XOS vs FOS ต่างกันยังไง? ไซโลโอลิโกแซ็กคาไรด์ กับ ฟรุกโตโอลิโกแซ็กคาไรด์ พรีไบโอติกตัวไหนใช้ขนาดน้อยกว่า ตัวไหนท้องอืดน้อยกว่า เลี้ยงจุลินทรีย์ต่างกันไหม กินคู่กันได้ไหม กินตอนไหน และโทษที่ต้องรู้

XOS (Xylooligosaccharides · ไซโลโอลิโกแซ็กคาไรด์) กับ FOS (Fructooligosaccharides · ฟรุกโตโอลิโกแซ็กคาไรด์) เป็นพรีไบโอติกสายสั้นทั้งคู่ คือเป็นอาหารของจุลินทรีย์ดีในลำไส้ใหญ่ แต่สร้างจากน้ำตาลคนละชนิด — XOS เป็นสายน้ำตาลไซโลส 2–7 หน่วย ได้จากการย่อยไซแลนในซังข้าวโพด ชานอ้อย หรือเปลือกไม้ จุดเด่นคือ ใช้ขนาดน้อย ราว 1–3 กรัมต่อวัน ก็เพิ่มบิฟิโดแบคทีเรียได้ในงานวิจัย · FOS เป็นสายฟรุกโตสสั้น ๆ ญาติใกล้ชิดของอินูลิน พบในหอมใหญ่ กระเทียม กล้วย ชิโครี งานวิจัยใช้ราว 5–10 กรัมต่อวัน และเป็นฟรุกแทนที่ จัดเป็น FODMAP สูง จึงทำให้ท้องอืดได้ง่ายกว่าในคนที่ไว · กินคู่กันได้ และหลายสูตรรวมไว้ด้วยกันเพราะเลี้ยงจุลินทรีย์เสริมกัน สิ่งสำคัญคือดูปริมาณรวมของฟรุกแทนถ้าท้องอืดง่าย

DP 2–7
ความยาวสาย XOS
(หน่วยไซโลส)
FODMAP
FOS เป็นฟรุกแทน
จัดเป็น FODMAP สูง
2–4 สัปดาห์
ระยะที่ควรให้
ลำไส้ปรับตัว

บทความนี้ไม่ได้อธิบายแต่ละตัวซ้ำ (อ่านได้ที่ XOS คืออะไร และ FOS & GOS คืออะไร) แต่จะตอบคำถามที่คนเทียบสองตัวนี้สงสัยที่สุด · เรื่องแรกคือตารางเทียบ · เรื่องที่สองคือทำไมขนาดที่ใช้ต่างกันหลายเท่า · เรื่องที่สามคืองานวิจัยพบอะไร · เรื่องที่สี่คือเลือกตามโจทย์ลำไส้ · เรื่องสุดท้ายคือกินคู่กัน วิธีกิน และโทษที่ต้องรู้ · ถ้าอยากเห็นภาพรวมของพรีไบโอติกทุกชนิด อ่าน พรีไบโอติกมีกี่ชนิด

1 ตารางเทียบตรง ๆ: XOS vs FOS

ประเด็น XOS (ไซโลโอลิโกแซ็กคาไรด์) FOS (ฟรุกโตโอลิโกแซ็กคาไรด์)
หน่วยน้ำตาล ไซโลส ต่อกันแบบ β-1,4 ฟรุกโตส มักมีกลูโคสปิดปลาย
แหล่งผลิต ไซแลนจากซังข้าวโพด ชานอ้อย เปลือกไม้ ย่อยจากอินูลินของชิโครี หรือสังเคราะห์จากน้ำตาลทรายด้วยเอนไซม์
พบในอาหารธรรมชาติ น้อยมาก (หน่อไม้ ผลไม้บางชนิดปริมาณต่ำ) หอมใหญ่ กระเทียม กล้วย หน่อไม้ฝรั่ง แก่นตะวัน
ขนาดที่งานวิจัยใช้ ราว 1–3 ก. ต่อวัน (บางงานถึง 8 ก.) ราว 5–10 ก. ต่อวัน
จุลินทรีย์ที่เพิ่มชัด บิฟิโดแบคทีเรีย บิฟิโดแบคทีเรีย
ความคงตัวต่อกรดและความร้อน คงตัวดี คงตัวน้อยกว่าในอาหารที่เป็นกรดและผ่านความร้อนนาน
FODMAP ยังมีข้อมูลน้อย แต่ใช้ขนาดต่ำ เป็นฟรุกแทน จัดเป็น FODMAP สูง
รสชาติ หวานอ่อน หวานอ่อน

สรุปสั้น ๆ คือ ทั้งคู่ทำหน้าที่เดียวกัน คือเป็นอาหารของบิฟิโดแบคทีเรีย แต่ XOS ทำได้ในขนาดน้อยกว่า ส่วน FOS ใช้ขนาดมากกว่าและมีข้อมูลในคนยาวนานกว่า · ถ้าเทียบกับอินูลินหรือใยอาหารตัวอื่น ดูได้ที่ อินูลิน vs โพลีเดกซ์โตรส และ กัวร์กัม vs อินูลิน

2 ทำไมขนาดที่ใช้ต่างกันหลายเท่า

  • บิฟิโดแบคทีเรียบางสายพันธุ์ “ชอบ” XOS เป็นพิเศษ — จุลินทรีย์กลุ่มนี้มีเอนไซม์และระบบขนส่งสำหรับไซโลโอลิโกแซ็กคาไรด์ ขณะที่จุลินทรีย์กลุ่มอื่นใช้ XOS ได้น้อยกว่า XOS จึงถูกนำไปเลี้ยงบิฟิโดแบคทีเรียได้ตรงตัว แม้ให้ในปริมาณไม่มาก
  • FOS เป็นอาหารของจุลินทรีย์หลายกลุ่ม — นอกจากบิฟิโดแบคทีเรียแล้ว จุลินทรีย์อื่นก็หมัก FOS ได้ จึงต้องใช้ขนาดมากกว่าเพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงชัด และการหมักที่เร็วก็ทำให้เกิดแก๊สมากกว่า
  • ข้อมูลงานวิจัยต่างรุ่นกัน — FOS มีงานในคนมาตั้งแต่ยุค 1990 ที่ทดลองขนาดหลายระดับ ส่วน XOS มีงานในคนน้อยกว่าและส่วนใหญ่เป็นงานขนาดเล็ก

ข้อที่ควรรู้คือ “ใช้น้อยกว่า” ไม่ได้แปลว่า “ดีกว่า” แต่หมายความว่าคนที่ท้องไวอาจรับ XOS ได้ง่ายกว่า ส่วน FOS มีข้อดีเรื่องข้อมูลมากและพบในอาหารจริงหลายชนิด · ขนาดและอาการที่ควรรู้ของ XOS อ่านต่อที่ โทษของ XOS

3 งานวิจัยพบอะไร และไม่พบอะไร

หัวข้อ XOS FOS
บิฟิโดแบคทีเรีย งานของ Finegold (2014) พบเพิ่มขึ้นที่ราว 1.4–2.8 ก. ต่อวัน · งานของ Childs (2014) ที่ใช้ 8 ก. ต่อวันพบเพิ่มขึ้นชัด งานของ Bouhnik (1999) พบเพิ่มขึ้นตามขนาด โดยขนาดราว 10 ก. ให้ผลดีโดยมีอาการข้างเคียงยอมรับได้
การขับถ่าย มีงานเล็กที่พบความถี่การขับถ่ายดีขึ้น ผลไม่สม่ำเสมอ ขึ้นกับขนาดและกลุ่มคน
ภูมิคุ้มกัน งานของ Childs พบสารบ่งชี้บางตัวเปลี่ยนแปลง แต่ยังไม่ใช่ผลทางคลินิก มีงานในทารกและผู้สูงอายุ ผลยังไม่ชัด
แก๊สและท้องอืด รายงานน้อยในขนาดต่ำ เพิ่มขึ้นชัดเมื่อเกินราว 10–15 ก. ต่อวัน

ทั้งสองตัวผ่านเกณฑ์ “พรีไบโอติก” ตามนิยามของ ISAPP (2017) คือ สารที่จุลินทรีย์ในร่างกายใช้อย่างเลือกสรรแล้วเกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ · แต่สิ่งที่งานวิจัยวัดได้ส่วนใหญ่คือ การเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์ ยังไม่ใช่การป้องกันโรค

4 เลือกตามโจทย์ลำไส้: ตัวไหนเหมาะกับใคร

สถานการณ์ ตัวที่มักถูกพิจารณา เหตุผล
ท้องอืดง่าย กินพรีไบโอติกแล้วแก๊สเยอะ XOS ขนาดต่ำ ใช้ปริมาณน้อย จึงมักทนได้ดีกว่า
ไวต่อ FODMAP หรือกำลังทำ Low FODMAP หลีกเลี่ยง FOS ช่วงจำกัด FOS เป็นฟรุกแทน · ควรทำภายใต้การดูแลของนักกำหนดอาหาร
อยากได้พรีไบโอติกจากอาหารจริง FOS / อินูลิน มีในหอม กระเทียม กล้วย แก่นตะวัน ดูเพิ่มที่ อินูลิน คืออะไร
กินโพรไบโอติกบิฟิโดอยู่แล้ว อยากเสริมอาหารให้ ได้ทั้งสองตัว รวมกันเป็นซินไบโอติก ดูเวลากินที่ XOS กินตอนไหน
ขับถ่ายเปลี่ยน ถ่ายเป็นเลือด น้ำหนักลด พบแพทย์ก่อน ไม่ใช่เรื่องที่แก้ด้วยพรีไบโอติก

ในชีวิตจริง สูตรที่รวมพรีไบโอติกหลายตัว ช่วยเลี้ยงจุลินทรีย์ได้หลายกลุ่ม แต่ถ้าท้องอืดง่าย ให้ดูว่ามีฟรุกแทน (FOS อินูลิน ชิโครี) รวมกันมากแค่ไหน แล้วเริ่มครึ่งขนาด

BLB F เป็นผงชงที่ให้ใยอาหารรวม 7,023.9 มก. ต่อซอง จากฟรุกโตโอลิโกแซ็กคาไรด์ 3,023.9 มก. ไซเลียมฮัสค์ 2,500 มก. บุก 1,600 มก. ใยอาหารจากชิโครี 1,500 มก. กัวร์กัม 1,500 มก. และไซโลโอลิโกแซ็กคาไรด์ 500 มก. ร่วมกับ Bacillus Coagulans 67 มก. สารเมแทบอไลต์จากการหมัก 300 มก. แอล-กลูตามีน 450 มก. กีวีทอง อัมลา อัลฟัลฟา และแอปเปิลไซเดอร์เวเนการ์ อย่างละ 500 มก. · ครบทั้งพรีไบโอติก โพรไบโอติก และโพสต์ไบโอติก · มีเลข อย. 26-1-10867-5-0051 และผ่านการรับรองฮาลาล · BLB F มีทั้งฟรุกโตโอลิโกแซ็กคาไรด์ (FOS) 3,023.9 มก. และไซโลโอลิโกแซ็กคาไรด์ (XOS) 500 มก. ร่วมกับใยอาหารจากชิโครี 1,500 มก. และ Bacillus Coagulans · ปริมาณ XOS 500 มก. ต่ำกว่าขนาด 1–2 กรัมที่ใช้ในงานวิจัยส่วนใหญ่ จึงเป็นส่วนเสริมของสูตร ไม่ใช่ขนาดเดี่ยวแบบงานวิจัย · FOS และชิโครีเป็นฟรุกแทน คนที่ท้องอืดง่ายหรือไวต่อ FODMAP ควรเริ่มครึ่งซอง แล้วค่อยเพิ่ม · ชงกับน้ำอย่างน้อย 1 แก้ว วันละ 1 ซอง

5 กินคู่กันได้ไหม และกินตอนไหน

กินคู่กันได้ และไม่มีปฏิกิริยาระหว่างกัน หลักการกินคือ

  • เริ่มต่ำ ค่อยเพิ่ม — XOS เริ่มราว 1 ก. ส่วน FOS เริ่ม 2–3 ก. ต่อวัน แล้วเพิ่มทุก 1 สัปดาห์
  • เวลาไหนก็ได้ แต่ให้เป็นเวลาเดิม — พรีไบโอติกไม่ต้องกินท้องว่าง ผสมน้ำ โยเกิร์ต หรือเครื่องดื่มได้ คนที่แก๊สเยอะตอนกลางคืนให้ย้ายมากินช่วงเช้า
  • ให้เวลา 2–4 สัปดาห์ — อาการท้องอืดช่วงแรกมักลดลงเมื่อลำไส้ปรับตัว อย่ากิน ๆ หยุด ๆ
  • นับปริมาณรวม — FOS อินูลิน และใยอาหารจากชิโครีเป็นฟรุกแทนกลุ่มเดียวกัน ถ้ากินหลายผลิตภัณฑ์ให้บวกรวม
  • ดื่มน้ำให้พอ — แม้พรีไบโอติกสายสั้นจะไม่พองตัวเหมือนใยอาหารหนืด แต่การขับถ่ายที่ดีต้องอาศัยน้ำ

6 โทษของ XOS และ FOS และใครควรระวัง

กลุ่ม ข้อกังวล ควรทำอย่างไร
ลำไส้แปรปรวน ไวต่อ FODMAP FOS ทำให้ท้องอืด ปวดบีบ ถ่ายเหลว เลือกขนาดต่ำมากหรือหลีกเลี่ยงช่วงที่มีอาการ
ภาวะแบคทีเรียในลำไส้เล็กมากเกิน (SIBO) พรีไบโอติกอาจทำให้อาการแย่ลง ปรึกษาแพทย์ก่อน
ลำไส้อักเสบเรื้อรังช่วงกำเริบ อาการปวดท้องและถ่ายเหลวอาจมากขึ้น ใช้เฉพาะเมื่อแพทย์ผู้รักษาเห็นด้วย
เด็กเล็ก ขนาดต่างจากผู้ใหญ่ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาสำหรับเด็กและปรึกษาแพทย์
ทุกคน กินมากเกินในครั้งเดียว แบ่งกิน ไม่เพิ่มขนาดเร็ว

อาการที่พบบ่อยคือ ท้องอืด ผายลม และถ่ายนิ่มลงช่วงแรก ซึ่งส่วนใหญ่ลดลงใน 1–2 สัปดาห์ · ถ้าปวดท้องรุนแรง ถ่ายเป็นเลือด หรือถ่ายเหลวต่อเนื่อง ต้องหยุดและพบแพทย์

7 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

XOS กับ FOS ต่างกันยังไง?

เป็นพรีไบโอติกสายสั้นทั้งคู่ แต่ XOS สร้างจากน้ำตาลไซโลส ใช้ขนาดราว 1–3 กรัมก็เพิ่มบิฟิโดแบคทีเรียได้ ส่วน FOS สร้างจากฟรุกโตส ใช้ราว 5–10 กรัม และเป็น FODMAP สูงจึงทำให้ท้องอืดได้ง่ายกว่า

XOS คือ อะไร?

XOS หรือไซโลโอลิโกแซ็กคาไรด์ คือสายน้ำตาลไซโลสสั้น ๆ ที่ได้จากการย่อยไซแลนในซังข้าวโพดหรือชานอ้อย ร่างกายไม่ย่อย แต่บิฟิโดแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ใช้เป็นอาหาร

FOS คือ อะไร ต่างจากอินูลินไหม?

FOS หรือฟรุกโตโอลิโกแซ็กคาไรด์ คือฟรุกแทนสายสั้น ส่วนอินูลินคือฟรุกแทนสายยาวกว่า เป็นญาติกัน FOS ถูกหมักเร็วกว่าและให้รสหวานอ่อน ทั้งสองพบในชิโครี หอม กระเทียม

XOS กับ FOS กินคู่กันได้ไหม?

กินคู่กันได้ ไม่มีปฏิกิริยาระหว่างกัน และหลายสูตรรวมไว้ด้วยกัน ควรเริ่มขนาดต่ำ และนับรวมฟรุกแทนจากทุกผลิตภัณฑ์ถ้าท้องอืดง่าย

XOS กับ FOS กินตอนไหนดี?

กินเวลาไหนก็ได้ ไม่ต้องท้องว่าง แต่ควรเป็นเวลาเดิมทุกวัน ผสมน้ำหรือโยเกิร์ตได้ ถ้ามีแก๊สตอนกลางคืนให้ย้ายมากินช่วงเช้า

ตัวไหนท้องอืดน้อยกว่า?

โดยทั่วไป XOS ทำให้ท้องอืดน้อยกว่า เพราะใช้ขนาดต่ำกว่าหลายเท่า ส่วน FOS เป็นฟรุกแทนที่ถูกหมักเร็ว อาการชัดขึ้นเมื่อเกินราว 10–15 กรัมต่อวัน

โทษของ XOS และ FOS มีอะไรบ้าง?

ที่พบบ่อยคือท้องอืด ผายลม ถ่ายนิ่มช่วงแรก ผู้ที่มีลำไส้แปรปรวนที่ไวต่อ FODMAP ภาวะ SIBO หรือลำไส้อักเสบช่วงกำเริบ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • XOS และ FOS เป็นพรีไบโอติกในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ยา ไม่ได้รักษาลำไส้แปรปรวน ลำไส้อักเสบ ท้องผูกเรื้อรัง หรือโรคภูมิแพ้ · การเพิ่มจำนวนบิฟิโดแบคทีเรียที่งานวิจัยวัดได้เป็นการเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์ ไม่ได้แปลว่าป้องกันโรคใดโรคหนึ่ง
  • ถ่ายเป็นเลือด อุจจาระดำ น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ ถ่ายเหลวกลางดึกจนต้องตื่น หรือปวดท้องรุนแรงต่อเนื่อง ไม่ใช่อาการปรับตัวต่อพรีไบโอติก ต้องพบแพทย์ · ผู้ที่อายุเกิน 45 ปีแล้วการขับถ่ายเปลี่ยนไปชัดเจน ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจคัดกรองลำไส้ใหญ่ ก่อนแก้ด้วยการเพิ่มพรีไบโอติก
  • ต้องบวกปริมาณสารตัวเดียวกันจากทุกผลิตภัณฑ์ที่กินอยู่ รวมทั้งวิตามินรวม นมผง และเครื่องดื่มเสริมสารอาหาร เพราะคนส่วนใหญ่ที่ได้รับเกินไม่ได้ตั้งใจ แต่เกิดจากการกินซ้อนโดยไม่รู้ตัว
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Gibson GR, et al. Expert consensus document: The International Scientific Association for Probiotics and Prebiotics (ISAPP) consensus statement on the definition and scope of prebiotics. Nat Rev Gastroenterol Hepatol. 2017;14(8):491-502
  2. Bouhnik Y, et al. Short-chain fructo-oligosaccharide administration dose-dependently increases fecal bifidobacteria in healthy humans. J Nutr. 1999;129(1):113-116
  3. Finegold SM, et al. Xylooligosaccharide increases bifidobacteria but not lactobacilli in human gut microbiota. Food Funct. 2014
  4. Childs CE, et al. Xylo-oligosaccharides alone or in synbiotic combination with Bifidobacterium animalis subsp. lactis induce bifidogenesis and modulate markers of immune function in healthy adults. Br J Nutr. 2014;111(11):1945-1956
  5. Slavin J. Fiber and prebiotics: mechanisms and health benefits. Nutrients. 2013;5(4):1417-1435
  6. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →