เบต้ากลูแคนจากยีสต์ vs จากข้าวโอ๊ต ต่างกันยังไง? โครงสร้างและแหล่งที่มาต่างกัน ฉลากควรดูอะไร งานวิจัยพบอะไร และกินคู่กันได้ไหม

เบต้ากลูแคน (Beta-glucan) คือกลุ่มใยอาหารที่พบในผนังเซลล์ของยีสต์ ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ และเห็ดบางชนิด แต่โครงสร้างต่างกันตามแหล่งที่มา — เบต้ากลูแคนจากยีสต์ มีโครงสร้างแตกกิ่งแบบ β-1,3/1,6 ซึ่งถูกศึกษาเรื่องการจับกับตัวรับบนเซลล์ภูมิคุ้มกัน · เบต้ากลูแคนจากข้าวโอ๊ต มีโครงสร้างแบบ β-1,3/1,4 ที่หนืดกว่า และมีหลักฐานในคนเรื่องคอเลสเตอรอล LDL ที่หน่วยงาน EFSA ยอมรับเป็นข้อกล่าวอ้างด้านสุขภาพ · งานในคนของเบต้ากลูแคนจากยีสต์ยังเป็นงานขนาดเล็กและส่วนใหญ่ไม่ใช่ผลต่อการป่วย · BLB U ใช้เบต้ากลูแคนจากยีสต์ 90% 25 มก. เป็นหนึ่งในสารสกัด 13 ชนิด

β-1,3/1,6
โครงสร้างหลักของเบต้ากลูแคน
จากยีสต์และเห็ดบางชนิด
β-1,3/1,4
โครงสร้างที่พบในข้าวโอ๊ต
และข้าวบาร์เลย์
3 กรัม/วัน
ปริมาณเบต้ากลูแคนจากข้าวโอ๊ต
ที่ EFSA ระบุในข้อกล่าวอ้าง LDL

บทความนี้ไม่ได้อธิบายเบต้ากลูแคนพื้นฐานซ้ำ (อ่านได้ที่ เบต้ากลูแคน คืออะไร) แต่ตอบคำถามที่คนเทียบสองแหล่งนี้สงสัยที่สุด · เรื่องแรกคือตารางเทียบ · เรื่องที่สองคือโครงสร้างต่างกันตรงไหน · เรื่องที่สามคืองานวิจัยพบอะไร · เรื่องที่สี่คือฉลากควรดูอะไร · เรื่องสุดท้ายคือกินอย่างไรและข้อควรระวัง

1 ตารางเทียบตรง ๆ: ยีสต์ vs ข้าวโอ๊ต

ประเด็น เบต้ากลูแคนจากยีสต์ เบต้ากลูแคนจากข้าวโอ๊ต
แหล่ง ผนังเซลล์ของยีสต์ Saccharomyces cerevisiae ที่ผ่านการสกัด ผนังเซลล์ของเมล็ดข้าวโอ๊ต ที่ใช้ทำข้าวโอ๊ตและผลิตภัณฑ์ใยอาหาร
โครงสร้าง β-1,3 หลักพร้อมกิ่งแบบ β-1,6 แตกกิ่งมาก β-1,3/1,4 เป็นสายยาวกว่า หนืดเมื่อละลายน้ำ
ฤทธิ์ที่ถูกศึกษาหลัก การจับตัวรับบนเซลล์ภูมิคุ้มกัน (เช่น Dectin-1) การดูดซึมไขมันและคอเลสเตอรอลในลำไส้
หลักฐานในคน งานขนาดเล็กหลายงาน ส่วนใหญ่วัดค่าภูมิคุ้มกันในเลือด มีข้อกล่าวอ้าง LDL จาก EFSA และงานวิจัยหลายชิ้น
ข้อควรระวังเด่น ผู้ที่แพ้ยีสต์ หรือกินยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่แพ้ข้าวโอ๊ตหรือกลูเตน ต้องอ่านฉลากตามผลิตภัณฑ์

สรุปสั้น ๆ คือ ทั้งสองเป็นเบต้ากลูแคนจริง แต่หลักฐานและการเอาไปใช้ต่างกัน ข้าวโอ๊ตมีหลักฐานเรื่องคอเลสเตอรอลที่ชัดกว่า ส่วนยีสต์ยังอยู่ในขั้นที่ศึกษาเรื่องภูมิคุ้มกัน

2 โครงสร้างต่างกันมีผลต่อร่างกายอย่างไร

  • ยีสต์ — กิ่งที่แตกมากช่วยให้จับตัวรับได้ดี เบต้ากลูแคนจากยีสต์ถูกจับโดยตัวรับ Dectin-1 บนเซลล์ภูมิคุ้มกัน งานในห้องทดลองพบว่ากระตุ้นเซลล์บางชนิด แต่การกระตุ้นในห้องทดลองไม่ได้แปลว่าร่างกายจะป้องกันการติดเชื้อได้ดีขึ้น · อ่านภาพรวมของระบบภูมิคุ้มกันที่ ระบบภูมิคุ้มกันทำงานอย่างไร
  • ข้าวโอ๊ต — ความหนืดจับไขมันในลำไส้ ความหนืดของเบต้ากลูแคนจากข้าวโอ๊ตช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลบางส่วน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ EFSA ยอมรับข้อกล่าวอ้างเรื่อง LDL โดยกำหนดปริมาณประมาณ 3 กรัมต่อวันเป็นส่วนของอาหารที่กินพร้อมมื้อ

ดังนั้นการเลือกระหว่างสองแหล่งจึงขึ้นกับเป้าหมาย ถ้าต้องการหลักฐานเรื่องคอเลสเตอรอลควรดูข้าวโอ๊ต ถ้าสนใจเรื่องภูมิคุ้มกันยังเป็นงานทดลอง ยีสต์เป็นที่ศึกษาอยู่

3 งานวิจัยในคนพบอะไร และไม่พบอะไร

หัวข้อ ยีสต์ ข้าวโอ๊ต
คอเลสเตอรอล LDL ข้อมูลในคนน้อย ไม่ใช่ประเด็นหลักที่ถูกศึกษา EFSA ยอมรับข้อกล่าวอ้างว่าช่วยลดคอเลสเตอรอล LDL เมื่อกินประมาณ 3 กรัมต่อวัน
ภูมิคุ้มกัน งานส่วนใหญ่ในห้องทดลองและการวัดค่าในเลือดขนาดเล็ก ยังไม่มีงานใหญ่ที่ยืนยันการป้องกันการป่วย ไม่ใช่ประเด็นหลัก
น้ำตาลในเลือด ข้อมูลไม่แข็งแรง มีงานบางชิ้นพบผลเล็กน้อย ไม่ควรใช้แทนยาเบาหวาน

งานทบทวนของ Vetvicka และคณะ (2019) สรุปว่าเบต้ากลูแคนมีผลในห้องทดลองหลากหลาย แต่งานในคนที่ได้มาตรฐานยังมีไม่มาก ภาพรวมของเรื่องนี้ที่หลายคนเข้าใจผิด อ่านที่ โทษของเบต้ากลูแคน

4 ฉลากควรดูอะไรก่อนซื้อ

สิ่งที่ต้องดู ทำไมสำคัญ
ระบุแหล่งชัดเจน เช่น ยีสต์ หรือ ข้าวโอ๊ต สองแหล่งมีหลักฐานต่างกัน ฉลากที่บอกแค่ "เบต้ากลูแคน" ทำให้ไม่รู้ที่มา
ระบุความบริสุทธิ์หรือเปอร์เซ็นต์ เช่น 90% บอกว่ามีเบต้ากลูแคนเข้มข้นแค่ไหนในผง
ปริมาณเป็นมิลลิกรัมหรือกรัม ข้อกล่าวอ้างของข้าวโอ๊ตอ้างอิงกรัมต่อวัน ไม่ใช่มิลลิกรัมเล็ก ๆ
สารก่อภูมิแพ้ ข้าวโอ๊ตอาจปนกลูเตน ผู้แพ้กลูเตนต้องดูฉลาก

ในสูตร BLB U เบต้ากลูแคนจากยีสต์ 90% อยู่ในปริมาณ 25 มก. ร่วมกับสารสกัดอื่นรวม 13 ชนิด จึงไม่ควรนำไปเทียบกับข้อกล่าวอ้างที่ใช้ข้าวโอ๊ตหลายกรัมต่อวัน

BLB U เป็นซอฟต์เจลที่รวมสารสกัด 13 ชนิดไว้ในเม็ดเดียว — โสมเกาหลี 80 มก. ถั่งเช่า 80 มก. เห็ด 4 ชนิด (ชิตาเกะ ยามาบูชิทาเกะ ไมตาเกะ อย่างละ 80 มก. หลินจือ 50 มก.) ขิง 50 มก. พลูคาว 50 มก. เบต้ากลูแคนจากยีสต์ 90% 25 มก. และโคเอนไซม์คิวเท็น 25 มก. บนฐานน้ำมันจมูกข้าว 200 มก. น้ำมันงา 100 มก. และน้ำมันเพอริลลา 100 มก. · ระบุปริมาณสารสำคัญรายตัวบนฉลาก มีเลข อย. 26-1-10867-5-0049 และผ่านการรับรองฮาลาล · BLB U มีเบต้ากลูแคนจากยีสต์ 90% 25 มก. เป็นหนึ่งในสารสกัด 13 ชนิด · ปริมาณนี้เป็นส่วนหนึ่งของสูตรรวม จึงไม่ควรนำผลของงานวิจัยเบต้ากลูแคนเดี่ยวหรือโดสสูงมาคาดหวังตรง ๆ · เบต้ากลูแคนในสูตรนี้เป็นของยีสต์ ไม่ใช่ของข้าวโอ๊ต · ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยากดภูมิคุ้มกัน หรือกำลังรักษามะเร็ง ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

5 กินอย่างไร กินคู่กันได้ไหม และข้อควรระวัง

  • กินพร้อมอาหาร ทั้งสองแหล่งถูกศึกษาในบริบทของมื้ออาหาร และช่วยลดอาการไม่สบายท้องได้ดีกว่ากินตอนท้องว่าง
  • ดื่มน้ำตามพอสมควร โดยเฉพาะเบต้ากลูแคนจากข้าวโอ๊ตที่มีความหนืด
  • กินคู่กันได้ไหม — ในผู้ใหญ่สุขภาพดี การกินข้าวโอ๊ตเป็นอาหารกับผลิตภัณฑ์ที่มียีสต์ไม่เป็นปัญหา แต่ควรนับรวมว่าได้รับเบต้ากลูแคนเท่าไร
  • อย่าหยุดยาลดไขมันเอง ถ้าต้องการลดคอเลสเตอรอลด้วยอาหาร ให้ปรึกษาแพทย์ก่อน

อ่านข้อควรระวังเพิ่มที่ เบต้ากลูแคน กินตอนไหนดี ส่วนผลข้างเคียงของผลิตภัณฑ์สมุนไพรเห็ดอ่านที่ เห็ดสมุนไพรคืออะไร

6 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เบต้ากลูแคนจากยีสต์กับจากข้าวโอ๊ตต่างกันยังไง?

ต่างกันทั้งโครงสร้างและหลักฐาน ยีสต์มีกิ่งแบบ β-1,3/1,6 และถูกศึกษาเรื่องเซลล์ภูมิคุ้มกัน ข้าวโอ๊ตมี β-1,3/1,4 และมีข้อกล่าวอ้างเรื่องคอเลสเตอรอล LDL ที่ EFSA ยอมรับ

เบต้ากลูแคน คืออะไร?

เป็นใยอาหารกลุ่มโพลีแซคคาไรด์ที่พบในผนังเซลล์ของยีสต์ ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ และเห็ดบางชนิด

ข้าวโอ๊ตต้องกินเท่าไรถึงช่วยลดคอเลสเตอรอล?

EFSA ยอมรับข้อกล่าวอ้างเมื่อได้รับเบต้ากลูแคนจากข้าวโอ๊ตประมาณ 3 กรัมต่อวัน เป็นส่วนของอาหารที่กินพร้อมมื้อ ไม่ใช่ตัวเลขที่ควรซื้อสินค้าเดาเอง

เบต้ากลูแคนจากยีสต์ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกันได้จริงไหม?

งานในห้องทดลองพบผลต่อเซลล์ภูมิคุ้มกัน แต่งานในคนยังเล็กและวัดค่าในเลือด ยังไม่มีหลักฐานว่าป้องกันการป่วยได้ การนอนพอ อาหารครบหมู่ และวัคซีนยังเป็นพื้นฐาน

เบต้ากลูแคนกินตอนไหนดี?

กินพร้อมอาหารเพื่อลดอาการไม่สบายท้อง และต้องกินสม่ำเสมอ งานวิจัยส่วนใหญ่ใช้ต่อเนื่องหลายสัปดาห์

กินเบต้ากลูแคนมีโทษไหม?

ส่วนใหญ่ผลข้างเคียงไม่รุนแรง เช่น แน่นท้องหรือท้องอืดในช่วงแรก แต่ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดหรือมีอาการแพ้ต้องปรึกษาแพทย์

ผู้แพ้กลูเตนกินเบต้ากลูแคนจากข้าวโอ๊ตได้ไหม?

ข้าวโอ๊ตอาจปนกับกลูเตนจากการแปรรูป ผู้ที่แพ้กลูเตนควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าปลอดกลูเตน และปรึกษาแพทย์ก่อน

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • อาการแพ้รุนแรง เช่น หายใจลำบาก ปากบวม หรือเป็นลมหลังกินเบต้ากลูแคน ต้องโทร 1669 ทันที · มีจุดเลือดออกหรือช้ำง่ายขึ้นในผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด ให้แจ้งแพทย์ · ไข้สูง ไอเป็นเลือด หรือติดเชื้อซ้ำ ๆ เป็นเรื่องที่ต้องตรวจหาสาเหตุ ไม่ใช่รอให้อาหารเสริมช่วย
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี
  • ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด ยากดภูมิคุ้มกัน หรือยาลดคอเลสเตอรอล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับการกินใยอาหารหรือเบต้ากลูแคน
  • หลักฐานเบต้ากลูแคนจากยีสต์ในคนยังน้อย ไม่ควรใช้เป็นตัวแทนของการรักษาโรคใด

อ้างอิง

  1. EFSA Panel on Dietetic Products, Nutrition and Allergies (NDA). Scientific Opinion on the substantiation of health claims related to beta-glucans from oats and barley and maintenance of normal blood LDL-cholesterol concentrations. EFSA Journal 2010
  2. Brown GD, Gordon S. Dectin-1: a signalling non-TLR pattern-recognition receptor. Nat Rev Immunol. 2006;6(1):33-43
  3. Vetvicka V, Vannucci L, Sima P, Richter J. Beta-glucan: supplement or drug? From laboratory to clinical trials. Molecules. 2019;24(7):1251
  4. Chan GCF, Chan WK, Sze DMY. The effects of beta-glucan on human immune and cancer cells. J Hematol Oncol. 2009;2:25
  5. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →