อ่านฉลากอาหารเสริมยังไงไม่ให้โดนหลอก? 8 จุดที่ต้องดูก่อนจ่ายเงิน

ราคาไม่ได้บอกคุณภาพ และรีวิวไม่ได้บอกปริมาณ · สิ่งเดียวที่บอกว่าคุณกำลังจ่ายเงินซื้ออะไรอยู่จริง ๆ คือฉลากด้านหลัง · บทความนี้สรุป 8 จุดที่ควรดูเรียงตามลำดับความสำคัญ พร้อมกับดักที่พบบ่อยที่สุดในตลาดไทย

13 หลัก
รูปแบบเลข อย.
ของอาหารเสริม
ต่อหน่วยบริโภค
ตัวเลขที่ต้องดู
ไม่ใช่ต่อขวด
ตรวจฟรี
เช็กเลข อย.
ได้ด้วยตัวเอง

อาหารเสริมในไทยต้องมีเลขสารบบอาหาร 13 หลัก (ที่เรียกกันว่าเลข อย.) แสดงบนฉลากเสมอ · แต่การมีเลข อย. หมายถึงผลิตภัณฑ์นั้นได้รับอนุญาตให้จำหน่ายในฐานะอาหาร ไม่ได้หมายความว่ารักษาโรคได้ · ที่เหลือขึ้นอยู่กับว่าเราอ่านฉลากเป็นหรือไม่ ซึ่งเป็นทักษะที่ใช้ได้ตลอดชีวิตและประหยัดเงินได้จริง

1 จุดที่ 1–2 · เลข อย. และชื่อผู้ผลิต

  • เลขสารบบอาหาร 13 หลักต้องอยู่บนฉลาก และตรวจสอบย้อนกลับได้บนระบบสืบค้นของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
  • เลขต้องตรงกับชื่อผลิตภัณฑ์นั้น — ระวังกรณีนำเลขของสินค้าตัวอื่นในเครือมาแสดง
  • ต้องมีชื่อและที่อยู่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าชัดเจน ไม่ใช่แค่ชื่อแบรนด์
  • สินค้านำเข้าต้องมีฉลากภาษาไทย ตามกฎหมาย ถ้ามีแต่ภาษาต่างประเทศล้วนควรตั้งข้อสงสัย

2 จุดที่ 3–4 · ปริมาณต่อหน่วยบริโภค และสูตรเฉพาะ

  • ดูว่า “ต่อ 1 แคปซูล” หรือ “ต่อ 2 แคปซูล” — หลายยี่ห้อแสดงตัวเลขสวยโดยนับรวมหลายเม็ด
  • ระวังคำว่า proprietary blend หรือ สูตรเฉพาะ ที่บอกน้ำหนักรวมของส่วนผสมหลายตัว แต่ไม่บอกว่าตัวไหนเท่าไร
  • สารที่อยู่ต้นรายการมีสัดส่วนมากที่สุด เพราะกฎหมายให้เรียงตามน้ำหนักจากมากไปน้อย
  • เทียบกับขนาดที่ใช้ในงานวิจัย — บางสูตรใส่มาเพียงหลักไม่กี่มิลลิกรัมเพื่อให้เขียนชื่อสารบนฉลากได้เท่านั้น

3 จุดที่ 5–6 · รูปแบบของสาร และเครื่องหมายการค้า

  • ชื่อเต็มของสารสำคัญกว่าชื่อเล่น — เช่น แมกนีเซียมออกไซด์กับแมกนีเซียมไกลซิเนตดูดซึมต่างกัน
  • สารสกัดควรระบุอัตราส่วนหรือความเข้มข้น เช่น 10:1 หรือ standardized to 95%
  • วัตถุดิบที่มีเครื่องหมาย ™ หรือ ® มักเป็นสารสกัดที่มีงานวิจัยรองรับและควบคุมมาตรฐานการผลิต ตรวจสอบย้อนกลับได้
  • แต่เครื่องหมายการค้าไม่ได้แปลว่าใส่เต็มโดส ต้องดูปริมาณควบคู่เสมอ

4 จุดที่ 7–8 · คำเตือน สารก่อภูมิแพ้ และวันหมดอายุ

  • คำเตือนตามกฎหมายต้องมี เช่น ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค และควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่
  • ข้อมูลสารก่อภูมิแพ้ต้องแสดง เช่น ปลา ถั่วเหลือง นม กลูเตน สัตว์น้ำเปลือกแข็ง
  • ดูทั้งวันผลิตและวันหมดอายุ — สินค้าใกล้หมดอายุมักถูกนำมาลดราคาแรง
  • ดูเงื่อนไขการเก็บรักษา เพราะเก็บผิดทำให้สารสำคัญลดลงก่อนหมดอายุ

5 ประโยคโฆษณาที่ผิดกฎหมายและควรเดินหนี

  • “รักษาโรค… ให้หายขาด” — อาหารเสริมโฆษณาแบบนี้ไม่ได้ ผิดกฎหมายชัดเจน
  • “ทดแทนยา” หรือ “ไม่ต้องกินยาอีกต่อไป” — อันตรายมากและผิดกฎหมาย
  • “ได้ผล 100% ทุกคน” — ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดในโลกอ้างแบบนี้ได้
  • อ้างชื่อโรงพยาบาลหรือแพทย์โดยไม่มีหลักฐาน ให้ตรวจสอบก่อนเสมอ
  • รีวิวก่อน–หลังที่ดูเกินจริง ควรตั้งคำถามเสมอ

6 เช็กลิสต์ 60 วินาทีก่อนกดสั่ง

  1. มีเลข อย. และตรวจสอบได้จริง
  2. รู้ว่าได้สารสำคัญกี่มิลลิกรัมต่อวัน
  3. ไม่มีสูตรเฉพาะที่ปิดบังปริมาณรายตัว
  4. รูปแบบของสารเหมาะกับที่เราต้องการ
  5. ไม่มีคำโฆษณาเกินจริงหรือผิดกฎหมาย
  6. วันหมดอายุยังเหลือพอ และรู้วิธีเก็บ
🌿 ผลิตภัณฑ์กลุ่ม BLB Balance Brand — ทุกตัวแสดงเลข อย. บนฉลาก ระบุปริมาณสารสำคัญเป็นมิลลิกรัมต่อหน่วยบริโภค และผ่านการรับรองฮาลาล · สารสกัดที่มีเครื่องหมายการค้า เช่น Liposovit® Lipo-Max™ PANMOL® และ Telosir™ ระบุปริมาณไว้ตรวจสอบได้ · 4 เกณฑ์ที่ใช้เทียบได้จริง — (1) สารสกัดที่มีเครื่องหมายการค้า ™/® (2) ปริมาณเต็มโดสตามงานวิจัยอ้างอิง (3) มีเลข อย. (4) ผ่านการรับรองฮาลาล

7 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เลข อย. ตรวจสอบยังไง

เข้าระบบสืบค้นข้อมูลผลิตภัณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แล้วกรอกเลข 13 หลักบนฉลาก · ถ้าไม่พบหรือชื่อสินค้าไม่ตรง ควรหลีกเลี่ยง

มีเลข อย. แปลว่ารักษาโรคได้ไหม

ไม่ใช่ · เลข อย. ของอาหารเสริมหมายถึงได้รับอนุญาตให้จำหน่ายในฐานะอาหารเท่านั้น ไม่ได้รับรองว่าป้องกันหรือรักษาโรคใด ๆ

สูตรเฉพาะ (proprietary blend) ไม่ดีเสมอไปไหม

ไม่ถึงกับไม่ดี แต่ทำให้เทียบราคาต่อปริมาณสารสำคัญไม่ได้ · ถ้ามีทางเลือกที่ระบุปริมาณรายตัว ควรเลือกตัวที่ระบุ

ทำไมบางฉลากใส่สารเยอะมากแต่ปริมาณน้อย

เรียกกันว่าการโรยหน้า (label dressing) — ใส่มาเพื่อให้เขียนชื่อบนฉลากได้ แต่ปริมาณต่ำกว่าที่งานวิจัยใช้มาก · ให้ดูตัวเลขเป็นหลัก ไม่ใช่จำนวนรายชื่อ

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • การโฆษณาอาหารเสริมว่าป้องกันหรือรักษาโรค เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผู้บริโภคควรแจ้งเบาะแสต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
  • ไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีฉลากภาษาไทยหรือไม่มีเลข อย. แสดง

อ้างอิง

  1. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร.
  2. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ระบบสืบค้นข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต.
  3. NIH Office of Dietary Supplements — How to Evaluate Health Information on the Internet.
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้

👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →