ตังกุย vs น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส ต่างกันยังไง? สมุนไพรจีน vs น้ำมัน GLA วัยทอง รอบเดือน กินคู่กันได้ไหม และโทษที่ต้องรู้ (วาร์ฟาริน เลือดออก ตั้งครรภ์)

ตังกุย (Dong Quai — Angelica sinensis) กับน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส (Evening Primrose Oil) เป็นสองชื่อที่ผู้หญิงได้ยินบ่อยเวลาหาตัวช่วยเรื่องรอบเดือนและวัยทอง แต่เป็นของคนละประเภท · คำตอบสั้น ๆ ของคำถาม “ตังกุยกับอีฟนิ่งพริมโรสต่างกันยังไง” คือ ตังกุยเป็นรากพืชที่ใช้ในตำรับแพทย์แผนจีนมานาน มีสารกลุ่มคูมาริน กรดเฟรูลิก และลิกุสติไลด์ ส่วนน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสเป็นน้ำมันจากเมล็ดดอกพริมโรสที่มีกรดแกมมาไลโนเลนิก (GLA) ซึ่งเป็นโอเมก้า 6 ชนิดหนึ่ง · งานทดลองแบบมีกลุ่มยาหลอกพบว่าตังกุยเดี่ยวไม่ได้ลดอาการร้อนวูบวาบมากกว่ายาหลอก และผลของน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสในหลายอาการยังไม่สม่ำเสมอ · ทั้งสองไม่ใช่ฮอร์โมนทดแทน และต้องระวังเมื่อกินยาละลายลิ่มเลือด โดยเฉพาะตังกุยกับวาร์ฟาริน

คนละประเภท
รากสมุนไพร
กับน้ำมันเมล็ด
ไม่ใช่ฮอร์โมน
ทั้งสองตัว
ไม่แทน HRT
ระวังวาร์ฟาริน
โดยเฉพาะ
ตังกุย

เรื่องแรกคือสารสำคัญ — ตังกุยเป็นสมุนไพรที่มีสารหลายกลุ่ม ส่วนอีฟนิ่งพริมโรสเป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันชนิดเดียวเป็นพระเอก · เรื่องที่สองคือหลักฐาน — ตังกุยในตำรับจีนมักใช้ร่วมกับสมุนไพรอื่น การศึกษาตังกุยเดี่ยวจึงมีน้อย ส่วนอีฟนิ่งพริมโรสมีงานทดลองหลายงานแต่ผลไม่ชัด · เรื่องที่สามคือความปลอดภัย — ตังกุยมีรายงานเสริมฤทธิ์วาร์ฟารินและทำให้ผิวไวแดด ส่วนอีฟนิ่งพริมโรสต้องระวังเรื่องเลือดออกเช่นกัน · ก่อนเริ่มตังกุย ควรอ่าน โทษของตังกุย และพื้นฐานที่ ตังกุย (Dong Quai) คืออะไร

1 ตารางเทียบ: ตังกุย vs น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส

หัวข้อ ตังกุย น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส
ที่มา รากของ Angelica sinensis สมุนไพรจีน (บางตำราไทยเรียกโกฐเชียง) น้ำมันจากเมล็ดของ Oenothera biennis ดอกไม้ที่บานตอนเย็น
สารเด่น คูมาริน กรดเฟรูลิก ลิกุสติไลด์ และพอลิแซ็กคาไรด์ กรดแกมมาไลโนเลนิก (GLA) ราว 7–10% และกรดไลโนเลอิก
ใช้แบบดั้งเดิม ตำรับจีนเพื่อดูแลรอบเดือนและเลือด มักใช้ร่วมกับสมุนไพรอื่น ใช้ในผู้หญิงช่วงก่อนมีประจำเดือน เจ็บเต้านมตามรอบ และวัยทอง
งานวิจัยในคน งานแบบสุ่มที่มีกลุ่มยาหลอกพบว่าตังกุยเดี่ยวไม่ได้ลดอาการร้อนวูบวาบมากกว่ายาหลอก งานขนาดเล็กบางงานพบอาการร้อนวูบวาบรุนแรงลดลง แต่หลายงานในอาการก่อนมีประจำเดือนและเจ็บเต้านมไม่ต่างจากยาหลอก
รูปแบบ รากแห้ง ยาต้ม สารสกัดในแคปซูล แคปซูลน้ำมันซอฟต์เจล
โทษที่ต้องรู้ เสริมฤทธิ์วาร์ฟาริน เลือดออกง่าย ผิวไวแดด ไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์ ท้องอืด ถ่ายเหลว ปวดหัว · ระวังร่วมกับยาละลายลิ่มเลือด · ข้อมูลในหญิงตั้งครรภ์ยังจำกัด

2 ตังกุย: สมุนไพรจีนที่ต้องรู้เรื่องยาก่อนกิน

ตังกุยเป็นรากสมุนไพรที่ถูกเรียกว่าโสมของผู้หญิงในตำราจีน ใช้ในตำรับดูแลรอบเดือนและการบำรุงเลือดมานาน แต่ในตำรับจีนแท้มักใช้ร่วมกับสมุนไพรอื่นหลายตัว

  • งานวิจัยที่อ้างบ่อย — งานของ Hirata และคณะ (1997) ทดลองแบบสุ่มปกปิดสองทางในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ให้ตังกุยเดี่ยวเทียบกับยาหลอก 24 สัปดาห์ ไม่พบความแตกต่างของอาการร้อนวูบวาบ และไม่พบผลแบบฮอร์โมนเอสโตรเจนต่อเยื่อบุโพรงมดลูก
  • ยาวาร์ฟาริน — ตังกุยมีสารคูมารินตามธรรมชาติ และมีรายงานผู้ป่วยที่ค่า INR สูงขึ้นหลังเริ่มตังกุยร่วมกับวาร์ฟาริน ทำให้เสี่ยงเลือดออก
  • ผิวไวแดด — สารกลุ่มฟูราโนคูมารินในตังกุยอาจทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น
  • การตั้งครรภ์ — ไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์ เพราะอาจมีผลต่อการบีบตัวของมดลูก และควรเลี่ยงในหญิงให้นมบุตร

อ่านรายละเอียดผลข้างเคียงทั้งหมดได้ที่ โทษของตังกุย · เรื่องช่วงเวลากินอ่านที่ ตังกุยกินตอนไหน

3 น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส: น้ำมัน GLA ที่ผลวิจัยยังไม่ชัด

น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสเป็นแหล่ง GLA ซึ่งร่างกายเปลี่ยนต่อเป็นสารที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ แนวคิดนี้ทำให้ถูกนำมาศึกษาในหลายอาการของผู้หญิงและผิวหนัง

  • ร้อนวูบวาบ — งานทดลองขนาดเล็กในอิหร่าน (Farzaneh และคณะ 2013) พบว่าความรุนแรงของอาการร้อนวูบวาบลดลงมากกว่ายาหลอก แต่ความถี่ไม่ต่างชัด และยังเป็นงานเดียวขนาดเล็ก
  • เจ็บเต้านมตามรอบเดือน — งานทดลองแบบสุ่มหลายงานพบว่าไม่ต่างจากยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ
  • ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง — การทบทวนของ Cochrane (Bamford และคณะ 2013) สรุปว่าน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสชนิดกินไม่ได้ช่วยมากกว่ายาหลอก
  • ความปลอดภัย — ส่วนใหญ่ทนได้ดี อาจท้องอืด คลื่นไส้ ถ่ายเหลว หรือปวดหัว ควรระวังเมื่อกินร่วมกับยาละลายลิ่มเลือด และแจ้งแพทย์ก่อนผ่าตัด

อ่านต่อได้ที่ น้ำมันอีฟนิงพริมโรสคืออะไร และ น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสกินตอนไหน

4 ตังกุยกับอีฟนิ่งพริมโรส อันไหนดีกว่า

สถานการณ์ ตัวที่ตรงกว่า เหตุผล
กินวาร์ฟารินหรือยาต้านเกล็ดเลือด เลี่ยงตังกุย ปรึกษาแพทย์ก่อนทั้งคู่ ตังกุยมีรายงานทำให้ค่า INR สูง ส่วนอีฟนิ่งพริมโรสก็มีข้อควรระวังเรื่องเลือดออก
ตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์ เลี่ยงตังกุย ไม่ควรใช้ตังกุยในหญิงตั้งครรภ์ ส่วนอีฟนิ่งพริมโรสควรปรึกษาแพทย์
ร้อนวูบวาบรบกวนชีวิต พบแพทย์ก่อน หลักฐานของทั้งสองตัวยังอ่อน แพทย์มีทางเลือกที่ได้ผลชัดกว่าและประเมินความเสี่ยงรายคนได้
ต้องอยู่กลางแดดบ่อย ระวังตังกุย อาจทำให้ผิวไวแดด
อยากดูแลสุขภาพผู้หญิงโดยรวม พื้นฐานก่อนสมุนไพร การนอน อาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดี ออกกำลังกาย และการตรวจสุขภาพประจำปี

สรุปคือไม่มีตัวไหนชนะขาด ตังกุยมีประวัติการใช้ยาวนานแต่หลักฐานแบบเดี่ยวยังไม่สนับสนุนเรื่องร้อนวูบวาบ ส่วนอีฟนิ่งพริมโรสมีงานวิจัยมากกว่าแต่ผลไม่สม่ำเสมอ · ถ้าสนใจทางเลือกสมุนไพรวัยทองอีกคู่ อ่าน ตังกุย vs แบล็กโคฮอช

5 กินคู่กันได้ไหม กินตอนไหน

  • กินคู่กันได้ไหม — ยังไม่มีงานที่ศึกษาสองตัวนี้ร่วมกันโดยตรง ข้อกังวลหลักคือทั้งสองอาจเพิ่มแนวโน้มเลือดออก การกินคู่กันจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อน โดยเฉพาะผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด ยาแอสไพริน หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เป็นประจำ
  • กินพร้อมอาหาร — ช่วยลดอาการไม่สบายท้องของทั้งสองตัว และน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสดูดซึมดีขึ้นเมื่อกินพร้อมมื้อ
  • ต้องใช้เวลา — งานวิจัยส่วนใหญ่ประเมินผลที่ 6–12 สัปดาห์ ควรจดอาการไว้เพื่อดูว่าเปลี่ยนจริงหรือไม่
  • หยุดก่อนผ่าตัด — แจ้งแพทย์และหยุดตามที่แพทย์แนะนำ โดยทั่วไปอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
BLB Y เป็นสูตรดูแลผู้หญิงที่ระบุปริมาณสารสำคัญรายตัวบนฉลาก — ตังกุย 114.8 มก. สารสกัดกุหลาบ 100 มก. สารสกัดผลพลับ PANCIL 100 มก. โพรไบโอติก Lactobacillus acidophilus และ rhamnosus อย่างละ 40 มก. ซีบัคธอร์น 33.55 มก. ซิงค์ 15 มก. พร้อมวิตามินบี 6 บี 12 วิตามินดี 3 และกรดโฟลิก · ไม่มีส่วนผสมของกวาวเครือขาว และไม่ใช่ฮอร์โมนทดแทน · มีเลข อย. 26-1-10867-5-0034 และผ่านการรับรองฮาลาล · BLB Y มีตังกุย 114.8 มก. แต่ไม่มีน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสในสูตร ตามที่ระบุบนฉลาก · ตังกุยในสูตรทำงานร่วมกับสารสกัดกุหลาบ ผลพลับ โพรไบโอติก ซีบัคธอร์น ซิงค์ และวิตามิน ไม่ใช่ตังกุยเดี่ยวขนาดสูง · ไม่ใช่ฮอร์โมนทดแทน · ผู้ที่กินวาร์ฟารินหรือยาละลายลิ่มเลือด ตั้งครรภ์หรือวางแผนตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือมีภาวะที่ไวต่อฮอร์โมน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะมีตังกุย · กินวันละ 1 แคปซูลตามที่ฉลากระบุ

6 ใครควรเลี่ยง และเมื่อไรต้องพบแพทย์

ใครควรเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน

  • ผู้ที่กินวาร์ฟาริน ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาละลายลิ่มเลือดชนิดใหม่
  • หญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือวางแผนตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีหรือเคยมีโรคที่ไวต่อฮอร์โมน เช่น มะเร็งเต้านม เนื้องอกมดลูก หรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ — ควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อนใช้สมุนไพรทุกชนิด
  • ผู้ที่มีประจำเดือนมามากผิดปกติ หรือมีภาวะเลือดออกง่าย
  • ผู้ที่มีโรคลมชัก — ควรแจ้งแพทย์ก่อนใช้น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส

เมื่อไรต้องพบแพทย์

  • เลือดออกทางช่องคลอดหลังหมดประจำเดือน
  • ประจำเดือนมามากผิดปกติ หรือมีเลือดออกกะปริดกะปรอยระหว่างรอบ
  • จ้ำเลือดง่าย เลือดกำเดาไหลไม่หยุด หรือถ่ายดำ
  • ก้อนที่เต้านม หรืออาการวัยทองรบกวนการนอนและการทำงานมาก

7 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ตังกุยกับอีฟนิ่งพริมโรสต่างกันยังไง?

ตังกุยเป็นรากสมุนไพรจีนที่มีคูมารินและกรดเฟรูลิก ส่วนน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสเป็นน้ำมันเมล็ดที่มีกรด GLA · เป็นของคนละประเภท ไม่ใช่ฮอร์โมนทั้งคู่ และงานวิจัยแบบมีกลุ่มยาหลอกยังให้ผลไม่ชัดในเรื่องร้อนวูบวาบ

ตังกุยคืออะไร?

คือรากของ Angelica sinensis สมุนไพรจีนที่ใช้ในตำรับดูแลรอบเดือนและสุขภาพผู้หญิง มักใช้ร่วมกับสมุนไพรอื่นในตำรับ

โทษของตังกุยมีอะไรบ้าง?

อาจเสริมฤทธิ์วาร์ฟารินจนเลือดออกง่าย · ผิวไวต่อแสงแดด · ท้องเสียหรือไม่สบายท้อง · ไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร · ผู้ที่มีโรคไวต่อฮอร์โมนควรปรึกษาแพทย์ก่อน

กินตังกุยกับน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสพร้อมกันได้ไหม?

ยังไม่มีงานศึกษาโดยตรง แต่ทั้งสองอาจเพิ่มแนวโน้มเลือดออก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน โดยเฉพาะผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด แอสไพริน หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs

ตังกุยกับอีฟนิ่งพริมโรส อันไหนช่วยวัยทองได้ดีกว่า?

ยังไม่มีตัวไหนมีหลักฐานแข็งแรง · งานแบบสุ่มพบว่าตังกุยเดี่ยวไม่ต่างจากยาหลอก ส่วนอีฟนิ่งพริมโรสมีงานเล็กที่พบความรุนแรงอาการร้อนวูบวาบลดลง · ถ้าอาการรบกวนชีวิตควรพบแพทย์

ตังกุยและอีฟนิ่งพริมโรสกินตอนไหน?

กินพร้อมหรือหลังอาหารเพื่อลดอาการไม่สบายท้อง · ประเมินผลหลัง 6–12 สัปดาห์ · หยุดก่อนผ่าตัดตามที่แพทย์แนะนำ · กินตามที่ฉลากระบุ

คนท้องกินตังกุยได้ไหม?

ไม่ควร เพราะอาจมีผลต่อมดลูก และควรเลี่ยงในหญิงให้นมบุตร · ส่วนน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสในหญิงตั้งครรภ์ก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • ตังกุยและน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสเป็นสมุนไพร/น้ำมันจากพืช ไม่ใช่ยา ไม่ใช่ฮอร์โมนทดแทน และไม่ได้รักษาภาวะวัยทอง อาการก่อนมีประจำเดือน ปวดประจำเดือน ภาวะมีบุตรยาก หรือโรคเต้านม · งานวิจัยแบบสุ่มที่มีกลุ่มยาหลอกพบว่าตังกุยเดี่ยวไม่ได้ลดอาการร้อนวูบวาบมากกว่ายาหลอก และผลของน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรสในหลายอาการยังไม่สม่ำเสมอ
  • เลือดออกทางช่องคลอดหลังหมดประจำเดือนแล้ว หรือประจำเดือนมามากผิดปกติจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกชั่วโมง ต้องพบแพทย์ · ก้อนที่เต้านม หัวนมมีเลือดหรือน้ำไหล ผิวเต้านมบุ๋ม ต้องพบแพทย์ ไม่ใช่ดูแลด้วยสมุนไพร · จ้ำเลือดง่าย เลือดกำเดาไหลไม่หยุด เหงือกเลือดออก ถ่ายดำ ในผู้ที่กินวาร์ฟาริน ยาต้านเกล็ดเลือด หรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ร่วมกับตังกุยหรือน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส ต้องหยุดและพบแพทย์ทันที · ผื่นแดงแสบร้อนผิดปกติหลังโดนแดดระหว่างกินตังกุย ควรหยุดและพบแพทย์ผิวหนัง
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • หญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ผู้ที่กินวาร์ฟารินหรือยาละลายลิ่มเลือด และผู้ที่มีโรคไวต่อฮอร์โมน ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ตังกุยหรือน้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส · ตังกุยอาจทำให้ผิวไวแดด
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. Hirata JD, Swiersz LM, Zell B, Small R, Ettinger B. Does dong quai have estrogenic effects in postmenopausal women? A double-blind, placebo-controlled trial. Fertil Steril. 1997;68(6):981–986
  2. Page RL 2nd, Lawrence JD. Potentiation of warfarin by dong quai. Pharmacotherapy. 1999
  3. Bamford JTM, Ray S, Musekiwa A, et al. Oral evening primrose oil and borage oil for eczema. Cochrane Database Syst Rev. 2013
  4. Farzaneh F, Fatehi S, Sohrabi MR, Alizadeh K. The effect of oral evening primrose oil on menopausal hot flashes: a randomized clinical trial. Arch Gynecol Obstet. 2013
  5. NIH National Center for Complementary and Integrative Health — Dong Quai; Evening Primrose Oil
  6. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →