วิตามินดี 3 vs แคลซิไตรออล (Calcitriol) ต่างกันยังไง? วิตามินตั้งต้น vs ฮอร์โมนรูปออกฤทธิ์ที่เป็นยา ทำไมหมอโรคไตสั่งแคลซิไตรออล ใช้แทนกันได้ไหม และอันตรายของการกินซ้อน

วิตามินดี 3 (โคเลแคลซิฟีรอล) กับแคลซิไตรออล (Calcitriol) อยู่ในเส้นทางเดียวกัน แต่เป็นคนละขั้นและใช้แทนกันไม่ได้ — วิตามินดี 3 เป็นวิตามินตั้งต้น ที่ได้จากแดดหรืออาหารเสริม ต้องผ่านตับไปเป็น 25-ไฮดรอกซีวิตามินดี (ตัวที่ตรวจเลือดวัด) แล้วผ่านไตไปเป็นแคลซิไตรออล · แคลซิไตรออลคือฮอร์โมนรูปออกฤทธิ์ ของวิตามินดี และในฐานะยาต้องให้แพทย์สั่ง มักใช้ในผู้ที่ไตเปลี่ยนวิตามินดีเป็นรูปออกฤทธิ์ได้ไม่พอ เช่นโรคไตเรื้อรัง หรือภาวะพาราไทรอยด์ต่ำ · แคลซิไตรออลออกฤทธิ์แรงและเร็ว ขนาดยาเป็นไมโครกรัม และเสี่ยงแคลเซียมในเลือดสูงมากกว่า ห้ามกินแทนกันหรือกินซ้อนกันเองโดยแพทย์ไม่ทราบ

2 ขั้น
ตับ → ไต
กว่าวิตามินดี 3 จะออกฤทธิ์
25(OH)D
ค่าที่ตรวจเลือด
ไม่ใช่แคลซิไตรออล
ยาตามแพทย์
แคลซิไตรออล
ไม่ใช่อาหารเสริม

บทความนี้ไม่ได้อธิบายพื้นฐานวิตามินดีซ้ำ (อ่านได้ที่ วิตามินดีเท่าไรถึงพอ และ วิตามิน D2 กับ D3 ต่างกันยังไง) แต่จะตอบคำถามที่คนเทียบสองตัวนี้สงสัยที่สุด · เรื่องแรกคือตารางเทียบ · เรื่องที่สองคือเส้นทางจากวิตามินดีไปเป็นฮอร์โมน · เรื่องที่สามคือทำไมแพทย์ถึงสั่งแคลซิไตรออล · เรื่องที่สี่คือเลือกตามสถานการณ์ · เรื่องสุดท้ายคือกินร่วมกัน วิธีกิน และความเสี่ยงแคลเซียมสูง

1 ตารางเทียบตรง ๆ: วิตามินดี 3 vs แคลซิไตรออล

ประเด็น วิตามินดี 3 (โคเลแคลซิฟีรอล) แคลซิไตรออล (1,25-ไดไฮดรอกซีวิตามินดี)
สถานะ วิตามินตั้งต้น ยังไม่ออกฤทธิ์ ฮอร์โมนรูปออกฤทธิ์
มาจาก ผิวสร้างเมื่อโดนแดด · ปลาที่มีไขมัน ไข่แดง · อาหารเสริม ไตสร้างจาก 25(OH)D · ยาที่แพทย์สั่ง
ต้องผ่านอวัยวะไหน ตับ แล้วไต ไม่ต้องผ่าน ออกฤทธิ์ได้เลย
หน่วยที่ใช้ หน่วยสากล (IU) เช่น 1,000–2,000 IU ไมโครกรัม เช่น 0.25–0.5 ไมโครกรัม
ระยะเวลาที่อยู่ในร่างกาย 25(OH)D อยู่ได้ราว 2–3 สัปดาห์ ระดับขึ้นลงช้า อยู่ได้เป็นชั่วโมง ออกฤทธิ์เร็ว
การควบคุมของร่างกาย ไตควบคุมว่าจะเปลี่ยนเป็นรูปออกฤทธิ์เท่าไร ตามระดับแคลเซียมและฮอร์โมนพาราไทรอยด์ ข้ามการควบคุมขั้นนี้ไป
ค่าที่ใช้ติดตาม 25(OH)D ในเลือด แคลเซียม ฟอสฟอรัส และฮอร์โมนพาราไทรอยด์ในเลือด
ความเสี่ยงแคลเซียมสูง ต่ำเมื่อกินในขนาดปกติ (เกิดเมื่อกินขนาดสูงมากต่อเนื่อง) สูงกว่า จึงต้องเจาะเลือดติดตาม

สรุปสั้น ๆ คือ วิตามินดี 3 คือ “วัตถุดิบ” ที่ร่างกายเลือกเองว่าจะเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนเท่าไร ส่วน แคลซิไตรออลคือ “ฮอร์โมนสำเร็จรูป” ที่ข้ามระบบควบคุมนั้นไป นี่คือเหตุผลที่แคลซิไตรออลต้องอยู่ในมือแพทย์

2 เส้นทางจากวิตามินดีไปเป็นฮอร์โมน

  • ขั้นที่ 1 — ผิวหรือลำไส้ ผิวสร้างวิตามินดี 3 เมื่อโดนรังสียูวีบี หรือดูดซึมจากอาหารและอาหารเสริมพร้อมไขมัน รายละเอียดเรื่องเวลาที่กินอ่านที่ วิตามินดี กินตอนไหน
  • ขั้นที่ 2 — ตับ เปลี่ยนเป็น 25-ไฮดรอกซีวิตามินดี (แคลซิไฟไดออล) เป็นรูปที่เก็บสะสมในเลือด และเป็นค่าที่แพทย์ตรวจเพื่อดูว่าขาดวิตามินดีหรือไม่
  • ขั้นที่ 3 — ไต เอนไซม์ 1-แอลฟา-ไฮดรอกซิเลสเปลี่ยนเป็นแคลซิไตรออล โดยถูกกระตุ้นเมื่อแคลเซียมต่ำและฮอร์โมนพาราไทรอยด์สูง แล้วถูกยับยั้งเมื่อแคลเซียมพอ
  • ขั้นที่ 4 — ออกฤทธิ์ แคลซิไตรออลเพิ่มการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสจากลำไส้ และทำงานร่วมกับฮอร์โมนพาราไทรอยด์ในการรักษาระดับแคลเซียมในเลือด

เอนไซม์ที่เปลี่ยนรูปวิตามินดีหลายตัวต้องใช้แมกนีเซียม ผู้ที่ขาดแมกนีเซียมจึงอาจตอบสนองต่อวิตามินดีได้ไม่ดี อ่านที่ ทำไมวิตามินดีต้องมีแมกนีเซียม · และถ้าเสริมแมกนีเซียมอยู่ด้วย เรื่องจังหวะเวลากินอ่านที่ แมกนีเซียม กินตอนไหนดี

ข้อสังเกตคือ การตรวจระดับแคลซิไตรออลในเลือดไม่ได้บอกว่าขาดวิตามินดีหรือไม่ เพราะร่างกายจะเร่งสร้างแคลซิไตรออลเมื่อวิตามินดีต่ำ ค่านี้จึงอาจปกติหรือสูงได้แม้ขาดวิตามินดีอยู่

3 ทำไมแพทย์ถึงสั่งแคลซิไตรออล

ภาวะ ทำไมวิตามินดี 3 ไม่พอ สิ่งที่แพทย์มักพิจารณา
โรคไตเรื้อรังระยะท้าย ฟอกไต ไตสร้างแคลซิไตรออลได้น้อยลง ฮอร์โมนพาราไทรอยด์จึงสูง แคลซิไตรออลหรือยาวิตามินดีรูปออกฤทธิ์อื่น ตามแนวทาง KDIGO พร้อมติดตามแคลเซียมและฟอสฟอรัส
ภาวะพาราไทรอยด์ต่ำ เช่น หลังผ่าตัดไทรอยด์ ไม่มีฮอร์โมนพาราไทรอยด์มากระตุ้นไต แคลซิไตรออลร่วมกับแคลเซียม
โรคกระดูกอ่อนบางชนิดทางพันธุกรรม เอนไซม์หรือตัวรับผิดปกติ ยาวิตามินดีรูปออกฤทธิ์ตามแพทย์เฉพาะทาง
ขาดวิตามินดีทั่วไป ไตปกติ ไตยังเปลี่ยนรูปได้ปกติ วิตามินดี 2 หรือ 3 ไม่ใช่แคลซิไตรออล

คนไทยบางคนได้รับวิตามินดี 2 ขนาด 20,000 IU สัปดาห์ละครั้งจากโรงพยาบาล ซึ่งเป็นวิตามินตั้งต้นอีกชนิด ไม่ใช่แคลซิไตรออล ความต่างระหว่าง D2 กับ D3 อ่านที่ วิตามิน D2 กับ D3 ต่างกันยังไง

Lipo D3 ให้วิตามินดี 3 ในรูปลิโพโซม 100 มก. พร้อมสารที่ทำงานร่วมกันเรื่องกระดูก — แมกนีเซียมซิเตรต 175 มก. แมกนีเซียมออกไซด์ 50 มก. วิตามินซี 100 มก. ไฟโตสเตอรอล 20 มก. และวิตามินเค 2 · ระบุปริมาณสารสำคัญรายตัวบนฉลาก มีเลข อย. 26-1-10867-5-0048 และผ่านการรับรองฮาลาล · ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ เพราะมีวิตามินเค 2 · Lipo D3 เป็นวิตามินดี 3 (โคเลแคลซิฟีรอล) ไม่ใช่แคลซิไตรออล จึงต้องผ่านตับและไตก่อนเหมือนวิตามินดีจากแดด · ตัวเลข 100 มก. คือน้ำหนักของวัตถุดิบวิตามินดี 3 แบบลิโพโซม ไม่ใช่ปริมาณวิตามินดีสุทธิ — ปริมาณหน่วยสากล (IU) ให้ดูบนฉลาก แล้วนับรวมกับวิตามินรวมหรือยาที่ได้รับอยู่ · แมกนีเซียมซิเตรตและออกไซด์ในสูตรเกี่ยวกับเอนไซม์ที่ใช้เปลี่ยนรูปวิตามินดี · ผู้ที่ได้รับแคลซิไตรออลหรือยาวิตามินดีจากแพทย์ ผู้ที่มีโรคไต และผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เพราะมีวิตามินเค 2) ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน · กินวันละ 1 เม็ดตามที่ฉลากระบุ

4 เลือกตามสถานการณ์: ใช้ตัวไหน

สถานการณ์ ตัวที่เกี่ยวข้อง ควรทำอย่างไร
ทำงานในร่ม ไม่ค่อยโดนแดด ไตปกติ วิตามินดี 3 ตรวจ 25(OH)D ถ้ามีโอกาส และเสริมในขนาดที่เหมาะ ไม่เกิน 4,000 IU ต่อวันถ้าไม่มีแพทย์ดูแล
ได้รับแคลซิไตรออลจากแพทย์อยู่แล้ว แคลซิไตรออล ห้ามเพิ่มวิตามินดีหรือแคลเซียมเองโดยไม่แจ้งแพทย์
ฟอกไตหรือโรคไตเรื้อรัง ตามแพทย์โรคไตเท่านั้น บางคนได้ทั้งวิตามินดีตั้งต้นและรูปออกฤทธิ์ แต่ต้องเป็นแผนของแพทย์
มีประวัตินิ่วในไต ปรึกษาแพทย์ก่อนทั้งสองตัว วิตามินดีเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม อ่านเพิ่มที่ นิ่วในไต ดูแลตัวเองยังไง
กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด ระวังสูตรที่มีวิตามินเค 2 ปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกสูตร D3 + K2

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าขาดวิตามินดีหรือไม่ สัญญาณเบื้องต้นอ่านที่ สัญญาณขาดวิตามินดี แต่คำตอบที่แน่นอนมาจากการตรวจเลือด

5 กินร่วมกันได้ไหม และวิธีกินวิตามินดี 3

การกินวิตามินดี 3 ร่วมกับแคลซิไตรออลต้องเป็นการตัดสินของแพทย์เท่านั้น เพราะทั้งคู่เพิ่มการดูดซึมแคลเซียม ถ้ากินซ้อนกันเองอาจทำให้แคลเซียมในเลือดสูงได้ ส่วนคนทั่วไปที่ไตปกติและเสริมวิตามินดี 3 หลักการกินคือ

  • กินพร้อมมื้อที่มีไขมัน — วิตามินดีละลายในไขมัน · รูปแบบลิโพโซมเป็นอีกทางที่ออกแบบมาเรื่องการดูดซึม อ่านที่ Liposomal คืออะไร
  • นับรวมทุกแหล่ง — วิตามินรวม นมเสริมวิตามินดี และยาจากโรงพยาบาล บวกรวมเป็นหน่วย IU ก่อนเพิ่ม
  • อย่าเกินขนาดสูงสุดที่ยอมรับได้ — สำหรับผู้ใหญ่คือ 4,000 IU ต่อวัน ถ้าไม่มีแพทย์ดูแล อ่านเรื่องพิษของวิตามินดีที่ วิตามินดีกินเกินอันตรายไหม
  • ตรวจซ้ำตามนัด — ระดับ 25(OH)D ขึ้นช้า การตรวจซ้ำมักห่างกันราว 3 เดือน
  • ถ้าเลือกสูตรที่มีวิตามินเค 2 — เหตุผลที่จับคู่กันอ่านที่ วิตามิน D3 + K2 ทำไมต้องกินคู่กัน

6 ข้อควรระวังและยาที่ต้องรู้

กลุ่ม ข้อกังวล ควรทำอย่างไร
กินยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ ลดการขับแคลเซียมทางปัสสาวะ ร่วมกับวิตามินดีอาจทำให้แคลเซียมสูง ปรึกษาแพทย์ก่อน
กินยาดิจอกซิน แคลเซียมสูงเพิ่มความเสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะจากยา ห้ามเริ่มวิตามินดีขนาดสูงเอง
กินยาสเตียรอยด์หรือยากันชักบางชนิด เร่งการทำลายวิตามินดี แพทย์อาจปรับขนาดให้
โรคแกรนูโลมา เช่น ซาร์คอยโดซิส วัณโรค ร่างกายสร้างแคลซิไตรออลนอกไตได้ เสี่ยงแคลเซียมสูง ให้แพทย์เป็นผู้ตัดสิน
กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด สูตรที่มีวิตามินเค 2 มีผลต่อค่า INR ปรึกษาแพทย์ก่อน
ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ต้องการวิตามินดี แต่ขนาดต้องเหมาะสม ปรึกษาแพทย์ก่อน

อาการของแคลเซียมในเลือดสูงที่ควรรู้คือคลื่นไส้ เบื่ออาหาร ท้องผูก ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ สับสน อ่อนแรง ถ้ามีอาการเหล่านี้ในผู้ที่กินวิตามินดีขนาดสูงหรือแคลซิไตรออลต้องพบแพทย์

7 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

วิตามินดี 3 กับแคลซิไตรออลต่างกันยังไง?

วิตามินดี 3 เป็นวิตามินตั้งต้นที่ต้องผ่านตับและไตก่อนจึงออกฤทธิ์ ส่วนแคลซิไตรออลคือฮอร์โมนรูปออกฤทธิ์ของวิตามินดี ในรูปยาต้องให้แพทย์สั่ง ออกฤทธิ์แรงและเร็ว และเสี่ยงแคลเซียมในเลือดสูงมากกว่า

แคลซิไตรออล คือ อะไร?

คือ 1,25-ไดไฮดรอกซีวิตามินดี ซึ่งเป็นรูปออกฤทธิ์ของวิตามินดีที่ไตสร้าง ในรูปยาใช้ในผู้ที่ไตสร้างเองได้ไม่พอ เช่นโรคไตเรื้อรังหรือภาวะพาราไทรอยด์ต่ำ

กินวิตามินดี 3 แทนแคลซิไตรออลได้ไหม?

ไม่ได้ ถ้าแพทย์สั่งแคลซิไตรออลเพราะไตเปลี่ยนวิตามินดีเป็นรูปออกฤทธิ์ได้ไม่พอ การกินวิตามินดี 3 แทนอาจไม่ได้ผลเท่ากัน ห้ามเปลี่ยนหรือหยุดยาเอง

กินวิตามินดี 3 กับแคลซิไตรออลพร้อมกันได้ไหม?

ต้องให้แพทย์ตัดสินเท่านั้น บางคนแพทย์สั่งทั้งสองตัว แต่การกินซ้อนกันเองเสี่ยงแคลเซียมในเลือดสูง ควรแจ้งแพทย์ทุกตัวที่กินอยู่

ตรวจเลือดวิตามินดี วัดค่าอะไร?

วัด 25-ไฮดรอกซีวิตามินดี ซึ่งเป็นรูปที่สะสมในเลือดและบอกว่าร่างกายมีวิตามินดีพอไหม ไม่ได้วัดแคลซิไตรออล เพราะค่านั้นอาจปกติแม้ขาดวิตามินดีอยู่

วิตามินดี 3 กินตอนไหนดี?

กินพร้อมมื้อที่มีไขมันเพื่อให้ดูดซึมดี เวลาไหนของวันก็ได้ขอให้สม่ำเสมอ และนับรวมทุกแหล่งไม่ให้เกิน 4,000 IU ต่อวันถ้าไม่มีแพทย์ดูแล

โทษของการกินวิตามินดีหรือแคลซิไตรออลมากเกินมีอะไรบ้าง?

อาจทำให้แคลเซียมในเลือดสูง มีอาการคลื่นไส้ เบื่ออาหาร ท้องผูก ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ สับสน และเสี่ยงนิ่วในไต แคลซิไตรออลเกิดภาวะนี้ได้ง่ายกว่า จึงต้องเจาะเลือดติดตาม

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • วิตามินดี 3 ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่ได้รักษาหรือป้องกันกระดูกพรุน โรคไต หรือภาวะพาราไทรอยด์ผิดปกติ · แคลซิไตรออลเป็นยาที่แพทย์สั่งเท่านั้น ห้ามซื้อมากินเอง ห้ามเปลี่ยนจากยาที่แพทย์สั่งไปเป็นวิตามินดีจากร้าน หรือกินซ้อนกันโดยแพทย์ไม่ทราบ
  • คลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร ท้องผูกมาก ปัสสาวะบ่อยและกระหายน้ำผิดปกติ สับสน อ่อนแรง หรือใจสั่นผิดจังหวะ ในผู้ที่กินวิตามินดีขนาดสูงหรือแคลซิไตรออล อาจเป็นภาวะแคลเซียมในเลือดสูง ต้องหยุดและพบแพทย์ทันที พร้อมนำยาและอาหารเสริมทุกตัวไปด้วย · ผู้ที่มีโรคไตเรื้อรัง นิ่วในไต หรือโรคพาราไทรอยด์ ต้องให้แพทย์เป็นผู้กำหนดชนิดและขนาดวิตามินดี
  • ผู้ที่กินวาร์ฟาริน (Warfarin) ต้องไม่เริ่มหรือหยุดวิตามินเค 2 เองเด็ดขาด เพราะวิตามินเคมีผลตรงต่อค่า INR ต้องให้แพทย์เป็นผู้ตัดสินและนัดเจาะเลือดติดตาม · และถ้ามีจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง เลือดกำเดาไหลบ่อย หรือปวดกระดูกเฉพาะจุดรุนแรง ต้องพบแพทย์
  • ห้ามคำนวณขนาดวิตามินหรือแร่ธาตุขนาดสูงให้ตัวเองจากบทความหรือคลิปในอินเทอร์เน็ต ขนาดที่เหมาะสมต้องมาจากผลตรวจและการประเมินของแพทย์หรือเภสัชกร
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. NIH Office of Dietary Supplements — Vitamin D: Fact Sheet for Health Professionals
  2. Demay MB, et al. Vitamin D for the Prevention of Disease: An Endocrine Society Clinical Practice Guideline. J Clin Endocrinol Metab. 2024
  3. KDIGO 2017 Clinical Practice Guideline Update for the Diagnosis, Evaluation, Prevention, and Treatment of Chronic Kidney Disease–Mineral and Bone Disorder (CKD-MBD). Kidney Int Suppl. 2017
  4. Institute of Medicine. Dietary Reference Intakes for Calcium and Vitamin D. Washington, DC: National Academies Press; 2011
  5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →