ไม่ฝืนเข้าช่วงที่เจ็บแปลบ
ระยะเริ่มทุเลา ปลุกกล้ามเนื้อโดยไม่เพิ่มแรงเบียด เกร็งค้างแบบไม่ขยับข้อ: งอศอก 90 องศาแนบลำตัว ดันหลังมือกับผนังหรือกรอบประตูเบา ๆ ค้างไว้ · บีบสะบักเข้าหากันและกดลง แรงเบาถึงปานกลาง ค้างราว 5-10 วินาที ทำซ้ำหลายครั้ง
ระยะสร้างความแข็งแรง เพิ่มความทนของเอ็นและกล้ามเนื้อสะบัก หมุนแขนออกด้วยยางยืดโดยศอกแนบลำตัว · ดึงยางยืดเข้าหาลำตัวแบบพายเรือ · ดันผนัง เพิ่มแรงต้านทีละน้อยเป็นสัปดาห์ ทำช้า ๆ ควบคุมได้
ระยะกลับไปใช้งาน เตรียมไหล่สำหรับงานหรือกีฬาเหนือศีรษะ ยกแขนในแนวเฉียงหน้าด้วยน้ำหนักเบา · ฝึกท่าเฉพาะของกีฬาแบบค่อยเป็นค่อยไป กลับไปทีละขั้น ไม่กระโดดไปที่ระดับเดิมทันที
  • กฎเรื่องความเจ็บ — เจ็บเล็กน้อยระหว่างบริหารเป็นที่ยอมรับได้ถ้าหายภายในไม่นานหลังหยุดและไม่แย่ลงในวันถัดไป ถ้าเจ็บแปลบหรือปวดมากขึ้นตอนกลางคืน ให้ลดแรงหรือจำนวนครั้ง
  • ปรับการใช้งาน — ย้ายของที่ใช้บ่อยลงมาอยู่ระดับอกถึงเอว ใช้บันไดเตี้ยแทนการเอื้อมสุดแขน ถือของชิดลำตัว และแบ่งงานเหนือศีรษะเป็นช่วงสั้น ๆ
  • ประคบ — เย็นครั้งละ 15-20 นาทีหลังใช้งานหนักหรือช่วงปวดมาก หรืออุ่นก่อนบริหารถ้ารู้สึกตึง ห่อผ้าเสมอ
  • ท่านอน — เลี่ยงนอนทับไหล่ข้างที่เจ็บ นอนหงายโดยหนุนหมอนใบเล็กใต้ต้นแขน หรือนอนตะแคงข้างดีแล้วกอดหมอนรองแขนข้างเจ็บ
  • ท่าทางระหว่างวัน — ยืดอก ดึงสะบักลงและเข้าหากันเบา ๆ ปรับความสูงของจอและที่วางแขน
  • ไม่ใส่ที่คล้องแขนนาน — การไม่ขยับไหล่เป็นสัปดาห์เพิ่มความเสี่ยงข้อฝืด

ท่าบริหารข้างต้นเป็นหลักการทั่วไป นักกายภาพบำบัดจะปรับชนิด แรงต้าน และจำนวนครั้งให้ตรงกับไหล่ของแต่ละคนได้ดีกว่าการทำตามคลิปทั่วไป และควรได้รับการตรวจก่อนถ้าอาการเริ่มหลังอุบัติเหตุ

6 โภชนาการและแมกนีเซียม: บทบาทเชิงเสริมเท่านั้น

ต้องบอกให้ชัดก่อนว่า ไม่มีอาหารหรือสารอาหารใดที่ทำให้เส้นเอ็นข้อไหล่หายอักเสบหรือฟื้นตัวเร็วขึ้นอย่างมีหลักฐานชัดเจน สิ่งที่พูดถึงได้คือการดูแลพื้นฐานของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ซึ่งเป็นฉากหลังของการบริหาร

  • โปรตีนให้พอ — เป็นวัตถุดิบของกล้ามเนื้อและคอลลาเจนในเส้นเอ็น ผู้สูงอายุและผู้ที่กินน้อยมักได้ไม่ถึง
  • วิตามินซี — จำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจน ได้จากผลไม้และผักสด
  • แมกนีเซียม — เกี่ยวกับการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อและการส่งสัญญาณประสาท พบในถั่ว เมล็ดพืช ธัญพืชไม่ขัดสี และผักใบเขียว ผู้ที่กินอาหารกลุ่มนี้น้อย ผู้สูงอายุ และผู้ที่ใช้ยาขับปัสสาวะหรือยาลดกรดบางกลุ่มเป็นเวลานานมีโอกาสได้รับไม่พอ · อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีงานวิจัยที่แสดงว่าแมกนีเซียมรักษาปัญหาเส้นเอ็น และหลักฐานเรื่องตะคริวในคนทั่วไปก็ยังไม่ชัด
  • วิตามินดี — เกี่ยวกับการทำงานของกล้ามเนื้อและกระดูก ผู้ที่อยู่ในอาคารเกือบทั้งวันมีโอกาสได้รับไม่พอ
  • คุมน้ำตาลในเลือดและเลิกบุหรี่ — เป็นสองเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพของเส้นเอ็นและการฟื้นตัวมากกว่าสารอาหารเสริมใด ๆ และเบาหวานยังเป็นปัจจัยเสี่ยงของไหล่ติดด้วย
  • ข้อควรระวังของแมกนีเซียมชนิดเสริม — อาจทำให้ถ่ายเหลวหรือปวดท้อง ผู้ที่เป็นโรคไตต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ และควรกินห่างจากยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม ยารักษากระดูกพรุนกลุ่มบิสฟอสโฟเนต และยาไทรอยด์ ตามคำแนะนำของเภสัชกร
  • กรอบสำคัญ — ทั้งหมดนี้คือการดูแลร่างกายโดยรวม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยาแก้ปวดหรือยาลดการอักเสบ และใช้แทนการบริหารไม่ได้
Lipo Mg ให้แมกนีเซียม 3 รูปแบบในแคปซูลเดียว — แมกนีเซียมลิโพโซม Liposovit®-Mg 300 มก. แมกนีเซียมซิเตรต 175 มก. และแมกนีเซียมออกไซด์ 30 มก. · เทคโนโลยีลิโพโซมช่วยเรื่องการดูดซึม ซึ่งเป็นจุดที่แมกนีเซียมรูปแบบธรรมดามักถูกตั้งคำถาม · มีเลข อย. 26-1-10867-5-0047 และผ่านการรับรองฮาลาล

7 เมื่อไรต้องพบแพทย์

  • ปวดไหล่หลังล้ม กระแทก หรือกระชากแรง แล้วยกแขนไม่ขึ้นหรือยกแล้วแขนตก — ต้องตรวจว่าเอ็นฉีกขาด ข้อหลุด หรือกระดูกหักหรือไม่ การรักษาเอ็นฉีกขาดเฉียบพลันมีช่วงเวลาที่เหมาะสม ไม่ควรรอ
  • ไหล่ผิดรูป บวมมาก หรือมีรอยช้ำกว้าง — ไปโรงพยาบาลโดยเร็ว
  • ไหล่บวม แดง ร้อน ร่วมกับมีไข้หรือหนาวสั่น — ต้องแยกข้อติดเชื้อ ซึ่งเป็นภาวะเร่งด่วน
  • ปวดไหล่หรือแขนซ้ายร่วมกับแน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม เหงื่อแตก คลื่นไส้ — โทร 1669 ทันที เพราะอาจเป็นอาการของหัวใจ
  • ชา เสียวซ่า หรืออ่อนแรงที่แขนและมือ ปวดร้าวจากคอลงเลยข้อศอก — ควรประเมินเส้นประสาท
  • ปวดตอนกลางคืนทุกคืนโดยไม่สัมพันธ์กับท่านอน ร่วมกับน้ำหนักลด เบื่ออาหาร หรือมีประวัติมะเร็ง
  • ไหล่ฝืดลงเรื่อย ๆ จนขยับไม่ไปทุกทิศ — อาจกำลังเข้าสู่ภาวะไหล่ติด
  • ไม่ดีขึ้นหลังปรับการใช้งานและบริหารอย่างถูกวิธี 2-4 สัปดาห์ หรือปวดจนนอนไม่ได้ — ควรพบแพทย์กระดูกและข้อ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู หรือนักกายภาพบำบัด
  • เป็นเบาหวานและเริ่มปวดไหล่ — ควรแจ้งแพทย์แต่เนิ่น ๆ เพราะมีความเสี่ยงไหล่ติดสูงกว่าคนทั่วไป

8 สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ไม่พักนิ่งสนิทหลายสัปดาห์ — ลดภาระได้ แต่ต้องยังขยับในช่วงที่ไม่เจ็บมาก เพื่อไม่ให้ข้อฝืดและกล้ามเนื้อลีบ
  • ไม่ฝืนเล่นกีฬาหรือยกน้ำหนักเหนือศีรษะทั้งที่เจ็บแปลบ — เป็นการเพิ่มภาระให้เส้นเอ็นที่ยังไม่พร้อม
  • ไม่ให้ผู้ที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ดัด ดึง หรือกระชากไหล่ — โดยเฉพาะเมื่อยังไม่รู้ว่าเอ็นฉีกขาดหรือไม่
  • ไม่กินยาแก้ปวดกลุ่มต้านการอักเสบต่อเนื่องเองเป็นสัปดาห์ — เสี่ยงต่อกระเพาะ ไต และความดัน ควรอยู่ในคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
  • ไม่ขอฉีดยาซ้ำ ๆ เพื่อให้กลับไปใช้งานหนักได้เร็ว — ความปวดที่ลดลงจากยาไม่ได้แปลว่าเส้นเอ็นแข็งแรงขึ้น
  • ไม่ใช้อาหารเสริมแทนการบริหาร — ถ้ายังยกของเหนือศีรษะซ้ำ ๆ แบบเดิมและไม่ได้สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบไหล่ อาการจะวนกลับมาไม่ว่าจะกินอะไร

9 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เอ็นข้อไหล่อักเสบ (Rotator Cuff Tendinitis) คืออะไร อาการเป็นอย่างไร?

คือภาวะที่เส้นเอ็นของกล้ามเนื้อ 4 มัดที่หุ้มรอบหัวไหล่ระคายเคืองและเจ็บจากการรับภาระเกิน · อาการเด่นคือปวดด้านหน้าและด้านข้างของไหล่ร้าวลงต้นแขน เจ็บเมื่อยกแขนโดยเฉพาะช่วงกลางของการกางแขน เจ็บเมื่อเอื้อมเหนือศีรษะหรือไขว้หลัง และปวดตอนกลางคืนเมื่อนอนทับข้างนั้น

เอ็นข้อไหล่อักเสบต่างจากไหล่ติดอย่างไร?

เอ็นข้อไหล่อักเสบเจ็บตอนยกแขนเอง แต่เมื่อมีคนช่วยยกยังขยับได้เกือบสุด · ไหล่ติดจะฝืดและขยับไม่ไปทุกทิศแม้มีคนช่วย โดยเฉพาะการหมุนแขนออกและการไขว้หลัง และเป็นนานหลายเดือนถึงเป็นปี · ทั้งสองภาวะเกิดต่อเนื่องกันได้ถ้าเจ็บแล้วไม่ขยับไหล่เลยเป็นเวลานาน

เอ็นข้อไหล่อักเสบกี่วันหาย?

ไม่มีตัวเลขตายตัว · อาการที่เพิ่งเป็นจากการใช้งานหนักช่วงสั้น ๆ อาจดีขึ้นในไม่กี่สัปดาห์เมื่อลดภาระ ส่วนรายที่เป็นมานานมักต้องบริหารต่อเนื่องราว 6-12 สัปดาห์จึงเห็นการเปลี่ยนแปลงชัด และบางรายใช้เวลาหลายเดือน · ถ้าไม่ดีขึ้นเลยใน 2-4 สัปดาห์ควรพบแพทย์

ควรประคบร้อนหรือประคบเย็น?

ช่วงที่ปวดมากหรือหลังใช้งานหนัก หลายคนสบายกับการประคบเย็นครั้งละ 15-20 นาที · ช่วงที่ตึงฝืดหรือก่อนบริหาร ความอุ่นช่วยให้ขยับง่ายขึ้น · หลักฐานไม่ได้ชี้ว่าแบบใดดีกว่าอย่างชัดเจน ให้เลือกแบบที่ทำให้อาการดีขึ้น และห่อผ้าทุกครั้งเพื่อกันผิวไหม้หรือผิวเย็นจัด

ท่าบริหารไหล่แบบไหนที่ควรเลี่ยง?

ช่วงที่ยังเจ็บ ควรเลี่ยงการยกน้ำหนักเหนือศีรษะ การยกแขนกางออกข้างพร้อมคว่ำนิ้วโป้งลง การดึงข้อหลังศีรษะ และการเหวี่ยงแขนแรง ๆ เพราะเพิ่มแรงเบียดที่เส้นเอ็น · เริ่มจากท่าที่ศอกอยู่ชิดลำตัวและท่าของสะบักก่อน แล้วค่อยเพิ่มระดับ

เอ็นข้อไหล่อักเสบ กินอะไรดี กินแมกนีเซียมช่วยไหม?

ไม่มีอาหารหรืออาหารเสริมที่รักษาอาการนี้ · สิ่งที่ควรดูแลคือกินโปรตีนให้พอ ผักผลไม้ที่มีวิตามินซี และคุมน้ำตาลในเลือด · แมกนีเซียมเกี่ยวกับการทำงานปกติของกล้ามเนื้อและระบบประสาท ผู้ที่ได้รับจากอาหารไม่พออาจใช้เป็นตัวช่วยดูแลได้ แต่ไม่ใช่ยาแก้ปวดและใช้แทนการบริหารไม่ได้ ผู้ที่เป็นโรคไตต้องปรึกษาแพทย์ก่อน

เมื่อไรควรไปตรวจว่าเอ็นไหล่ฉีกขาดหรือไม่?

เมื่อปวดไหล่หลังล้มหรือกระชากแล้วยกแขนไม่ขึ้น ยกแล้วแขนตก หรืออ่อนแรงชัดเจน ควรพบแพทย์โดยเร็ว · และเมื่อดูแลตัวเองถูกวิธีแล้วไม่ดีขึ้นใน 2-4 สัปดาห์ หรืออ่อนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ แพทย์อาจส่งตรวจอัลตราซาวนด์หรือเอ็มอาร์ไอ

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • แมกนีเซียมไม่ใช่ยาแก้ปวด ไม่ใช่ยาลดการอักเสบ และไม่มีอาหารเสริมตัวใดที่รักษาเอ็นข้อไหล่อักเสบหรือทำให้เอ็นที่ฉีกขาดกลับมาติดกัน — อาการนี้เกิดจากเส้นเอ็นรับภาระเกินกว่าที่ทนได้ สิ่งที่มีหลักฐานมากที่สุดคือการปรับการใช้งาน การบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่และสะบักอย่างค่อยเป็นค่อยไป และการรักษาตามที่แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดประเมิน แมกนีเซียมเป็นเพียงตัวช่วยดูแลการทำงานปกติของกล้ามเนื้อและระบบประสาท
  • ปวดไหล่หลังล้มหรืออุบัติเหตุแล้วยกแขนไม่ขึ้น ไหล่ผิดรูป หรือแขนอ่อนแรงทันที ต้องไปโรงพยาบาลโดยเร็ว เพราะอาจเป็นเอ็นฉีกขาด ข้อหลุด หรือกระดูกหัก · ไหล่บวมแดงร้อนร่วมกับมีไข้ ต้องพบแพทย์ทันทีเพื่อแยกข้อติดเชื้อ · ปวดไหล่หรือแขนซ้ายร่วมกับแน่นหน้าอก เหนื่อย เหงื่อแตก คลื่นไส้ ต้องโทร 1669 · ชาหรืออ่อนแรงที่แขนและมือ ปวดตอนกลางคืนทุกคืนร่วมกับน้ำหนักลด หรือไม่ดีขึ้นหลังดูแลตัวเอง 2-4 สัปดาห์ ควรให้แพทย์ตรวจ
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่เป็นโรคไตต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้แมกนีเซียมชนิดเสริมทุกครั้ง · ควรกินห่างจากยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนต และยาไทรอยด์ตามคำแนะนำของเภสัชกร · ท่าบริหารในบทความเป็นหลักการทั่วไป ถ้าทำแล้วเจ็บแปลบหรือปวดมากขึ้นให้หยุดและปรึกษานักกายภาพบำบัด
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. American Academy of Orthopaedic Surgeons (OrthoInfo) — Rotator Cuff Tendinitis / Shoulder Impingement
  2. NHS — Shoulder impingement / Frozen shoulder
  3. Cochrane Library — Manual therapy and exercise for rotator cuff disease / Subacromial decompression surgery for rotator cuff disease
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →