คนที่กำลังจะไปเที่ยวญี่ปุ่น เกาหลี หรือยุโรปช่วงหน้าหนาว แล้วกลัวป่วยกลางทริป ผิวแห้งแตก หรือเพลียจนเที่ยวไม่สนุก มักค้นหาว่าควรกินอะไรดี · คำตอบสั้น ๆ คือ เตรียมร่างกายด้วยวัคซีนไข้หวัดใหญ่ล่วงหน้าราว 2 สัปดาห์ (ปรึกษาแพทย์) นอนให้พอก่อนบิน แต่งกายเป็นชั้น ดื่มน้ำ และล้างมือบ่อย แล้วเสริมด้วยอาหารที่มีโปรตีน ผัก ผลไม้ให้ครบ · อาหารเสริมที่มีสารอาหารและสมุนไพรดูแลภูมิคุ้มกันเป็นตัวช่วยในภาพรวมได้ แต่ไม่ได้กันป่วย · บทความนี้จะไล่ตั้งแต่สาเหตุที่คนไทยป่วยง่ายในเมืองหนาว แผนเตรียมตัว ตารางสารอาหารตามหลักฐาน ไปจนถึงสัญญาณที่ต้องไปโรงพยาบาลทันทีแม้อยู่ต่างประเทศ
มักระบาด ธ.ค.–ก.พ.
เมื่อไม่มีน้ำ
และจมูกแห้งกว่าปกติ
ประเด็นแรกคือจังหวะของฤดูกาล — ช่วงที่คนไทยนิยมไปเที่ยวเมืองหนาวตรงกับฤดูไข้หวัดใหญ่ของซีกโลกเหนือพอดี และเราใช้เวลาหลายชั่วโมงในเครื่องบิน รถไฟ และสถานที่ท่องเที่ยวที่คนแน่น · ประเด็นที่สองคือร่างกายไม่ชินอากาศ — คนที่อยู่เมืองร้อนทั้งปีเจออากาศเย็นและแห้งทันที ผิวแตก ปากแห้ง เลือดกำเดา และไม่ค่อยกระหายน้ำ · ประเด็นที่สามคือตารางเที่ยวที่อัดแน่น — นอนน้อยจากไฟลต์กลางคืน เจ็ตแล็ก และเดินวันละหลายหมื่นก้าว · ประเด็นสุดท้ายคืออาหารเสริม — มีที่ทางเป็นตัวช่วยดูแลภูมิคุ้มกันในภาพรวม แต่ต้องมาหลังวัคซีน การนอน และสุขอนามัย
1 ปัญหาที่คนไทยเจอบ่อยเวลาเที่ยวเมืองหนาว
- เป็นหวัดหรือไข้หวัดใหญ่กลางทริป — เริ่มจากเจ็บคอ คัดจมูก หลังลงเครื่องได้ไม่กี่วัน บางคนต้องเสียวันเที่ยวไปนอนในโรงแรม และไข้หวัดใหญ่ทำให้ปวดเมื่อยตัวและเพลียมากกว่าหวัดธรรมดาชัดเจน
- ผิวแห้ง ปากแตก มือแตก — อากาศเย็นนอกอาคารมีความชื้นต่ำ และในอาคารที่เปิดฮีตเตอร์ความชื้นยิ่งลดลง ผิวที่ชินกับอากาศชื้นของไทยจึงแห้งตึงและคันภายในไม่กี่วัน
- เลือดกำเดาไหล คอแห้ง ตื่นมาเจ็บคอ — เยื่อบุจมูกแห้งจากห้องพักที่ร้อนและแห้ง หลายคนเข้าใจว่าเริ่มเป็นหวัด ทั้งที่เป็นเพราะอากาศแห้ง
- ปวดขา ปวดเท้า น่องตึง — เที่ยวแบบเดินและขึ้นลงบันไดสถานีรถไฟวันละหลายหมื่นก้าว ใส่รองเท้าบูทที่ยังไม่เคยใส่เดินนาน และแบกกระเป๋าหนัก
- เจ็ตแล็กและนอนไม่พอ — ไฟลต์กลางคืนไปญี่ปุ่นหรือเกาหลีทำให้นอนบนเครื่องได้ไม่กี่ชั่วโมง ส่วนยุโรปเวลาต่างจากไทยราว 6–7 ชั่วโมงในหน้าหนาว ร่างกายใช้เวลาหลายวันกว่าจะปรับตัว
- ท้องไส้ปั่นป่วน — อาหารที่ไม่คุ้น ของทะเลดิบ อาหารริมทาง และการกินไม่ตรงเวลา
- หนาวจนตัวสั่นเพราะแต่งตัวผิด — ใส่เสื้อโค้ตหนาตัวเดียวทับเสื้อยืด พอเข้าอาคารก็เหงื่อออก ออกมาข้างนอกเหงื่อเย็นจนหนาวกว่าเดิม
อาการเกือบทั้งหมดนี้ลดได้ด้วยการเตรียมตัวก่อนบินและพฤติกรรมระหว่างเที่ยว ส่วนอาหารเสริมเป็นแค่ส่วนประกอบเล็ก ๆ ของการเตรียมตัว
2 ทำไมเที่ยวเมืองหนาวแล้วป่วยง่าย
- เชื้อไวรัสอยู่ได้นานในอากาศเย็นและแห้ง — ข้อมูลทางระบาดวิทยาพบว่าไข้หวัดใหญ่ในเขตอากาศหนาวระบาดมากในช่วงที่อากาศเย็นและความชื้นต่ำ ประกอบกับคนอยู่ในอาคารปิดใกล้ชิดกันมากขึ้น
- เยื่อบุจมูกและคอแห้ง — เยื่อบุทางเดินหายใจที่ชุ่มชื้นทำหน้าที่ดักจับเชื้อ เมื่อแห้งมาก ๆ กลไกนี้ทำงานได้ไม่ดีเท่าปกติ
- การนอนน้อย — งานวิจัยด้านการนอนพบความสัมพันธ์ระหว่างการนอนน้อยกว่าราว 6 ชั่วโมงกับโอกาสเป็นหวัดที่สูงขึ้น ทริปที่เริ่มด้วยไฟลต์กลางคืนและอัดตารางเที่ยวตั้งแต่เช้าจึงเสี่ยง
- จุดที่คนหนาแน่น — สนามบิน รถไฟใต้ดินชั่วโมงเร่งด่วน ตลาดคริสต์มาส และจุดชมไฟประดับ ล้วนเป็นที่ที่เราสัมผัสราวจับ ปุ่มกด และอยู่ใกล้คนแปลกหน้าจำนวนมาก
- ดื่มน้ำน้อยโดยไม่รู้ตัว — อากาศเย็นทำให้ไม่กระหาย แต่ร่างกายยังเสียน้ำทางลมหายใจและเหงื่อใต้เสื้อหนา ๆ ภาวะขาดน้ำทำให้ปวดหัวและเพลีย
- แสงแดดน้อย — ยุโรปตอนเหนือมีช่วงกลางวันสั้นในหน้าหนาว และเราใส่เสื้อผ้าคลุมทั้งตัว ผิวแทบไม่ได้รับแสงแดดเลยตลอดทริป
- อาหารเปลี่ยน — มื้อสะดวกซื้อจากร้านสะดวกซื้อหรือขนมปังระหว่างเดินทาง อาจได้ผักผลไม้น้อยกว่าที่บ้าน
3 เตรียมตัวก่อนบินและระหว่างเที่ยว
| ช่วงเวลา | สิ่งที่มักทำ | ปรับเป็น |
|---|---|---|
| ก่อนบิน 2–4 สัปดาห์ | จองตั๋วอย่างเดียว ไม่ได้คิดเรื่องสุขภาพ | ปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ซึ่งร่างกายใช้เวลาราว 2 สัปดาห์ในการสร้างภูมิ และเช็กวัคซีนอื่นที่ควรมีตามช่วงวัยและโรคประจำตัว |
| ก่อนบิน 1 สัปดาห์ | ทำงานโต้รุ่งเพื่อเคลียร์งานก่อนลา | นอนให้พอ ทยอยเคลียร์งาน เตรียมยาประจำตัวให้เกินจำนวนวัน และทำประกันเดินทางที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล |
| บนเครื่อง | ดื่มแอลกอฮอล์และกาแฟ ไม่ลุกเดินเลย | ดื่มน้ำเปล่าเป็นระยะ ลุกเดินหรือขยับข้อเท้าทุก 1–2 ชั่วโมง ใช้เจลล้างมือก่อนกินอาหาร และพิจารณาใส่หน้ากากอนามัย |
| วันแรกที่ถึง | ลงเครื่องแล้วลุยเที่ยวทันทีถึงดึก | ออกไปรับแสงกลางวันตามเวลาท้องถิ่น เดินเที่ยวเบา ๆ และเข้านอนตามเวลาท้องถิ่น เพื่อช่วยปรับนาฬิกาชีวิต |
| การแต่งกาย | เสื้อโค้ตหนาตัวเดียว | แต่งเป็นชั้น ชั้นในระบายเหงื่อ ชั้นกลางเก็บความอุ่น ชั้นนอกกันลมและหิมะ พร้อมหมวก ถุงมือ ผ้าพันคอ และถุงเท้าที่แห้ง |
| ผิวและปาก | ใช้โลชั่นตัวเดิมจากไทย | ใช้ครีมบำรุงที่เนื้อหนาขึ้นหลังอาบน้ำทันที ลิปบาล์ม ครีมทามือ และครีมกันแดดเมื่อเล่นหิมะ เพราะหิมะสะท้อนแสงยูวี |
| ในห้องพัก | เปิดฮีตเตอร์แรงทั้งคืน | ปรับอุณหภูมิไม่ให้ร้อนเกิน ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นถ้ามี หรือแขวนผ้าเปียกในห้อง และดื่มน้ำก่อนนอน |
| เท้าและขา | ใส่บูทใหม่เดินวันแรก | ใช้รองเท้าที่เคยเดินนานมาแล้ว แบ่งวันเที่ยวหนักกับวันเบาสลับกัน และยืดน่องก่อนนอน |
ถ้าทำได้แค่ 3 อย่าง ให้เลือก ปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีน นอนให้พอ และล้างมือก่อนกินทุกครั้ง สามข้อนี้ลดโอกาสป่วยได้มากกว่าอาหารเสริมทุกชนิด
4 สารอาหารสำหรับคนเที่ยวหน้าหนาว เทียบตามหลักฐาน
| สารอาหาร | บทบาท | ระดับหลักฐาน | หาได้จากอาหาร |
|---|---|---|---|
| วิตามินซี | จำเป็นต่อการทำงานของเม็ดเลือดขาวและการสร้างคอลลาเจนของผิว | ทบทวนวรรณกรรมของ Cochrane พบว่าการกินสม่ำเสมอไม่ได้ลดโอกาสเป็นหวัดในคนทั่วไป แต่ช่วยให้ระยะเวลาเป็นหวัดสั้นลงเล็กน้อย และในกลุ่มที่ออกแรงหนักในอากาศหนาวจัดพบว่าโอกาสเป็นหวัดลดลง | ส้ม ฝรั่ง กีวี สตรอว์เบอร์รี พริกหวาน |
| ซิงค์ | เกี่ยวข้องกับการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน | บางงานวิจัยพบว่าซิงค์แบบอมที่เริ่มภายใน 24 ชั่วโมงแรกของอาการหวัดอาจช่วยให้หายเร็วขึ้น แต่ผลยังไม่สม่ำเสมอ และขนาดสูงทำให้คลื่นไส้ | หอยนางรม เนื้อแดง ไข่ ถั่ว เมล็ดฟักทอง |
| วิตามินดี | ร่างกายสร้างได้จากแสงแดด เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันและกระดูก | การวิเคราะห์รวมบางชิ้นพบประโยชน์ต่อการติดเชื้อทางเดินหายใจเล็กน้อย โดยเฉพาะคนที่ขาด ผลในคนที่ระดับปกติยังไม่ชัด | ปลาที่มีไขมัน ไข่แดง นมเสริมวิตามินดี |
| เบต้ากลูแคนจากยีสต์ | ใยอาหารชนิดหนึ่งที่ศึกษาเรื่องการปรับการทำงานของภูมิคุ้มกัน | มีงานวิจัยขนาดเล็กเรื่องอาการทางเดินหายใจส่วนบน ผลน่าสนใจแต่ยังไม่มากพอจะสรุป | ยีสต์ เห็ด ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ (คนละชนิดย่อย) |
| โสม | สมุนไพรที่ใช้ดั้งเดิมเรื่องความเหนื่อยล้า | หลักฐานเรื่องความเหนื่อยล้าและภูมิคุ้มกันยังจำกัดและผลไม่สม่ำเสมอ มีปฏิกิริยากับยาบางกลุ่ม | – |
| โปรตีน | วัตถุดิบในการสร้างภูมิคุ้มกันและซ่อมกล้ามเนื้อหลังเดินทั้งวัน | หลักฐานชัดว่าการขาดโปรตีนกดภูมิคุ้มกัน | ไข่ ปลา เต้าหู้ เนื้อสัตว์ นม |
| น้ำ | รักษาความชุ่มชื้นของเยื่อบุและผิว | พื้นฐานที่คนมักลืมในอากาศหนาว | น้ำเปล่า ชาร้อน ซุป |
เพดานต่อวันสำหรับผู้ใหญ่ตาม NIH ODS — วิตามินซี 2,000 มก. ซิงค์ 40 มก. วิตามินดี 4,000 IU (100 ไมโครกรัม) · ถ้ากินหลายผลิตภัณฑ์ต้องนับรวมกันเสมอ
5 กินอย่างไรระหว่างทริปเมืองหนาว
- มื้อเช้าที่มีโปรตีน — ไข่ โยเกิร์ต ข้าวกับปลา หรือซุปมิโซะเต้าหู้ ทำให้อิ่มนานพอเดินเที่ยวช่วงเช้าโดยไม่ต้องหยุดกินขนมบ่อย
- ผลไม้ทุกวัน — ร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นและเกาหลีมีส้มแมนดาริน กีวี หรือผลไม้หั่นชิ้นขาย ซูเปอร์มาร์เก็ตในยุโรปมีแอปเปิลและส้มราคาไม่สูง หยิบติดกระเป๋าไว้ 1–2 ผล
- ซุปและเครื่องดื่มอุ่น — ช่วยให้ได้น้ำมากขึ้นโดยไม่ฝืน ชาร้อนไม่หวานหรือน้ำซุปเป็นทางเลือกที่ดีกว่าช็อกโกแลตร้อนหวานจัดทุกแก้ว
- อาหารดิบและอาหารริมทาง — ซูชิ หอยนางรม และของทะเลดิบควรเลือกร้านที่มีคนหมุนเวียนมาก คนท้องไส้อ่อนหรือภูมิต่ำควรเลือกของที่ปรุงสุก
- แอลกอฮอล์ — ทำให้รู้สึกอุ่นช่วงแรกเพราะหลอดเลือดที่ผิวขยาย แต่ร่างกายเสียความร้อนเร็วขึ้น และทำให้นอนหลับไม่ลึก ถ้าจะดื่มให้ดื่มในที่อุ่นและไม่ดื่มก่อนออกไปเดินกลางอากาศหนาวจัด
- คาเฟอีน — กาแฟช่วยตอนเช้าที่ยังเจ็ตแล็กได้ แต่ถ้าดื่มหลังบ่ายจะทำให้นอนไม่หลับตามเวลาท้องถิ่น และเจ็ตแล็กหายช้าลง
6 เกณฑ์เลือกอาหารเสริมดูแลภูมิคุ้มกันสำหรับคนเดินทาง
| เกณฑ์ | ดูอะไรบนฉลาก/ข้อมูล | ทำไมสำคัญ |
|---|---|---|
| เลข อย. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร | เลข 13 หลักบนกล่อง ตรวจสอบได้ในระบบของ อย. | ยืนยันว่าขึ้นทะเบียนถูกต้องและสถานที่ผลิตได้รับอนุญาต |
| ระบุส่วนผสมและปริมาณรายตัว | ชื่อสาร + มิลลิกรัมต่อหน่วยบริโภคครบทุกตัว | สูตรที่เขียนแค่ “สารสกัดรวม” เทียบกับข้อมูลงานวิจัยไม่ได้ และเช็กการกินซ้อนกับผลิตภัณฑ์อื่นไม่ได้ |
| สูตรผสมและสารสกัด | มีสมุนไพรหรือเห็ดชนิดใด ปริมาณเท่าไร เป็นแคปซูลหรือซอฟต์เจล มีน้ำมันพืชชนิดใดเป็นฐาน | คนที่กินยาประจำต้องรู้ชื่อสมุนไพรทุกตัวเพื่อเช็กปฏิกิริยากับยา และคนแพ้อาหารต้องรู้ชนิดของน้ำมันในสูตร |
| มาตรฐานการผลิต | GMP ของโรงงาน และการรับรองอื่น เช่น ฮาลาล | ลดความเสี่ยงเรื่องการปนเปื้อนและปริมาณไม่ตรงฉลาก |
| รีวิวจากผู้ใช้จริง | รีวิวที่เล่าบริบทการใช้และระยะเวลา ไม่ใช่คำชมสั้น ๆ | ช่วยดูความสะดวกในการกินและความสม่ำเสมอ แต่ไม่ใช่หลักฐานทางการแพทย์ |
| คำโฆษณา | ไม่มีคำว่ารักษา หายขาด เห็นผลทันที หรือใช้แทนการพักผ่อน | ผลิตภัณฑ์ที่อ้างเกินจริงเป็นสัญญาณเตือนเรื่องความน่าเชื่อถือ และผิดกฎหมายโฆษณา |
ทำไม BLB U เข้ากับโจทย์นี้ — เป็นซอฟต์เจลที่รวมโสมเกาหลี เห็ดหลายชนิด ขิง พลูคาว เบต้ากลูแคนจากยีสต์ และโคเอนไซม์คิวเท็นไว้ในเม็ดเดียว ระบุปริมาณสารสำคัญรายตัวบนฉลาก มีเลข อย. และผ่านการรับรองฮาลาล พกไปต่างประเทศง่าย ไม่ต้องแบกขวดวิตามินหลายขวด เหมาะกับคนที่รู้ตัวว่าช่วงเที่ยวจะนอนน้อยและเหนื่อยกว่าปกติ และอยากได้ตัวช่วยดูแลภูมิคุ้มกันในภาพรวม · พูดตรง ๆ คือ ไม่ได้กันไข้หวัด ไม่ได้ใช้แทนวัคซีน · กินตามปริมาณที่ฉลากระบุ เริ่มก่อนเดินทางเพื่อให้รู้ว่าร่างกายรับได้ดี ผู้ที่แพ้งาควรตรวจฉลากเพราะมีน้ำมันงาในสูตร ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด ยาเบาหวาน ยากดภูมิคุ้มกัน หรือมีโรคแพ้ภูมิตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
7 แผนปฏิบัติ ก่อนบิน–ระหว่างเที่ยว–หลังกลับ
- 4 สัปดาห์ก่อนบิน — ปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนไข้หวัดใหญ่และวัคซีนอื่นที่เหมาะกับตัวเอง เช็กพยากรณ์อากาศของเมืองปลายทาง และเริ่มใส่รองเท้าคู่ที่จะใช้เดินเที่ยว
- 1 สัปดาห์ก่อนบิน — นอนให้ได้ 7 ชั่วโมงขึ้นไป จัดยาประจำตัว ยาลดไข้ ยาแก้แพ้ ผงเกลือแร่ เจลล้างมือ หน้ากากอนามัย ลิปบาล์ม และครีมบำรุงผิว
- วันเดินทาง — กินมื้อก่อนขึ้นเครื่อง ดื่มน้ำเป็นระยะบนเครื่อง ลุกเดินหรือหมุนข้อเท้า และพยายามนอนตามเวลากลางคืนของปลายทาง
- ระหว่างเที่ยว — แต่งตัวเป็นชั้น ล้างมือหรือใช้เจลก่อนกินทุกครั้ง กินผลไม้วันละ 1–2 ผล ดื่มน้ำแม้ไม่กระหาย และสลับวันเดินหนักกับวันเบา
- ถ้าเริ่มเจ็บคอ — พักให้มากขึ้น ดื่มน้ำอุ่น ใส่หน้ากากเพื่อไม่แพร่เชื้อให้เพื่อนร่วมทริป และสังเกตอาการไข้
- ถ้าเลือกใช้อาหารเสริม — กินตามฉลาก เริ่มก่อนบินสักระยะ และกินต่อเนื่องตลอดทริป ไม่กินซ้อนกับผลิตภัณฑ์ที่มีสารซ้ำกันโดยไม่นับรวม
- หลังกลับบ้าน — นอนชดเชย กลับมาตื่นเวลาเดิม และถ้ามีไข้ภายในไม่กี่สัปดาห์หลังกลับ ให้บอกแพทย์ทุกครั้งว่าเพิ่งเดินทางไปต่างประเทศ
8 เมื่อไรต้องพบแพทย์
- หายใจลำบาก หอบเหนื่อย เจ็บหน้าอก ริมฝีปากเขียว — ต้องไปโรงพยาบาลทันที แม้อยู่ต่างประเทศ ใช้เบอร์ฉุกเฉินของประเทศนั้นหรือติดต่อโรงแรมให้ช่วย
- ไข้สูงหลายวันไม่ลง หรือไข้ลงแล้วกลับมาสูงอีก ไอมีเสมหะเปลี่ยนสี — อาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ
- ซึม สับสน ปลุกตื่นยาก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและเด็กที่ร่วมทริป
- ผิวที่นิ้วมือ นิ้วเท้า หู จมูก ซีดขาวหรือเทา ชาแข็ง — อาจเป็นภาวะเนื้อเยื่อถูกความเย็นทำลาย ให้เข้าที่อุ่น ค่อย ๆ อุ่นด้วยน้ำอุ่นไม่ร้อน ห้ามถูแรงและห้ามอังไฟโดยตรง แล้วพบแพทย์
- หนาวสั่นมาก พูดไม่ชัด เดินเซ หลังอยู่กลางอากาศหนาวและเปียก — อาจเป็นภาวะอุณหภูมิกายต่ำ ต้องพาเข้าที่อุ่นและขอความช่วยเหลือทางการแพทย์
- ขาบวมข้างเดียว ปวดน่อง หลังเที่ยวบินยาว หรือหายใจหอบเฉียบพลัน — อาจเป็นลิ่มเลือดอุดตัน ต้องพบแพทย์ด่วน
- ท้องเสียเป็นน้ำหลายครั้ง ถ่ายเป็นเลือด หรือดื่มน้ำไม่ได้ — เสี่ยงขาดน้ำ ควรพบแพทย์
ทำประกันเดินทางที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลก่อนบิน และจดเบอร์ฉุกเฉินของประเทศปลายทางกับเบอร์สถานทูตไทยไว้ในโทรศัพท์
9 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ไปเที่ยวญี่ปุ่นหน้าหนาว กินอะไรดี ไม่ให้ป่วย?
เน้นมื้อที่มีโปรตีน ผักและผลไม้ทุกวัน ซุปหรือเครื่องดื่มอุ่นเพื่อให้ได้น้ำมากขึ้น และลดแอลกอฮอล์ · สิ่งที่ช่วยลดโอกาสป่วยได้มากกว่าอาหารคือวัคซีนไข้หวัดใหญ่ล่วงหน้า (ปรึกษาแพทย์) การนอนให้พอ และการล้างมือก่อนกินทุกครั้ง
ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ก่อนไปต่างประเทศกี่วัน?
ร่างกายใช้เวลาราว 2 สัปดาห์หลังฉีดในการสร้างภูมิ จึงควรวางแผนฉีดล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนบิน · ชนิดของวัคซีนและความเหมาะสมขึ้นกับอายุ โรคประจำตัว และประวัติการฉีด ควรปรึกษาแพทย์
ผิวแห้งแตกตอนไปเมืองหนาว ทำอย่างไรดี?
ทาครีมบำรุงเนื้อหนาทันทีหลังอาบน้ำขณะผิวยังหมาด ใช้ลิปบาล์มและครีมทามือบ่อย ๆ อาบน้ำอุ่นไม่ร้อนจัดและไม่นานเกินไป ลดความร้อนของฮีตเตอร์ในห้อง และดื่มน้ำให้พอ · ถ้าผิวแตกเป็นแผล คันมาก หรือมีผื่น ควรพบแพทย์
กินวิตามินซีก่อนเที่ยวช่วยกันหวัดได้ไหม?
หลักฐานจาก Cochrane บอกว่าการกินวิตามินซีสม่ำเสมอไม่ได้ลดโอกาสเป็นหวัดในคนทั่วไป แต่อาจช่วยให้ระยะเวลาเป็นหวัดสั้นลงเล็กน้อย และการเริ่มกินหลังมีอาการแล้วไม่ค่อยเห็นประโยชน์ชัด · จึงไม่ควรใช้วิตามินซีแทนวัคซีนหรือการล้างมือ
กินกี่วันถึงจะเห็นผล?
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่ควรคาดหวังผลเป็นจำนวนวันที่แน่นอน · ถ้าจะใช้ ควรกินตามฉลากต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนเดินทางสักระยะจนตลอดทริป ควบคู่กับการนอนและอาหารที่ครบ ไม่ใช่กินครั้งเดียวก่อนขึ้นเครื่อง
BLB U ราคาเท่าไร ซื้อได้ที่ไหน?
สอบถามราคาและรายละเอียดล่าสุดได้ทาง LINE @blb.co.th หรือโทร 062-353-9895 ทีมงานช่วยดูได้ว่าเหมาะกับโจทย์ของเราหรือไม่ และช่วยเช็กว่าผลิตภัณฑ์อื่นที่กินอยู่มีสารซ้ำกันหรือไม่ · ควรซื้อจากช่องทางทางการของแบรนด์ เพื่อให้ได้สินค้าที่มีเลข อย. และล็อตผลิตตรวจสอบได้
ใครไม่ควรกินอาหารเสริมสมุนไพรดูแลภูมิคุ้มกัน?
สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้มีโรคแพ้ภูมิตัวเอง ผู้ที่กินยากดภูมิคุ้มกันหรือเคยปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด ยาเบาหวาน หรือยาความดัน ผู้ที่จะผ่าตัด และผู้ที่แพ้ส่วนประกอบในสูตร เช่น งา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน · เด็กไม่ควรกินผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ใหญ่
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
- ไม่มีอาหารเสริมตัวใดป้องกันไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือโรคติดเชื้อระหว่างเดินทางได้ และไม่มีอาหารเสริมตัวใดใช้แทนวัคซีน การล้างมือ เสื้อผ้ากันหนาวที่พอ หรือประกันเดินทาง — สิ่งที่ช่วยได้จริงคือการฉีดวัคซีนตามคำแนะนำแพทย์ การนอนให้พอ การแต่งกายเป็นชั้น การดื่มน้ำ และสุขอนามัยของมือ สารอาหารเป็นเพียงตัวช่วยดูแลร่างกายในภาพรวมเท่านั้น
- หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ซึมหรือสับสน ริมฝีปากเขียว หรือไข้สูงไม่ลงหลายวันระหว่างเที่ยว ต้องไปโรงพยาบาลในประเทศนั้นทันที อย่ารอกลับไทย · ผิวที่นิ้ว หู จมูก แก้ม ซีดขาวหรือเทาและชาแข็ง อาจเป็นภาวะเนื้อเยื่อถูกความเย็นทำลาย (frostbite) ห้ามถูแรง ๆ ห้ามอังไฟโดยตรง · ขาบวมข้างเดียว ปวดน่อง หรือหายใจหอบเหนื่อยหลังเที่ยวบินยาว ต้องพบแพทย์ด่วน
- ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
- สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- โสมและสมุนไพรบางชนิดมีปฏิกิริยากับยา — โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด ยาเบาหวาน และยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่กินยาเหล่านี้ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน
- พกยาประจำตัวในกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง ให้พอเกินจำนวนวันเดินทาง พร้อมใบสั่งยาหรือชื่อยาภาษาอังกฤษ
- ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี
อ้างอิง
- CDC — Travelers’ Health: Influenza and Cold-Weather Travel Guidance
- Cochrane — Vitamin C for preventing and treating the common cold
- NIH Office of Dietary Supplements — Vitamin C, Zinc and Vitamin D: Fact Sheets for Health Professionals
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
💡 กำลังมองหาตัวช่วยดูแล? อ่านต่อ: อาหารเสริมเพิ่มภูมิคุ้มกัน ยี่ห้อไหนดี เลือกอย่างไร 👉
