โพรไบโอติกคือจุลินทรีย์มีชีวิตที่เมื่อกินในปริมาณที่เหมาะสมให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ แลคโตบาซิลลัส แอซิโดฟิลัส และ แลคโตบาซิลลัส แรมโนซัส เป็นสองสายพันธุ์ที่พบบ่อยในสูตรโพรไบโอติกทั่วไป แต่สองชื่อนี้ไม่ได้ทำงานเหมือนกัน และผลที่พบในงานวิจัยก็แตกต่างกันตามสายพันธุ์ นี่คือจุดที่คนมักเข้าใจผิดที่สุดเมื่อดูฉลาก
ไม่ใช่แค่ชื่อสกุล
เป็นสายพันธุ์เฉพาะที่ผ่านการศึกษา
ปริมาณของแต่ละตัวดูบนฉลาก
บทความนี้ไม่ได้อธิบายแต่ละสายพันธุ์ซ้ำ (อ่านได้ที่ แลคโตบาซิลลัส แอซิโดฟิลัส คืออะไร และ Bacillus coagulans คืออะไร) แต่เปรียบเทียบสองสายพันธุ์ที่อยู่ในสูตรเดียวกัน · เรื่องแรกคือตารางเทียบ · เรื่องที่สองคือชื่อสายพันธุ์อ่านยังไง · เรื่องที่สามและสี่คือหลักฐานของแต่ละตัว · เรื่องที่ห้าคือกินสองตัวรวมกันดีกว่าไหม · เรื่องสุดท้ายคือใครควรระวัง
1 ตารางเทียบตรง ๆ: แอซิโดฟิลัส vs แรมโนซัส
| ประเด็น | L. acidophilus | L. rhamnosus |
|---|---|---|
| พบตามธรรมชาติ | พบในลำไส้เล็กและระบบสืบพันธุ์หญิงในคนบางคน | สายพันธุ์ที่มีงานศึกษามาก (เช่น GG) ถูกแยกจากลำไส้คน |
| งานวิจัยเด่น | งานเรื่องท้องเสียและการย่อยแลคโตส กระจายและยังไม่สม่ำเสมอ | งานท้องเสียจากยาปฏิชีวนะและท้องเสียเฉียบพลันในเด็ก มีงานมากกว่า |
| ความสม่ำเสมอของผล | ผลขึ้นกับสายพันธุ์ย่อยและขนาดที่ใช้ | ผลขึ้นกับสายพันธุ์ GG มากกว่าสายพันธุ์อื่นที่ใช้ชื่อเดียวกัน |
| ข้อควรระวัง | ท้องอืดในช่วงแรก และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำต้องระวัง | เหมือนกัน และต้องดูชื่อรหัสสายพันธุ์บนฉลาก |
สรุปสั้น ๆ คือ สองชื่อนี้เป็นคนละสายพันธุ์ ผลไม่ควรเหมารวม และการเลือกควรดูจากงานวิจัยของสายพันธุ์นั้นโดยตรง
2 ชื่อสายพันธุ์บนฉลากอ่านยังไง
ชื่อเต็มของโพรไบโอติกมีสามส่วน คือ สกุล (Lactobacillus) ชนิด (acidophilus หรือ rhamnosus) และ รหัสสายพันธุ์ (เช่น GG) งานวิจัยวัดผลที่ระดับสายพันธุ์ ดังนั้นสองผลิตภัณฑ์ที่เขียนว่า “Lactobacillus rhamnosus” อาจให้ผลต่างกันมากถ้าเป็นคนละรหัสสายพันธุ์
นิยามทางวิชาการที่ถูกใช้กันแพร่หลายระบุว่า โพรไบโอติกต้องเป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิต ผ่านการพิสูจน์ผลต่อสุขภาพ และระบุชื่อสายพันธุ์ชัดเจน (ISAPP 2014) จึงควรดูฉลากให้ครบก่อนเทียบ
3 แอซิโดฟิลัส ทำอะไรได้บ้างและหลักฐานเป็นยังไง
แอซิโดฟิลัสเป็นแบคทีเรียที่ผลิตกรดแลคติกและสารยับยั้งจุลินทรีย์บางชนิด ในทางทฤษฎีจึงช่วยรักษาสมดุลของลำไส้ได้ แต่หลักฐานในคนยังไม่สม่ำเสมอ
- ท้องเสียบางรูปแบบ: มีงานขนาดเล็กที่พบว่าช่วยได้บ้าง แต่ผลไม่ใหญ่พอจะสรุปเป็นมาตรฐาน
- การย่อยแลคโตส: แอซิโดฟิลัสบางสายพันธุ์ผลิตเอนไซม์แลคเทสได้ มีงานรองรับเล็กน้อยในคนที่ดื่มนมแล้วท้องอืด
- อาการลำไส้แปรปรวน: งานรวมผลยังขัดแย้ง ไม่ควรคาดหวังผลชัดเจน
4 แรมโนซัส ทำอะไรได้บ้างและหลักฐานเป็นยังไง
สายพันธุ์ L. rhamnosus GG (LGG) เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่มีงานศึกษามากที่สุดในโลก โดยเฉพาะเรื่องท้องเสียจากการใช้ยาปฏิชีวนะ งานรวมผลขนาดใหญ่ (JAMA 2012) พบว่าโพรไบโอติกหลายสายพันธุ์ลดความเสี่ยงท้องเสียจากยาปฏิชีวนะได้ และผลที่ชัดที่สุดมาจากสายพันธุ์ที่มีงานเฉพาะเจาะจง
ในเด็กที่ท้องเสียเฉียบพลัน งานบางชิ้นพบว่า LGG ทำให้อาการท้องเสียสั้นลงเล็กน้อย แต่ขนาดผลและความสม่ำเสมอขึ้นกับสายพันธุ์และขนาดที่ใช้
สิ่งที่ต้องจำคือ ผลเหล่านี้เป็นของ LGG โดยเฉพาะ ไม่ได้แปลว่าทุกสายพันธุ์แรมโนซัสให้ผลเดียวกัน
5 กินสองสายพันธุ์รวมกันดีกว่าตัวเดียวไหม?
สูตรที่มีหลายสายพันธุ์เป็นที่นิยม แต่ยังไม่มีงานที่พิสูจน์ชัดเจนว่าการรวมสายพันธุ์ให้ผลดีกว่าสายพันธุ์เดียวที่ผ่านการศึกษาดีในทุกกรณี ข้อดีที่เป็นไปได้คือครอบคลุมหลายบทบาท แต่ข้อเสียคือทำให้ประเมินผลยากขึ้น และต้องดูว่าแต่ละสายพันธุ์มีปริมาณเท่าไรในสูตร
ถ้ากินสูตรรวมอยู่แล้ว ให้ดูที่ปริมาณของแต่ละสายพันธุ์บนฉลาก และดูว่ามีรหัสสายพันธุ์ระบุหรือไม่ ไม่ควรเลือกจากจำนวนสายพันธุ์อย่างเดียว · ดูแนวทางเลือกเพิ่มที่ โพรไบโอติก ยี่ห้อไหนดี
6 ข้อควรระวังและใครไม่ควรกินโดยไม่ปรึกษาแพทย์
โพรไบโอติกในคนสุขภาพดีค่อนข้างปลอดภัย แต่มีกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คือผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ป่วยหนัก ผู้มีสายสวนหลอดเลือดดำ และทารกคลอดก่อนกำหนด ในกลุ่มนี้มีรายงานการติดเชื้อจากโพรไบโอติกพบได้น้อยมาก จึงต้องมีแพทย์ดูแล
- อาการท้องอืดหรือแก๊สในช่วงแรกของการกินเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยและมักดีขึ้นเอง
- ถ้ามีผื่น บวม หรือหายใจลำบาก ให้หยุดและพบแพทย์ทันที
- อาการตกขาว คัน หรือกลิ่นผิดปกติต้องพบแพทย์เพื่อตรวจ ไม่ควรรอให้โพรไบโอติกรักษาเอง
7 คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
แลคโตบาซิลลัส แอซิโดฟิลัสกับแรมโนซัสต่างกันยังไง?
เป็นสองสายพันธุ์ในสกุลเดียวกันที่มีบทบาทและงานวิจัยต่างกัน แอซิโดฟิลัสมีงานกระจายหลายโจทย์ที่ยังไม่สม่ำเสมอ ส่วนแรมโนซัสมีสายพันธุ์ LGG ที่มีงานท้องเสียจากยาปฏิชีวนะมากกว่า
แอซิโดฟิลัสคืออะไร?
เป็นแบคทีเรียกรดแลคติกที่พบในลำไส้และอาหารหมัก อ่านคำอธิบายเต็มได้ที่ แลคโตบาซิลลัส แอซิโดฟิลัส คืออะไร
แอซิโดฟิลัสกินตอนไหนดี?
ทั่วไปกินพร้อมอาหารหรือท้องว่างได้ เลือกเวลาที่กินสม่ำเสมอทุกวัน รายละเอียดที่ แอซิโดฟิลัส กินตอนไหน
โพรไบโอติกมีโทษไหม?
ในคนสุขภาพดีส่วนใหญ่ค่อนข้างปลอดภัย อาการที่พบบ่อยคือท้องอืดช่วงแรก แต่กลุ่มภูมิคุ้มกันต่ำต้องปรึกษาแพทย์ โทษของแอซิโดฟิลัส
กินสองสายพันธุ์พร้อมกันดีกว่าตัวเดียวไหม?
ยังไม่มีงานยืนยันว่าดีกว่าในทุกกรณี ขึ้นกับสายพันธุ์ ปริมาณ และโจทย์ที่ต้องการ ดูที่รหัสสายพันธุ์และปริมาณบนฉลากก่อนตัดสินใจ
โพรไบโอติกเหมือนยารักษาท้องเสียได้ไหม?
ไม่ใช่ยารักษา โดยเฉพาะท้องเสียที่รุนแรงหรือมีเลือดปน ต้องพบแพทย์ก่อนเสมอ ผลของโพรไบโอติกขึ้นกับสายพันธุ์และสาเหตุของอาการ
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา — ไม่มีผลในการป้องกัน บำบัด หรือรักษาโรค เป็นเพียงตัวช่วยดูแลสุขภาพ
- โพรไบโอติกไม่ใช่ยารักษาท้องเสีย ช่องคลอดอักเสบ ลำไส้แปรปรวน หรือภูมิแพ้ ผลที่พบในงานวิจัยขึ้นกับสายพันธุ์เฉพาะและโรคเฉพาะ · สูตรที่มีหลายสายพันธุ์ไม่ได้แปลว่าได้ผลมากกว่าสูตรที่มีสายพันธุ์เดียวที่ผ่านการศึกษาดี
- มีไข้ หนาวสั่น หรือเหนื่อยมากผิดปกติหลังเริ่มโพรไบโอติก ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ มีสายสวนหลอดเลือดดำ เป็นผู้ป่วยหนัก หรือทารกคลอดก่อนกำหนด ต้องพบแพทย์ทันที เพราะการติดเชื้อจากโพรไบโอติกพบได้น้อยมาก แต่มีรายงานในกลุ่มเสี่ยงนี้
- ผู้มีโรคประจำตัวหรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนใช้ เพราะอาจมีปฏิกิริยาระหว่างกัน
- สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- ไม่ใช้แทนยาที่แพทย์สั่ง และห้ามหยุดยาเองในทุกกรณี
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ป่วยหนัก หรือมีสายสวนหลอดเลือดดำ ต้องให้แพทย์ประเมินก่อนเริ่มโพรไบโอติกทุกสูตร
อ้างอิง
- Hill C, Guarner F, Reid G, et al. Expert consensus document: The International Scientific Association for Probiotics and Prebiotics consensus statement on the scope and appropriate use of the term probiotic. Nat Rev Gastroenterol Hepatol. 2014;11(8):506-514.
- Hempel S, Newberry SJ, Maher AR, et al. Probiotics for the prevention and treatment of antibiotic-associated diarrhea: a systematic review and meta-analysis. JAMA. 2012;307(18):1959-1969.
- Szajewska H, Ruszczyński M, Radzikowski A. Probiotics in the prevention of antibiotic-associated diarrhea in children: a meta-analysis of randomized controlled trials. J Pediatr. 2006;149(3):367-372.
- Boyle RJ, Robins-Browne RM, Tang ML. Probiotic use in clinical practice: what are the risks? Am J Clin Nutr. 2006;83(6):1256-1264.
- National Institutes of Health, Office of Dietary Supplements. Probiotics — Fact Sheet for Health Professionals. (ตรวจฉบับล่าสุดก่อนอ้างอิงรายละเอียด)
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
💡 กำลังมองหาตัวช่วยดูแล? อ่านต่อ: โพรไบโอติก ยี่ห้อไหนดี เลือกอย่างไรให้ตรงกับลำไส้เรา 👉
