เอลเดอร์เบอร์รี vs เอ็กไคนาเซีย ต่างกันยังไง? สมุนไพรหน้าหนาวตัวไหนมีงานวิจัยมากกว่า กินตอนไหน กินคู่กันได้ไหม และโทษที่ต้องรู้

เอลเดอร์เบอร์รี (Elderberry จากผล Sambucus nigra) กับเอ็กไคนาเซีย (Echinacea จากพืชสกุล Echinacea เช่น E. purpurea และ E. angustifolia) เป็นสมุนไพรสองตัวที่ขายดีที่สุดในหมวด “ช่วงหน้าหนาว เป็นหวัดง่าย” · คำตอบสั้น ๆ ของคำถาม “เอลเดอร์เบอร์รีกับเอ็กไคนาเซียต่างกันยังไง” คือ เอลเดอร์เบอร์รีเป็นผลไม้สีม่วงเข้มที่มีแอนโทไซยานินสูง และมักทำเป็นไซรัปหรือสารสกัดที่ผ่านความร้อน ส่วนเอ็กไคนาเซียเป็นพืชตระกูลเดซี่ ใช้ทั้งส่วนเหนือดินและราก มีสารกลุ่มอัลคิลาไมด์และกรดชิโคริก · งานวิจัยของทั้งคู่เน้นเรื่องระยะเวลาและความรุนแรงของอาการหวัด ไม่ใช่การป้องกันหรือรักษาโรค โดยเอ็กไคนาเซียมีงานทดลองในคนจำนวนมากกว่าแต่ผลไม่สม่ำเสมอ ส่วนเอลเดอร์เบอร์รีมีงานน้อยกว่าและขนาดเล็ก · ทั้งสองตัวเป็นสมุนไพรสำหรับช่วงสั้น ๆ ไม่ใช่ยาต้านไวรัส และมีกลุ่มคนที่ควรเลี่ยงต่างกัน

คนละพืช
ผลไม้สีม่วง
vs ดอกตระกูลเดซี่
ช่วงสั้น
ใช้ช่วงมีอาการ
ไม่ใช่กินตลอดปี
ไม่ใช่ยา
ไม่ได้ป้องกัน
หรือรักษาการติดเชื้อ

เรื่องแรกคือที่มา — เอลเดอร์เบอร์รีเป็นพุ่มไม้ในยุโรป ผลสุกเป็นสีม่วงเกือบดำ ใช้ทำแยม ไซรัป และไวน์มานาน ส่วนเอ็กไคนาเซียเป็นดอกไม้ทุ่งหญ้าในอเมริกาเหนือที่ชนพื้นเมืองใช้เป็นสมุนไพร · เรื่องที่สองคือสารสำคัญ — เอลเดอร์เบอร์รีเด่นที่แอนโทไซยานินและฟลาโวนอยด์ ส่วนเอ็กไคนาเซียเด่นที่อัลคิลาไมด์ กรดชิโคริก และโพลีแซ็กคาไรด์ ซึ่งต่างกันตามชนิดพืชและส่วนที่ใช้ · เรื่องที่สามคือความปลอดภัย — ผลดิบ ใบ และก้านของเอลเดอร์เบอร์รีห้ามกินดิบ ส่วนเอ็กไคนาเซียต้องระวังในคนแพ้พืชตระกูลเดซี่ · อ่านพื้นฐานแยกได้ที่ เอลเดอร์เบอร์รี่คืออะไร และ เอ็กไคนาเซียคืออะไร

1 ตารางเทียบ: เอลเดอร์เบอร์รี vs เอ็กไคนาเซีย

หัวข้อ เอลเดอร์เบอร์รี (Elderberry) เอ็กไคนาเซีย (Echinacea)
พืช Sambucus nigra (European elder) วงศ์ Adoxaceae Echinacea purpurea, E. angustifolia, E. pallida วงศ์ทานตะวัน (Asteraceae)
ส่วนที่ใช้ ผลสุก (ผ่านความร้อน) และดอก ส่วนเหนือดิน ราก หรือทั้งต้น ขึ้นกับผลิตภัณฑ์
สารเด่น แอนโทไซยานิน ฟลาโวนอยด์ เช่น เควอซิทิน อัลคิลาไมด์ กรดชิโคริก โพลีแซ็กคาไรด์
รูปแบบที่พบบ่อย ไซรัป กัมมี่ ลูกอม แคปซูลสารสกัด น้ำคั้นจากต้นสด ทิงเจอร์ ชา แคปซูล
งานวิจัยในคน น้อยกว่า งานขนาดเล็ก ส่วนใหญ่ใช้สารสกัดเฉพาะยี่ห้อ มากกว่า มีงานทบทวน Cochrane แต่ผลไม่สม่ำเสมอ
รูปแบบการใช้ที่ศึกษา เริ่มเมื่อมีอาการ ใช้ไม่กี่วัน ทั้งเริ่มเมื่อมีอาการและกินป้องกันระยะสั้น
ข้อห้ามสำคัญ ผลดิบ ใบ ก้าน มีสารกลุ่มไซยาโนเจนิกไกลโคไซด์ ห้ามกินดิบ คนแพ้พืชตระกูลเดซี่ เช่น เกสรแร็กวีด ดาวเรือง เบญจมาศ
ร่วมกับยา ระวังในผู้ที่กินยากดภูมิ ยาเบาหวาน ยาขับปัสสาวะ ระวังในผู้ที่กินยากดภูมิ และยาที่ผ่านเอนไซม์ตับ

ข้อมูลในตารางสรุปจากเอกสารของศูนย์สุขภาพเชิงผสมผสานแห่งชาติสหรัฐ (NCCIH) และงานทบทวนที่อ้างในบทความ ผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้อต่างกันมากตามชนิดพืช ส่วนที่ใช้ และวิธีสกัด

2 เอลเดอร์เบอร์รี: ผลไม้สีม่วงที่งานวิจัยยังเล็ก

เอลเดอร์เบอร์รีได้รับความนิยมมากในช่วงหลายปีหลัง ส่วนหนึ่งเพราะมีรสหวานกินง่าย ทำเป็นไซรัปและกัมมี่ได้

  • งานที่ถูกอ้างถึงบ่อย — งานของ Zakay-Rones และคณะในผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่จำนวนไม่มาก พบว่ากลุ่มที่ได้ไซรัปสารสกัดเอลเดอร์เบอร์รีหายจากอาการเร็วกว่ากลุ่มยาหลอก แต่เป็นงานขนาดเล็ก ใช้ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อเดียว และยังไม่มีงานขนาดใหญ่ยืนยัน
  • งานในผู้เดินทางทางเครื่องบิน — งานของ Tiralongo และคณะ (2016) ในผู้โดยสารระยะไกล พบว่าจำนวนคนเป็นหวัดไม่ต่างกัน แต่กลุ่มเอลเดอร์เบอร์รีมีระยะเวลาและอาการน้อยกว่าเล็กน้อย
  • งานรวมผล — งานวิเคราะห์อภิมานของ Hawkins และคณะ (2019) รวมงานได้เพียงไม่กี่งาน และสรุปว่าน่าสนใจแต่ยังต้องการงานคุณภาพสูงกว่านี้
  • ความปลอดภัย — ผลสุกที่ผ่านความร้อนแล้วถือว่าปลอดภัยในระยะสั้น แต่ผลดิบ ใบ ก้าน และเมล็ด มีสารที่ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสียได้ ห้ามทำน้ำคั้นจากผลดิบเอง

อ่านต่อได้ที่ เอลเดอร์เบอร์รีกินตอนไหน และ โทษของเอลเดอร์เบอร์รี

3 เอ็กไคนาเซีย: งานวิจัยมากกว่า แต่ผลไม่สม่ำเสมอ

เอ็กไคนาเซียเป็นหนึ่งในสมุนไพรที่ถูกทดลองเรื่องหวัดมากที่สุด แต่ความยากคือผลิตภัณฑ์ในงานวิจัยแต่ละงานแทบไม่เหมือนกันเลย

  • งานทบทวน Cochrane — งานของ Karsch-Völk และคณะ (2014) รวมงานทดลองหลายสิบงาน สรุปว่าการกินเพื่อป้องกันอาจลดโอกาสเป็นหวัดได้เล็กน้อยในบางผลิตภัณฑ์ ส่วนการกินเมื่อเป็นหวัดแล้วผลไม่ชัด และผลิตภัณฑ์ที่ต่างกันให้ผลต่างกัน
  • งานทดลองขนาดใหญ่ — งานของ Barrett และคณะ (2010) ในผู้ที่เริ่มเป็นหวัด พบว่ากลุ่มเอ็กไคนาเซียหายเร็วกว่าเพียงเล็กน้อยและไม่ต่างจากยาหลอกอย่างมีนัยสำคัญ
  • ชนิดพืชและส่วนที่ใช้สำคัญ — น้ำคั้นจากส่วนเหนือดินของ E. purpurea เป็นรูปแบบที่มีข้อมูลมากที่สุด ส่วนรากของ E. angustifolia มีอัลคิลาไมด์สูงกว่า ฉลากควรระบุชนิดพืชและส่วนที่ใช้
  • ระยะเวลา — เอกสารของสำนักงานยาแห่งสหภาพยุโรป (EMA) สำหรับเอ็กไคนาเซียในฐานะสมุนไพรแบบดั้งเดิม แนะนำให้ใช้ในช่วงสั้น ไม่ควรเกิน 10 วัน และไม่แนะนำในเด็กเล็ก

อ่านต่อได้ที่ เอ็กไคนาเซียกินตอนไหน

4 เลือกแบบไหนดี ตามสถานการณ์

สถานการณ์ ตัวที่ตรงกว่า เหตุผล
อยากได้ตัวที่มีงานในคนมากกว่า เอ็กไคนาเซีย มีงานทดลองมากกว่า แม้ผลจะไม่สม่ำเสมอ
แพ้เกสรดอกไม้ ดาวเรือง เบญจมาศ เลี่ยงเอ็กไคนาเซีย เป็นพืชวงศ์เดียวกัน เสี่ยงแพ้ข้าม
ชอบแบบไซรัปหรือกัมมี่ เอลเดอร์เบอร์รี รสหวานกินง่าย แต่ต้องดูปริมาณน้ำตาลด้วย
มีโรคภูมิต้านตนเอง หรือกินยากดภูมิ ปรึกษาแพทย์ก่อนทั้งคู่ ทั้งสองตัวถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน
ไข้สูง หอบ หรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยงไข้หวัดใหญ่ ไม่ใช่ทั้งคู่ ควรพบแพทย์ ยาต้านไวรัสตามข้อบ่งใช้ได้ผลดีที่สุดเมื่อเริ่มเร็ว ดู ไข้หวัดกับไข้หวัดใหญ่ต่างกันยังไง
อยากดูแลร่างกายแบบกินประจำ ไม่ใช่ทั้งคู่ ทั้งสองตัวศึกษาแบบใช้ช่วงสั้น พื้นฐานคือการนอน อาหาร การออกกำลังกาย และวัคซีน

สรุปคือทั้งสองตัวไม่ได้ “แรงกว่ากัน” อย่างชัดเจน ความต่างอยู่ที่รูปแบบ หลักฐาน และใครควรเลี่ยง

5 กินคู่กันได้ไหม กินตอนไหน และอ่านฉลากอย่างไร

  • กินคู่กันได้ไหม — มีผลิตภัณฑ์หลายยี่ห้อที่รวมสองตัวไว้ด้วยกัน ยังไม่มีรายงานปฏิกิริยาอันตรายระหว่างกันที่ชัดเจน แต่ก็ไม่มีหลักฐานว่าการรวมกันดีกว่าตัวเดียว และยิ่งรวมหลายสมุนไพร ยิ่งยากจะรู้ว่าแพ้ตัวไหน
  • กินตอนไหน — งานส่วนใหญ่เริ่มกินภายใน 1–2 วันแรกที่มีอาการ และกินต่อไม่กี่วัน กินพร้อมหรือหลังอาหารเพื่อลดอาการคลื่นไส้
  • ไม่ควรกินยาวต่อเนื่อง — ข้อมูลความปลอดภัยระยะยาวมีน้อย ทั้งสองตัวจึงเหมาะกับช่วงสั้นมากกว่ากินตลอดปี
  • อ่านฉลาก — ดูชื่อพืชภาษาละติน ส่วนที่ใช้ ปริมาณสารสกัดต่อครั้ง ปริมาณน้ำตาลในไซรัป และเลข อย.
  • ตัวอื่นในหมวดเดียวกัน — ถ้าสนใจสารจากนมหรือผึ้งที่ถูกศึกษาเรื่องภูมิคุ้มกัน อ่านต่อที่ แลคโตเฟอร์ริน คือ อะไร โคลอสตรุ้มคืออะไร และ โพรโพลิสคืออะไร
BLB U เป็นซอฟต์เจลที่รวมสารสกัด 13 ชนิดไว้ในเม็ดเดียว — โสมเกาหลี 80 มก. ถั่งเช่า 80 มก. เห็ด 4 ชนิด (ชิตาเกะ ยามาบูชิทาเกะ ไมตาเกะ อย่างละ 80 มก. หลินจือ 50 มก.) ขิง 50 มก. พลูคาว 50 มก. เบต้ากลูแคนจากยีสต์ 90% 25 มก. และโคเอนไซม์คิวเท็น 25 มก. บนฐานน้ำมันจมูกข้าว 200 มก. น้ำมันงา 100 มก. และน้ำมันเพอริลลา 100 มก. · ระบุปริมาณสารสำคัญรายตัวบนฉลาก มีเลข อย. 26-1-10867-5-0049 และผ่านการรับรองฮาลาล · BLB U ไม่มีเอลเดอร์เบอร์รีและไม่มีเอ็กไคนาเซียในสูตร ตามที่ระบุบนฉลาก — เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่เน้นเห็ด 4 ชนิด ถั่งเช่า โสม และเบต้ากลูแคนจากยีสต์ สำหรับดูแลร่างกายแบบกินประจำ ไม่ใช่สมุนไพรที่กินเฉพาะช่วงเป็นหวัด · ไม่ใช่ยาและไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อ · ผู้ที่กินยากดภูมิ ยาละลายลิ่มเลือด ยาเบาหวาน หรือมีโรคภูมิต้านตนเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อน · กินวันละ 1 เม็ดตามที่ฉลากระบุ

6 ใครควรระวัง และเมื่อไรต้องพบแพทย์

ใครควรปรึกษาแพทย์ก่อน

  • ผู้ที่มีโรคภูมิต้านตนเอง เช่น SLE รูมาตอยด์ สะเก็ดเงิน และผู้ที่กินยากดภูมิหลังปลูกถ่ายอวัยวะ
  • ผู้ที่แพ้พืชตระกูลเดซี่ — สำหรับเอ็กไคนาเซีย มีรายงานผื่น หอบ และอาการแพ้รุนแรงได้
  • ผู้ที่กินยาเบาหวาน ยาขับปัสสาวะ หรือยาประจำหลายตัว — แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มสมุนไพร
  • หญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร และเด็กเล็ก — ข้อมูลความปลอดภัยยังไม่พอ ควรปรึกษาแพทย์

เมื่อไรต้องพบแพทย์

  • หายใจเหนื่อยหอบ เจ็บหน้าอก ซึม หรือไข้สูงเกิน 3 วัน
  • เป็นผู้สูงอายุ ตั้งครรภ์ หรือมีโรคประจำตัว และสงสัยไข้หวัดใหญ่
  • ผื่น ปากบวม หรือหายใจลำบากหลังกิน

7 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เอลเดอร์เบอร์รีกับเอ็กไคนาเซียต่างกันยังไง?

เอลเดอร์เบอร์รีเป็นผลไม้สีม่วงของ Sambucus nigra เด่นที่แอนโทไซยานิน มักทำเป็นไซรัป ส่วนเอ็กไคนาเซียเป็นดอกและรากของพืชตระกูลเดซี่ เด่นที่อัลคิลาไมด์ · เอ็กไคนาเซียมีงานในคนมากกว่าแต่ผลไม่สม่ำเสมอ ส่วนเอลเดอร์เบอร์รีมีงานน้อยและขนาดเล็ก ทั้งคู่ไม่ใช่ยา

เอลเดอร์เบอร์รีคืออะไร?

คือผลสุกของต้นเอลเดอร์ยุโรป (Sambucus nigra) สีม่วงเกือบดำ มีแอนโทไซยานินสูง ต้องผ่านความร้อนก่อนกิน เพราะผลดิบ ใบ และก้านมีสารที่ทำให้คลื่นไส้อาเจียนได้

เอ็กไคนาเซียคืออะไร?

คือพืชสกุล Echinacea ในวงศ์ทานตะวัน เช่น E. purpurea ใช้ส่วนเหนือดินหรือรากทำเป็นน้ำคั้น ทิงเจอร์ หรือแคปซูล ถูกศึกษาเรื่องอาการหวัดในระยะสั้น

กินเอลเดอร์เบอร์รีกับเอ็กไคนาเซียคู่กันได้ไหม?

มีผลิตภัณฑ์ที่รวมกันอยู่และยังไม่มีรายงานปฏิกิริยาอันตรายที่ชัดเจน แต่ไม่มีหลักฐานว่าดีกว่าตัวเดียว · ผู้ที่มีโรคภูมิต้านตนเอง กินยากดภูมิ หรือแพ้พืชตระกูลเดซี่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

กินตอนไหนดี กินได้นานแค่ไหน?

งานส่วนใหญ่เริ่มภายใน 1–2 วันแรกที่มีอาการ กินพร้อมหรือหลังอาหาร และใช้ไม่กี่วัน · เอกสารของ EMA แนะนำว่าเอ็กไคนาเซียไม่ควรใช้ต่อเนื่องเกิน 10 วัน

โทษของเอลเดอร์เบอร์รีและเอ็กไคนาเซียมีอะไรบ้าง?

เอลเดอร์เบอร์รี — คลื่นไส้ ท้องเสียถ้าเป็นผลดิบหรือทำไม่สุก · เอ็กไคนาเซีย — ผื่น แพ้ในคนแพ้พืชตระกูลเดซี่ ปวดท้อง · ทั้งคู่ควรระวังในผู้ที่มีโรคภูมิต้านตนเองและกินยากดภูมิ

ใช้แทนยาต้านไวรัสหรือวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ไหม?

ไม่ได้ · ทั้งสองตัวไม่ใช่ยาและไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปีและการพบแพทย์เมื่อมีอาการรุนแรงยังเป็นแนวทางหลัก

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
  • เอลเดอร์เบอร์รีและเอ็กไคนาเซียเป็นสมุนไพร/ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ใช่ยาต้านไวรัส ไม่ใช่วัคซีน และไม่ได้ป้องกันหรือรักษาไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 หรือการติดเชื้อใด ๆ · งานวิจัยในคนส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก ใช้สารสกัดเฉพาะยี่ห้อ และผลยังไม่สม่ำเสมอ · ผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ควรพบแพทย์เพื่อพิจารณายาต้านไวรัสตามข้อบ่งใช้ ไม่ใช่ใช้สมุนไพรแทน
  • หายใจเหนื่อยหอบ เจ็บหน้าอก ริมฝีปากเขียว ซึมหรือสับสน ต้องโทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที · ไข้สูงเกิน 3 วัน ไข้ลดแล้วกลับมาสูงใหม่ ไอมีเสมหะเขียวข้นหรือมีเลือดปน ต้องพบแพทย์ · ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก และผู้มีโรคประจำตัว ถ้าสงสัยไข้หวัดใหญ่ควรพบแพทย์เร็ว เพราะยาต้านไวรัสได้ผลดีที่สุดเมื่อเริ่มเร็ว · ผื่นลมพิษ ปากหรือคอบวม หายใจลำบากหลังกินสมุนไพร ต้องโทร 1669 ทันที
  • ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
  • ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี

อ้างอิง

  1. National Center for Complementary and Integrative Health (NCCIH). European Elder — Fact Sheet
  2. National Center for Complementary and Integrative Health (NCCIH). Echinacea — Fact Sheet
  3. Karsch-Völk M, Barrett B, Kiefer D, et al. Echinacea for preventing and treating the common cold. Cochrane Database Syst Rev. 2014
  4. Barrett B, Brown R, Rakel D, et al. Echinacea for treating the common cold: a randomized trial. Ann Intern Med. 2010
  5. Zakay-Rones Z, Thom E, Wollan T, Wadstein J. Randomized study of the efficacy and safety of oral elderberry extract in the treatment of influenza A and B virus infections. J Int Med Res. 2004
  6. Tiralongo E, Wee SS, Lea RA. Elderberry supplementation reduces cold duration and symptoms in air-travellers: a randomized, double-blind placebo-controlled clinical trial. Nutrients. 2016
  7. Hawkins J, Baker C, Cherry L, Dunne E. Black elderberry (Sambucus nigra) supplementation effectively treats upper respiratory symptoms: a meta-analysis of randomized, controlled clinical trials. Complement Ther Med. 2019
  8. European Medicines Agency (EMA), HMPC. European Union herbal monograph on Echinacea purpurea (L.) Moench, herba recens
  9. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค ผู้มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์/ให้นมบุตร หรือผู้ที่กินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
👥
ผู้เขียน & ตรวจทาน
ทีมงาน BLB Balance Brand

บทความนี้จัดทำและตรวจทานโดยทีมงาน บริษัท บาลานซ์ แบรนด์ จำกัด เรียบเรียงจากแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Mayo Clinic, NIH, Cleveland Clinic) · เนื้อหาเพื่อให้ความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ · ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค

เกี่ยวกับเรา / มาตรฐานเนื้อหา →