ซินไบโอติก (Synbiotic) คืออะไร? ต่างจากโพรไบโอติกและพรีไบโอติกยังไง

คำว่าซินไบโอติกถูกใช้บนฉลากมากขึ้นเรื่อย ๆ จนหลายคนเข้าใจว่าแค่มีทั้งเชื้อและใยอาหารก็เรียกได้ · ความจริงมีนิยามที่ชัดเจนกว่านั้น บทความนี้อธิบายว่าซินไบโอติกคืออะไร แบ่งเป็นกี่แบบ ต่างจากโพรไบโอติกและพรีไบโอติกอย่างไร และควรดูอะไรบนฉลาก

โพรไบโอติก
จุลินทรีย์มีชีวิต
ที่ให้ประโยชน์เมื่อได้รับพอ
พรีไบโอติก
สารที่จุลินทรีย์ดี
ใช้เป็นอาหาร
ซินไบโอติก
สองอย่างรวมกัน
แบบมีเหตุผลรองรับ

ในปี 2019 คณะผู้เชี่ยวชาญนานาชาติได้วางนิยามของคำว่าซินไบโอติกใหม่ให้รัดกุมขึ้น เพราะก่อนหน้านั้นผู้ผลิตใช้คำนี้กับอะไรก็ได้ที่มีทั้งเชื้อและใยอาหารผสมกัน · นิยามใหม่ระบุว่าซินไบโอติกคือส่วนผสมของจุลินทรีย์มีชีวิตกับสารตั้งต้นที่จุลินทรีย์ในร่างกายเลือกใช้ได้ โดยต้องให้ผลดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค · ความต่างเล็ก ๆ ในนิยามนี้ทำให้ฉลากที่ดูคล้ายกันมีคุณค่าไม่เท่ากัน

1 ทบทวนคำสามคำให้ชัด

  • โพรไบโอติก (Probiotic) — จุลินทรีย์มีชีวิตที่เมื่อได้รับในปริมาณเพียงพอแล้วให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ · ต้องระบุถึงระดับสายพันธุ์ เช่น Lacticaseibacillus rhamnosus GG
  • พรีไบโอติก (Prebiotic) — สารที่จุลินทรีย์ในร่างกายเลือกใช้แล้วเกิดประโยชน์ เช่น อินูลิน FOS GOS · ไม่ใช่ใยอาหารทุกชนิดจะเป็นพรีไบโอติก
  • โพสต์ไบโอติก (Postbiotic) — สารหรือเซลล์จุลินทรีย์ที่ไม่มีชีวิตแล้วแต่ยังให้ประโยชน์ เป็นคนละหมวด
  • ซินไบโอติก (Synbiotic) — ส่วนผสมของสองอย่างแรกที่ออกแบบมาให้ทำงานร่วมกันและมีหลักฐานสนับสนุน

2 ซินไบโอติกมี 2 แบบ และต่างกันมาก

  • แบบเสริมฤทธิ์กัน (Synergistic) — เลือกพรีไบโอติกที่โพรไบโอติกในสูตรนั้นใช้ได้โดยตรง เหมือนส่งเชื้อไปพร้อมกับเสบียงที่มันกินได้แน่ ๆ
  • แบบเสริมกัน (Complementary) — โพรไบโอติกและพรีไบโอติกต่างทำงานของตัวเอง โดยพรีไบโอติกไปเลี้ยงจุลินทรีย์ประจำถิ่นในลำไส้แทน
  • ทั้งสองแบบใช้ได้ แต่ผู้ผลิตควรบอกได้ว่าสูตรของตนเป็นแบบใดและอ้างอิงข้อมูลอะไร
  • ข้อสังเกตบนฉลาก — สูตรที่จริงจังมักระบุสายพันธุ์ ปริมาณ CFU และชนิดกับปริมาณพรีไบโอติกครบทั้งสามอย่าง

3 อ่านฉลากซินไบโอติกอย่างไร

  • ดูสายพันธุ์ ไม่ใช่แค่ชื่อสกุล — “Lactobacillus” เฉย ๆ บอกอะไรไม่ได้ ต้องมีชื่อสปีชีส์และรหัสสายพันธุ์
  • ดู CFU ณ วันหมดอายุ ไม่ใช่ CFU ณ วันผลิต ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าเสมอ
  • ดูชนิดและปริมาณพรีไบโอติกเป็นกรัม · พรีไบโอติกปริมาณน้อยมากในสูตรมักไม่พอจะสร้างความต่าง
  • ดูวิธีเก็บรักษา — บางสายพันธุ์ต้องแช่เย็น บางสายพันธุ์เช่นกลุ่มสร้างสปอร์ทนอุณหภูมิห้องได้
  • 4 เกณฑ์ที่ใช้เทียบได้จริง — (1) สารสกัดที่มีเครื่องหมายการค้า ™/® (2) ปริมาณเต็มโดสตามงานวิจัยอ้างอิง (3) มีเลข อย. (4) ผ่านการรับรองฮาลาล
BLB F เป็นสูตรผงชงที่รวมใยอาหารรวม 7,023.9 มก. ต่อซอง ทั้งฟรุกโตโอลิโกแซ็กคาไรด์ ไซเลียมฮัสก์ บุก ชิโครี และกัวร์กัม ร่วมกับ Bacillus coagulans และเมตาบอไลต์จากการหมัก ซึ่งเป็นตัวอย่างของการรวมพรี-โพร-โพสต์ไบโอติกไว้ด้วยกัน ระบุปริมาณครบและมีเลข อย. 26-1-10867-5-0051

4 เริ่มกินอย่างไรให้ท้องไม่ปั่นป่วน

  • เริ่มจากปริมาณน้อยแล้วค่อยเพิ่ม โดยเฉพาะสูตรที่มีใยอาหารสูง เพราะการเพิ่มใยอาหารเร็วเกินไปทำให้ท้องอืดและมีลม
  • ดื่มน้ำให้พอ — ใยอาหารกลุ่มพองตัวต้องการน้ำ ถ้าดื่มน้ำน้อยจะยิ่งอึดอัด
  • ให้เวลาอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ ในการประเมินว่าเหมาะกับตัวเองหรือไม่ อย่าตัดสินจากวันสองวัน
  • เว้นระยะจากยาปฏิชีวนะ ประมาณ 2 ชั่วโมง และควรกินต่อเนื่องช่วงหนึ่งหลังจบคอร์สยา ตามคำแนะนำของเภสัชกร
  • ถ้ามีอาการแย่ลงชัดเจน ให้หยุดและปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์

5 ใครควรปรึกษาแพทย์ก่อน

  • ผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่องอย่างมาก เช่น อยู่ระหว่างเคมีบำบัด ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือใช้ยากดภูมิ
  • ผู้ป่วยวิกฤตหรือมีสายสวนหลอดเลือดดำส่วนกลาง ซึ่งมีรายงานความเสี่ยงเฉพาะกลุ่ม
  • ทารกคลอดก่อนกำหนด ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์เท่านั้น
  • ผู้ที่มีโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังหรือเพิ่งผ่าตัดลำไส้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลก่อนเริ่ม
  • หากถ่ายเป็นเลือด น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ หรือปวดท้องรุนแรง ให้พบแพทย์ ไม่ใช้อาหารเสริมแทนการตรวจ

6 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กินโพรไบโอติกกับพรีไบโอติกแยกกันเอง ถือเป็นซินไบโอติกไหม

ตามนิยามทางวิชาการยังไม่ใช่ เพราะซินไบโอติกหมายถึงส่วนผสมที่ออกแบบมาร่วมกันและมีหลักฐานว่าให้ผลดี · แต่ในทางปฏิบัติ การกินทั้งสองอย่างในชีวิตประจำวันก็เป็นแนวทางที่สมเหตุสมผลสำหรับคนทั่วไป

ต้องแช่ตู้เย็นไหม

ขึ้นกับสายพันธุ์และเทคโนโลยีการผลิต · สายพันธุ์กลุ่มสร้างสปอร์อย่าง Bacillus coagulans ทนอุณหภูมิห้องได้ดี ส่วนสายพันธุ์แลคโตบาซิลลัสบางตัวต้องเก็บเย็น · ให้ยึดตามที่ฉลากระบุเป็นหลัก

กินตอนไหนดี

ส่วนใหญ่แนะนำให้กินพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที เพราะอาหารช่วยลดความเป็นกรดในกระเพาะ · สูตรผงใยอาหารควรชงกับน้ำปริมาณมากพอและดื่มทันทีก่อนที่จะข้น

กินนานแค่ไหนถึงรู้ผล

โดยทั่วไปควรให้เวลาอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ และประเมินจากความสม่ำเสมอของการขับถ่ายและความสบายท้อง · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ผลที่ได้ขึ้นกับอาหารและวิถีชีวิตโดยรวมด้วย

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่องอย่างมาก ผู้ป่วยวิกฤต หรือผู้ที่มีสายสวนหลอดเลือดดำส่วนกลาง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้จุลินทรีย์มีชีวิต
  • การเพิ่มใยอาหารเร็วเกินไปอาจทำให้ท้องอืดมีลม ควรเริ่มทีละน้อยและดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • หากถ่ายเป็นเลือด น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือปวดท้องรุนแรง ให้พบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Swanson KS, et al. — The ISAPP consensus statement on the definition and scope of synbiotics. Nature Reviews Gastroenterology & Hepatology.
  2. Gibson GR, et al. — Expert consensus document: prebiotics definition and scope. Nature Reviews Gastroenterology & Hepatology.
  3. Hill C, et al. — Expert consensus document: the scope and appropriate use of the term probiotic. Nature Reviews Gastroenterology & Hepatology.
  4. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →